Author: Writer Publisher

นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย ยื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ หลังถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว โดยหมอตุลย์เห็นว่า การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร อาจขัดต่อหลักคุณสมบัติของรัฐมนตรี เนื่องจากอยู่ในระหว่างการถูกวินิจฉัยกรณีจริยธรรมร้ายแรง ปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซ็น ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ไม่เหมาะสมต่อหน้าที่ และขัดต่อหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง หมอตุลย์บอกขอบคุณ 36 สว. ที่ร่วมลงชื่อยื่นคำร้องกรณีคลิปเสียง แต่ตอนนี้กังวลว่าแม้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่นายกรัฐมนตรีกลับควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นครั้งนี้ขอ สว. เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 20 คน เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ โดยหวังให้ศาลวินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 160 วรรคสอง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#ถวายสัตย์ฯ#ขาดคุณสมบัติรมววัฒนธรรม

Read More

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และนายภูมิธรรม เวชยชัย พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ในการปรับคณะรัฐมนตรีล่าสุด โดยนายสุริยะต้องทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายสุริยะบอกว่าหลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายภูมิธรรมจะทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีแทนตนเองต่อไป เพราะได้ลงนามแต่งตั้งนายภูมิธรรม รักษาการนายกฯปฏิบัติหน้าที่รักษาการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนการนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ มีความสุ่มเสี่ยงเรื่องของการตีความสถานะของนางสาวแพทองธารในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมหรือไม่ นายสุริยะบอกว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมาย รวมถึงให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ดูด้วยความรอบคอบแล้วทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย จึงไม่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#ถวายสัตย์ฯ#สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ

Read More

วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ความเห็นกรณีการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า “ลูกน้องจะนำลูกพี่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้อย่างไร” วัส กล่าวถึงสถานการณ์ที่แพทองธารจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เธอหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยตั้งคำถามว่า “หากแพทองธารถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นลูกน้องของนายกรัฐมนตรี จะนำแพทองธาร รัฐมนตรีวัฒนธรรมคนใหม่ ซึ่งเป็นลูกพี่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้อย่างไร” ————— เหตุแห่งการต้องห้าม เป็นทั้งนายกฯ และรัฐมนตรี อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแสดงความเห็นโดยเรียงลำดับไว้ 4 ข้อ โดยข้อแรก ระบุว่า “แพทองธารถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีสาเหตุจากการขาดความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นสาเหตุเดียวกับการต้องห้ามเป็นรัฐมนตรีไม่ว่ากระทรวงใดๆ ดังนั้น หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแพทองธารเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว สมาชิกวุฒิสภาไม่น้อย 10 % ของวุฒิสภา สามารถเข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒิสภาให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีอำนาจส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ด้วยเช่นกัน (มาตรา 170 วรรคสาม)” ——————— รัฐธรรมนูญห้ามอยู่ต่อ หากผิดจริยธรรมร้ายแรง ในข้อที่สอง วัสกล่าวว่า “ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย โดยปกติคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ รัฐธรรมนูญบังคับให้คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เว้นแต่กรณีขาดความซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงดังคดีนี้ รัฐธรรมนูญห้ามนายกรัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป (มาตรา 168 (1) ตอนท้าย)” ————— ชี้ต่างจากกรณี “ลุงตู่” อย่างสิ้นเชิง ข้อที่สาม เขาเปรียบเทียบกรณีของแพทองธารกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า “กรณีแพทองธารแตกต่างจากกรณีลุงตู่ (พลเอกประยุทธ์) ซึ่งถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีปัญหาว่าลุงตู่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีแล้วหรือไม่ ในกรณีลุงตู่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าลุงตู่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีแล้ว คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเหมือนกัน แต่คณะรัฐมนตรีรวมทั้งลุงตู่นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพราะไม่เกี่ยวกับปัญหาขาดความซื่อสัตย์สุจริตหรือจริยธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญห้ามมิให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ต้องไปแล้ว ไปเลย และไปลับ ดังกรณีของแพทองธาร” ————— สรุป: ต้องห้ามทุกเก้าอี้ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งนายกฯ ท้ายที่สุด เขาสรุปความเห็นไว้ว่า “แพทองธารต้องห้ามดำรงตำแหน่งทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอื่นใด ครับ”…

Read More

ขณะที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกฯและรมว.วัฒนธรรม กำลังเผชิญคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความจากโควตเก่าของนายทักษิณ ชินวัตร บิดานายกฯ เมื่อปี 2565 ที่เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ “CARE Talk” ตอนหนึ่งว่า “ผมเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่รอศาลตัดสิน ถอยแล้วหล่อกว่า เมื่อไรศาลตัดสินแล้วกลับมาทำงานจะไม่มีความสุข พูดฐานะรุ่นพี่ โดนมาก่อนทุกอย่าง การไม่กลับมาหล่อกว่า เดินถนนมีแต่คนทักทาย” โควตดังกล่าวตัดมาจากรายการ “CARE Talk” หัวข้อ “ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วไงต่อ?” ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ขณะนั้นนายทักษิณยังอยู่ต่างประเทศ และพูดถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเรื่องวาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยแนะนำให้ถอยก่อนศาลตัดสิน ขณะเดียวกัน ผู้ใช้โซเชียลที่นำโควตนี้กลับมาเผยแพร่ ตั้งคำถามไปถึงนายทักษิณว่า “ได้บอกลูกสาวตัวเองหรือยัง?” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#คลิปเสียงแพทองธาร#ฮุนเซน

Read More

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ รมว.วัฒนธรรมด้วย โดยระบุถึงการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนางสาวแพทองธาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเตรียมการไว้เผื่อถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังเข้า ครม.ต่อได้ในฐานะ รมว.วัฒนธรรม เป็นที่ถกเถียงกันว่าคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะส่งผลถึงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่เพิ่งนั่งควบอยู่ด้วยหรือไม่ นายเชาว์ ระบุด้วยว่า ต้องย้อนไปดูที่มาของคำสั่งตามข้อกล่าวหาที่ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ข้อกล่าวหาอันเป็นหลักแห่งที่มาของคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ คือ นางสาวแพรทองธารไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเป็นเรื่องคุณสมบัติ เฉพาะตัวเฉพาะบุคคล ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ปรากฎเหตุอันควรสงสัยตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ นางสาวแพรทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมผูกพันต่อสถานะความเป็นรัฐมนตรีทุกตำแหน่ง ของนางสาวแพรทองธาร และกับทุกองค์กรแล้ว “ผมจึงเตือนไปที่ รักษาการนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องไม่ทำอะไร ที่ขัดคำสั่งศาล มิฉะนั้น ความเป็นรัฐมนตรีอาจถูกถอดถอนทั้งคณะอย่าเอาคนมีตำหนิไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ จนกว่าคนผู้นั้นจะพ้นมลทิน ถ้ายังดึงดันกอดอำนาจโดยไม่สนความชอบธรรม ก็อย่าโทษใคร…หากสุดท้าย ครม. ทั้งคณะต้องพังไปพร้อมกัน“ ทนายเชาว์ระบุทิ้งท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#ฮุนเซน#เชาว์มีขวด#สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ

Read More

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์เตือนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยโพสต์แรกพูดถึงนางสาวแพทองธาร ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้หรือไม่ ซึ่งนายนิพิฏฐ์เห็นว่า ด้วยข้อหาขาดความซื่อสัตย์สุจริต และ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเป็นคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญของรัฐมนตรีทุกคน การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้เท่ากับอยู่ในสภาวะที่ขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีด้วย นายนิพิฏฐ์บอกกรณีนี้ต่างกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีครบ 8 ปีแล้วหรือยัง เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ส่วนตัวเห็นว่านายกฯ แพทองธารไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ หากปฏิบัติจะมีปัญหาทางกฎหมายตามมาว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ เสี่ยง ถึงเสี่ยงมาก และ เสี่ยงที่สุด โพสต์ที่ 2 ก็เป็นการตั้งคำถามต่อว่าแล้วนางสาวแพทองธาร เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้หรือไม่ เพราะมีปัญหาว่าขณะเข้าถวายสัตย์ฯ นางสาวแพทองธาร ยังมีคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีครบถ้วนหรือไม่ จึงมีความเห็นส่วนตัวว่าไม่ควรนำนางสาวแพทองธาร ที่ยังมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่นายก#ศาลรัฐธรรมนูญ#ครมแพทองธาร2#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#ฮุนเซน

Read More

แพทองธาร ส่อซ้ำรอย 4 นายกฯ เพื่อไทย สมัคร สุนทรเวช ปี 2551 รับรายได้รายการ “ชิมไปบ่นไป” ขัดรธน. สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปี 2551 ถูกยุบพรรคพลังประชาชนทุจริตเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2556 โยกถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เศรษฐา ทวีสิน ปี 2567 ผิดจริยธรรมร้ายแรง ตั้งพิชิต ชื่นบาน เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ปี 2568 1 ก.ค. ศาลรธน.สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ “ปรากฏเหตุอันควรสงสัยผิดจริยธรรมร้ายแรงตามคำร้อง ปมคลิปสนทนา ฮุน เซน” อย่าถามว่าทำไมนายกฯ จากเพื่อไทยถูกถอดถอนเสมอ แต่ควรถามว่าทำไมถึงทำผิดซ้ำซากจนต้องถูกถอดถอน”

Read More

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังไม่มีมติถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร (กาสิโน) ออกจากระเบียบวาระการประชุมสภา “ท่ามกลางหลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นเมื่อวาน หนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น คือที่ประชุม ครม. ไม่ได้มีมติ ขอถอนร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร (กาสิโน) ออกจากระเบียบวาระการประชุมสภา” พรรคประชาชนย้ำไม่เห็นด้วย เขาย้ำว่า พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับนโยบายและกฎหมายของรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า “1. ประโยชน์ทางเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนและขาดผลการศึกษาที่รอบคอบและสอดคล้องกับร่างกฎหมาย 2. ผลกระทบทางสังคมยังขาดมาตรการป้องกันที่รัดกุมเพียงพอและถูกรับประกันในตัวบทกฎหมาย 3. กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายที่ผ่านมาขาดความตรงไปตรงมาและความคงเส้นคงวา” เสนอ ครม. ควรถอนร่างกฎหมายฯ พริษฐ์ระบุเพิ่มเติมว่า “โดยหากรัฐบาลรับฟังข้อทักท้วงดังกล่าวอย่างจริงใจ เราเห็นว่า ครม. ควรมีมติให้ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออก แต่หากรัฐบาลยังคงยืนยันที่จะไม่ถอน ร่างกฎหมายดังกล่าวก็จะเข้าสู่การพิจารณาเป็นคิวแรกของการประชุมสภาในวันพุธหน้า (9 ก.ค.)” เตรียมหารือเปิดซักฟอก เขายังเปิดเผยถึงการเตรียมหารือในพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยระบุว่า “ผมเข้าใจดีว่าประชาชนบางกลุ่มที่ไม่อยากให้รัฐบาลไปต่อ เสนอให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งทางผู้นำฝ่ายค้านและพรรคประชาชนเองก็เตรียมจะหารือเรื่องการใช้กลไกดังกล่าวโดยเร็วกับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันพฤหัสบดีนี้ โดยเฉพาะเรื่องเนื้อหา จังหวะเวลา และบุคลากรในคณะรัฐมนตรีที่สมควรถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” 9 ก.ค. บททดสอบความไว้วางใจต่อรัฐบาล ท้ายที่สุด พริษฐ์ ระบุว่า การพิจารณาร่างกฎหมายกาสิโนในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลว่า “จะไปต่อได้หรือไม่ หรือจะได้รับ ‘ความไว้วางใจ’ หรือไม่ ทั้งในเชิงความสามารถของรัฐบาลในการกุมเสียงในสภา และในเชิงความเห็นของประชาชนต่อทิศทางและนโยบายเรือธงของรัฐบาล ซึ่งหากกฎหมายของ ครม. ไม่ผ่าน ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองจะสูงยิ่งขึ้น จับตาดูท่าที ครม. กันครับ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ#พรรคเพื่อไทย#พรรคประชาชน#พริษฐ์วัชรสินธุ#ร่างสถานบันเทิงครบวงจร#ไม่เอากาสิโน

Read More

“พรรคเพื่อไทยโชคดีที่มีพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน… ถ้าเป็นฝ่ายค้านจริง แพทองธารหลุดไปนานแล้ว”— จตุพร พรหมพันธุ์, รายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง หลังคำถามสังคมเริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชาชนที่ดูเหมือนมีไมตรีให้กับพรรคเพื่อไทยและ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกฯ ที่เพิ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะในสายตาหลายคน “ฝ่ายค้านควรตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น” แต่ในหลายวาระสำคัญ พรรคประชาชนกลับเลือก ละเว้น–เลี่ยง–เงียบ ต่อกรณีที่อาจทำให้แพทองธารถึงขั้นหลุดเก้าอี้ ไม่ว่าจะเป็น• ปัญหาตั๋ว PN-เลี่ยงภาษี• คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์• การถือครองที่ดินเขาใหญ่ ทั้งหมดล้วนสามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ หากตั้งใจ “เล่นให้สุด” แต่พรรคประชาชนเลือก “ไม่ทำ” อ้างไม่เชื่อถือกลไกศาลรัฐธรรมนูญแต่กลับเคยส่งกรณีอื่น เช่น ศักดิ์สยาม ชิดชอบและส่งกรณีพิเชษฐ์​เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯโยกงบลงพื้นที่ตัวเองไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วย การเลือกปฏิบัติยกเว้นให้ “แพทองธาร” จึงยิ่งกลายเป็นคำถามที่พรรคประชาชนยังไม่สามารถให้ความกระจ่างกับสังคมได้⸻จุดร่วมที่ไม่พูดถึง: จาก “ทักษิณ–ธนาธร” สู่ “แพทองธาร–พงศ์กวิน–สุริยะ” หากย้อนกลับไปในรายการ “กรรมการข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคประชาชน ยอมรับด้วยตัวเองว่าเคยพบ ทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง และยังกล่าวว่า: “พรรคเพื่อไทยเป็นมิตร…ทางออกที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้าคือสองพรรคนี้ต้องไปด้วยกัน“ คำพูดนั้นอาจฟังดูเหมือนการเมืองเชิงสันติแต่เมื่อเทียบกับพฤติกรรมของพรรคประชาชนที่ไม่เคย “เล่นบทตรวจสอบ” เพื่อไทยอย่างจริงจังคำว่า “พันธมิตร” ในเชิงอุดมการณ์อาจตีความเป็น “พันธมิตรทางอำนาจ” ได้เช่นกันเพราะบังเอิญว่าสองพรรคนี้ล้วนมีคนตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” สังกัดอยู่———-สองสาย “จึงรุ่งเรืองกิจ” แยกกันเดิน “รวมอำนาจ?” และเมื่อมองลึกลงไปในเครือญาติ ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” ของธนาธร จะเห็นจุดเชื่อต่อไปถึง ครม.แพทองธาร อาของธนาธร “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” สัมพันธ์ลึกทักษิณจากอดีตถึงปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเป็น รองนายกฯ- รมว.คมนาคมแถมยังเพิ่มเติมลูกพี่ลูกน้องธนาธรอีกคน ในฐานะรัฐมนตรีป้ายแดง “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” กับตำแหน่ง รมว.แรงงาน สด ๆ ร้อน ๆ อีกหนึ่งคน นั่นทำให้เกิดภาพซ้อนที่สำคัญ:• ด้านหนึ่ง ธนาธร–พรรคประชาชน ดูเหมือนจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเพื่อไทย• แต่อีกด้าน กลไกอำนาจของตระกูลเดียวกัน กำลังทำงานอยู่…

Read More

แพทองธารยืนยัน ไทยไม่ได้เสียอะไรแต่เอกสารความมั่นคงกลับบอกเราว่า… เราเสียไปแล้ว! หลังคลิปเสียงสนทนาระหว่าง “แพทองธาร ชินวัตร” กับ “ฮุน เซน” หลุดออกมาเมื่อกลางเดือนมิถุนายน แพทองธารและพรรคเพื่อไทย ประสานเสียง “ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีเรื่องอธิปไตย และไม่มีผลกระทบต่อประเทศ” วาทกรรมนี้ถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อสื่อสารว่านี่คือ “เทคนิคการเจรจา” แต่ขณะเดียวกัน — ในระดับของ กองทัพไทย เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติประชุมด่วนเพื่อ “รับมือภัยคุกคามจากฝั่งกัมพูชา”ด้วยมาตรการรุนแรงระดับ ตัดไฟ–ตัดอินเทอร์เน็ต–ควบคุมสินค้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่อาจจะนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ และข้อเสนอทั้งหมดนี้ มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2568— ก่อนคลิปเสียงจะเกิดขึ้นถึง 6 วัน ใครดึงเกมไว้ไม่เอาเรื่องเข้าที่ประชุม?ใครมีสัมพันธ์ที่ดี คอยใช้อำนาจ “จัดการ” ให้ฮุน เซนพอใจ? คำตอบ อาจอยู่ในคำว่า “สายสัมพันธ์ส่วนตัว” ที่กลายเป็น “เส้นเบรกความมั่นคงของรัฐ” โดยที่ประชาชนไม่รู้ตัว ————จากเอกสารนี้ที่ไม่เคยถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมสมช. เราเสียไปแล้ว 2 อย่าง ❌ เสียความต่อเนื่องของแนวนโยบายความมั่นคง• สมช. ได้รับข้อเสนอจากกองทัพไทยให้ ตัดไฟ–อินเทอร์เน็ต–ควบคุมสินค้าและอาวุธ เข้าพื้นที่ฝั่งกัมพูชา• แต่กลับไม่เคยมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมอย่างเร่งด่วนตามข้อเสนอ 👉 ทำไมติดดิสเบรกข้อเสนอของกองทัพ หรือติดขัดที่สายสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำ? ⸻ ❌ เสียอธิปไตยเชิงนโยบาย• เมื่อฝ่ายบริหารระดับสูงพูดคุยกับ “อดีตผู้นำกัมพูชา” ด้วยวาทกรรมแบบพี่น้อง-ครอบครัว• แถมเป็นการพูดให้ร้ายแม่ทัพภาคที่ 2 บอกชัดอยากได้อะไรเดี๋ยวจัดการให้ 👉 ผลคือ ไทยไม่เพียง “ลดน้ำหนักอำนาจต่อรอง” แต่ยังเสียเกียรติภูมิชาติ เพราะการกระทำของผู้นำด้วย ⸻อย่าบิดไปประเด็นว่าไม่ได้เสียอธิปไตยเนื่องจากยังไม่ถึงขั้นนั้นเพราะถ้าเสียอธิปไตยจริงอย่าว่าแต่ตำแหน่งเลย หัวก็อาจอยู่บนบ่าไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น…ไม่ใช่เรื่องของการเสียดินแดนหรือเอกราชแต่คือการ เสียแนวทางการป้องกันภัยที่ฝ่ายความมั่นคงวางไว้ชัดเจนและเสีย “ศักดิ์ศรีของนโยบายต่างประเทศ” ที่ไปอิงสายสัมพันธ์ส่วนตัวแทนประโยชน์แห่งรัฐ

Read More