Author: Writer Publisher

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน โพสต์เรื่องนี้ด้วยวันที่ 9 กรกฎาคม ที่จะมาถึงนี้ สภาฯ จะกลับมาประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย โดยฉบับแรกคือร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร (กาสิNo) ที่ สส.รัฐบาลเคยร่วมกันใช้ท่าพิเศษลงมติเลื่อนแซงคิวกฎหมายอื่นขึ้นมาเป็นคิวแรกในสมัยประชุมที่แล้ว โดยอ้างเหตุความสำคัญ และจำเป็นเร่งด่วนท่ามกลางเสียงทักท้วงจากพรรคประชาชน ดังนั้นนี่จึงเป็นสมรภูมิที่เป็นบททดสอบแรก และสำคัญของรัฐบาลแพทองธาร 2.0 ทั้งในและนอกสภาฯ โดยในสภา: นอกจากอยู่ในสภาวะ “เสียงปริ่มน้ำ” เท่านั้น ยังอาจคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาล และ สส.ที่เคยประกาศไม่สามารถรับหลักการและเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้อีกด้วย ส่วนนอกสภา: รัฐบาลก็สูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนอย่างมาก ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องความเร่งรีบและข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเสี่ยงจะบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐบาลเพิ่มเติม นายพริษฐ์เห็นว่าชะตากรรมร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความเป็นไปได้ 3 ทางคือ 1. ดึงดันเดินหน้าต่อไป ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันไม่เห็นด้วย 2.รัฐบาลขอเลื่อนออกไป เพื่อซื้อเวลาหาวิธีการเติมเสียงในสภาฯ ก่อน และ 3.รัฐบาลรับฟังและยอมรับร่างกฎหมายนี้ยังมีปัญหา ถอนออกจากวาระ เพื่อนำไปปรับปรุงและใช้หาเสียงในการเลือกตั้งก่อนนำมาเสนอใหม่ ทั้งนี้นายพริษฐ์แนะรัฐบาลฟังเสียงทักท้วงต่อร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร อย่างจริงใจ และควร “ถอน” ร่างกฎหมาย – อย่าแก้เก้อด้วยการขอ “เลื่อน” กฎหมายออกไปก่อน เพียงเพื่อหวัง “เติมเสียง” ในสภาให้พอ จึงต้องรอดูว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กาสิNO#พรรคประชาชน#รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ#ไม่เอากาสิNo#พรรคร่วมรัฐบาล#คัดค้านกาสิNo#มูลนิธิหยุดพนัน

Read More

วันที่ 24 มิ.ย. 2568 – สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีปัญหาแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณ “ปราสาทตาเมือนธม” ที่ปัจจุบันมีทหารกัมพูชาประจำการอยู่ แม้ตัวปราสาทจะตั้งอยู่ภายในเขตไทยชัดเจน สมชัยระบุว่า ก่อนที่รัฐมนตรีกลาโหมไทยจะออกท่าที “ดุดัน” ต่อกัมพูชา ควรตอบคำถามต่อไปนี้ให้สังคมไทยเข้าใจเสียก่อน: 1. เหตุใดกัมพูชาจึงออกแถลงการณ์ว่า ปราสาทตาเมือนธมเป็นของกัมพูชา ทั้งที่ตั้งอยู่ในเขตแดนประเทศไทยอย่างชัดเจน และห่างจากเส้นเขตแดนถึง 1.2 กิโลเมตร? 2. เพราะเหตุใดจึงมีทหารกัมพูชา 5–7 นายรักษาการณ์อยู่ภายในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และกรณีล่าสุดยังมีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่กัมพูชาออกมา “ไล่” คณะปั่นจักรยานของฝ่ายไทย โดยอ้างว่า “ขึ้นมาก่อนเวลาเปิด”? 3. จริงหรือไม่ที่ภูมิธรรม รัฐมนตรีกลาโหม ไปลงนามข้อตกลงร่วมในการประชุม GBC (General Border Committee) กับกัมพูชา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ซึ่งมีเนื้อหายอมให้ทหารกัมพูชาประจำการอยู่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม? 4. ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรมพร้อมหรือไม่ ที่จะผลักดันทหารกัมพูชาออกจากปราสาทตาเมือนธม เพราะนี่คือ “ดินแดนไทย” ไม่ใช่พื้นที่พิพาท หรือพื้นที่ร่วมใด ๆ ทั้งสิ้น สมชัยทิ้งท้ายว่า ต้องการคำตอบ “แมน ๆ ตรงประเด็น” ไม่ใช่คำตอบอ้อมค้อม เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้ความกระจ่างว่า ใครดูแลแผ่นดินไทยอยู่ และจะยอมปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองพื้นที่โบราณสถานสำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตัดน้ำมันกัมพูชา#ปิดด่าน#ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#ปราสาทตาเมือนธม#ภูมิธรรมเวชยชัย#ตัดไฟฟ้าอินเตอร์เน็ต#ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา

Read More

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางสาวอรัญญา จันทดี ทนายความของนายนเรศ วงศ์เศรษฐกุล ผู้เสียหาย ที่ถูกนายชัยชนะ เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช กับพวก รุมทำร้ายกลางงานบวช ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ขอให้สอบสวนพฤติกรรม ว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีรุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่นกลางงานบวช และพยายามใช้ตำแหน่งกดดันให้ถอนแจ้งความ โดยเหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 23 พ.ค. 2568 ที่งานบวช อบต.ควนพัง จ.นครศรีฯ ผู้เสียหายคือนายนเรศ วงศ์เศรษฐกุล นักธุรกิจวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ ถูกส.ส.ชัยชนะใช้กำลังและวาจาข่มขู่ ห้ามลงสมัคร อบต.ร่อนพิบูลย์ ก่อนจะรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และมีการชักปืนข่มขู่กลางงานบวช “เหตุการณ์นี้มีทั้งบันทึกประจำวัน คลิปเสียง และพยานแวดล้อมครบถ้วน แต่ผู้เสียหายถูกกดดันอย่างหนักให้ถอนแจ้งความ ทั้งจากครอบครัวของผู้ก่อเหตุ และจากการใช้อิทธิพลในพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ ไม่ใช่ครั้งแรก ที่นายชัยชนะตกเป็นข่าวข่มขู่คู่แข่งทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง มีหลักฐานอีกคดีที่ถูกแจ้งแล้วถอนในลักษณะคล้ายกันเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เช่นกรณีวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายชัยชนะได้ข่มขู่นายณัฐวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ถ้าเจอที่ไหนจะทำร้ายถึงแก่ชีวิต ซึ่งได้มีการแจ้งความเป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมามีการถอนแจ้งความอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการที่นายชัยชนะไปพูดคุยให้ถอนแจ้งความด้วยเช่นกัน” นายเชาว์ระบุว่า พฤติกรรมเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคลอีกต่อไป แต่สะท้อน ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่นักการเมืองบางคนใช้ตำแหน่งและอิทธิพลคุกคามคู่แข่งและปิดปากเหยื่อ เพื่อรักษาฐานอำนาจของตนเองจึงขอให้ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการตามมาตรา 234(1) และตรวจสอบว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามข้อ 12 และ 17 หรือไม่ “ประชาชนควรได้เห็นว่าสภาฯ คือที่รวมของ “ผู้แทนราษฎร” ไม่ใช่ “ผู้มีอิทธิพล” และตำแหน่งประธานกรรมาธิการตำรวจ ต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกันคดีให้ใคร” นอกจากนี้ยังได้ร่วมเดินทางไปสตช.กับนางสาวอรัญญา จันทดี ทนายความของนายนเรศ เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรพล.ต.ต. จารุต ศรุตยาพร ผบก.ตำรวจนครีธรรมราช ฐานข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย เพื่อช่วยเหลือนายชัยชนะ และให้โอนคดีจากพื้นที่มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบฯ ด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นักการเมืองกร่าง#สสเมืองคอน#ชัยชนะเดชเดโช#สจทอ

Read More

“ทักษิณใช้ลูกเปลืองมาก เชื่อว่าแพทองธารถอดใจแล้ว แต่พ่อให้อยู่ในอำนาจต่อเพราะยังมีคดีคาอยู่” — นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมาย เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ——— จุดจบอาจไม่ได้อยู่ในสภา แต่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แม้รัฐนาวา “แพทองธาร” จะประกาศเดินหน้าโดยไม่มีการเปลี่ยนผู้นำ แต่ความเปราะบางทั้งภายในและภายนอกยังคงก่อตัวรอบทิศ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ชี้ว่า ปัจจัยชี้ชะตารัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ที่พรรคร่วม ไม่ใช่การชุมนุม แต่คือคำตัดสินของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ด่านแรกให้ลุ้นคือ ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งอาจมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุน เซน “ถ้ายังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ผมคิดว่าศาลอาจสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้” เขากล่าว พร้อมกับย้อนไปยังอดีตที่นายกรัฐมนตรีจากค่ายทักษิณ ชินวัตร ล้วนพ้นตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่สมัคร–สมชาย–ยิ่งลักษณ์ ไปจนถึงเศรษฐา ทวีสิน “ผมเชื่อว่าแพทองธารจะมีจุดจบเหมือนกัน เพราะทั้งหมดสะท้อนว่านักการเมืองค่ายนี้ท่อจริยธรรมอยู่ลึกเกินไป อย่าอ้างนิติสงคราม เพราะนายกฯ คนอื่นเขาก็ไม่โดน เพราะเขาไม่ทำผิด” ——— การเมืองที่ไม่เคารพขั้นตอน นิพิฏฐ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เรียบร้อยในกระบวนการเสนอรายชื่อรัฐมนตรี โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวเสนอชื่อ ส.ส.เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งที่ยังไม่มีการประชุมร่วมตามข้อบังคับพรรค “ถ้าเสนอชื่อไปก่อน แล้วเอามติพรรคตามทีหลัง ถือว่าผิดข้อบังคับ หัวหน้าพรรคมีสิทธิ์ถูกฟ้อง นายกฯ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยถ้ารู้ว่ารายชื่อยังไม่ถูกต้อง” ———- “กลัวภูมิใจไทยมากกว่าฮุน เซน” ในสถานการณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติมีอำนาจต่อรองสูง หากถอนตัวจากรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลเพื่อไทยกลายเป็นเสียงข้างน้อยทันที แต่เลือกที่จะไม่ทำ นิพิฏฐ์ มองว่า เป็นเพราะทั้งสองพรรคเลือกอยู่ต่อเพื่ออำนาจมากกว่าจะเชื่อในพลังศรัทธาของประชาชน ยอมพายเรือต่อท่ามกลางคำถามคนบนเรือเป็นพระหรือโจร “ประชาธิปัตย์เขากลัวภูมิใจไทยมากกว่าฮุน เซน เพราะต้องแข่งกันในภาคใต้ เขาไม่เชื่อในพลังศรัทธาประชาชนแล้ว แต่เชื่อว่าอุปกรณ์จะช่วยให้ชนะเลือกตั้ง” ส่วนรวมไทยสร้างชาติอ้างว่าอยู่ในเรือที่กำลังเจอมรสุม หากถอนตัวจะทำให้เรือล่ม แต่นิพิฏฐ์ตั้งคำถามกลับว่า “ในเรือที่คุณพายอยู่ มีโจรหรือพระนั่งอยู่ ถ้าเป็นโจรก็ล่มเรือไปเถอะ โจรจะได้ตายไป ถ้าเป็นพระถึงจะต้องประคับประคอง ส่วนกล้าธรรมกับประชาชาติ คนไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว เพราะมองว่าเป็นพรรคสาขาเพื่อไทย” ———- เชื่อแพทองธารถอดใจแล้ว แต่ “พ่อ” ยังไม่ปล่อยอำนาจ นิพิฏฐ์เชื่อว่า ณ จุดนี้ นายกฯ เองอาจพร้อมจะถอยแล้ว แต่ไม่สามารถทำได้เพราะ…

Read More

นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ซึ่งติดตามการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคมคู่กับ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคเดียวกัน วันนี้เปิดอีกประเด็นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณส่อไปในทางมิชอบ โดยเปิดหนังสือขอตัวพนักงานประกันสังคมไปช่วยราชการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (สุชาติ ชมกลิ่น) ซึ่งเป็นหนังสือขอตัวที่ลงนามเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 โดยนายประสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการประกันสังคมในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน นายสวัสวัตยังโพสต์ถามผู้ประกันตนว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าเงินที่ส่งประกันสังคมทุกเดือน ถูกเอาไปจ่ายเงินเดือน ให้กับบุคคลหนึ่ง ที่ไปรับใช้ดูแลคนคนเดียว โดยระบุ พนักงานประกันสังคม ไม่ใช่ข้าราชการ เป็นพนักงานที่ประกันสังคมจ้างตรง ใช้เงินกองทุนในการจ่ายเงินเดือน คือเอาเงินสมทบของผู้ประกันตนมาจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ดังนั้นการย้ายพนักงาน ไปทำงานหน่วยราชการอื่นไม่ถูกต้อง และผิดจุดประสงค์การใช้เงินของกองทุน “เขาให้เอาเงินจ้างคนมาทำงาน ในประกันสังคม ไม่ใช่ไปรับใช้ใครส่วนตัว พ่อแม่พี่น้องดูกันเอาเองครับ รมช.พาณิชย์ ชื่ออะไร ให้เลขาประกันสังคม เซ็นหนังสือเอาพนักงานประกันสังคมให้ไปทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ มันตั้งคำถามได้ตัวโตๆเลย ว่า “น่าจะสนิทกันหรือไม่” นายสหัสวัตระบุ เขายังระบุการเซ็นย้าย พนักงานประกันสังคม (กระทรวงแรงงาน) เอาคนทำงานที่จ้างโดยเงินประกันสังคม ที่ทุกคนสมทบ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือการเอื้อประโยชน์ อำนวยความสะดวก ให้พวกพ้องหรือไม่ ทั้งนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกระบุว่าจะข้ามห้วยมากินตำแหน่งใหญ่เป็นเบอร์ 1 ในกระทรวงแรงงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการปรับ ครม.”อุ๊งอิ๊งค์ 2 “ เร็วๆ นี้ด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร#ประกันสังคม#พรรคประชาชน#สุชาติชมกลิ่น#อุ๊งอิ๊งค์2#ไอซ์รักชนก#สหัสวัตคุ้มคง

Read More

ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 — ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้ยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โพสต์ถึงความคืบหน้าของร่างกฎหมายที่เรียกว่า “เสรีโซลาร์” พร้อมระบุว่า กฎหมายนี้กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา โดยมีทั้งร่างที่เสนอโดย ส.ส.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และร่างของกระทรวงพลังงานที่รมว.พีระพันธุ์ดูแล โดยมีการระบุสถานะของทั้งสองร่างกฎหมายไว้ชัดเจนว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามข้อมูลนี้ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะเข้าสู่กระบวนการทางนิติบัญญัติอย่างเต็มรูปแบบ 📍 ร่าง ส.ส.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่มีนาคม 2568 อยู่ระหว่างรอความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีเนื้อหาตัดค่าธรรมเนียมของหลายหน่วยงาน จึงเข้าข่ายเป็นร่างกฎหมายการเงิน และต้องได้รับการลงนามรับรองจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งอรรถวิชช์ระบุว่า “ได้รับแจ้งว่าได้ลงนามแล้ว” แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าร่างเข้าสู่สภาฯ หรือยัง ถ้าเข้าบรรจุวาระอย่างไร? 📍 ร่างกระทรวงพลังงาน (รมว.พีระพันธุ์) ปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างที่รัฐมนตรีทำหนังสือเร่งกรมพัฒนาพลังงานฯ เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะนำเข้า ครม. ได้ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน 📍 เหลือระยะทางอีกไกล ทั้งสองร่างยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะแล้วเสร็จ แม้ไม่มีอุปสรรคทางการเมือง เมื่อพิจารณาควบคู่กับบริบทของรัฐบาลที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากพรรคร่วม และเสถียรภาพทางอำนาจที่สั่นคลอนตลอดเวลา ก็ยิ่งน่าคิดว่าการผลักดันร่างกฎหมายเหล่านี้ในรัฐบาลชุดนี้จะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน? แต่การผลักดันร่างกฎหมายพลังงานทั้งสองฉบับ ถูกใช้เป็นเหตุผลสำคัญในการอยู่ร่วมรัฐบาลต่อ โดยไม่มีคำชี้แจงใด ๆ เพิ่มเติมกับมติพรรคที่มอบพีระพันธู์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าฯ ไปยื่นข้อเสนอให้แพทองธารลาออกจากตำแหน่งนายกฯ แต่ไม่มีการลาออก และพรรคก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ตามที่มีคนระดับรองหัวหน้าพรรคถึงสองคน คือ จุติ ไกรฤกษ์ และวิทยา แก้วภราดัย ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า นายกฯ ไม่ออก เราออก ❓ คำถามชวนคิด ในภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ประชาชนขาดศรัทธาในตัวผู้นำ การยืนยันว่าจำเป็นต้องอยู่ในอำนาจเพื่อผลักดันกฎหมายที่ยังไม่เริ่มเข้าสภา จึงอาจเป็นคำถามชวนคิดว่า… “ที่อ้างว่าจะผลักดันนโยบายให้ถึงฝั่ง — จริง ๆ แล้ว…อยากให้นโยบายถึงประชาชน หรือแค่อยากให้ตัวเองถึงปลายเทอม?” #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รัฐบาลแพทองธาร #พรรคร่วมรัฐบาล #คลิปเสียงแพทองธาร #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #ถอนตัวร่วมรัฐบาล #เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา…

Read More

ศาลมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน เปิดเผยว่าหลิวเย่ว์จิ้น อดีตที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติและอดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถูกตัดสินโทษประหารชีวิต โดยรอลงอาญา 2 ปี ฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับการรับสินบน หลิวเคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ชุดที่ 13 และเป็นผู้บัญชาการสำนักปราบปรามยาเสพติด สังกัดกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ คำพิพากษาของศาลเปิดเผยว่าระหว่างปี 1992-2020 หลิวได้ใช้อำนาจจากหลายตำแหน่งในองค์กรตำรวจเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้ผู้อื่น อาทิ การดำเนินธุรกิจและการจัดหาเงินทุน ซึ่งหลิวได้รับเงินและของติดสินบนอย่างผิดกฎหมายเป็นการตอบแทน รวมมูลค่ากว่า 121 ล้านหยวน (ราว 552 ล้านบาท) ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้หลิวถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดถูกยึด และทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบถูกนำคืนให้รัฐ โดยศาลระบุว่าจำนวนการติดสินบนในคดีของหลิวสูงเป็นพิเศษ และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน แต่ศาลได้พิจารณาผ่อนปรนบทลงโทษตามกฎหมายเนื่องจากมีปัจจัยลดโทษ ได้แก่ การรับสารภาพ และการคืนทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบทั้งหมดแล้ว ขอบคุณภาพจาก FB:สำนักข่าวซินหัว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ซินหัว#จีนประหารชีวิต#ประหารชีวิตรับสินบน

Read More

ม็อบประชาชนจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ผ้าดิบ 15 เมตร” สะท้อนรัฐบาลแพทองธาร – ปราศรัยย้ำให้ “นายกฯ ถอยอย่างสงบ” การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องบริเวณสะพานชมัยรุเชษฐ์ โดยในวันนี้ ผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ นำผ้าดิบขนาดยาวกว่า 15 เมตร ที่เขียนข้อความสะท้อนปัญหาทางการเมืองภายใต้รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาจัดแสดงริมถนนฝั่งมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นผลงานของประชาชนกว่า 1,000 คนที่ร่วมกันเขียนข้อความตลอดหลายวัน บรรยากาศภายในพื้นที่ชุมนุมมีการปราศรัยบนเวทีต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สลับกับการแสดงดนตรีที่สื่อถึงความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาล โดยมีการเชิญชวนประชาชนร่วมออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ หนึ่งในช่วงการปราศรัย มีการกล่าวว่า “พวกเรามาด้วยความเมตตาต่อนายกรัฐมนตรี เราไม่ได้มาด้วยความเกลียดชัง แต่อยากให้คุณแพทองธารได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ และเปิดทางให้ผู้ที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทน” ผู้ชุมนุมรายหนึ่งเปิดเผยว่า พวกเขาปักหลักเคลื่อนไหวต่อเนื่องมากว่า 2 ปี และในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวาระครบรอบ 2 ปีพอดี โดยระบุว่า “เราทนไม่ได้อีกต่อไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น” บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความสงบ อากาศไม่ร้อนมาก กลุ่มผู้ชุมนุมมีการเตรียมพัดลมและผ้าเย็นมาช่วยคลายร้อนตลอดวัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#คปท#กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน

Read More

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลในการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนคลับบางส่วน โดย ดร.หิมาลัย เน้นย้ำว่า นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และเพื่อขับเคลื่อนกฎหมายสำคัญในวงการพลังงานที่ยังค้างคา ในโพสต์ที่เขียนแสดงถึงมุมมองส่วนตัว ดร.หิมาลัยระบุว่า: 1 การทำลายเกียรติภูมิของนายกรัฐมนตรี: ดร.หิมาลัยเห็นว่า ความพยายามที่จะทำลายท่านนายกรัฐมนตรีจากผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการเผยแพร่คลิปการเจรจาที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่ไม่เคยมีผู้นำประเทศใดในโลกใช้มาก่อน โดยตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำประเทศอื่นๆ คงเห็นได้ว่าเกียรติภูมิและความน่าเชื่อถือของผู้นำไทยท่านนี้ควรได้รับการเคารพ 2 การแก้ปัญหาด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว: ดร.หิมาลัยสนับสนุนความพยายามของท่านนายกรัฐมนตรีในการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในการเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศ โดยยืนยันว่าไม่พบเจตนาที่จะขายชาติอย่างที่ถูกกล่าวหา 3 การขอโทษและแก้ไข: ดร.หิมาลัยได้ชื่นชมการขอโทษจากท่านนายกรัฐมนตรีและทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และเน้นว่าการแก้ไขปัญหานั้นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในการทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจที่บริสุทธิ์ในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดร.หิมาลัยยังกล่าวถึงงานเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการคือ การผ่านร่างงบประมาณปี 2569 เพื่อให้การบริหารประเทศดำเนินต่อไป โดยหากไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ จะทำให้การบริหารประเทศหยุดชะงัก ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนในระยะยาว ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ดร.หิมาลัยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันกฎหมายพลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะกฎหมายโซลาร์รูฟเสรี และการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ที่จะช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีพลังงานทางเลือกที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ สุดท้าย ดร.หิมาลัย ชื่นชมนายพีระพันธุ์ว่าเสียสละมีความกล้าหาญตัดสินใจแม้จะต้องเผชิญกับกระแสนิยมส่วนตัวและของพรรคที่ตกต่ำลง เพื่อผลักดันกฎหมายพลังงานเพื่อประชาชนให้เป็นผลสำเร็จ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคร่วมรัฐบาล#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา#ประชุมสภา#คลิปเสียงร้อน

Read More

นอกจากวันที่ 1 ก.ค.นี้จะมีการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจพิจารณารับคำร้อง 36 สว. ถอดถอน แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปมคลิปสนทนาหลานอิ๊งค์-ลุงฮุนฯ ซึ่งมีลุ้นว่าจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่? แล้ว ในสภาฯ ก็เริ่มคึกคักจนอุณหภูมิอาจทะลุปรอทแตกได้ เพราะ 3 ก.ค. ดีเดย์เปิดสมัยประชุมสภาฯ มีทั้งญัตติร้อนและกฎหมายสำคัญรอวัดเสถียรภาพรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอยู่ 9 ก.ค. ลุ้นเกมแตกหักกลางสภา ปมกฎหมาย ‘กาสิโน’ ปัญหาใหญ่: ร่างนี้ถือเป็น “กฎหมายการเงิน” – ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาล – หากสภาไม่ให้ความเห็นชอบ (ตีตกกลางสภา) นายกรัฐมนตรีมี 2 ทางเลือก: 1. ลาออก 2. ยุบสภา แต่หากสัญญาณไม่ดีเพื่อไทยอาจใส่เกียร์ถอย ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะทำได้อย่างใจ หากสส.ในสภาผนึกกำลังย้อนศร ⸻ เดือนกรกฎาคม ไม่ได้มีแค่ “ลุ้นแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่” เปลี่ยนนายกฯ ไม่ต้องรอศาล…แค่แพ้ในสภาฯ ก็จบแล้ว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา#ประชุมสภา#ศาลรัฐธรรมนูญ#ฮุนเซน#คลิปเสียงร้อน#ถอดถอนนายกฯ

Read More