- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
เป็นกรณีที่คณะกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงในกรณีถุงยังชีพ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีรายงานข่าวว่าเจ้าตัวไม่ได้เดินทางไปตามกำหนดนั้น นางสาว ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าว นายพีระพันธุ์มีภารกิจสำคัญโดยเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อรองรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการประชุมแผนรองรับวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งได้มีหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 โดยขอให้ ป.ป.ช. ส่งข้อกล่าวหามาทางไปรษณีย์ตามระเบียบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่สามารถทำได้ การรายงานข่าวดังกล่าว จึงเป็นการรายงานข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ในทำนองว่านายพีระพันธุ์ ไม่ไปพบ ป.ป.ช. โดยไม่มีเหตุผล ทั้งๆที่ นายพีระพันธุ์ได้ดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนที่กระทำได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ยืนยันว่าพร้อมจะชี้แจงข้อกล่าวหาทุกประการ เพราะตนไม่ได้กระทำการใดตามที่ถูกกล่าวหา #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แจกถุงยังชีพ#พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค#ปปช#ส่อผิดจริยธรรม
ผมมีหลักฐานว่าบางช่วงทักษิณไม่ได้อยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจจริง—และจะปล่อยหมัดน็อกในวันที่ 30 ก.ค.” —ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ ศาลนัดไต่สวนคดีชั้น 14 – คดีสำคัญกลางเดือนสิงหาคม การไต่สวน คดีชั้น 14 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ทักษิณ ชินวัตร กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมีการไต่สวนพยานแล้ว 4 นัด และเหลืออีก 3 นัดคือ 18, 25 และ 30 กรกฎาคม 2568 ซึ่งคาดว่าศาลฯ จะมีคำสั่งคดีในเดือนสิงหาคม หลายฝ่ายจับตาเป็นพิเศษ เพราะเดือนเดียวกันนี้เอง วันที่ 22 สิงหาคม ศาลอาญาก็นัดฟังคำพิพากษาคดีมาตรา 112 ของทักษิณด้วยเช่นกัน ⸻ เปิดข้อมูลกลางรายการ – อาจไม่ได้อยู่ชั้น 14 จริง ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จุดประเด็นเขย่าวงการกลางรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” โดยตั้งข้อสังเกตว่า “ทักษิณอาจไม่ได้อยู่ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ตลอด 181 วันอย่างที่อ้างกัน” ไม่เพียงแค่ตั้งข้อสังเกต เขายังยืนยันว่ามีหลักฐานสำคัญอยู่ในมือ และจะเปิดเผยต่อสื่อมวลชนในวันที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันนัดไต่สวนนัดถัดไป จากนั้นจะส่งให้ศาลฯ ใช้ประกอบการพิจารณาคดีด้วย ⸻ ข้อมูลที่ยังไม่เคยเปิดเผย – เอกสารยา–ค่ารักษา–ตัวคนไข้ ชาญชัยเตรียมเอกสาร รายการค่ารักษา และข้อมูลผู้เข้าพักชั้น 14 เพื่อยืนยันว่า: • ไม่มีการสั่งยา • ไม่มีเข็มฉีดยา • มีแค่น้ำเกลือ แต่ไม่มีรายการจ่ายยา • มีการจ่ายเงินกว่า 2 ล้านบาท แต่ไม่มีข้อมูลการรักษาโรค “จะเปิดให้เห็นเลยว่า 7 วันแรกจ่ายอะไร, จนครบ…
กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา ออกหนังสือปรับปรุงรายการสินค้าที่สามารถนำเข้าจากประเทศไทยและห้ามนำเข้าจากประเทศไทยมายังประเทศกัมพูชา สำหรับผู้ค้า นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 โดยระบุตามประกาศของกรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชา สินค้าที่ห้ามส่งออกจากประเทศไทย ได้แก่ ผัก ผลไม้ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซเชื้อเพลิง อันประกอบด้วย – น้ำมันเบนซิน – น้ำมันดีเซล – ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG และ LNG) – น้ำมันเตา – น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว สินค้าอื่นๆ นอกเหนือจากรายการข้างต้นไม่ถูกห้ามนำเข้า สำหรับผู้ค้าหรือนักธุรกิจสามารถนำเข้าได้ตามปกติโดยปฏิบัติตามขั้นตอนและพิธีการที่ระบุไว้ในข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ส่วนเส้นทางและวิธีการขนส่งสินค้านำเข้ามายังกัมพูชา ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจสามารถใช้บริการขนส่งและผ่านแดนอย่างเป็นทางการได้หลากหลาย ยกเว้นด่านชายแดนทางบกกัมพูชา-ไทย ซึ่งถูกกองทัพไทยสั่งปิดเพียงฝ่ายเดียว กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชาจะติดตามและรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการข้างต้นให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักธุรกิจ และประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฮุนมาเนต#ชายแดนตึงเครียด#ทหารไทย#ปิดด่าน#ชายแดนไทยกัมพูชา#กัมพูชานำเข้าสินค้าไทย
“เปิดตลาดนำเข้าลำไยจากสหรัฐฯ หนึ่งในข้อเสนอลดภาษีทรัมป์” พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ – รมว.คลัง “เร่งเก็บเกี่ยวต้นฤดูก่อนราคาร่วงหนัก เผยกิโลกรัมละ 1 บาทก็มี” ชาวสวนลำไย เชียงใหม่ “ลำไยขม” ชาวสวนสะอื้น ลำไยไทยราคาร่วงหนัก – รัฐเล็งนำเข้าลำไยเอาใจสหรัฐฯ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ภาษีทรัมป์#ทีมเจรจาสหรัฐ#พิชัยชุณหวชิร#ลำไยนำเข้าสหรัฐฯ#ลำไยไทย#ข้อตกลงไทยสหรัฐ#ลำไยราคาตกต่ำ#ลำไยกิโลละบาท#นโยบายต่างประเทศ
“พ่อ–ลูก ผูกคดี” สิงหาคม: เดือนตัดสิน ‘ทักษิณ–แพทองธาร’ ⸻ 3 คดีใหญ่ ที่โฟกัสตรงกันในเดือน ส.ค. 2568 1. “คดีชั้น 14” — ทักษิณ • ประเด็น: ไม่ได้ติดคุกจริง แต่ใช้เวลา 181 วันที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ • สถานะ: ไต่สวนพยานนัดสุดท้าย 30 ก.ค. → คาดหมายคำวินิจฉัยเดือน ส.ค. 2. “คดี ม.112” — ทักษิณ • นัดฟังคำพิพากษา 22 ส.ค. 2568 • ประเด็น: สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ พาดพิงสถาบันฯ 3. “คลิปฮุน เซน” — แพทองธาร • ข้อกล่าวหา: เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ทำชาติเสียหาย • เส้นตาย: สิ้นเดือน ก.ค. 2568 → ครบกำหนดยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ • คาดหมาย: ศาลอาจมีคำวินิจฉัยพ้น-ไม่พ้นตำแหน่ง ในเดือน ส.ค. พ่อ ถ้าผิดติดคุก-ลูกสาว ถ้าผิดพ้นนายกฯ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#ชาญชัยอิสระเสนารักษ์#ทักษิณชินวัตร#ชั้น14#ศาลไต่สวนปมชั้น14#คลิปเสียงสนทนาฮุนเซน#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#นัดชี้ชะตา22สิงหา#คดีม112ทักษิณ
“หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะขอความเมตตาต่อศาลให้มีการปล่อยตัว” —แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 ในรายการ หมดเปลือกเพื่อไทย ต่อท่าทีถึงการแก้ไขมาตรา 112 และการช่วยเหลือนักโทษในคดีนี้ 16 ก.ค. 68 — ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง ที่ครอบคลุมคดีมาตรา 112 เข้าสู่สภา พรรคเพื่อไทย “คว่ำร่าง” ไปเรียบร้อย พูดอย่าง…ทำอย่าง ยังเชื่อคำสัญญา…“ตอนหาเสียง” ได้ไหม? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ร่างพรบนิรโทษกรรมประชาชน#เพื่อใคร#นิรโทษกรรมไม่รวม112#พูดอย่างทำอย่าง#รัฐบาลแพทองธาร
วันที่ 16 ก.ค. 2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 902 มีการนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์ในเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 ซึ่งมีเนื้อหาถูกกล่าวหาว่าพาดพิงสถาบันเบื้องสูง โดยนายทักษิณให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายทักษิณเดินทางมาศาลในเวลา 09.13 น. โดยใช้ทางเข้าด้านข้างอาคารศาล หลีกเลี่ยงสื่อมวลชน มี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความรอให้การต้อนรับ ขณะเดียวกัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย เช่นเดียวกับกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่ปักหลักหน้าศาล พร้อมโบกมือทักทายเมื่อขบวนรถนายทักษิณขับผ่าน —————— ขึ้นเบิกความเองเป็นปากสุดท้าย ก่อนศาลนัดพิพากษา 22 ส.ค. ทีมทนายฝ่ายจำเลยได้นำพยานขึ้นเบิกความรวม 3 ปาก ได้แก่ • นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี • นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม • และ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลยปากสุดท้าย ภายหลังการสืบพยานเสร็จสิ้นเวลา 12.00 น. ทนายได้แถลงต่อศาลว่าไม่ประสงค์นำพยานอื่นเข้าสืบเพิ่มเติม และขอปิดคดีโดยจะยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน ศาลจึงมีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ——————— ทนายชี้ “ไม่มีประจักษ์พยาน” เชื่อได้รับความเป็นธรรม นายวิญญัติเปิดเผยว่า เดิมทีมทนายเตรียมพยานไว้ 14 ปาก แต่ภายหลังประเมินพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบต่อ โดยให้ความสำคัญกับการหักล้างพยานของฝ่ายโจทก์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพยานความเห็น และไม่มีประจักษ์พยานที่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดได้ชัดเจน “เราประเมินแล้วว่าพยานของโจทก์ไม่มีความชัดเจนเพียงพอจะพิสูจน์ความผิดได้ จึงไม่จำเป็นต้องสืบพยานจำเลยเพิ่มเติม” — วิญญัติ ชาติมนตรี เขาระบุด้วยว่า พยานอย่างนายวิษณุและนายธงทองมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และมีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ของนายทักษิณในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา โดยเฉพาะด้านภาษาและการแสดงออกถึงความจงรักภักดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของนายทักษิณหลังเบิกความ นายวิญญัติกล่าวว่า…
“ถ้ายิงกันขึ้นมา นัดเดียว เรายิงใส่กาสิNO กล่องดวงใจของเขาเลย”—พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” —————————— เมื่อ “เขมร” ไม่กล้ายุ่งกับลาว…แต่กล้าขยับใส่ไทย เหตุวุ่นวายที่ช่องตาเมือนธมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยรอบใหม่ว่าชายแดนไทย–กัมพูชายังเป็นพื้นที่เปราะบาง พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ “อุบัติเหตุจากนักท่องเที่ยว” แต่เป็นแผนการยั่วยุที่ถูกจัดฉากอย่างมียุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในการรุกคืบพื้นที่ทับซ้อนอย่างต่อเนื่อง “เขาขู่ว่าถ้าเราจะสร้างรั้วก็จะเกิดสงครามแน่ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางแผนมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อย ๆ รุกในพื้นที่ตามแผนที่หนึ่งต่อสองแสน” —————— แผนที่ 1:200,000 — ต้นตอของปัญหา แต่รัฐบาลไม่เคยแก้ที่ต้นตอ พล.ท.กนกชี้ว่า ปัญหารากฐานที่สุดของความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชาคือ “การไม่ปฏิเสธ” แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่ฝ่ายเขมรใช้เป็นข้ออ้างในการรุกล้ำพื้นที่ และไทยเองกลับไม่เคยทำให้ประชาคมโลกเห็นชัดว่า แผนที่ฉบับนี้ “ผิดหลักสันปันน้ำ” และ “ขัดต่อสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส ปี 1904–1907” “ตราบใดที่เรายังไม่ทำให้เห็นว่าแผนที่หนึ่งต่อสองแสนไม่อยู่บนสันน้ำ ไม่ตรงกับภูมิประเทศ… มันก็จะถูกเอามาอ้างตลอด” ปัญหานี้ยิ่งทวีความซับซ้อนเมื่อไทยกลับไปลงนาม MOU 2543 และต่อมาคือ TOR 2546 ซึ่งยึดแผนที่ 1:200,000 เป็นฐาน โดยไม่ตั้งคำถามเชิงหลักการตั้งแต่ต้น จนทำให้เสียเปรียบในกระบวนการเจรจาทางการทูตมาหลายปี “เราพลาดที่ไปทำเอ็มโอยู 43 และก็มาออกเป็น TOR 46 ซึ่งอ้างแผนที่นี้ เท่ากับเราไม่ได้ปฏิเสธแผนที่ ต้องแก้ตรงนี้… ถ้าแก้ให้คนทั้งโลกรู้ว่าแผนที่ที่เขมรอ้างมันผิด ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ได้ สิ่งที่เขมรอ้างก็จะหมดความหมาย แและตอนนี้เป็นโอกาสดีเพราะฮุน เซนก็ไม่ยึดเอ็มโอยูแล้ว แต่เรายังจะจัดประชุมเจบีซีในเดือนกันยายนอีก” ————————- “ถ้ายิงกันนัดเดียว เราต้องยิงสวนกาสิNO” ในมุมของอดีตแม่ทัพผู้เคยควบคุมแนวชายแดน พล.ท.กนกเสนอว่า วิธีป้องปรามที่ได้ผลจริง คือ “วางยุทธศาสตร์ตอบโต้” ให้เขมรชัดเจนว่า ถ้ามีการปะทะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ทหารไทยที่ตั้งรับ แต่จะมีการตอบโต้แบบ มียุทธศาสตร์ กลับ” ที่ “กล่องดวงใจ”…
“เปิดหลักฐานใหม่ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อยู่บนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจในบางช่วงของ 181 วัน มีคนใกล้ชิดไปอยู่ห้องผู้ป่วยแทน พร้อมส่งหลักฐานใหม่ให้ศาลฏีกาไต่สวนในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้” ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ 16 ก.ค.2568
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย โพสต์แสดงท่าทีก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณามร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองต่อ และคาดว่าจะโหวตรับหลักการในวันนี้ โดยนายจาตุรนต์ ระบุว่าได้เคยอภิปรายว่า “สภาผู้แทนราษฎรควรแสดงความรับผิดชอบต่อการช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งทางสังคม ต่อการลดความบาดหมางและความรู้สึกว่าเป็นศัตรูต่อกัน ลดการถูกกลั่นแกล้งทำร้ายที่เป็นความขัดแย้งกันมา 20 ปีนี้ด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งในนั้นมีคดีที่ใช้คำว่ามีความอ่อนไหวทางการเมือง โดยมีทางเลือกที่เสนอแตกต่างกันอยู่ในนั้น และเราค่อยไปตั้งสติกันในวันข้างหน้าต่อไปในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะเข้ามา เข้าไปพิจารณากันตอนนั้นด้วยความรอบคอบอีกครั้งหนึ่ง” “คำพูดเป็นนายเรา” ครับ นายจาตุรนต์บอก เมื่อมาถึงโอกาสพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ทุกฉบับที่มีหลักการคล้ายคลึงกัน และสามารถพิจารณาร่วมกันได้ จึงเห็นว่าไม่ควรเลือกเห็นชอบเพียงร่างใดร่างหนึ่ง “แต่ควรรับหลักการทุกฉบับ” เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความประสงค์ จะใช้การนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเวทีของสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงในชั้นกรรมาธิการที่จะมีสัดส่วนของทุกพรรคการเมืองและทุกฝ่ายร่วมกันศึกษา ส่วนข้อสรุปจะเป็นอย่างไรก็ย่อมจะเป็นไปตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร “ผมได้หารือกับเพื่อน ๆ สส.บางท่านและประธานวิปรัฐบาลและประธานที่ประชุม สส.ของพรรคเพื่อไทยแล้วเกี่ยวกับการลงมติของผม ขอขอบคุณที่ท่านได้แสดงความเข้าใจเป็นอย่างดี” นายจาตุรนต์ระบุ สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (16 ก.ค.) เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมทางการเมือง 5 ฉบับ ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมติพรรคร่วมรัฐบาลให้รับหลักการทั้งหมดยกเว้นของพรรคก้าวไกลเดิม และร่างของภาคประชาชนเสนอ และยึดเอาร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นร่างกฎหมายที่เป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสาระสำคัญ คือ ไม่นิรโทษกรรมความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่พรรคประชาชนยังหวังว่าจะมีเสียงโหวตรับหลักการทุกฉบับ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็ชัดเจนว่าจะลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทุกฉบับ ทำให้ร่างของพรรคก้าวไกลเดิม และร่างของภาคประชาชนดูจะริบหรี่ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ร่างพรบนิรโทษกรรมประชาชน
