Author: Writer Publisher

วันนี้ (14 กรกฎาคม) นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า พระภิกษุที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับ “สีกา ก.” ได้ตัดสินใจ สละสมณเพศ แล้วทั้งหมด 7 รูป โดยส่วนใหญ่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่จากวัดสำคัญในหลายจังหวัด รายชื่อพระภิกษุที่ลาสิกขาแล้ว ประกอบด้วย 1. พระเทพวชิรปาโมกข์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตรีทศเทพ กรุงเทพฯ 2. พระเทพวชิรธีราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉายวรวิหาร จ.สระบุรี 3. พระเทพวชิรธีรคุณ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 4. พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ อดีตพระลูกวัดวัดใหม่ยายแป้น กรุงเทพฯ 5. พระครูสิริวิริยธาดา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา 6. พระครูปลัดสุรพล อิทธิเตโช อดีตเจ้าอาวาสวัดพรหมเกษร จ.พิษณุโลก 7. พระปริยัติธาดา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ รอง ผอ.พศ. ระบุว่า ขณะนี้พระภิกษุทั้ง 7 รูปพ้นจากสมณเพศแล้ว จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนและสังคมพิจารณาการรายงานข่าวโดยคำนึงถึง สิทธิส่วนบุคคล ของอดีตพระภิกษุเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่ามีการ ยักยอกเงินวัด หรือโอนทรัพย์สินให้กับสีกา ก. จริง จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด “หากมีพฤติการณ์ยักยอกหรือโอนเงินวัดให้สีกา ก. ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น” — บุญเชิด กิตติธรางกูร ทั้งนี้ คดีความที่เกี่ยวข้องกับ “สีกา ก.” ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของหลายหน่วยงาน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อความโปร่งใสในวงการคณะสงฆ์ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ธนาคารพระพุทธศาสนา#เงินวัด#พระวินัย#วิกฤตศรัทธา#พุทธศาสนา#สำนักพุทธ#สีกากอล์ฟ#สึกพระ

Read More

“อย่าชักศึกเข้าบ้าน เพื่อแลกภาษีทรัมป์” — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ————— เมื่ออำนาจต่อรองลดลง สิ่งที่ไทยอาจยอมแลกเพื่อให้ได้ลดภาษีจากสหรัฐฯ กลับเป็นสิ่งที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพในระยะยาว—นั่นคือ ความมั่นคงของชาติ ภายใต้แรงกดดันจากดีล “ภาษีทรัมป์” ที่ใกล้ถึงเส้นตาย 1 สิงหาคม รัฐบาลไทยเริ่มพูดถึงทางเลือกในการยกระดับความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ รวมถึงมีข่าวลือถึงความเป็นไปได้ในการให้ใช้พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ในจังหวัดพังงา ซึ่งทำให้ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ออกมาเตือนว่า “ต้องอยู่บนหลักว่า ไม่ชักศึกเข้าบ้าน ไม่ให้ตั้งฐานทัพถาวร และหากมีข้อตกลงใดเกิดขึ้น ต้องผ่านสภาให้ประชาชนรับรู้ เพราะนี่คือเรื่องละเอียดอ่อน” แม้การมี “ความสัมพันธ์พิเศษ” จะสร้างแต้มต่อในการเจรจา แต่สถานะที่คลุมเครือของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกเชิญมาหารือที่บ้านพิษณุโลกทั้งที่ไม่มีตำแหน่งและติดคดี ก็ยิ่งทำให้สหรัฐฯ ขาดความมั่นใจ “สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึงทั้งรักษาการนายกฯ พระประมุข และประชาชน เพราะไม่แน่ใจว่าใครคือผู้มีอำนาจบริหารประเทศจริง ๆ” —————- โต๊ะเจรจาว่างเปล่า…จนต้องเจรจาแบบชนเพดาน ไทยรับรู้เรื่องภาษีทรัมป์ตั้งแต่ปลายปี แต่กลับไม่มีการยื่นข้อเสนอทันรอบแรก ต่างจากหลายประเทศที่ขอลัดคิว หรือได้ลดภาษีแล้ว “เรารอดูประเทศอื่นก่อนจนเจรจาไม่ทัน ตอนนี้เวลาหมดไปไม่สำเร็จในรอบแรกและใกล้หมดเวลาเจรจารอบที่สอง จึงต้องต่อรองในสภาพที่หลังชนฝา ต้องเสนอแบบชนเพดาน เพราะอำนาจต่อรองลด” ด้วยระยะเวลาที่เหลือไม่ถึงสองสัปดาห์ โอากาสในการลดภาษีจาก 36% เป็นไปได้จากมาก และหากไทยไม่สามารถเสนอผลประโยชน์ที่สหรัฐฯ ต้องการ อาจไม่เพียงแค่ลดไม่ได้ แต่เสี่ยงที่จะถูกขึ้นภาษีเพิ่มเหมือนที่หลายประเทศเจอมาแล้ว เช่น บราซิล “โอกาสลดภาษีริบหรี่ ถ้าไม่มีองค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์​เสริม ก็อาจจบลงด้วยการโดนภาษีหนักกว่าเดิม“ ————- ดีลนี้ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่หมากทางทหาร ไทยอาจต้องพิจารณาข้อเสนอที่สหรัฐฯ ต้องการจริง ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่คือ “ยุทธศาสตร์” ทั้งการตั้งฐาน การซ่อมบำรุง และการลาดตระเวนในทะเลอันดามัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับอินโด-แปซิฟิก ซึ่งสหรัฐญ ต้องการปิดล้อมจีนที่ลาดตระเวนในพื้นที่เพิ่มขึ้น ในรูปแบบครึ่งวงแหวน แม้สหรัฐฯ เคยสนใจพังงา แต่ฐานทัพหลายแห่งถูกตั้งแล้วในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และมีความร่วมมือกับอินเดีย จึงลดความจำเป็นของไทยลง แต่ก็ยังอยู่ในการคำนวณของเพนตากอน ”แม้ความสนใจเรื่องฐานทัพที่พังงาจะลดไปเยอะ แต่เขายังสนใจอยู่ เพื่อวางกำลังฝั่งทะเลจีนใต้เพิ่มขึ้น อาจต้องการใช้ไทยเป็นจุดซ่อมบำรุง“ ความมั่นคงอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ…แต่ไทยยังไร้ยุทธศาสตร์…

Read More

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ-รมว.มหาดไทย (14 ก.ค.68) “ให้อธิบดีกรมที่ดิน แจงปมเขากระโดงภายใน 7 วัน ทำไมไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล ถ้าเอื้อประโยชน์ใครมีผลกระทบแน่ ” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (14 ก.ค.68) “เช็กบิลเขากระโดงทำได้… ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ระวังย้อนกลับทำลายตัวเอง” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แบ่งงานมหาดไทย#ภูมิธรรม#อนุทินชาญวีรกูล#กรมที่ดิน#เขากระโดงบุรีรัมย์#สนามกอล์ฟอัลไพน์#กระทรวงมหาดไทย#การเมืองไทย

Read More

“สถานการณ์ตอนนี้ เหมือนไทยกลายเป็นเชลยศึกกัมพูชาโดยปริยาย” —รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ————— หลังจากเงียบอยู่หลายวัน ในที่สุด “ฮุน เซน” ก็โต้กลับทักษิณ ชินวัตร ด้วยข้อความแรงเกินคาด กล่าวหาว่า “ทรยศชาติบ้านเกิด” พร้อมทิ้งท้ายเป็นนัยว่า “ยังมีความลับอีกมาก” ที่พร้อมจะเปิดเผย ทำให้ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ประเมินว่า การตอบโต้ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องจบง่าย ๆ และ “ฮุน เซน” เองก็กำลังประเมินทางเลือกในการเคลื่อนไหวต่อไป—เพื่อให้กลับมาสร้างความได้เปรียบอีกครั้ง “ตอนนี้เราดำเนินการตามแนวชายแดนเข้มแข็งขึ้น ประกอบกับความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสองครอบครัวผู้นำลดลง กัมพูชากังวลว่าจะกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว” อาจารย์ปณิธานชี้ว่า ความสัมพันธ์ที่ร้าว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการเจรจา เพราะผลประโยชน์ทับซ้อนยังอยู่เหมือนเดิม ทั้งธุรกิจเครือข่ายผิดกฎหมาย และความร่วมมือบางส่วนที่เชื่อมโยงผู้นำและอดีตผู้นำของกัมพูชา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ปฏิบัติการปิดล้อมของกัมพูชาเริ่มได้ผลน้อยลง” แต่ฝ่ายไทยเองก็ยังไม่ได้เดินหน้ากดดันอย่างเต็มรูปแบบ ————— สามแนวทางฮุน เซน: ปล่อยของเพิ่ม – เจรจา – ทำทั้งคู่ อาจารย์ปณิธานวิเคราะห์ว่า ฮุน เซน อาจเลือกเดินได้สามทาง 1. กดดันเพิ่ม ด้วยข้อมูลลับ 2. ลดท่าทีทางชายแดนเพื่อเปิดทางเจรจา 3. หรือทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน เพื่อสร้างความสับสนและต่อรองได้สูงสุด “ยังมีความไม่ชัดเจนหลายเรื่อง โดยเฉพาะความสัมพันธ์พิเศษในเชิงธุรกิจ ที่คนอยากรู้ว่าไปโยงกับผลประโยชน์ชาติอย่างไร” เขาย้ำว่า ถ้าฮุน เซน ตัดสินใจปล่อยข้อมูลลับจริง ต้องดูว่าเกี่ยวพันกับคดีของแพทองธาร ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีข้อตกลงหรือผลประโยชน์ระหว่างสองประเทศถูกเปิดเผย ก็อาจกระทบต่อสถานะนายกฯโดยตรง “ฮุน เซนรู้ดี และตั้งใจปล่อยคลิปแบบเล็งเห็นผล ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวนายกฯ” —————- ไทยเหมือน “เชลยศึกทางการเมือง” สิ่งที่อาจารย์ปณิธานมองว่าน่าเป็นห่วงที่สุด ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระดับผู้นำที่ร้าวฉาน แต่คือผลกระทบที่เริ่มลามมาถึงระดับประชาชน หน่วยงานราชการ และการดำเนินนโยบายระหว่างรัฐต่อรัฐ “การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ทำให้เกิดภาวะชะงักงันในการปฏิบัติ เป็นตัวอย่างของการเป็นเหมือนเชลยศึกไปโดยปริยายในทางอ้อม” เขาอธิบายว่า ความไม่แน่นอนนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานไม่กล้าเคลื่อนไหว เช่น การจัดประชุมในระดับท้องถิ่นอย่างคณะกรรมการชายแดน หรืออาร์บีซี ยังไม่มีวี่แววจะเกิดขึ้น…

Read More

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามเสนอรายชื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือที่เรียกว่าผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (15 กรกฎาคม 2568) “ผมเซ็นเสนอไปแล้ว ไปดูเอาพรุ่งนี้นะครับ” นายพิชัยกล่าวสั้นๆ ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ นายพิชัยยืนยันไม่ว่าผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่จะเป็นใคร ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ไม่มีปัญหา และที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันได้ดีอยู่แล้ว โดยระบุใครก็ได้ทำงานง่ายทั้งนั้น ก่อนหน้านี้คณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าแบงก์ชาติเปิดให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนคัดเหลือ 2 คน ดร. รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคาะชื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แบงก์ชาติ#ผู้ว่าแบงก์ชาติ#รุ่งโปษยานนท์มัลลิกะมาส#การเงินดิจิทัล#สินเชื่อไร้เครดิต#ธนาคารแห่งประเทศไทย#ธนาคารออมสิน#วิทัยรัตนากร#ธนาคารเพื่อสังคม#แก้หนี้ครัวเรือน#สินเชื่อสร้างโอกาส#อนาคตการเงินไทย

Read More

เป็นท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเช็คบิลที่ดินเขากระโดง โดยบอกว่าใครเข้ามามีสิทธิสงสัย แต่ไม่อยากให้เป็นการเช็คบิล เพราะหากพวกตนกลับไปก็เช็คบิลได้ต่อ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ต้องดูว่าอะไรถูกอะไรผิด กรณีที่ดินเขากระโดง สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งปลัด รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ข้าราชการกรมที่ดิน ก็ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีไม่มีสิทธิสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นบวกหรือลบ “ที่บอกว่าจะมาเช็คบิลจะมาตรวจสอบ ส่วนใหญ่รัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่ๆ ก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น ถ้าทำแล้วไม่พบความผิด ก็ขอให้รัฐมนตรีได้กรุณาออกมามีจิตใจเป็นนักกีฬา แจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วยว่า ไม่พบการกระทำที่ผิดใดๆ “ นายอนุทินท้าให้ตรวจสอบได้เลย เพราะมั่นใจว่าได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ และเขากระโดงก็เดินหน้าตรวจสอบทุกอย่าง กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ก็เหมือนกัน โครงการต่างๆ เหมือนกันหมด อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ได้ทำทุกอย่างโดยที่ไม่ได้ใช้อำนาจทางการเมืองเข้าไป ไม่เคยกลั่นแกล้งข้าราชการ ไม่เคยย้ายข้าราชการ เมื่อถามว่าขณะนี้มีความพยายามเอาข้าราชการสีน้ำเงินออก โดยขีดเส้นกรณีเขากระโดงภายใน 7 วันนั้น นายอนุทิน ระบุคนที่มีอำนาจถ้าใช้อำนาจที่เป็นธรรม ความสงบสุข ความผาสุกจะเกิดขึ้น แต่ถ้าใช้อำนาจไม่เป็นธรรม อำนาจก็จะกลับมาทำลายตัวเองในที่สุด ไม่เคยมีใครใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแล้วดำรงตนอยู่ได้ และยึดอยู่ในอำนาจนั้นอย่างยั่งยืน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แบ่งงานมหาดไทย#ภูมิธรรม#อนุทินชาญวีรกูล#กรมที่ดิน#เขากระโดงบุรีรัมย์#สนามกอล์ฟอัลไพน์#กระทรวงมหาดไทย#การเมืองไทย

Read More

ทักษิณ ชินวัตร กับ ฮุน เซน สนิทสนมกันมานานกว่า 30 ปี และความสัมพันธ์ส่วนตัวนี้ก็เคยถูกใช้เป็น “ช่องทางลับ” ในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่พอความสัมพันธ์เปลี่ยน คลิปเสียง “หลานอิ๊งค์–อังเคิลฮุน” ก็หลุดว่อน ลงเอยด้วยข้อกล่าวหาจากฮุน เซนว่า “ทักษิณทรยศแม้แต่ชาติของตัวเอง” ยังไม่ทันจบเรื่องนั้น… วันนี้ (14 ก.ค.68) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ขออย่าวิจารณ์ปมทักษิณ โผล่บ้านพิษณุโลกร่วมหารือทีมเศรษฐกิจปมภาษีทรัมป์ พร้อมชี้แจงว่า ทักษิณมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำสหรัฐฯ ที่เป็นประโยชน์ในการช่วยรัฐบาบไทยแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ ถามจริง ๆ — เราจะฝากอนาคตเศรษฐกิจไทยไว้กับการเจรจาที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่มีเอกสารราชการ ไม่มีการรับผิดทางกฎหมาย และไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าจะสำเร็จ…ได้จริงหรือ? เมื่อความสัมพันธ์ส่วนตัวถูกใช้แทนการทูต ผลประโยชน์ที่ได้จะตกเป็นของใคร? และถ้ามันล้มเหลว ใครรับกรรม? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ดีลส่วนตัวหรือดีลประเทศไทย #ใครได้ใครเสีย#ภาษีทรัมป์#ทักษิณ#ฮุนเซน#ภูมิธรรม

Read More

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่ายังไม่เห็นคำร้องของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะยื่นขอขยายเวลาทำคำชี้แจงข้อกล่าวหากรณีคลิปเสียงสนทนา “ฮุนเซน” อดีตผู้นำกัมพูชา แต่สามารถขอขยายเวลาได้ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนจะขยายเวลาได้แค่ไหน ขยายได้กี่ครั้งขึ้นอยู่กับตุลาการพิจารณาร่วมกัน ทั้งนี้การประชุมขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์นี้ จะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ขณะนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เข้าใจว่านางสาวแพทองธารน่าจะขอขยายเวลาไปอีก 15 วัน เพื่อแก้ข้อกล่าวหา และต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์และข้อเท็จจริงปรากฎชัดเจนขึ้น คะแนนนิยมของนางสาวแพทองธารจะสูงขึ้น หลังจากผลโพลระบุประชาชนอยากได้นายกฯ คนใหม่ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ศาลรัฐธรรมนูญ#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#แพทองธาร#นิด้าโพล#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน

Read More

นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kasit Piromya เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 แสดงความเห็นต่อกรณีความขัดแย้งล่าสุดระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมชี้ว่า ทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาหลายสิบปี แต่บัดนี้กลับมีความบาดหมางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง “ทักษิณ และฮุน เซน จูบปากกันมานานหลายสิบปี แต่มาบัดนี้มีความบาดหมางกัน และได้ดึงเอาประเทศไทยและกัมพูชา รวมทั้งประชาชนพลเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องรับเคราะห์กรรมด้วย เพราะทั้งสองคนต่างเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองในแต่ละประเทศของตน” นายกษิตยังเสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยระบุว่า ทางออกที่เหมาะสม คือทั้งสองฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการขัดแย้งในเวทีการเมือง และปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเดินหน้าไปในทิศทางใหม่ที่สร้างสรรค์และไม่ถูกผูกโยงกับความขัดแย้งส่วนตัว “ทางออกคือ ทักษิณ และฮุน เซน ต้องไปทะเลาะกันที่อื่น และวางมือจากการเมือง เพื่อให้ประเทศไทย และประเทศกัมพูชาได้เริ่มต้นปรับความสัมพันธ์กันใหม่” ทั้งนี้ โพสต์ของนายกษิตเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการตอบโต้กันผ่านสื่อระหว่างแกนนำระดับสูงของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่สมเด็จฮุน เซน ปล่อยคลิปสนทนากับแพทองธาร ชินวัตร นากยกฯ และรมว.วัฒนธรรม จนเป็นเหตุให้ถูกศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แะนายทักษิณ ผู้เป็นบิดาออกมาปกป้อง พร้อมตัดสัมพันธ์สมเด็จ ฮุน เซน ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกมากล่าวหาทักษิณว่า “ทรยศชาติ” และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสถาบันหลักของประเทศ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#คลิปสนทนา#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#แพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน

Read More

พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) เปิดเผยว่า กรณี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Samdech Hun Sen of Cambodia” ซึ่งเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและความผิดอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง จากการสืบสวนเบื้องต้นแล้วพบว่า พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรไทย ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 กำหนดให้ อัยการสูงสุด เป็นผู้มีอำนาจสอบสวนในกรณีดังกล่าว และในวันนี้ (14 ก.ค.68) พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้จัดทำสำนวนการสอบสวนพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งอัยการสูงสุด ให้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ทั้งนี้ มาตรา 20 ยังให้อำนาจอัยการสูงสุดสามารถมอบหมายให้พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนรายใดสอบสวนแทนได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการสูงสุด ด้านนายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีนี้ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ โดยจะมีการตั้งพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน เข้าไปสอบสวนคดีนี้ หากมีความเห็นสั่งฟ้อง จะส่งเรื่องกลับไปที่อัยการสูงสุดพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากเห็นด้วยจึงจะขอศาลออกหมายจับและออกหมายแดงส่งให้อินเตอร์โพล สำหรับคลิปดังกล่าวเป็นบทสนทนาระหว่างฮุน เซนและแพทองธาร ชินวัตร นายกฯและรมว.วัฒนธรรม ที่กลายเป็นปมร้อนทางอำนาจที่สั่นคลอนเก้าอี้นายกฯ ของแพทองธารอย่างรุนแรง โดยอยู่ระหว่างถูกศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลพบประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ลาออก-ยุบสภา #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#คลิปสนทนา#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#แพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธารฮุนเซน

Read More