Author: Writer Publisher

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องจาก ส.ว. 36 คน ที่อ้างว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขาดความซื่อสัตย์สุจริต-ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง อันมีผลให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ม.170 และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ——- ข้อกล่าวหาโดยสรุป: • เจรจาส่วนตัวกับ “ฮุน เซน” โดยไม่ได้ใช้ช่องทางการทูตทางการ • ใช้คำพูดที่ลดทอนความชอบธรรมของฝ่ายความมั่นคงไทย เช่น “แม่ทัพภาค 2 เป็นคนฝั่งตรงข้าม” • เสนอจะ “จัดการให้” และ “ยกหูบอกได้เลย” จนถูกตีความว่าเป็นการ ยินยอมผลประโยชน์ต่อรัฐต่างชาติ • แสดงท่าที “นิ่งเฉย ไม่ปฏิบัติหน้าที่” ระหว่างไทย-กัมพูชาเผชิญเหตุปะทะและความตึงเครียดเชิงอธิปไตย ———— ส.ว. อ้างกฎหมาย-จริยธรรมหลายฉบับ เช่น: • รัฐธรรมนูญ ม.50, 52, และ 164 (1) และ (4) • กฎหมายอาญา หมวด 2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร • หมวด 3 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร เช่น ฐานกบฏ • ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ • มาตรฐานจริยธรรมตุลาการ ปี 61–ข้าราชการการเมือง ปี 64 ——————– คำพูดที่เป็นปัญหาในคลิปเสียง: “ไม่อยากให้ uncle ไปฟังคนตรงข้ามกับเรา อย่างพวกแม่ทัพภาค 2…” “เขาอยากจะดูเท่ เขาก็พูดอะไรออกมาที่มันไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติค่ะ” “จริง ๆ แล้วท่านจะเอาอะไร…ให้บอกอิ๊งได้เลย ยกหูบอกก็ได้…” —————– จุดใหญ่ของคดี: “เจรจาลับ-นิ่งเฉย-เอื้ออีกฝ่าย” = ขัดต่อเกียรติภูมิและอธิปไตย ⸻ สิ่งที่จะเกิดขึ้น • ศาลฯ รับคำร้อง-ลุ้นสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่? • ศาลฯ จะกำหนดกระบวนการพิจารณาคำร้องอย่างไร…

Read More

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรี มีรายละเอียดความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2567 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศ ลงวันที่ 3 กันยายน พุทธศักราช 2567 นั้น บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรแต่งตั้ง รัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็น รมว.วัฒนธรรม อีกหนึ่งตำแหน่ง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ นายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข นายอนุชา สะสมทรัพย์ รมช.สาธารณสุข ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ผู้สนองพระบรมราชโองการ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร#ครมแพทองธาร2

Read More

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เหตุผลที่ต้องควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ว่าต้องดูเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ไม่สนว่าจะเป็นกระทรวงเกรดบี หรือเกรดซี แต่ถือเป็นกระทรวงที่สำคัญ เพราะ สามารถแนะนำวัฒนธรรม และส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ของไทยได้จริง ยืนยันการควบตำแหน่งดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกังวลคำร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตามคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ เป็นเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ต้องควบวัฒนธรรม เมื่อถามว่าประเมินการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพรุ่งนี้ และมีความกังวลหรือไม่ นายกรัฐมนตรีบอกต้องปล่อยให้เป็นตามกระบวนการ หากถามว่ากังวลหรือไม่ก็ยอมรับว่ามีความกังวล จึงเน้นเรื่องกระบวนการทำงานก่อน ไม่อยากให้สะดุด เพราะยังมีหลายอย่างเช่นเรื่องกำแพงภาษี ที่ต้องเจรจากับต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่อยากให้สะดุดในเรื่องนี้อยากทำให้ดี สำหรับนิด้าโพล ที่ปรากฎคะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีตกมาอยู่ลำดับที่ 5 เช่นเดียวกับความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่ลดลง นายกรัฐมนตรีบอกจะนำเป็นเครื่องเตือนใจว่าต้องสู้ต่อ ต้องทำงานให้เต็มที่ ต้องแสดงผลงานให้ชัดเจน ต้องสื่อสารกับประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เรารับฟังอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นผลจากสำนักไหนก็ตาม ส่วนผลพวงของการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา นางสาวแพทองธาร เน้นย้ำว่าขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ยึดสันติวิธีเนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพ และขอโฟกัสเป็นเรื่องๆ ไป เน้นไปที่การทำงานมากกว่าจะประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#ควบเก้าอี้รมววัฒนธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร#ศาลรัฐธรรมนูญ

Read More

“ถ้านายกฯ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้มีครม.ใหม่ก็จะเหมือนอยู่บนเส้นด้าย ที่ขออยู่ต่อก็มีคำถามว่าต้องการบริหารอำนาจมากกว่าบริหารนโยบายหรือเปล่า?” —ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ รัฐบาลใหม่บนเส้นด้าย: เมื่อ “อำนาจ” สำคัญกว่านโยบาย? ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า มองว่า ทางออกการเมืองในห้วงเวลานี้ไม่มีสูตรสำเร็จ และทุกอย่างกำลังสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ฝั่งรัฐบาลเองก็พยายามประคองอำนาจให้นานที่สุด โดยเลือกเดินเกมปรับครม.ใหม่ ทั้งที่ยังต้องลุ้นว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใด “แม้มีรายชื่อรมต.ใหม่ทูลเกล้าฯ ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่… ถ้าศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ แล้ว ครม.ใหม่ยังไม่โปรดเกล้าฯ ลงมา คำถามคือ ใครจะเป็นคนรับสนองพระบรมราชโองการ?” สถานการณ์นี้เปรียบได้กับการตั้งครม.บนเส้นด้าย — เพราะขณะนั้นอาจไม่มีนายกฯ เป็นหัวโต๊ะ และรมต.หลายตำแหน่งเพิ่งเปลี่ยนหน้าใหม่ กระทบต่อการบริหารประเทศ รักษาการนายกฯ อาจไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ——— เกมการเมืองที่แหลมคมกว่านโยบาย การชี้แจงของผู้ใกล้ชิดรัฐบาลว่าการปรับครม.ครั้งนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพ—โดยเฉพาะเมื่อพรรคเพื่อไทยได้กระทรวงมหาดไทยมาไว้ในมือ—กลับยิ่งสะท้อนในมุมดร.สติธรว่า จุดมุ่งหมายแท้จริงคือการขยายฐานอำนาจมากกว่าผลักดันนโยบาย “นโยบายก็เหมือนถูกพับไปหมดแล้ว… ที่ขออยู่ต่อ เพราะจะเข้าสู่ช่วงแต่งตั้งโยกย้าย รองบฯ 69 กำลังจะมา ถามว่าแบบนี้คือบริหารอำนาจ หรือบริหารนโยบาย?” และเมื่อคนในสังคมเริ่มตั้งคำถามต่อรายชื่อรัฐมนตรีที่หลุดออกมา ดร.สติธรชี้ว่า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน้าตาแค่รายบุคคล แต่สะท้อนว่ากระบวนการตั้งครม.นี้อยู่บนสมการการต่อรองโควตาพรรคทั้งหมด ไม่มีเรื่อง ‘ประโยชน์ชาติ–ประชาชน’ อยู่ในนั้นเลย” ———— คลื่นใต้น้ำที่รัฐบาลประเมินต่ำไป การชุมนุมใหญ่เมื่อ 28 มิ.ย. ที่รัฐบาลเชื่อว่าจะ “ไม่จุดติด” กลับปรากฏว่ามีมวลชนออกมารวมตัวจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ของประชาชนต่อผู้นำรัฐบาลยังคงคุกรุ่น “เริ่มต้นจากคลิปหลุด—แต่สิ่งที่ประชาชนไม่พอใจคือท่าทีของนายกฯ ที่ปัดความรับผิดชอบ แล้วตอบสนองด้วยการปรับครม.” ดร.สติธรเสนอว่า ถ้ารัฐบาลวางแผนอยู่ต่อเพื่อยุบสภาในภายหลัง ควรพูดให้ชัดเพื่อสร้างเสถียรภาพและความเข้าใจร่วมในสังคม มากกว่าพูดว่าอยู่ครบเทอมเพียงเพื่อรักษาอำนาจ “ความมชัดเจนต่อสาธารณะสำคัญไม่แพ้การสร้างเสถียรภาพในรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” ————- ผิด ม.144 คำตัดสินที่อาจล้างกระดาน อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังเป็นกับระเบิดอยู่ใต้พรม คือการโยกงบประมาณที่เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. หากมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญและศาลฯ ชี้ว่ามีความผิดจริง อาจส่งผลสะเทือนไปทั้งครม. ส.ส. และ ส.ว.…

Read More

“ บ้านเมืองนี้ถูกแทะแทบไม่เหลือกระดูกแล้ว ระบบเลือกตั้งพัง ใครมีตังค์มากคนนั้นประกาศชัย บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยพรรค์อย่างนี้ไม่ได้ ” —จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เรียบเรียงผ่านบทสัมภาษณ์จากรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร ———— ข้อกล่าวหาปูทางรัฐประหาร — คำโตที่เตรียมไว้ล่วงหน้า หลังปรากฏความพยายามกล่าวหาการชุมนุม 28 มิ.ย. 68 ว่าเป็น “เวทีปูทางรัฐประหาร” — จตุพร พรหมพันธุ์ โต้ทันควันว่า “ไม่มีใครเรียกรัฐประหารแม้แต่คนเดียว” เขาย้ำ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดการปราศรัยกว่า 11 ชั่วโมง ไม่มีผู้พูดคนใดกล่าวสนับสนุนรัฐประหาร ยกเว้นคำกล่าวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่พูดไว้เพียงไม่กี่วินาทีว่า “ไม่ได้ยุให้ทหารปฏิวัติ เพราะทหารจะทำก็ไม่เคยบอกผม… แต่ถ้าจะทำ ขออย่างเดียว สาธุ อย่าเอาพลเอกมาบริหารชาติบ้านเมืองอีก” เขาย้ำว่าคำกล่าวของนายสนธิก็ไม่ได้เรียกร้องให้มีการรัฐประหาร เพียงแต่เล่าถึงข้อเท็จจริงที่ผ่านมาเท่านั้น ——— พลิกเกมไม่พ้น คลิปแพทองธาร-ฮุน เซน จตุพรเชื่อว่า ข้อกล่าวหานี้ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะไม่สามารถหาทาง “หลุด” จากคลิปเสียงสนทนา แพทองธาร–ฮุน เซน ได้ คำพูดของสนธิ จึงกลายเป็นเหยื่อของกระบวนการป้ายสีเรื่องปูทางรัฐประหาร “ตรงกันข้าม คนที่เรียกรัฐประหารคือแพทองธารบทสนทนากับฮุน เซนต่างหาก” เขาถามกลับไปที่พรรคประชาชนว่ามีสิทธิอะไรมาเรียกร้องให้ประชาชนถอนตัวจากการชุมนุม ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีแล้วหรือยัง? ———- รัฐบาลไม่พัง เพราะฝ่ายค้านไม่กล้า แล้วเขาก็เริ่มไล่เรียง… “ถ้าทำจริง แพทองธารไม่มีโอกาสได้คุยกับฮุน เซนแน่ เพราะหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนมีนา มีทั้งตั๋ว PN สนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ดินเขาใหญ่ แต่คุณไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อ้างไม่อยากใช้หอกทมิฬแทงทมิฬ แต่กลับยื่นกรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ และเตรียมยื่นกรณีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน — ไม่ยื่นคนเดียวคือแพทองธาร” เขาตั้งข้อสงสัยว่า “เป็นเพราะดีลฮ่องกงหรือเปล่า? ฝันลม ๆ แล้ง ๆ หรือเปล่า?” ——— รัฐบาลโชคดีที่มีฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน เขาย้ำว่าพรรคประชาชนเล่นแค่บทอภิปราย ไม่ทำให้เกิดผลทางกฎหมาย ไม่ใช้ช่องทางศาลรัฐธรรมนูญ “ถ้าคุณยื่นตั้งแต่วันนั้น วันนี้บทสนทนากับฮุน…

Read More

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ (29 มิ.ย.68) สัญญาณแบบนี้…ปลายทางไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย แต่เป็นการโยนโจทย์สำคัญสู่สังคมไทย ว่า.. กลุ่มนี้ทำทางยึดอำนาจมาแล้ว 2 รอบ สนใจทำแฮตทริกหรือไม่ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน (30 มิ.ย.68) แสดงตัวเป็นนักประชาธิปไตยเข้มข้น วันตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว…ยุติบทบาท แป๊บเดียวไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ คิดว่าจะยืนขวาง แต่กลายเป็นยืนส่งขึ้นรถไปกับเขา ไม่มีใครเปิดประตูรัฐประหาร… ได้มากกว่ารัฐบาลที่ทำชั่ว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#ณัฐวุฒิใสยเกื้อ#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#รัฐบาลแพทองธาร#จตุพรพรหมพันธุ์#ไม่เอารัฐประหาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#พรรคเพื่อไทย

Read More

เป็นภาพที่เป็นกระแสเรียกเสียงเฮ-ฮา-ฮือกันตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อหน้าเฟซบุ๊ก “Samdech Hun Sen of Cambodia” ของสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่แชร์โพสต์ภาพสุดเซ็กซี่ของ เร ลิล แบล็ก Rae Lil Black หรือ “คาเอดะ อาซากุระ” ตัวแม่แห่งวงการหนังผู้ใหญ่ จนถูกแซวอย่างหนักจนต้องบล็อก IP คนไทยอีกครั้ง จากนั้นช่วงบ่าย 3 (15 นาฬิกา) ได้ปลดบล็อก IP คนไทยเข้าไปดูในเพจได้ แต่คราวนี้ไม่เห็นโพสต์ภาพแนวเซ็กซี่ดังกล่าวแล้ว น่าจะลบโพสต์นั้นทิ้งไป ทั้งนี้ Rae Lil Black หรือ ที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “น้องเร เรวดี” ได้ย้ายมาอยู่เมืองไทย แถมยังใช้ภาษาไทยในการโพสต์ข้อความและตอบกลับ พูดคุยกับแฟนเพจของเธอ รวมถึงเรียนรู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยอีกด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#หยุดปฏิบัติหน้าที่#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#คลิปเสียงฮุนเซน#RaeRae#ฮุนเซน

Read More

พรรคประชาชน (29 มิ.ย.68) ขอเรียกร้องให้ประชาชน ถอนตัวจากการสนับสนุน คณะรวมพลังแผ่นดินฯ ที่เจตนาสนับสนุนรัฐประหาร จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน (30 มิ.ย.) มีหน้าที่อะไรเรียกร้องประชาชนถอนตัว วิเศษ วิโสมากจากไหน… ไม่เห็นหรือเขาไม่เอารัฐประหาร กลับไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านก่อน ไม่ใช่แค่แอคติงตบจูบกับเพื่อไทย ตบตาประชาชน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#พรรคประชาชน#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#รัฐบาลแพทองธาร#จตุพรพรหมพันธุ์#ไม่เอารัฐประหาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#พรรคเพื่อไทย

Read More

30 มิถุนายน 2568 – พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรี ⸻ สรุปสำนวนเบื้องต้น ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายไทย พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ว่า ทีมสืบสวนได้จัดทำ สรุปสำนวนในขั้นต้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องทุกข์นำมายื่น พร้อมกับพยานหลักฐานที่ตำรวจไซเบอร์สืบสวนเพิ่มเติม “หลักฐานทั้งหมดเบื้องต้นเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายไทย ซึ่งคาดว่าจะได้อ่านสำนวนทั้งหมดภายในวันนี้ ก่อนจะส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา” — พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าว ⸻ ตอบชัด “ทำผิดนอกประเทศแต่กระทบไทย ดำเนินคดีได้” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ถูกกล่าวหาอยู่ต่างประเทศ จะสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า แม้การกระทำผิดจะเกิดนอกราชอาณาจักร แต่หากมีผลกระทบต่อประเทศไทย ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ การดำเนินการหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับอำนาจของอัยการสูงสุด ซึ่งอาจ มอบหมายให้พนักงานอัยการหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน หรืออาจทำงานร่วมกันระหว่างอัยการและตำรวจตามขั้นตอนที่เห็นสมควร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#ตำรวจไซเบอร์#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ผู้การไซเบอร์#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#คลิปเสียงฮุนเซน#ศาลรัฐธรรมนูญ#ฮุนเซน

Read More

วันนี้ (30 มิถุนายน 2568) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้าจับกุมนายบุญญฤทธิ์ฯ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดเชียงใหม่ หลังพบพฤติกรรมเรียกรับเงินค่าธรรมเนียมการทำบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด สร้างความเสียหายสะพัดหลายล้านบาท ⸻ เบื้องหลังการจับกุม การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการ ป.ป.ช. และนายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 5 โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สืบสวนจากส่วนกลางและจังหวัดเชียงใหม่สนธิกำลังร่วมกับ บก.ปปป. และ ป.ป.ท. เข้าจับกุมนายบุญญฤทธิ์ฯ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 21/2568 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 2568 ผู้ต้องหาถูกจับกุมคาวิทยาลัยการปกครอง อ.ดอยสะเก็ด ซึ่งใช้เป็นสถานที่ออกบัตรชมพูและคัดสำเนาทะเบียนแรงงานต่างด้าว พร้อมของกลางเงินสด 15,200 บาท ⸻ พฤติการณ์การเรียกรับผลประโยชน์ สืบเนื่องจากการร้องเรียนของนายหน้าแรงงานต่างด้าวรายหนึ่ง ที่ระบุว่าได้นำแรงงานเข้าระบบขอทำบัตรชมพูและคัดสำเนาทะเบียน ท.ร. 38/1 ซึ่งตามกฎหมายกำหนดค่าธรรมเนียมรวมไม่เกิน 80 บาท (บัตรชมพู 60 บาท + คัดสำเนา 20 บาท) แต่ถูกเรียกเก็บเงินถึง 200 บาทต่อราย หมายความว่า มีเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บโดยมิชอบถึง 120 บาทต่อแรงงาน 1 คน โดยหากไม่จ่ายตามอัตราดังกล่าวจะไม่ได้คิวในการนำแรงงานเข้าสู่ระบบ ⸻ เงินสะพัดหลายล้าน – พบรูปแบบเป็นระบบ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้เสียหายรายเดียวมีหลักฐานการจ่ายเงินส่วนต่างตั้งแต่ต้นปี 2566 ถึงปัจจุบัน รวมกว่า 2.4 – 3.6 ล้านบาท ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีตัวแทนนายหน้าแรงงานต่างด้าวกว่า 100 ราย และต่างรู้กันดีว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตาม “อัตรานอกระบบ” ที่นายบุญญฤทธิ์ฯ กำหนดไว้ ⸻ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ป.ป.ช.–อาญา…

Read More