- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
ท่ามกลางปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคุกรุ่น งานด้านความมั่นคงขงไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องว่า ล่าช้าไม่ทันเกม แม้จะมีการจัดกระบวนทัพใหม่ด้วยการตั้งพล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหมมาคุมทีมสื่อสารคอยตอบโต้กัมพูชา แต่ในการปรับ ครม.ครั้งล่าสุด กลับไร้เงา รมว.กลาโหม หลังมีการโยก ภูมิธรรม เวชยชัย ไปเป็น รมว.มหาดไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดถึงเรื่องนี้ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ว่า เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีการตั้งคนมาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม ”กลายเป็นว่าตอนนี้เราไม่มีรมว.กลาโหม และมีนายกฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ สายงานบังคับบัญชาด้านความมั่นคง จึงกลายเป็นเรื่องของรักษาการนายกฯ กับรักษาการ รมว.กลาโหม“ ——- ความมั่นคงไม่ใช่งานที่รอได้ ขณะที่พล.อ. ณัฐพล ยืนยันแม้ไร้รมว.กลาโหม การทำงานก็ไม่มีสุญญากาศ พร้อมระบุว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามีแนวโน้มดีขึ้น แต่อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ มองว่านี่คือช่องโหว่ที่สะท้อน ”ความไม่ชัดเจนของผู้นำในภาวะวิกฤต“ ————- วิกฤตซ้อนวิกฤต:รัฐบาลไร้ผู้นำ-กลาโหมไร้แม่ทัพ ในสถานการณ์ที่ไฟการเมืองยังไม่มอด ไฟชายแดนยังไม่ดับ และศรัทธาประชาชนลดต่ำลง การปล่อยให้ตำแหน่งรมว.กลาโหมว่างลง อาจทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนลดต่ำไปอีกขั้น อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เตือนว่า “แม้เป็นสิทธิที่ทำได้ ที่จะรอให้ใครมาดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมหลังเดือนกันยายนเพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ แต่อย่างน้อยช่วงนี้ก็น่าจะมีคนทำหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบ เพราะงานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สำนึกผู้นำ#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ประชุมครมนัดพิเศษ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ#วิกฤตซ้อนวิกฤต#ไร้รมวกลาโหม#ชายแดนไทยกัมพูชา
เรื่องนี้มาจากเพจเฟซบุ๊ก คำไทย ที่โพสต์ข้อความระบุ “งานแรกสำหรับ รมช.ศึกษาธิการคนใหม่ อย่าง ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ คือ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องค่ะ ขอบคุณค่ะ” พร้อมกับแนบภาพหน้า X (ทวิตเตอร์) ของ “ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์” ที่การใช้คำภาษาไทยที่ไม่ถูกต้อง จนมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก เรียกว่าเป็นโพสต์เดิมก่อนที่เธอจะขึ้นชั้นจาก สส.เป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ “ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์” มีบทบาทในการตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งคนเสื้อแดงไปชุมนุมหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ไม่พอใจการดึงพรรค 2 ลุงร่วมรัฐบาล กระทั่งปัจจุบันก็เป็นหลักในการออกมาปกป้องนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ทั้งในและนอกสภาฯ เรียกได้ว่าเป็นการรับน้องรัฐมนตรีใหม่ ที่ต้องนำกลับมาทบทวน เพราะการใช้ภาษาไทย ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงที่ต้องดูแลการศึกษาของเด็กและเยาวชน ที่ไม่ว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีเพราะความสามารถ หรือ รับใช้ใกล้ชิด เมื่อเป็นรัฐมนตรีแล้วต้องพยายามแก้ไขให้ถูกต้อง ขอบคุณภาพจาก FB: สำนักงานรัฐมนตรี ศธ. #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พรรคเพื่อไทย #ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม #หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก #ประชุมครมนัดพิเศษ #ครมแพทองธาร2 #รัฐบาลแพทองธาร #รมชศธ #ลิณธิภรณ์วริณวัชรโรจน์ #ถวายสัตย์ฯ #คำไทย
พล.อ.ประยุทธ์ VS แพทองธาร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่ – ถอยให้เกียรติ ไม่ก้าวล้ำอำนาจรักษาการ • พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม ก่อนถูกศาลรับคำร้องวาระ 8 ปี • ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ 37 วัน ไปทำงานที่กระทรวงกลาโหมเท่านั้น • ไม่เคยเข้าประชุม ครม. ด้วยตัวเอง แม้ยังเป็น รมว.กลาโหม ใช้วิธีวิดีโอคอล • ให้เกียรติ “พล.อ.ประวิตร” ซึ่งรักษาการนายกฯ ในขณะนั้น ———- แพทองธาร – เร่งดันชื่อตัวเองเป็น รมต. ท่ามกลางข้อกล่าวหาร้ายแรง • เสนอตัวเป็น รมว.วัฒนธรรม ก่อนศาลรับคำร้องและมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ • เร่งนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯ ก่อนศาลมีคำสั่งไม่กี่วัน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองเสี่ยงถูกคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ • กลายเป็นผู้ต้องสงสัยผิดจริยธรรมร้ายแรง-สมคบต่างชาติ แต่ยังเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ฯ • เมื่อถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่-เข้าร่วมประชุม ครม.” ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม คำถามคือ… “ในเมื่อรู้ตัวว่ามีข้อกล่าวหาเรื่องจริยธรรมร้ายแรง ทำไมไม่หยุดไว้ก่อน เพื่อให้เกียรติต่อสถาบัน และเคารพกระบวนการศาล?” ———- พล.อ.ประยุทธ์-แพทองธาร เหมือนกันตรงที่ เป็นนายกฯ ควบ รมต. ขณะถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่แตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ควบตำแหน่งรมว.กลาโหมมาก่อน แต่แพทองธาร ควบรมว.วัฒนธรรมให้ตัวเอง หลังศาลฯ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ที่แตกต่าง… จึงไม่ใช่แค่ พฤติกรรม แต่คือ “สำนึกผู้นำ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สำนึกผู้นำ#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ประชุมครมนัดพิเศษ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา#คลิปเสียงแพทองธาร#ถวายสัตย์ฯ#ขาดคุณสมบัติรมววัฒนธรรม
ในเวลาไม่ถึง 2 ปี รัฐมนตรีบางคนเปลี่ยนกระทรวงถึง 3 ครั้ง ท่ามกลางคำอธิบายว่าเพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” แต่คำถามจริง ๆ คือ… เพิ่มประสิทธิภาพให้ใคร? ⸻ เคสที่หนึ่ง: “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” คนเดียว 3 กระทรวงใน 22 เดือน จากท่องเที่ยวและกีฬา → วัฒนธรรม → อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สุดาวรรณกลายเป็นรัฐมนตรีหญิงที่เปลี่ยนกระทรวงบ่อยที่สุดในรัฐบาลเพื่อไทย โดยไม่มีความเชื่อมโยงของภารกิจในแต่ละกระทรวงให้เห็นอย่างเด่นชัด และเมื่อจากมาก็ไม่ได้ทิ้งผลงานอะไรให้จดจำ ⸻ เคสที่สอง: “ภูมิธรรม เวชยชัย” คนเดียว 3 กระทรวงเหมือนกัน จากพาณิชย์ → กลาโหม → มหาดไทย ภูมิธรรมเริ่มต้นในรัฐบาลเศรษฐา 1 ด้วยตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นมานั่ง รมว.กลาโหม ในรัฐบาลแพทองธาร และปรับใหม่อีกครั้งไปเป็นรมว.มหาดไทย หลังภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล การเปลี่ยนเก้าอี้ของภูมิธรรมเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 2 ปี — และล้วนแต่เป็น กระทรวง “หัวใจของอำนาจรัฐ” ⸻ เก่งระดับ “ซูเปอร์” หรือแค่ “เก้าอี้ดนตรี”? กรณีของทั้งสุดาวรรณและภูมิธรรม สะท้อนให้เห็นโครงสร้างการเมืองที่ใช้ ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจ มากกว่าการจัดวางคนให้เหมาะกับภารกิจของแต่ละกระทรวง • ไม่มีความต่อเนื่องในเชิงนโยบาย • ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ชัดเจน • ไม่มีบทบาทในเชิงประสิทธิภาพที่ตรวจสอบได้ แต่กลับ “มีความลงตัว” กับเกมอำนาจทุกครั้งที่มีการสลับเปลี่ยน ครม. ⸻ ต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย การเมืองแบบหมุนเก้าอี้รัฐมนตรีเหล่านี้คือการ กัดเซาะระบบราชการและนโยบายของประเทศแบบซึมลึก • ข้าราชการกระทรวงต้องปรับตัวใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐมนตรี • ข้าราชการไม่กล้าผลักดันโครงการระยะยาว • นโยบายใหญ่ไม่มีทางไปถึงเป้าหมาย เพราะรัฐมนตรี “มาเร็วไปเร็ว” ประชาชนจึงต้องจ่ายต้นทุนทั้งทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และโอกาสที่ประเทศควรจะก้าวไปข้างหน้า ⸻ ทางออกไม่ใช่แค่เปลี่ยนคน — แต่ต้องเปลี่ยนระบบ ถ้าเรายังยอมให้ระบบจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาอำนาจ ประเทศนี้จะไม่มีวันมีรัฐมนตรีที่ “เหมาะกับงาน”…
โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ได้ถ่ายภาพเดี่ยวในเครื่องแบบปกติขาว และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนออกเดินทางไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นทั้งหมดกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลทันที โดยมีรองนายกฯ สุริยะ จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) เพื่อแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ต่อไป หนึ่งในนั้นคือการมอบหมายงานให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองนายกฯ ลำดับที่ 1 ทำหน้าที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขอบคุณภาพจาก FB:ไทยคู่ฟ้า #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ประชุมครมนัดพิเศษ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคประชาชน#คลิปเสียงแพทองธาร#ถวายสัตย์ฯ#ขาดคุณสมบัติรมววัฒนธรรม
“อนุทิน” แจงซ้ำคำว่า “นายกฯ เฉพาะกาล” ลั่นไม่ได้เสนอตัว แค่เสนอความเห็น “ที่บอกว่าเสนอตัวเป็นนายกฯ ชั่วคราวถือว่าคลาดเคลื่อนอย่างมาก คิดแค่ว่าสถานการณ์เช่นนี้ถ้าใครจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเข้ามาเป็นการเฉพาะกิจเฉพาะกาลเพื่อแก้ไขปัญหาปัจจุบัน ก่อนยุบสภาให้เกิดการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ แต่คงต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะขณะนี้นายกรัฐมนตรียังอยู่ในตำแหน่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หน.พรรคภูมิใจไทย (3 ก.ค.68) #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นายกฯเฉพาะกิจ#รัฐบาลแพทองธาร#ลาออก#นายกฯชั่วคราว#อนุทินชาญวีรกูล#นิติสงคราม#ทางออกการเมืองไทย#การเมืองไทย#ยุบสภา#นายกฯมาตรา5
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สื่อมวลชนอาวุโสและอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า หากมีจิตสำนึกในคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งอยู่เหนือกว่ามาตรฐานกฎหมาย ก็ควรชะลอการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ไว้ก่อน “หากแพทองธารรู้สำนึกคุณธรรมจริยธรรมซึ่งสูงกว่ามาตรฐานกฎหมาย เมื่อตนมีข้อกล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดไร้จริยธรรม สมคบผู้นำต่างชาติ จนศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่” รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ระบุด้วยว่า การตัดสินใจชะลอไม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่อประมุขของชาติ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ถือเป็นการแสดงความเหมาะสมและจิตสำนึกของผู้นำ พร้อมย้ำว่า นี่จะเป็นแบบอย่างที่ดีของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งต้องทำหน้าที่ธำรงคุณค่าทางจริยธรรมของสังคมไทย “ก็จะถูกต้องเหมาะสม แสดงจิตสำนึกของผู้นำ และเป็นวัฒนธรรมที่ดีของกระทรวงวัฒนธรรมไทย” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เจิมศักดิ์ปิ่นทอง#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#ถวายสัตย์#คลิปเสียงแพทองธาร#ถวายสัตย์ฯ#ขาดคุณสมบัติรมววัฒนธรรม
เปิดเอกสารกฤษฎีกา ย้ำ “ห้ามโยกงบผิดรธน. 144” แต่คำถามคือ…ผิดไปแล้วหรือยัง? 🔎 เอกสาร “ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา” ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ตอบกลับข้อซักถามสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ “การพิจารณาให้ความเห็นชอบแนวทาง หลักเกณฑ์ แผนและขั้นตอนการเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569…“ โดยกฤษฎีกาย้ำว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจของครม. ที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอได้ตามที่เห็นสมควร แต่ที่ต้องขีดเส้นใต้ร้อยเส้นคือ …ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวต้องปฏิบัติตามมาตรา 144 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ของรธน. และพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 โดยเคร่งครัด เกิดคำถามว่าที่ผ่านมามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรธน.มาตรา 144 วรรคหนึ่งและสองหรือไม่? ⸻ ป.ป.ช. รับเรื่องแล้ว — และกำลังเดินอยู่บนเส้นเวลา 60 วัน • คดีนี้ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และคณะ เป็นผู้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบตั้งแต่ ต้นเดือนมิถุนายน 2568 • เนื้อหาในคำร้องระบุว่า การโยกงบปี 2568 วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท จากการชำระหนี้ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต อาจเข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ——— ป.ป.ช. ไม่ต้องชี้ขาดเอง — แต่ส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ชาญชัย ระบุว่า ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ส่วนที่ 3 ว่าด้วยการฝ่าฝืนมาตรา 144 ของรธน.และมาตรา 88 บัญญัติว่า ”เมื่อความปรากฏต่อ ป.ป.ช. หรือเมื่อ ป.ป.ช.ได้รับแจ้งจากหน่วยงานของรัฐ ให้ดำเนินการสอบสวนในทางลับโดยพลัน“ หาก ป.ป.ช. เห็นว่ามีมูลว่าบุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 144 จะต้องส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน นับแต่รับเรื่อง และศาลฯ มีหน้าที่พิจารณาภายใน 15 วัน หากเห็นว่ามีการกระทำผิดจริง…
ก่อนการประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านนัดแรก ที่มีพรรคภูมิใจไทยซึ่งถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลรวมอยู่ด้วยนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ปิดห้องหารือส่วนตัวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะหารือกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน 5 พรรคที่มากันครบครัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเป็นธรรม ซึ่งได้ประสานมือกันก่อนหารือทิศทางการทำงาน โดยนายณัฐพงษ์ บอกพรรคฝ่ายค้านมีบางอย่างที่ไม่เหมือนพรรคร่วมรัฐบาล จึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีจุดยืนหรือข้อแตกต่างก็จะไม่ก้าวก่ายกัน ส่วนการประชุมครั้งนี้ก็เพื่อแสวงหาจุดร่วมที่จะผลักดันร่วมกันได้ ภายใต้สถานการณ์วิกฤต ขณะที่นายอนุทินบอกได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะทำหน้าที่ร่วมกับทุกพรรคฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบอย่างเต็มที่ ขณะที่นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกที่ผ่านมาการทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านร่วมกันเกือบปี ไม่มีปัญหาอะไร ยินดีที่จะไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคไทยสร้างไทย ก็ยินดีที่พรรคภูมิใจไทยมาร่วมงานกัน และยืนยันจะเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ ทำทุกอย่าง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ นายกัณวีร์ สืบแสง จากพรรคเป็นธรรม ที่ยืนยันจุดยืน และอุดมการณ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างยืนหยัด และยึดมั่นในอุดมการณ์ และขอต้อนรับพรรคภูมิใจไทย ขอบคุณภาพจาก FB:FC Anutin #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคประชาชน#พรรคภูมิใจไทย#พรรคร่วมฝ่ายค้าน#นายกฯชั่วคราว#อนุทินชาญวีรกูล#ทางออกการเมืองไทย#ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ#ยุบสภา#นายกฯมาตรา5
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เรื่องนี้รับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคนใหม่ ซึ่งคือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเขาบอกว่า ประเทศไทยได้ รมว.วัฒนธรรมคนใหม่ การสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็วตามยุทธศาสตร์ Quick win ทำได้ไม่ยาก พร้อมระบุเป็นข้อๆ ให้ดำเนินการ 1. ส่งเสริมและบูรณะปราสาทที่เป็นของไทย โดยเฉพาะที่ติดกับชายแดนกัมพูชา ที่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม อาทิ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนโต๊ด 2. ใช้งบประมาณของกระทรวง หรือหากไม่พอ ขอใช้งบกลางจากรักษาการนายกรัฐมนตรี สร้างรั้วถาวร รอบปราสาท ที่เป็นพื้นที่ของประเทศไทยโดยเร่งด่วน หากงบไม่พอ สามารถเปิดของรับบริจาคจากคนไทยได้ 3. ดูแลให้เกิดความยั่งยืนต่อปราสาท โดยเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม อาทิ คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 200 บาท ผู้สูงอายุเข้าฟรี 4. มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของตัวปราสาท เช่น ตรวจค้นอาวุธ ไม่อนุญาตให้ส่งเสียงดัง ร้องเพลง หรือ ชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง “ง่ายมากเลยครับ ถูกใจคนทั้งประเทศแน่นอน ทำโพลรอบหน้าคะแนนนิยมขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอน” นายสมชัยระบุตอนท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#3ปราสาทต้องไม่หายไปจากแผนที่ไทย#ถวายสัตย์ฯ#ขาดคุณสมบัติรมววัฒนธรรม#พักงานแต่ไม่พักเกม#นายกฯในครมใหม่
