Author: Writer Publisher

เป็นปฏิบัติการที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ผบช.สอท. สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นเป้าหมายพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด หลังตำรวจไซเบอร์ รวบรวมพยานหลักฐาน และขออำนาจศาลออกหมายจับนายก๊ก อาน นักธุรกิจกัมพูชาเจ้าของคาวน์คาสิโน และเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ คนใกล้ชิดนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา เข้าค้น 19 จุด เมื่อเช้าวันที่ 8 ก.ค.2568 และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่าหลายล้านบาท ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลเพิ่มเติมยื่นขอศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องก่ออาชญากรรมของแก๊งคอลเซนเตอร์เพิ่มเติมหลายคน รวมทั้งผู้ต้องหาสำคัญคือ น.ส.จุรี น.ส.ภูเฌอหลิน และนายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาความผิดมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทั้งสามคนเป็นลูกชายและลูกสาวของนายก๊ก อาน นอกจากนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หลังตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลความผิดปกติการมีบัตรประจำตัวประชาชนไทยของ น.ส.จุรี น.ส.ภูเฌอหลิน และนายกิตติศักดิ์ ส่วนว่าจะมีเจ้าหน้าที่คนไหนหรือใครเข้าไปเกี่ยวกับความผิดในครั้งนี้หรือไม่ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฮุนเซน#ก๊กอาน#ตำรวจไซเบอร์#แก๊งคอลเซนเตอร์#อาชญากรรมข้ามชาติ#ชายแดนไทยกัมพูชา

Read More

เป็นเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกโดยผู้ใช้ Facebook ชื่อเกษตรเมืองช้าง ที่โพสต์ภาพดังกล่าวที่อ้างว่าเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา บริเวณปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย หลังหญิงชาวกัมพูชา ตะโกนใส่ทหารไทยว่าล้ำเส้นเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชา และมีการทะเลาะกันเสียงดัง ทำให้ทหารไทยและทหารกัมพูชาที่อยู่ในจุดนั้น ต้องเข้ามาห้าม แต่เหตุลุกลามทำให้ทหารกัมพูชาเกือบหนึ่งกองร้อยเข้ามาในบริเวณฝั่งไทย ตรงบันไดทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม ทหารไทยจึงเข้าไปอยู่ในจุดดังกล่าว และไม่ยอมถอยออก ก่อนจะกระทบกระทั่งกัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารไทยจึงได้ให้นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวกัมพูชารีบออกจากบริเวณพื้นที่ทันที หลังเกิดเหตุตึงเครียดกว่า 1 ชั่วโมง ทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ขณะนี้นักท่องเที่ยวกลับขึ้นไปชมปราสาทได้ตามปกติแล้ว แต่แนะนำให้ฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ด้านพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่ขึ้นมาเที่ยวชมปราสาท ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารไทยชุดประสานงาน โต้เถียงกันโดยใช้เสียงดังผิดปกติ จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวรายอื่นเกิดความแตกตื่น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองฝ่ายรีบเข้าระงับเหตุ และไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจกับคู่กรณี ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุรุนแรงแต่อย่างใด ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ปราสาทก็เกิดเหตุอดีตทหารพราน 2 คนชกทหารกัมพูชา ก่อนวิ่งหนีไป กระทั่ง 1 ใน 2 ถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว Cr:เกษตรเมืองช้าง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ปราสาทตาเมือนธม#ชายแดนตึงเครียด#ทหารไทย#กองทัพบก#วินธัยสุวารี#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน

Read More

เผย “ทักษิณ” ใช้ทฤษฎีด้านได้อายอด ให้ “อุ๊งอิ๊งค์” ยื้อไม่ลาออก ไม่หวั่นถูกดันสู่คิลลิงโซนการเมือง สร้างภาพถูกรุมทำร้ายเรียกคะแนนสงสาร หวังสร้างเงื่อนไขกลับสู่อำนาจใหม่หลังเลือกตั้ง รศ.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ดีลส่วนตัวหรือดีลประเทศไทย#เจษฏ์โทณะวนิก#แพทองธาร#ฮุนเซน#คลิปสนทนา#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน#ทรยศชาติ

Read More

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรี และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งโพสต์ข้อความสร้างความฮือฮา เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม และตรวจสอบประวัติรับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแทนนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ จนเกิดภาพการแย่งยึดเก้าอี้ ล่าสุดต้องออกมาขอโทษแล้ว โดยนายจักรภพขอโทษนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และยืนยันไม่มีเจตนาใด ๆ เลยที่จะให้ภาพออกมาแบบนี้ พร้อมอธิบายว่าเขาได้รับการทาบทามจาก “ท่าน” ให้เข้ามาทำงานนี้ โดยใช้คำว่า “มาช่วยรับ (หน้าที่นี้) ได้ไหม?“ เพราะให้เกียรติถามความสมัครใจ ซึ่งก็รับทันที เพราะเข้าใจว่าคงจะได้พูดจากันภายในเรียบร้อยแล้ว และมั่นใจว่าจะช่วยงานรัฐบาลได้ เพราะงานการเมือง ชักช้าไม่ได้ ความขัดแย้งสูง เกิดความเข้าใจผิดในชาติได้มากมาย ต้องลงมือทำโดยไม่รอช้า นั่นคือเหตุผลที่ชี้แจงสื่อมวลชนว่าจะเข้ารับตำแหน่งนี้หรือไม่ “ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผมโดยตรง คือทีมงานที่ช่วยโพสต์ข้อความใน Facebook แทนผมนั้น ใช้คำว่า ”ว่าที่โฆษกฯ“ เพราะเขาคิดว่าถึงเวลาที่จะออกข่าวได้แล้ว แต่ใครเป็นผู้โพสต์ก็ตามนั้น ความรับผิดชอบย่อมเป็นของผม เพราะผมเป็นเจ้าของบัญชี Facebook นั้น จึงต้องรับผิดชอบการกล่าวคำขอโทษ” นายจักรภพบอกจากนี้ไปเป็นเรื่องของ ครม.ที่จะวางคนในการทำงาน ส่วนตนเองจะทำหน้าที่อย่างอิสระ พร้อมกับฝากไว้ว่า เรือที่มีธงไทยกำลังแล่นฝ่ามรสุมและน่านน้ำที่มีหินโสโครกรอให้ชนอยู่เป็นจำนวนมาก อย่าเสียเวลาถกเถียงกันนานนักเลยว่าใครจะได้นอนห้องไหน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ตึกนารีสโมสร#โฆษกรัฐบาล#โทรโข่งรัฐบาล#จักรภพเพ็ญแข#จิรายุห่วงทรัพย์

Read More

วันนี้ (15 ก.ค. 2568) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ เสนอขอใช้ฐานทัพเรือทับละมุ จ.พังงา เพื่อแลกกับการเจรจาลดภาษีทรัมป์ โดยระบุว่า “ไม่เคยคุย ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย” และย้ำว่า เป็นข่าวที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตัวเขาและประเทศ นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้กำลังจะติดต่อไปยังรายการที่เสนอข่าวนี้ เพื่อชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะรู้สึก “ไม่สบายใจมาก” ที่เนื้อหาข่าวทำให้เข้าใจผิดว่า เป็นประเด็นในการเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯ “เมื่อสื่อถามถึงท่าเรือทับละมุ ตนก็บอกว่า ตรงนี้เป็นที่ของกองทัพเรือ และเขาเองก็อยากมาอยู่ตรงนี้ เพราะเขามีท่าเรือที่ฝั่งอ่าวไทย และถ้าสามารถทำตรงนี้ได้ ก็จะมีในฝั่งอันดามัน… แต่ไม่ได้หมายความว่าเราคุยกับสหรัฐฯ เรื่องนี้” — นายภูมิธรรม กล่าว นายภูมิธรรมยังระบุว่า กองทัพเรืออาจมีแผนในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ต้องศึกษารายละเอียด ไม่ใช่ประเด็นการต่อรองใด ๆ กับรัฐบาลสหรัฐฯ เขาย้ำว่า การรายงานข่าวลักษณะนี้ “ไม่สมควรมีอีก” เพราะอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยกล่าวว่า หากการสื่อสารยังบิดเบือนหรือสื่อบางสื่อยังไม่ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ตนอาจ “งดให้สัมภาษณ์” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ “ถ้ารักกันจริง ผู้สื่อข่าวต้องมีจรรยาบรรณ… ถ้าเป็นอย่างนี้ จะให้ข่าวยาก เพราะไม่รู้ว่าพูดไปแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่ให้ดีกว่า” — นายภูมิธรรม กล่าวอย่างมีอารมณ์ ทั้งนี้ ประเด็นเรื่อง “ฐานทัพเรือทับละมุ” ถูกโยงเข้ากับการเจรจาแก้ไขมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ (ภาษีทรัมป์) ซึ่งกำหนดให้ไทยต้องเร่งหาข้อตกลงภายในกรอบเวลา 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมีการขยายเป็นวันที่ 1 ส.ค.68 ซึ่งจนถึงขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่าเงื่อนไขด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ เสนอมาตามคำพูดของนายทักษิณ ชินวัตร คืออะไร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ภาษีทรัมป์#ฐานทัพเรือพังงา#ทับละมุ#กองทัพเรือ#สหรัฐฯ#อธิปไตยไทย#ข้อตกลงไทยสหรัฐ#ภูมิธรรมเวชยชัย#ทักษิณชินวัตร#นโยบายต่างประเทศ

Read More

จากพันธมิตรสู่วิกฤตเปิดโปง: ฮุน เซน – ทักษิณ “ทักษิณ อย่าหยาบคายใส่ผม” คือคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่กลายเป็นประโยคเขย่าวงการเมืองไทยในรอบสัปดาห์ และที่สำคัญกว่านั้น — เขาไม่ได้พูดแค่ “โกรธ” แต่ เปิดเกมพร้อม “อาวุธข้อมูล” “คุณส่งเอกสารของรัฐบาลอภิสิทธิ์มาให้ผม… คุณเองก็มีความผิดฐานกบฏต่อคนไทย” การเปิดเผยดังกล่าวทำให้เรื่องราวที่เคยเป็นเพียงเสียงกระซิบในวงการข่าวกรอง กลับมาอยู่บนเวทีสาธารณะอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาเรื่อง “เอกสารลับ” แต่มันคือการเปิดโปงพันธมิตรเก่า — และย้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ ทักษิณ–ฮุน เซน ไม่เคยเป็นเพียง “มิตรส่วนตัว” แต่คือเกมอำนาจระดับรัฐ ที่พัวพันแยกไม่ออกระหว่างประโยชน์ชาติและประโยชน์ส่วนตัว ⸻ พ.ศ. 2552–2553: ทักษิณถูกตั้งเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของกัมพูชา หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากอำนาจ แต่ไม่ได้หายไปจากภูมิภาค ในปี 2552 รัฐบาลกัมพูชาภายใต้ ฮุน เซน ประกาศแต่งตั้งทักษิณเป็น “ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลกัมพูชา — ทั้งที่เป็นนักโทษหนีคดีของไทย รัฐบาลไทยในยุค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาในทันที พร้อมเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ โดยระบุว่า “ฮุน เซน แทรกแซงกิจการภายในของไทย” ⸻ กัมพูชา: พื้นที่ปลอดภัยของทักษิณ และการเคลื่อนไหวเสื้อแดง ในปี 2553 มีการชุมนุมของ กลุ่มคนเสื้อแดง อย่างกว้างขวาง ท่ามกลางข้อสังเกตว่ากัมพูชาอาจเป็นฐานสนับสนุนอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกับทักษิณ หรือการเดินทางเข้า–ออกของแกนนำเสื้อแดงอย่างโจ๋งครึ่ม วันเกิดฮุน เซน ปี 2553 จึงกลายเป็น “สัญลักษณ์ทางการเมือง” ที่เป็นภาพจำติดตาคนไทย — เมื่อ วิสา คัญทัพ แต่งเพลง “ออกุนฮุน เซน” (ขอบคุณฮุน เซน) ร้องสดุดีบนเวทีเสื้อแดง ที่ทักษิณ ร่วมร้องประสานเสียงด้วย นั่นไม่ใช่แค่เพลง แต่คือการประกาศความเป็นพันธมิตรทางการเมือง–ทางอุดมการณ์ในแบบที่แนบแน่น ⸻ เมื่อ…

Read More

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี โพสต์เรื่องนี้หลังจากสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาเปิดข้อมูลว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยส่งเอกสารลับให้ตนในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายแพทย์วรงค์ระบุ #นายทักษิณต้องชี้แจง ล่าสุดฮุนเซนได้ออกมากล่าวกับ ที่ประชุมวุฒิสภาว่านายทักษิณ ชินวัตร เคยแอบส่งเอกสารลับของไทยให้แก่ตนในช่วงที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยฮุน เซน ระบุว่า การกระทำของทักษิณในการส่งเอกสารให้เขานั้นถือเป็น “การทรยศต่อชาติไทย” นายแพทย์วรงค์บอก สิ่งที่ฮุนเซนได้กล่าว เป็นเรื่องของงบก่อสร้างถนน ที่รัฐบาลไทยขณะนั้นจะแช่แข็ง แต่ฮุนเซนอ้างว่านายทักษิณ นำเอกสารลับนี้ส่งให้ตนเอง ถึงเวลาที่นายทักษิณต้องชี้แจง ให้ประชาชนไทยรับทราบ ข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมา นายทักษิณแทบจะไม่กล้า ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฮุนเซน ถ้านายทักษิณเงียบไม่ชี้แจง ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อว่า ข้อกล่าวหา”ทรยศต่อชาติ” ที่ฮุนเซนพูดนั้น เป็นความจริง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ดีลส่วนตัวหรือดีลประเทศไทย#ใครได้ใครเสีย#ทักษิณ#ฮุนเซน#คลิปสนทนา#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน#ทรยศชาติ

Read More

รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมการสอบสวนในคดี “ทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรคการเมือง” เตรียมเสนอผลสอบต่อ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อวินิจฉัยว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ กรณีดังกล่าวเกิดจากคำร้อง 6 คำร้อง ที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใด แต่ได้เข้าไป ชี้นำหรือครอบงำ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเดิม รวม 6 พรรค โดยเฉพาะในการประชุมที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 หากนายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า มีมูลความผิดจริง จะส่งเรื่องให้ที่ประชุม กกต. พิจารณา และอาจนำไปสู่การ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค ตามขั้นตอนต่อไป เข้าข่ายผิดมาตรา 29 และ 92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง การพิจารณาครั้งนี้อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 • มาตรา 29 ห้ามมิให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค เข้าควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม • และหากพรรคใดฝ่าฝืนหรือยินยอมให้เกิดการครอบงำ อาจถูกยื่นยุบพรรคตาม มาตรา 92 (3) ———— 6 พรรคร่วมฯ เดิมที่อาจถูกร้อง รวมถึงพรรคฝ่ายค้านบางส่วน รายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลเดิมที่ถูกร้องเรียนในคดีนี้ รวมถึง • พรรคเพื่อไทย • พรรคภูมิใจไทย • พรรคพลังประชารัฐ • พรรคชาติไทยพัฒนา • พรรครวมไทยสร้างชาติ • พรรคประชาชาติ ทั้งนี้ กกต. ได้มีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติม อาทิ • นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย • นายสันติ พร้อมพัฒน์…

Read More

สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เปิดเผยกลางที่ประชุมวุฒิสภา ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เคยส่ง “เอกสารลับของรัฐบาลไทย” มาให้ตนเมื่อปี 2553 พร้อมประกาศกร้าวเตือนอดีตผู้นำไทยว่า “อย่าหยาบคายใส่ผม” และย้ำว่าตนสามารถพูดเรื่องของทักษิณได้ยาว “ถึง 3–4 ชั่วโมง” ฮุน เซน กล่าวอย่างดุเดือดว่า ความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทยที่ต้องการสร้างรั้วรอบ ปราสาทตาเมือนธม อาจนำไปสู่ความตึงเครียด และกล่าวหาว่าไทย “ขู่ว่าจะสู้รบ ยึดพระตะบอง เสียมเรียบ และแม้แต่พนมเปญ” “เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่ไทยเป็นผู้เริ่ม ไม่ได้เตือนเพื่อข่มขู่ แต่เตรียมพร้อมจริง” – ฮุน เซน —————- แฉ “ทักษิณ” เคยแอบให้เอกสารลับปี 2553 สมเด็จฮุน เซน เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2553 นายทักษิณได้นำข้อมูลลับของรัฐบาลในยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาให้ตน โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแผนการระงับงบสนับสนุนถนนสาย 68 ซึ่งเป็นโครงการร่วมพัฒนาชายแดนไทย–กัมพูชา “ทักษิณ คุณส่งเอกสารของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์มาให้ผม… คุณมีความผิดฐานกบฏต่อคนไทย ผมมีเอกสาร และสามารถพูดได้ 3-4 ชั่วโมงผมไม่ได้อยากเปิดเผยเรื่องนี้ แต่เพราะคุณพูดว่าคุณ ‘เคยเป็นเพื่อน’ กับผม และเริ่มหยาบคายกับผม… ทักษิณครับ อย่าสับสนไปเลย คุณดูถูกผม ผมเลยต้องทำ” ฮุน เซน ระบุเพิ่มเติมว่า หากไม่มีการช่วยเหลือจากตนตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2549 ทักษิณอาจไม่สามารถกลับเข้ามาในไทย หรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ —————- ปะทะเดือดข้ามแดน ปมสร้างรั้วตาเมือน ความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างไทย–กัมพูชาเริ่มก่อตัว หลังจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทย เปิดเผยว่า กองทัพบกกำลังรอคำสั่งจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการก่อสร้างรั้วรอบ “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งเคยถูกรื้อถอนไปเมื่อปี 2554 การประกาศของฮุน เซนว่า “กัมพูชาพร้อมทำสงคราม” จึงถูกมองว่าเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์และเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากที่ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับทักษิณเริ่มร้าวลึก ⸻ เบื้องหลังความสัมพันธ์ 19 ปี ก่อนหน้านี้…

Read More

นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ากราบนมัสการ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เพื่อหารือแนวทางการจัดการพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และกรณีที่เกี่ยวข้องกับ “สีกา ก.” ซึ่งส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน นายสุชาติกล่าวว่า ได้รับข้อเสนอจากตำรวจที่มีหลักฐานดำเนินคดีพระที่ผิดวินัย แจ้งข้อมูลให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าคณะหนในแต่ละพื้นที่ทราบ เพื่อบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้ร่างหรือปรับปรุงกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับพระสงฆ์และฆราวาสที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ “พระชั้นผู้ใหญ่ที่ลาสิกขาแล้ว ไม่ควรมีพฤติกรรมเช่นนั้น เพราะเป็นผู้ที่ประชาชนเคารพ ถือศีล 227 ข้อมานาน ไม่น่าขาดสติเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว” – สุชาติ ตันเจริญ ——————- เริ่มใช้กฎคุมเงินวัด 1 ต.ค. พระถือเงินสดไม่เกิน 1 แสน ในส่วนของมาตรการควบคุมทางการเงิน สำนักพุทธฯ เตรียมบังคับใช้ กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินวัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยกำหนดว่า • เงินทุกบาทต้องผ่านบัญชีวัด • พระภิกษุถือเงินสดได้ไม่เกิน 100,000 บาท • ต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกเดือน • ทุกวัดต้องรายงานการเงินประจำปี • หากฝ่าฝืน จะมี บทลงโทษตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำระเบียบรองรับ และจะบังคับใช้กับวัดทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินวัด —————- เพื่อไทยเตรียมดัน “พ.ร.บ.คุ้มครองพระพุทธศาสนา” เข้าสภาฯ ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายของพรรค เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนา เข้าสู่สภาโดยด่วน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดให้บางพฤติกรรมที่เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา เช่น การยักยอกทรัพย์วัด หรือการประพฤติผิดวินัยร้ายแรงของพระสงฆ์ ถือเป็น ความผิดทางอาญา ไม่ใช่เพียงการลงโทษทางสงฆ์เพียงอย่างเดียว “การลงโทษตามวินัยสงฆ์ไม่เพียงพอแล้วในยุคนี้ ต้องมีบทลงโทษทางอาญา เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง” – ชูศักดิ์ ศิรินิล เขาย้ำว่า ร่างกฎหมายนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา…

Read More