Author: Writer Publisher

รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ พรรคประชาชน ยื่น ญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ โดยไม่ชักช้า พร้อมตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรคว่า หากไม่เชื่อถือกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้ “เวทีรัฐสภา” ที่มีอำนาจถอดถอนรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ——— ไม่ไว้วางใจศาลรธน. แล้วทำไมไม่ใข้สภาฯ? รสนาชี้ว่า พรรคประชาชนเคยมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าเป็น “กลไกนิติสงครามของพวกอนุรักษ์นิยม” แล้วในกรณีที่ แพทองธาร ที่กำลังรอคำวินิจฉัยของศาลฯ พรรคประชาชนควรเร่ง ตัดหน้า ด้วยกลไกทางรัฐสภา แทนที่จะปล่อยให้บทสรุปตกอยู่ในมือขององค์กรตุลาการที่ตนเองไม่ยอมรับ “ดิฉันขอฟันธงว่า ไม่มีโอกาสไหน ที่เหมาะสมยิ่งไปกว่า ณ เวลานี้ ที่พรรคประชาชนจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร” ———— อดีตล้มเหลว แต่อย่าเพิ่งท้อถอย รสนายังกล่าวถึง ความล้มเหลวของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต ว่า แทบจะไม่เคยประสบความสำเร็จในการปลดผู้นำรัฐบาล และมักกลายเป็นเวทีแลก “กล้วย” กับ “ตำแหน่ง” แทนที่จะเป็นการตรวจสอบอย่างจริงจัง แต่ถึงกระนั้น ฝ่ายค้านยังเดินหน้าอภิปรายแพทองธารเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้รู้ว่าโอกาสโค่นรัฐบาลเป็นศูนย์ ดังเช่น การอภิปรายแพทองธารเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งจบลงด้วยมติไว้วางใจ 319 เสียง “แม้โอกาสชนะเป็นศูนย์ พรรคฝ่ายค้านก็ยังเดินหน้าชนอย่างไม่ลังเล“ ———- ตอนนี้โอกาสชนะมีมากกว่า 90 % แล้งจะรออะไร? รสนาย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากเดิม รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ คะแนนนิยมแพทองธารตกต่ำเหลือเพียงเลขตัวเดียว หุ้นไทยดีดขึ้นทันทีเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สะท้อนว่าการดำรงตำแหน่งของเธออาจเป็น “ภาระของประเทศ” และนี่คือ โอกาสทอง ที่พรรคประชาชนจะใช้กลไกสภาฯ ตัดสินอนาคตนายกฯ ”เวลานี้ แม้โอกาสชนะจะไม่เต็มร้อย แต่ก็ไม่น้อยกว่า 90% แล้วพรรคประชาชนจะรออะไร?” ————- หรือพรรคประชาชนยังฝันจะจับมือเพื่อไทย? ท้ายโพสต์ รสนายังตั้งคำถามเชิงเชือดเฉือนว่า เหตุที่พรรคประชาชนยังลังเล อาจเป็นเพราะยัง “ฝันกลางวัน” ว่าจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยในวันหนึ่งหรือไม่ “ถ้าพรรคประชาชนไม่ใช้โอกาสนี้ที่มีลุ้นชนะมากกว่าแพ้ เพื่อปลดล็อกประเทศด้วยกลไกทางรัฐสภา ประชาชนก็อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่า เพราะ พรรคประชาชนยังคิดว่าพรรคเพื่อไทยในกำกับของตระกูลทักษิณ ชินวัตร คือพรรคในฝ่ายอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่พรรคประชาชนยังฝันกลางวันว่าจะจับมือด้วยกันได้ในอนาคต ใช่หรือไม่” #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ศาลรัฐธรรมนูญ…

Read More

“เอกสารแพทยสภาเปิดช่องโยกย้ายหรือไม่?” — สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ————— ตั้งข้อสังเกต “แพทยสภาเอื้อประโยชน์?” สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดประเด็นตั้งคำถามต่อแพทยสภาอย่างตรงไปตรงมา กรณีมีมติให้พักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แต่กลับระบุให้มีผลในวันที่ 1 กันยายน ทั้งที่มติเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น “ไม่น่าจะเป็นการเคลียร์คนไข้ แต่เป็นการเคลียร์กับคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายหรือเปล่า ผมตั้งคำถามกลับไปที่แพทยสภา” — สมชายกล่าว เขาตั้งข้อสังเกตว่า วิธีการออกเอกสารลักษณะนี้ อาจกลายเป็นการเปิดช่องให้มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งก่อนบทลงโทษจะมีผล ซึ่งอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ และบั่นทอนความน่าเชื่อถือของทั้งกระบวนการตรวจสอบและวินัยในองค์กร “ก่อนหน้านี้ผมชื่นชมมติแพทยสภา และประชาชนศรัทธามาก แต่การทำเอกสารให้มีผลแบบนี้ มันมีผลต่อการหลบเลี่ยงให้แต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จหรือไม่ ช่วยกันหรือเปล่า” ⸻ ตั้งหมอเป็น “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” เพื่อ…? นอกเหนือจากการตั้งคำถามถึงแพทยสภา สมชายยังโฟกัสไปที่หลักการพื้นฐานของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยย้ำว่า การแต่งตั้งนายแพทย์ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” หรือ “รอง ผบ.ตร.” ไม่เคยปรากฏมาก่อนในระบบราชการ เพราะไม่ได้อยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน สอบสวน หรือการปราบปรามอาชญากรรม “ที่ผ่านมามีแทบจะไม่เคยมีแพทย์ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงถึงขั้นผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร.เลย เพราะไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน การปราบปรามการโจรกรรม ผู้ก่อการร้าย” เขาตั้งคำถามเชิงหลักการว่า การตั้งตำแหน่งเช่นนี้เป็นการ “ออกแบบตำแหน่งเฉพาะบุคคล” หรือไม่ และเตือนว่า อาจเป็นการทำลายระบบความน่าเชื่อถือของโครงสร้างตำรวจโดยรวม “โดยมีข่าวว่าถ้าตั้งขึ้นมาก็จะเรียกว่าเป็น ผู้ช่วยฝ่ายการแพทย์ ซึ่งจะตลกมาก” ⸻ มติ กตร. – นายกฯ ต้องกล้าหยุดคนมีมลทิน สมชายย้ำถึงบทบาทของกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ว่าจะต้องกล้าพิจารณาคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ เพราะการเสนอชื่อขึ้นกราบบังคมทูลจะต้องผ่านการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี “ผมไม่อยากให้เกิดความระคายเคืองในการนำเรื่องขึ้นกราบบังคมทูล เพราะเข้าข่ายทำผิดหลายมาตราใน พ.ร.บ.ตำรวจ…” เขาหยิบยกหลายมาตราใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาชี้ให้เห็นว่าผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการสั่งสอบสวน พักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน หากพบว่าข้าราชการตำรวจมีมูลความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยหรือกฎหมายอาญา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.…

Read More

ศึกกลางเฟซบุ๊กระหว่าง ส.ส. ต่างขั้ว ไอซ์–รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน และ ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ปะทะคารมเดือด หลังไผ่โพสต์ถามเชิงแซะ “ทำไมไอซ์ไม่ไลฟ์สดตอนคุยกับท่านอนุทิน” ก่อนลามเป็นมหากาพย์วิวาทะแบบไม่มีกั๊ก ⸻ เริ่มจากไผ่ยิงคำถามเบา ๆ แต่แซ่บ ต้นเรื่องเริ่มจากโพสต์ของ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ที่เขียนว่า “ทำไมไอซ์ไม่ไลฟ์สดตอนคุยกับท่านอนุทิน” แม้จะดูเบา ๆ แต่ข้อความนี้กลายเป็นชนวนให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.จากพรรคประชาชน ตอบกลับแบบจัดเต็ม ⸻ ไอซ์สวนเดือด ปมแยกแยะภาษี-เงินส่วนตัว รักชนกเข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ไผ่ทันทีว่า “ถามจริงๆ คุณไผ่ลิกค์ใช้มันสมองที่พอมีอยู่คิดไม่ออกจริงๆหรือคะ ว่าความแตกต่างระหว่างมื้ออาหารที่ใช้เงินส่วนตัวจ่ายกับการประชุมกรรมาธิการที่พิจารณางบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน… ค่อนข้างแปลกใจที่คนเป็น ส.ส. มาหลายสมัย แยกแยะเรื่องแค่นี้ไม่ออก แต่คิดอีกทีเอาจริง ๆ ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่” ⸻ ไผ่ไม่ยอม – โต้กลับ “สันดานผมดีละกันครับ” ไม่ปล่อยให้เงียบ นายไผ่ลุกขึ้นสู้แบบไม่อ้อมค้อม โดยตอบกลับว่า “ถ้าคุณไปคุยกันเรื่องอื่นคงไม่เป็นไร แต่ที่ไปคุณคุยเรื่องการปิดด่าน และเป็นการติดต่อตั้งแต่ยังเป็นรัฐบาลนี่ครับ แต่ถ้าคุณเป็นสส. มันก็อยู่ติดตัวคุณตลอดไม่ว่าตอนไหนนะครับ สมองผมอะพอมีรึเปล่าผมก็ไม่รู้ แต่ผมไม่เอาความคิดของผมต้องถูกอยู่คนเดียว เอาเป็นว่าสันดานผมดีละกันครับ” พร้อมเสริมว่า “แล้วอีกเรื่องถ้ามันเป็นตั้งรัฐบาลจริง จะไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ประชาชนได้ไงครับ” “การที่คุณมาด่าคนอื่นไม่มีสมอง โดนบ้างอย่าดิ้นไปทางอื่นสิครับ” “ในเมื่อจะพูดว่าโปร่งใสก็ควรทุกเรื่องมั้ย” ⸻ คอมเมนต์หาย แต่ไผ่แคปไว้ทัน บทสนทนาน่าจะจบแต่เพียงเท่านี้ ถ้าไผ่ไม่แฉต่อว่าไอซ์รักชนกยังมาตอบคอมเมนต์เพิ่มแต่ลบทิ้งเขาแคปไว้ทันและเอามาวางเป็นหลักฐาน มีข้อความว่า “ถ้าสันดานดีจริง ป่านนี้เค้าตั้งเป็นรัฐมนตรีไปแล้วมั้ง” ซึ่งไผ่ก็ตอบกลับไปว่า “ตอบได้แค่นี้จริง ๆ เหรอครับ 555” แม้ภายหลังรักชนกจะลบคอมเมนต์ต้นเรื่องทิ้ง แต่ไผ่ไม่ปล่อยผ่าน โพสต์ภาพแคปหน้าจอ พร้อมข้อความแนบทีเล่นทีจริงว่า “ถ้าสันดานดีจริง ป่านนี้เค้าตั้งเป็นรัฐมนตรีไปแล้วมั้ง” ก่อนตบท้ายอีกดอกว่า “ตอบได้แค่นี้จริงๆเหรอครับ 5555” ⸻ วิวาทะเรียกแขกรับเชิญ “วัน อยู่บำรุง” โผล่แจม รักชนกไม่ได้ตอบกลับอีกในโพสต์ดังกล่าว แต่ความดุยังไม่จบ เพราะ วัน…

Read More

โดยตำรวจกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ ชลบุรี ตามยุทธการปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร ที่สำคัญอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ จึงนำหมายค้นของศาลอาญาตรวจค้นหาหลักฐานและจับกุม นายก๊ก อัน หรือ MR.Kok An เจ้าของเครือข่าย crown casino resort และเจ้าของอาคารฐานปฏิบัติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เมืองปอยเปต ที่หลอกลวงคนไทยในประเทศกัมพูชา ในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งฟอกเงิน เป็นผลจากการสืบสวนพบหลายคดีมีความเกี่ยวโยงกัน กระทำความผิดอันมีลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ประกอบด้วยบุคคลหลายสัญชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ ณ สถานที่หลายแห่งในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยใช้สถานที่ทำการหลอกลวงทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ และฟอกเงินผ่านบัญชีม้าและสกุลเงินดิจิทัล ใช้แรงงานคนไทยจำนวนมากที่ถูกหลอกไปทำงานในลักษณะบัญชีม้า พร้อมบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันธุรกรรม และมีพฤติกรรมกักขังหน่วงเหนี่ยวบุคคลในต่างประเทศ ทั้งนี้พบว่าผู้ต้องหาสัญชาติกัมพูชา เป็นเจ้าของสถานที่อาคารให้ขบวนการกลุ่มคนร้ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้ในการก่อเหตุ รู้ถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมหรือโดยรู้ถึงเจตนา ที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีพยานหลักฐานเพียงพอว่าผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา ศาลอาญาอนุญาตให้ออกหมายจับผู้ต้องหา เพื่อให้สืบสวนจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ มีรายงานว่าจากการตรวจค้นทั้งหมด 19 จุด ในเบื้องต้นสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูจำนวนหลายคันพร้อมอายัดเงินจำนวน 27 ล้านบาท #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#ตำรวจไซเบอร์#กองทัพไทย#ฮุนเซน#ก๊กอัน#เครือข่ายกาสิNo#แก๊งคอลเซ็นเตอร์#ความมั่นคง#กาสิNo#ชายแดนไทยกัมพูชา

Read More

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เรื่องนี้หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36 % มีผล 1 สิงหาคม 2568 โดยระบุเราเจอเข้าเต็ม 36%!นี่คือผลเจรจาที่เลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้ เพราะนอกจากไม่ได้ลดหย่อนอะไรจากที่อเมริกาประกาศไว้เมื่อ 90 วันก่อน แต่เป็นอัตราที่สูงกว่าเวียดนามที่เจรจาลดของเขาลงได้กว่าครึ่ง อเมริกาแจ้งมาว่าหากในอนาคตเราลดภาษีที่คิดเขาลง เขาก็จะปรับภาษีที่คิดกับเราลงตาม การเจรจากับทรัมป์เป็นเรื่องที่ยากมาก อเมริกาถือไพ่เหนือกว่าเราเป็นทุนเดิม และในขณะที่รัฐบาลเราหา win-win เขาเองมองว่าเราเอาเปรียบเขามานานแล้ว ถึงเวลาเขา win คนเดียวบ้างเพื่อเป็นการชดเชย – ทีมเราอ่านเกมส์นี้ไม่ขาด ที่เวียดนามกล้าลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% เป็นเพราะเขาแข่งขันได้ (และพร้อมแข่งขัน) มากกว่าเราในทุกภาคอุตสาหกรรม คำถามคือในการเจรจาที่ผ่านมาเรายังพยายามปกป้องใครอยู่บ้าง? คุ้มหรือไม่กับความเดือดร้อนของผู้ส่งออก และการสูญเสียรายได้ของประเทศ? ที่สำคัญคือรัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร? อันดับแรก รัฐบาลควรทบทวนการพิจารณางบประมาณปี 69 ทั้งหมด ทั้งแหล่งรายได้ และทั้งการใช้จ่าย หากรัฐบาลยังทำทุกอย่างเหมือนเดิมคนไทยจะเดือดร้อนหนักมาก อันดับที่สอง ควรระวังผลต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ หากเราเริ่มขาดดุลต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศก็ลดลง ประเด็นเรื่องเสถียรภาพจะเริ่มมีความสำคัญ ในจังหวะนี้เราจะมีเลือกผู้ว่าแบงค์ชาติท่านใหม่พอดี วิสัยทัศน์และทัศนคติของผู้ว่าท่านใหม่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นมาก ขอบคุณ FB:กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ภาษีทรัมป์#ดีลการค้าไทยสหรัฐ#เก็บภาษีไทย36#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#TDRI#ไทยสหรัฐ#กรณ์จาติกวณิช

Read More

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพจดหมายที่ส่งถึงรัฐบาลไทยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมรายชื่ออีก 7 ประเทศที่จะถูกตั้งกำแพงภาษีนำเข้า อาทิ กัมพูชา อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ตูนิเซีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเซอร์เบีย สำหรับประเทศไทย สหรัฐฯ ประกาศตั้งภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภทจากไทย “อัตราคงที่ 36%” โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ⸻ ทรัมป์อ้างไทยกีดกันการค้า–สร้างขาดดุลเรื้อรัง ในจดหมายที่ส่งถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ทรัมป์ระบุชัดว่า แม้ยินดีทำงานร่วมกับไทยในฐานะคู่ค้า แต่ “ไม่อาจทนต่อการขาดดุลการค้าที่มีมาอย่างยาวนานและเรื้อรัง” อันเกิดจาก “มาตรการภาษีและมิใช่ภาษี, นโยบาย และกำแพงทางการค้าของไทย” ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศนั้น “ห่างไกลจากคำว่าตอบแทนซึ่งกันและกัน” และย้ำว่า การเก็บภาษี 36% เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยจะเพิ่มขึ้นได้อีกหากไทยตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีกลับ ⸻ ถ้าอยากเลี่ยงภาษี ต้องไปตั้งโรงงานในสหรัฐ ในจดหมายฉบับเดียวกัน ทรัมป์ยังชี้ว่าบริษัทไทยสามารถเลี่ยงภาษีนำเข้าได้ หากย้ายฐานการผลิตมาไว้ในสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า “เราจะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อให้การอนุมัติอย่างเป็นมืออาชีพ ต่อเนื่อง และรวดเร็ว” ⸻ แรงกดดันพุ่ง: ไทยยังไร้ท่าทีตอบโต้ จนถึงขณะนี้ ฝ่ายไทยยังไม่มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการภาษีดังกล่าว ขณะที่ดีลการเจรจาทางภาษีระหว่างไทย–สหรัฐฯ ซึ่งดำเนินมานานหลายเดือน ก็เพิ่งมีการเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้” ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ โดยไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ทรัมป์จะร่อนจดหมายถึงไทย พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง ได้ยื่นข้อเสนอใหม่ไปถึงสหรัฐฯ มีสินค้าบางรายการของสหรัฐฯ ได้รับอัตราภาษี 0% แต่ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความล้มเหลวในการเจรจาภาษีทรัมป์ได้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ภาษีทรัมป์#ดีลการค้าไทยสหรัฐ#เก็บภาษีไทย36#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#TDRI#ไทยสหรัฐ

Read More

.วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นฟ้อง นางสาววันทนีย์ เงาเรือง ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1422/2568 ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 10 ล้านบาท จากการโพสต์ข้อความเท็จในแอปพลิเคชัน “เธรด” ซึ่งเปิดเป็นบัญชีสาธารณะ นายเนวิน ระบุว่า ข้อความที่จำเลยโพสต์ใส่ความโจทก์ เป็นการกล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาว และกัมพูชา อีกทั้งยังกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าตนแอบบันทึกเสียงสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา และนำคลิปเสียงดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีข้อความกล่าวหาว่า นายเนวิน มีการยึดที่ดินของรัฐจำนวน 50,000 ไร่ เพื่อใช้สร้างสนามแข่งรถ และสนามฟุตบอล โดยทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และเป็นการใส่ความเท็จ “การกระทำของจำเลยไม่เพียงส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงส่วนตัว แต่ยังกระทบต่อธุรกิจ และครอบครัว รวมถึงสร้างความสงสัยในหมู่พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวผม และธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ผมขอประกาศเตือนว่า บุคคลใดก็ตามที่คิดจะแชร์ข้อความเท็จ หรือกระทำการหมิ่นประมาทในลักษณะนี้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมยอมความใดๆ ทั้งสิ้น” นายเนวิน กล่าว นายเนวิน ยังย้ำว่า การเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และตนจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ตนเอง และครอบครัว และเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิ และเกียรติยศของผู้ที่ถูกใส่ร้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพไทย#ฮุนเซน#เนวินชิดชอบ#ที่ดินเขากระโดง#แก๊งคอลเซ็นเตอร์#ความมั่นคง#กาสิNo#ชายแดนไทยกัมพูชา

Read More

“ช่องยังไม่ปิด อยู่ที่ว่าเราจะเสนอข้อเสนอที่สหรัฐฯ ต้องการได้หรือไม่” —ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” — โอกาสลดภาษีทรัมป์ยังพอมี…แต่ไทยต้องเร่งเสนอของที่ “สหรัฐฯ อยากได้” ดีลภาษีทรัมป์ของไทยกับสหรัฐฯ ยังไม่จบ แม้พลาดเส้นตายแรก 9 กรกฎาคม แต่ยังมีโอกาสแก้ตัวอีกรอบในวันที่ 1 สิงหาคม ที่สหรัฐฯ ขยายให้ ซึ่งในมุมของ ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI ยังมองว่าไทยพอมีลุ้น — ถ้าเร่งและกล้าพอจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่ตอบโจทย์ “ช่องมันยังไม่ได้ปิด อยู่ที่ว่าข้อเสนอของเราจะตอบโจทย์ที่สหรัฐฯ ต้องการได้หรือไม่” ข้อเสนอที่เขาเชื่อว่าน่าจะตรงใจ คือ การลดการเกินดุลการค้าลง 70% ภายใน 5 ปี และทำให้ถึงจุดสมดุลใน 7-8 ปี โดยต่อรองให้อัตราภาษีอยู่ที่ 10-20% แทนที่จะเป็น 36% ——————- สหรัฐฯ สนใจข้อเสนอที่ลดดุลการค้า ไม่ได้มองแค่ภาษีนำเข้า แม้เวียดนามจะได้ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ แต่สหรัฐฯ อาจพอใจข้อเสนอแบบไทยมากกว่า หากไทยนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น ลดดุลการค้าได้ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ทีมเจรจาไทยดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ปัญหาคือ กระทรวงการต่างประเทศแทบไม่มีบทบาท และภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ “พิชัย ชุณหวชิร” รมว.คลัง ที่แม้จะเป็นคนที่ดีที่สุดในทีมตอนนี้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในอำนาจ “สหรัฐฯ เขาตามข่าวการเมืองไทยก็เห็นสภาพการเมืองที่คนมีตำแหน่งไม่ใช่คนมีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง ผู้นำก็ไม่ได้มีอำนาจจริง” ————————— ดีลที่ดูดี อาจเจ็บจริง การตกลงเพื่อนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น มีต้นทุนด้านในประเทศ เพราะจะกระทบต่อผู้ผลิตในไทยที่เคยอยู่ได้จากการปกป้องของภาครัฐผ่านกำแพงภาษี หากลดดุลการค้าได้จริงภายใน 7-8 ปี ก็หมายถึงจะกระทบการส่งออกของไทยมูลค่า 1.5-1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของ GDP — การปรับตัวในภาคอุตสาหกรรมจะเจ็บตัวหนัก “การเยียวยาของภาครัฐอาจมีเงินไม่พอ เพราะมีการเตรียมไว้หลักหมื่นล้านบาท ไม่ถึง 1% ของความเสียหาย” ——————— ดีลแบบไหน…จะไม่ถูกพลิกในอนาคต? จุดเปราะสำคัญคือ…

Read More

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีหน้าที่เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. วันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.) ยังไม่กำหนดวาระเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับคัดเลือกดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ เพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และเมื่อถามว่าเลือกบุคคลที่เหมาะสมเรียบร้อยแล้วหรือไม่ เป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย นายพิชัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว ทั้งนี้กระบวนการคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น ผู้ว่า ธปท. เสร็จสิ้นไปเมื่อ 24 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ เสนอชื่อ ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา และนำรายชื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้คาดว่านายพิชัย จะมีการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งผู้ว่า ธปท.คนใหม่ ภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อทำหน้าที่ต่อจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. ที่จะดำรงตำแหน่งครบวาระในวันที่ 30 ก.ย. 2568 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ผู้ว่าแบงก์ชาติ#แบงก์ชาติ#เศรษฐกิจไทย#สังคม#สังคมและเศรษฐกิจ

Read More

ทำความรู้จัก “คุณวิทัย รัตนากร” และ “ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส”แคนดิเดตผู้ว่าแบงก์ชาติ ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาพิทักษ์เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของไทย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ผู้ว่าแบงก์ชาติ#แบงก์ชาติ#เศรษฐกิจไทย#สังคม#สังคมและเศรษฐกิจ

Read More