- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
ดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (13 ก.ค. 68) “วิกฤตต้มยำกุ้ง ชวน–ศุภชัย เคยเชิญทักษิณเข้าทำเนียบรัฐบาล ขอให้ช่วยเจรจาทางการค้ากับประเทศออสเตรเลีย” ราเมศ รัตนะเชวง อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (14 ก.ค. 68) “คำพูดของโฆษกพรรคเพื่อไทยเป็นเท็จ โกหกประชาชน รัฐบาลชวนมีดรีมทีมเศรษฐกิจ ทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” เรื่องไหนคือความจริง? ใครกำลังแต่งประวัติศาสตร์ใหม่? คุณเชื่อใคร? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ทักษิณ#ชวนหลีกภัย#เพื่อไทย#ประชาธิปัตย์
“สม รังสี” ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งลี้ภัยการเมืองอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงพี่น้องประชาชนชาวไทย เนื้อหาขอคนไทย อย่าแบ่งแยกและทําร้ายแรงงานชาวกัมพูชา ที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยทั้งถูกกฎหมายหรือลักลอบทำงานมากกว่า 2 ล้านคน โดยบอกพวกเขาไม่ใช่ผู้สนับสนุนฮุนเซน แต่เป็นเหยื่อของฮุนเซน เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกระบุความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติ คือ การเผชิญหน้าระหว่าง นิติรัฐของประเทศไทย กับ ระบอบอาชญากรพนมเปญ ขอให้คนไทย “เมตตา” และ “กรุณา” ต่อชาวกัมพูชาที่เป็นชาวพุทธ และมีส่วนสร้างเศรษฐกิจ โปรดเข้าใจ และอดทนอดกลั้นต่อพวกเขา “ฮุนเซนเป็นเพียงบุคคลชั่วคราว ความเป็นพี่น้องระหว่างประชาชนของเราเป็นนิรันดร์” สม รังสี ระบุตอนหนึ่งในจดหมายดังกล่าว ทั้งนี้สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา และสมเด็จฮุน มาเนต ลูกชายที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการตอบโต้ประเทศไทยหลังเกิดข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นอีกครั้ง จนนำไปสู่การควบคุมด่านชายแดน ควบคุมการจำหน่ายน้ำมัน และสาธารณูปโภค สินค้า บริการจากประเทศไทย รวมถึงเรียกร้องให้แรงงานกัมพูชากลับประเทศ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมรังสี#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#แรงงานกัมพูชา#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา
ทักษิณ ชินวัตร บิดาแพทองธาร นายกฯ-รมว.วัฒนธรรม (9 ก.ค.68) “เขาทำลายตัวเอง เพราะความน่าเชื่อถือไม่มีแล้ว ไม่มีใครคบแล้ว เพราะไม่รู้จะโดนอัดเทปด้วยหรือไม่“ ฮุน เซน ปธ.วุฒิสภากัมพูชา (13ก.ค. 68) “ไม่แปลกใจกับการทรยศของทักษิณ เขาทรยศแม้กระทั่งชาติตัวเอง แต่เขาไม่ควรลืมเรื่องที่เขาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#ชายแดนไทยกัมพูชา
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เรื่อง”แค้นนี้ต้องชำระ” ระบุบุญคุณต้องทดแทนไม่มีในการเมืองไทยเป็นอันขาด จะเหลือแต่ “แค้นต้องชำระ” เพราะความแค้นเปรียบเสมือน กาแฟร้อน ที่ดื่มตอนเย็นชืด มันได้รสชาติขมที่สะสมไว้ไม่มีวันลืม แค้นนี้รออีก 10 ปี ก็ไม่สาย นายชูวิทย์เริ่มด้วยสีหน้าของนายอนุทิน (ชาญวีรกูล) ระหว่างเป็น รมว.มหาดไทย กับเป็นฝ่ายค้าน จึงดูเจื่อนไปอย่างกับคนละคน เมื่อแทงหวยผิด ที่ออกเป็นฝ่ายค้านทันทีหลัง ”คลิปนายกฯ หลุด“ เพื่อไทยได้มหาดไทยกลับมาสมใจ แต่ที่บอกจะทำงานให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ งานแรกกลับเป็น “ฟ้าผ่า“ กลางกระทรวง อธิบดีสายสีน้ำเงินที่จะเกษียณในอีกแค่ 2 เดือนข้างหน้ายังรอไม่ไหว กระเด็นไปตบยุงฉบับด่วน ความแค้นยังลามไปที่ “ปฐมเหตุของ ส.ว.” ชุดที่ว่า “ฮั้ว“ นายทักษิณเอ่ยปากว่า ขอเปลี่ยนเป็น ”โกง“ อย่างชัดถ้อยชัดคำ ตามกระหน่ำ ”เขากระโดง“ ต่อเป็นดาบสองแล้วถอย ”เอนเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์“ ปิดช่องโหว่ลดความเสี่ยง นายชูวิทย์ยังเผยให้เห็นถึงสัญญาณกระซิบลอยมาฟังได้ว่า ทั้ง 3 เรื่อง ”จะเอารอดหมดเลยหรือ?” โดยนายชูวิทย์มอง นายทักษิณรอด แต่นางสาวแพทองธารไม่รอด โดยระบุ 2 คดี คือชั้น 14 รอด (ยกเว้น หมอ เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์ ตายแทนตามเคย) ม.112 รอด (เพราะเป็นดีลค้างเก่า ตกลงพ่วงมา) “แต่เรื่อง “จริยธรรมนายกฯ“ จะเอารอดด้วย ก็ได้ยินว่า ”มันมากไป“ แล้วที่ทักษิณบอก “ฮั้ว ส.ว. มีปัญหาจริยธรรม จะไปสอบจริยธรรมนายกฯ ได้ไง?” เสียงตอบมาว่า ”แล้วทุกวันนี้ใครมีจริยธรรมกันบ้าง (วะ)?“ สุดท้ายนายชูวิทย์อธิบายแผนพร้อมวิธีการด้วย โดยระบุ แผนจึงออกมาตกผลึก 3 ขั้นตอน นายกฯ หลุด – ชัยเกษมแทน – รอจัดโผผ่านงบ แล้วยุบสภา ที่ว่าเสียงรัฐบาล ”ปริ่มน้ำ“ อย่าไปประมาท เจอ…
ดนุพร ปุณณกันต์ สส. และโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงเสียงวิจารณ์การเชิญอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เข้าร่วมหารือกับทีมไทยแลนด์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2568 ว่า เรื่องนี้ทุกฝ่ายควรพิจารณาโดยวางอคติส่วนตัว อคติทางการเมืองต่างๆ ออกก่อน แล้วมองที่ข้อเท็จจริง การที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีเชิญบุคคลภายนอกเข้าปรึกษาหารือนั้นเป็นเรื่องปกติมากสำหรับทุกรัฐบาลในโลก ที่ต้องการหาแนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาประชาชน อีกทั้ง ปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลกำลังพยายามเร่งแก้ไข นายดนุพรย้อนอดีตเมื่อครั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายชวน หลีกภัย และมี นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในขณะนั้นเคยเชิญคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ช่วยเหลือรัฐบาลในการเจรจาทางการค้ากับประเทศออสเตรเลียมาแล้ว “ประเทศไทยเวลานี้ กำลังอยู่ในช่วงการเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายเรื่อง การที่มีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และที่สำคัญคือมีประสบการณ์โดยตรงในการนำพาประเทศชาติหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่มาได้ เราก็ควรใช้ความรู้และประสบการณ์มาเป็นส่วนประกอบพิจารณาแก้ไขปัญหาเมื่อเรามีบุคคลแบบนี้อยู่ แต่ไม่คิดที่จะใช้ความรู้ความสามารถของเขาเข้ามาช่วยประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเวลานี้เลย ผมเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคเพื่อไทย#ภาษีนำเข้า#สหรัฐอเมริกา#การค้าไทย#โดนัลด์ทรัมป์#เศรษฐกิจไทย#ทักษิณชินวัตร#ภาษีทรัมป์#เศรษฐกิจทรุด
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เรื่องนี้หลังได้ฟังนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังนายทักษิณ ชินวัตร ระบุเป็นหนึ่งในทางเลือกทางออกของสถานการณ์การเมืองไทย โดยเชื่อว่านายชัยเกษมรู้สึกมั่นใจว่า รอบนี้หากนางสาวแพทองธาร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ไปต่อไม่ได้ คงถึงคิวตัวเองที่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อทันที นายเทพไทบอกในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมือง จึงอยากให้ข้อมูลกับนายชัยเกษมว่า การที่นายทักษิณยกชื่อนายเกษมขึ้นมา น่าจะเป็นการต่อรองกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมมากกว่า นายชัยเกษมคงจะเป็นตัวล่อ ที่นายทักษิณนำไปเป็นเงื่อนไขต่อรองกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฉะนั้นนายชัยเกษมอย่าพึ่งดีใจ เงื่อนไขเรื่องสุขภาพและ เรื่องทัศนคติต่อมาตรา 112 ล้วนเป็นข้ออ้างและเกมทางการเมืองทั้งสิ้น นอกจากนี้นายชัยเกษมคงรู้ดีว่า หลังนายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คิวต่อไปควรจะเป็นนายชัยเกษม แต่กลับเป็นตุ๊กตาหรือรายชื่อที่นำมาสับขาหลอกกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม นายทักษิณหยิบชื่อขึ้นมาไม่ให้สังคมนินทาว่า หยิบยกชื่อของนางสาวแพทองธารขึ้นมาทันที จึงจำเป็นต้องนำชื่อของนายชัยเกษมมาเป็นตัวล่อ และสุดท้ายก็อ้างปัญหาเรื่องสุขภาพ และทัศนคติต่อมาตรา 112 ทำให้ชื่อนายชัยเกษมถูกปฎิเสธไป ชื่อของนางสาวแพทองธารเข้ามาแทน นายเทพไทบอกครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้าเงื่อนไขฝ่ายอนุรักษ์นิยม ไม่ยอมให้แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายทักษิณคงนำชื่อของนายชัยเกษมไปต่อรองกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอีก เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ และอยู่ภายใต้ร่มเงาของฝ่ายอนุรักษ์นิยมต่อไป “จึงเตือนมายังนายชัยเกษม ได้เตรียมตัวเตรียมใจ รองรับเกมการเมืองหลังจากนี้ ซึ่งไม่อยากจะให้นายชัยเกษมผิดหวังซ้ำสอง หรืออกหักทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง จึงฝากมาในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน” นายเทพไทระบุ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#เทพไทเสนพงศ์#ชัยเกษมนิติสิริ#รัฐบาลเพื่อไทย#ลาออก#ยุบสภา#ทักษิณชินวัตร
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจ เรื่อง “การเมืองไทย ไปต่อแบบไหนดี” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2568 จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 42.37 ระบุนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ควรลาออกจากตำแหน่ง เพื่อหานายกฯ คนใหม่ รองลงมา ร้อยละ 39.92 ระบุควรยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป และร้อยละ 15.04 ระบุนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ควรบริหารประเทศต่อไป ส่วน 1.37 เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร ที่น่าสนใจคือเมื่อโพลถามบุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามรายชื่อผู้มีสิทธิเป็นนายกฯ พบว่าร้อยละ 32.82 ระบุเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (องคมนตรี -แต่เป็นแคนดิเดตจากพรรครวมไทยสร้างชาติ) รองลงมา ร้อยละ 27.94 ระบุไม่สนับสนุนใคร ส่วนร้อยละ 11.53 ระบุเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) ร้อยละ 10.92 ระบุเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) และเมื่อถามถึงความเห็นประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนควรร่วมกับพรรคฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ/หรือรัฐมนตรี พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 64.43 เห็นด้วยที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ/หรือ รัฐมนตรี ส่วนร้อยละ 26.26 ไม่ควรขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ/หรือ รัฐมนตรี #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#บิ๊กตู่#พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา#อนุทินชาญวีรกูล#ชัยเกษมนิติสิริ#รัฐบาลเพื่อไทย#ลาออก#ยุบสภา#พรรคประชาชน
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศล่าสุดเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน โดยระบุในช่วงวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ โดยจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก คือภาคเหนือตอนบนทั้งแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย เรื่อยลงมาถึง กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคอีสานตกหนักเกือบทั้งภาค ยกเว้นนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ภาคกลางตกหนักที่นครสวรรค์ กาญจนบุรี สระบุรี กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก ที่นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ส่วนใหญ่ตกหนักที่ฝั่งอันดามัน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กรมอุตุนิยมวิทยา#ภัยพิบัติ#อุทกภัย#ภัยธรรมชาติ#เตือนน้ำท่วมฉับพลัน#น้ําป่าไหลหลาก
รศ.ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์วิเคราะห์ท่าทีและการตัดสินใจทางการเมืองของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยบอกคงไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ คงได้เห็นสื่อมวลชน พาดหัวข่าวดังกล่าว พร้อมระบุ 4 สาเหตุของการลาออก 1. ศาลรัฐธรรมนูญ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และขาดไร้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคงต่อชาติ ซึ่งจะต้องขาดคุณสมบัติในการทำงานการเมืองตลอดไป 2. เพื่อประโยชน์สูงสุดของตนและครอบครัวที่ยึดมาโดยตลอด การลาออกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากไม่มีประวัติเลวร้ายติดตัว ยังอ้างว่ามีจิตสำนึกแสดงสปิริตของผู้นำ 3. การลาออกก่อนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญยุติการวินิจฉัย อ้างเหตุเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยต่อไป 4. นายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ยังมีทางที่จะยื้ออำนาจให้คงอยู่นานที่สุด โดยการเสนอนายชัยเกษม นิติสิริ เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่หากมีความยากลำบากเนื่องจากเสียงปริ่มน้ำ ก็ทำตามแผนสองที่ นายทุนใหญ่กำลังวิ่งเต้นเกลี้ยกล่อม ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลานั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยจะกลับมาร่วมรัฐบาลต่อไป รศ.ดร.เจิมศักดิ์บอกด้วยว่า โปรดสังเกตการเปลี่ยนแปลงในปลายเดือนกรกฎาคมต้นเดือนสิงหาคมนี้ หาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ประสงค์จะกลับมา การชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยคุณชัยเกษม และคุณอนุทิน ชาญวีรกูล (โดยการสนับสนุนของพรรคประชาชน ที่มีเงื่อนไขเป็นรัฐบาลเฉพาะการเฉพาะกิจ ) ก็อาจจะเกิดขึ้น รศ.ดร.เจิมศักดิ์สรุปด้วยว่าคงได้เห็นหนังสือกราบ บังคมทูลลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ พร้อมกับช่วยร่างหนังสือไว้ล่วงหน้าด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#กลุ่มรวมพลังปกป้องอธิปไตย#เจิมศักดิ์ปิ่นทอง#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#ชั้น14#ประยุทธ์จ#อนุทินชาญวีรกูล#ชัยเกษมนิติสิริ#รัฐบาลเพื่อไทย
บทบาทของทักษิณ ชินวัตร ในฐานะ “พ่อของนายกฯ” กลับมาอยู่กลางวงจรอำนาจอีกครั้ง ด้วยท่าที “สทร.” ที่จตุพร พรหมพันธุ์ มองว่าไม่ได้เกิดจากความจำเป็นทางชาติบ้านเมืองใด ๆ แต่คือ “ความดิ้นรนของคนที่กำลังจะสิ้นอำนาจ” และยิ่งพยายามจะพลิกเกม ก็ยิ่งเปิดโปงตัวเอง “ที่อ้างเสือกเพื่อชาติ ถามว่าใครเชิญให้มาเสือก? สังคมก็เห็นแล้วว่า สทร.ใหญ่กว่า นรม. ใหญ่กว่า สร.1 ไปแล้ว เป็นเหมือนรัฐมนโทสั่งรัฐมนตรี แต่รัฐมนโทรอดส่วนรัฐมนตรีติดคุก” ⸻ คลิปฮุน เซน: พลอตน้ำเน่า หรือแผนลวงซ้อนดีล? กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างแพทองธารกับสมเด็จฮุน เซน กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ ทักษิณพยายามจะอธิบายว่า ลูกสาวของเขาถูก “ตลบหลัง” โดยผู้นำกัมพูชา แต่จตุพรชี้ให้เห็นความย้อนแย้งในข้อเท็จจริงอย่างมีนัย “ถ้าฮุน เซนจะโทรหา ก็ต้องผ่าน ผอ.ฮวดก่อน เพราะเป็นล่าม เป็นช่องทางหลักของฝั่งกัมพูชา แล้วจะมาโทรหาอุ๊งอิ๊งค์โดยตรงในตอนที่ทีมเจรจาไม่อยู่ได้ยังไง?” จตุพรตั้งข้อสังเกตว่าการเลือก “วันชี้แจง” ของทักษิณก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเกิดขึ้นพร้อมกับการถอนร่างกฎหมาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่มีกาสิNO เหมือนเป็นดีลยื่นหมูยื่นแมว สังเกตได้ว่า สมเด็จฮุน เซน ไม่โต้กลับหลังจากนั้นเลย แม้ทักษิณจะใช้คำรุนแรงตัดขาดแต่สมเด็จ ฮุน เซน เงียบกริบแบบผิดวิสัย ⸻ คำชี้แจงที่กลับกลายเป็นบ่อนทำลายลูก จตุพรยังชี้ด้วยว่า ความพยายามของทักษิณที่ไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของลูกสาวดีขึ้น กลับยิ่งทำให้เธอดูไม่มีภาวะผู้นำ ไม่มีความรู้ความสามารถในตำแหน่งนายกฯ ไม่สามารถเจรจาได้ถ้าอยู่คนเดียว “ถ้าอยู่คนเดียวต้องยึดโทรศัพท์” ⸻ จากทรัมป์ถึงล็อบบี้ยิสต์: ความล้มเหลวของทักษิณ จตุพรย้ำว่าทุกสิ่งที่ทักษิณพูดในรอบสองปี ไม่เคยสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะข้ออ้างสนิทกับทรัมป์ แต่สุดท้ายล้มเหลวหมด แม้มีการใช้งบจ้างล็อบบี้ยิสต์เกือบร้อยล้านบาท ทีมไทยแลนด์ยังไม่ได้พบแม้แต่รมว.คลัง “นี่เราอยู่ตรงไหนของแผนที่โลก ถึงขนาดรมต.สหรัฐฯ ไม่ยอมเจอ รมต.ของเรา?” ⸻ รัฐซ้อนรัฐ: สทร.ที่ใหญ่กว่านรม. จตุพรชี้ว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดคือบทบาทของทักษิณที่ไม่อยู่ในระบบรับผิดทางกฎหมายใด ๆ แต่กลับแทรกแซงทุกการตัดสินใจของรัฐบาลอย่างเปิดเผย “สทร.ไม่ต้องติดคุก แต่รัฐมนตรีที่ทำตามคำสั่งอาจติด — แต่กกต.กลับยังไม่ทำอะไร ทั้งที่มีการร้องเรียนปมครอบงำมานานแล้ว” ⸻ สั่งย้าย 2 อธิบดี: ตัดไม้ข่มนาม แสดงอำนาจสุดท้าย การย้ายสองอธิบดีในกระทรวงมหาดไทย…
