Author: Writer Publisher

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 10.30 น. นางสาวอรัญญา จันทดี ทนายความของนายนเรศ วงศ์เศรษฐสกุล ผู้เสียหายจากการถูกนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และนายพิชิตไชย เดชเดโช สจ.นครฯ กับพวกรุมทำร้ายร่างกายในงานบวช จะเดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พลตำรวจตรี จารุต ศรุตยาพร ผบก.ตำรวจนครศรีธรรมราช ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมข่มขู่และคุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือนายชัยชนะ โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่ The Publisher ได้เปิดประเด็นเหตุทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนเกิดกระแสความสนใจอย่างกว้างขวาง และทำให้คดีที่เกือบจะเงียบถูกเปิดเผยออกมาว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้จึงไม่สามารถจบลงด้วยการถอนแจ้งความตามที่เคยคิดไว้ แต่เรื่องราวยังไม่จบ เมื่อพบว่าพลตำรวจตรี จารุต ศรุตยาพร ผบ.ก.นครศรีธรรมราช ได้แสดงพฤติกรรมข่มขู่และคุกคามเพื่อช่วยเหลือนายชัยชนะ ทำให้ทนายความของผู้เสียหายร้องต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 ตามด้วยการยื่นร้องเรียนกับ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำดังกล่าวและบ่ายโมงครึ่งวันนี้จะไป สตช. ขอให้โอนคดีไปยัง กองปราบปราม เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส น่าสนใจไม่น้อยว่า ส.ส.ที่ถูกกล่าวหารุมทำร้ายนายนเรศกลางงานบวชคนนี้ คือหนึ่งในบุคคลที่อาจได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้น ขณะที่คำถามสำคัญยังคงค้างอยู่ในสังคมว่า “เหมาะสมหรือไม่” ที่ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาจะได้รับตำแหน่งสำคัญระดับนี้ในรัฐบาล #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นักการเมืองกร่าง#สสเมืองคอน#ชัยชนะเดชเดโช#สจทอ – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Read More

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้โควตารัฐมนตรีช่วยว่าการเพิ่ง 1 เก้าอี้ และบอกโควตานี้จะเป็นของนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ โดยได้ส่งประวัติให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตรวจสอบแล้ว และไม่มีส่งชื่อสำรองไว้รองรับหากคุณสมบัติมีปัญหา พร้อมยอมรับว่าตนอยากได้ตำแหน่ง และมีแนวโน้มที่จะโยกไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจริง นายเดชอิศม์ กล่าวด้วยว่าเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วค่อนข้างจะสับสนวุ่นวาย แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลและทหารจับมือกันอย่างแน่นแฟ้นเพื่อแก้ปัญหา จึงคิดว่าปัญหาอื่นไม่น่าจะมี รวมถึงการเจรจาสัดส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีในการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ลงตัวเกือบ 100% แล้วส่วนการที่ได้ตำแหน่งโควตารัฐมนตรีช่วยเพิ่มถือว่าเป็นผลงานหรือไม่ จากเดิมที่ถูกมองว่ามาเกาะพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมรัฐบาล นายเดชอิศม์ กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องทำใจอย่างหนึ่ง “ศิษย์เก่าเรา เป็นพวกโมฆบุรุษ หรือพวกล้มละลายทางการเมือง ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปส่วนใหญ่ไม่โจมตีพรรคไหน มาโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เกือบทั้งหมดแหละครับ ผมต้องฝืนแรงเสียดทานสักหน่อยหนึ่ง” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคประชาธิปัตย์#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร

Read More

ย้อนชะตากรรม 4 นายกฯ เพื่อไทยในมือศาลรธน. หรือ แพทองธารจะเป็นคนที่ 5? พ้นนายกฯ ภาพสมัคร สุนทรเวช ปี 2551 รับรายได้รายการ “ชิมไปบ่นไป” ขัดรธน. ภาพสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปี 2551 ถูกยุบพรรคพลังประชาชนทุจริตเลือกตั้ง ภาพยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2556 โยกถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภาพเศรษฐา ทวีสิน ปี 2567 ผิดจริยธรรมร้ายแรง ตั้งพิชิต ชื่นบาน เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ ภาพแพทองธาร ชินวัตร ปี 2568 ลุ้น 1 ก.ค. ศาลรธน.ประชุมมีวาระถอดถอนปมคลิปหลานอิ๊งค์-ลุงฮุน หรือไม่? ถ้ามีจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า? บทสรุปจะจบที่ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา#แพทองธาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#ฮุนเซน#คลิปเสียงร้อน#ถอดถอนนายกฯ

Read More

“เสธ.เบิร์ด” หรือ พล.ต.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า กัมพูชายังคงซื้อกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึง 6 จุด ไม่ได้มีการยกเลิกการซื้อขายไฟฟ้าทั้งหมดตามที่บางกระแสเข้าใจผิด โดยมีการยกเลิกการซื้อขายไฟฟ้าเพียง 3 จุดเท่านั้น การเปิดเผยข้อมูลของ “เสธ.เบิร์ด” โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Wanchana Sawasdee ว่า การประกาศตัดไฟเมื่อ 17 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมาของกัมพูชาเรามาดูว่าปัจจุบันสถานการณ์การจ่ายไฟฟ้าเป็นยังไงบ้าง ก่อนจะประกาศตัดไฟ ไทยจ่ายไฟให้ เขมร 9 จุด คือ 1. จ.สุรินทร์ (ช่องจอม) ไป บ.โอร์สเม็ด จ.อุดรมีชัย 2. จ.สระแก้ว บ.หนองปรือ ไป อ.มาลัย จ.บันเตียเมียนเจย 3. จ.สระแก้ว บ.คลองลึก ไป อ.ปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย 4. เหมือนข้อ 3 เป็นวงจร 2 5. จ.สระแก้ว บ.เขาดิน ไป อ.สำเภาลูน จ.พระตะบอง 6. จ.จันทบุรี บ.ซับตารี ไป อ.พนมปรึก จ.พระตะบอง 7. จ.จันทบุรี บ.สวนส้ม ไป อ.โอลัวะ จ.พระตะบอง 8. จ.จันทบุรี บ.บ้านแหลม ไป อ.ก๊อมเรียง จ.พระตะบอง 9. จ.ตราด บ.หาดเล็ก ไป บ.หาดทรายยาว จ.เกาะกง #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ตัดน้ำมันกัมพูชา #ปิดด่าน #ฮุนมาเนต #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฮุนเซน #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #ตัดไฟฟ้าอินเตอร์เน็ต #ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา

Read More

เปลี่ยนตัวนายกฯ ได้…ทำไมเลือกแลกแค่เก้าอี้? หลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล เสียงของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมเหลือเพียง 255 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภาเพียง 7 เสียง เท่านั้น ในสมดุลที่เปราะบางเช่นนี้ พรรคการเมืองขนาดกลางกลับกลายเป็นผู้มี “อำนาจต่อรอง” สูงสุดบนกระดานการเมือง เพราะแค่ถอนตัวก็สามารถทำให้รัฐบาลกลายเป็น “เสียงข้างน้อย” ได้ทันที ⸻ อำนาจอยู่ในมือใคร…พรรคไหนเปลี่ยนสมการได้? • ประชาธิปัตย์ – 25 เสียง • กล้าธรรม – 25 เสียง • รวมไทยสร้างชาติ – 18 เสียง (จาก 36 ก่อนอกแตกอีก 18 ตั้งท่าไปพรรคโอกาสใหม่) • ชาติไทยพัฒนา – 10 เสียง • ประชาชาติ – 9 เสียง • พรรคชาติพัฒนา / ไทรวมพลัง / พรรคเล็ก – พรรคละ 1–3 เสียง แม้ กล้าธรรม และ ประชาชาติ จะมีท่าทีสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน แต่ในทางโครงสร้าง ก็ถือว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มี “น้ำหนัก” และ “ความชอบธรรม” มากพอ ที่จะตั้งคำถามต่อทิศทางรัฐบาล… หรืออย่างน้อยก็แสดงจุดยืนได้ ⸻ แล้วพวกเขาทำอะะไรกับอำนาจนั้น? แทนที่พรรคการเมืองเหล่านี้จะใช้โอกาสต่อรองเพื่อกดดันให้ “เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของประชาชนจำนวนมาก พวกเขากลับใช้ “อำนาจต่อรอง” เพื่อแบ่ง เก้าอี้รัฐมนตรี โดยไม่มีประชาชนและประเทศชาติในสมการ ⸻ แบ่งเค้กหลังภูมิใจไทยถอนตัว มีรายงานว่า… • ชาติไทยพัฒนา จากเดิมถือกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ รมช.เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง • ประชาธิปัตย์ เดิมได้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ + รมช.สาธารณสุข ได้เพิ่ม รมช.มหาดไทย…

Read More

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มรวมพลังเพื่อแผ่นดิน เผยยอดเปิดรับบริจาคเข้าบัญชีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อนำเงินไปมอบให้ กลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดยระบุ พลังจากพี่น้องประชาชนหลั่งไหลมาสนับสนุนการชุมนุม 28 มิถุนายน และเพื่อนำรายได้ส่วนที่เหลือสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 ผ่านไป 20 ชั่วโมงเวลา 7.30 น. มีผู้โอนเงินมากกว่า 5,000 รายการ จนทางแอปไม่สามารถรายงานจำนวนครั้งที่โอนได้มากกว่านี้แล้ว รวมเป็นงิน 7,723,340.34 บาท เข้าบัญชีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 008-109529-9 เพื่อให้มูลนิธินำเงินไปมอบให้ “กลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่จะจัดกิกรรมชุมนุมสาธารณะเพื่อให้ความรู้และแสดงความรักชาติปกป้องอธิปไตยไทย ในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรม การชุมนุมสาธารณะของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เพื่อให้ความรู้ประชาชนและปลุกจิตสำนึกของความรักชาติ ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น สามารถโอนเงินมาที่บัญชี 1.มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 008-109529-9 โดยมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินให้เพิ่มชื่อผู้ที่เบิกจ่ายบัญชีนี้ 2 ใน 3 คน คือ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, อ.แก้วสรร อติโพธิ และ ทนายนิติธร ล้ำเหลือ 2.บัญชีนี้จะเปิดรับบริจาคถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เท่านั้น และจะปิดเคลียร์บัญชีในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 โดยจะแจ้งเปิดเผยรายรับและรายจ่ายทั้งหมด โดยขณะเริ่มต้นบัญชีนี้มีเงินอยู่เพียง 0 บาท 3.เมื่อจบโครงการนี้แล้ว หากมีเงินคงเหลือจะนำไปบริจาคหรือซื้อสิ่งของสนับสนุนการทำงานของกองทัพภาคที่ 2 ทั้งหมด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#รวมพลังแผ่นดิน#รักชาติปกป้องอธิปไตย#ปานเทพพัวพงษ์พันธ์#28มิถุนายนอนุสาวรีย์ชัย

Read More

เกิดแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองขึ้นอีกระลอก หลังมีรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเร็วขึ้นเป็นพิเศษ เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 จากกำหนดเดิมที่อยู่ในช่วงวันที่ 8 และ 15 กรกฎาคม แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งเลื่อนการประชุมประจำสัปดาห์เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ช่วงบ่ายของวันนี้เพิ่งประกาศ “งดประชุมประจำสัปดาห์” เนื่องจากติดภารกิจจัดประชุม AACC (Conference of Asian Constitutional Courts) การเร่งนัดประชุมเช่นนี้ ไม่ใช่แนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยนักในศาลรัฐธรรมนูญ และยิ่งจุดกระแสการจับตาหนักขึ้นไปอีก เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่า ศาลฯ อาจเตรียมพิจารณา “คำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย” จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา คำร้องดังกล่าว ยื่นโดย สมาชิกวุฒิสภา 36 คน นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา อ้างอิงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 เพื่อให้วินิจฉัยว่า “ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว” โดยอ้างอิงมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) นอกจากนี้ ในคำร้องยังขอให้ศาลมีคำสั่ง “ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่” ระหว่างรอวินิจฉัย หากศาลรับคำร้องและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง จะทำให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีลำดับหนึ่ง ขึ้นทำหน้าที่ “รักษาการนายกรัฐมนตรี” แทนทันที ⸻ การประชุม 1 ก.ค. นี้ อาจไม่ใช่แค่การหารือทั่วไป แต่คือจุดเปลี่ยนเกมการเมืองครั้งใหญ่ ที่อาจทำให้ “ผู้นำหญิงของไทย” ต้องวางมือกลางเทอม! #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา#แพทองธาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#ฮุนเซน#คลิปเสียงร้อน#ถอดถอนนายกฯ#7เสียงเปลี่ยนสมการ

Read More

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หารือผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมือสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จนรัฐสภาอิหร่านมีมติให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางในการขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและกระทบต่อประเทศไทย เพราะ 59% นำเข้าจากตะวันออกกลางขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงต้องพิจารณามาตรการเตรียมน้ำมันสำรองภายในประเทศ รวมทั้งมาตรการด้านราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ “ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงาน จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและปริมาณสำรองน้ำมัน และขอให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดเพื่อลดการนำเข้า ซึ่งจะช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อีกทางหนึ่งด้วย” ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือด้านราคาน้ำมัน นายพีระพันธุ์บอกจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมารักษาเสถียรภาพด้านราคา และอาจขอความร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงพุ่งสูงขึ้น ส่วนปริมาณสำรองจะดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นในภูมิภาคทดแทนและอาจเพิ่มปริมาณสำรองมากขึ้น ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ประมาณ 72 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศ ทั้งน้ำมันดิบคงเหลือ น้ำมันดิบระหว่างการขนส่ง และน้ำมันสำเร็จรูปสามารถใช้ได้ 63 วัน ซึ่งหากสถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรองน้ำมัน ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลไปแล้วรวม 4 ครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อราคาขายปลีกภายในประเทศ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้กับประชาชน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ราคาน้ำมัน #ปริมาณสำรองน้ำมัน #พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค #รัฐบาลแพทองธาร #ช่องแคบฮอร์มุซ

Read More

“เรายังมีเวลา พรรคประชาธิปัตย์ยังเปลี่ยนใจได้” — ชนินทร์ รุ่งแสง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ——— เสียงสะท้อนจากประชาชน ที่กรรมการบริหารพรรคควรฟัง หลังที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ลงมติ 19 ต่อ 7 ให้ร่วมรัฐบาลต่อ ชนินทร์ รุ่งแสง หนึ่งในกรรมการบริหารเสียงข้างน้อย เดินหน้ายื่นหนังสือขอให้พรรคทบทวนมติ พร้อมแนบรายชื่อประชาชนและสมาชิกพรรคที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเสนอให้ “เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี” “ตอนนี้สถานะของพรรคเราไม่เหมือนวันแรกที่ร่วมรัฐบาล เรามีน้ำหนักมากขึ้น ถ้าประชาธิปัตย์ขยับ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงได้” ———- ไม่ต้องยุบสภา แต่ต้องเปลี่ยนนายกฯ ชนินทร์ย้ำว่า ข้อเสนอของเขาไม่ใช่การลาออกจากรัฐบาลทันที หรือกดดันให้ยุบสภา แต่เป็นการขอให้พรรคเสนอเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาชายแดน ยังต้องเดินต่อ แต่ต้องมีผู้นำที่ประชาชนไว้ใจได้ ไม่ใช่คนที่หมดศรัทธาไปแล้ว” แม้ข้อเสนอดังกล่าวถูกปัดในที่ประชุมว่าเป็นไปไม่ได้ เขาก็ยังยืนยันว่าพรรคควรกลับมาทบทวน ก่อนจะสายเกินไป ——— ยังหวัง กก.บห.ปชป. ทบทวนมติใหม่ แม้จะมีภาพหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปรากฏตัวข้างนายกรัฐมนตรีหญิงคนปัจจุบันพร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอื่น แต่ชนินทร์ยืนยันว่า “ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เปลี่ยนนายกฯ ถ้ายังไม่ตัดสินใจขั้นสุด ผมก็ยังเชื่อว่าเรายังกลับตัวได้” เขาบอกว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดชัดเจนมากว่า “ไม่เอาแล้ว” กับผู้นำคนเดิม ——— ประชาธิปัตย์ยังมีทางเลือก แม้ไม่ใช่ทางนิยม ชนินทร์ยอมรับว่า ไม่ว่าพรรคจะถอนตัวหรืออยู่ต่อ ประชาชนบางส่วนอาจไม่กลับมาสนับสนุนในทันที แต่การเลือก “ฟังประชาชน” คือสิ่งที่ต้องทำ “เราอาจไม่ได้เสียงคืนมาในพริบตา แต่เราจะได้ศรัทธากลับมา ถ้าแสดงให้เห็นว่าเราไม่ทิ้งหลักการ ไม่ทิ้งประชาชน” เขายังมองว่าการร่วมรัฐบาลในอดีตทั้งกับพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคเพื่อไทย เป็นการตัดสินใจของกรรมการบริหารในบริบทต่างกัน แต่สิ่งที่พรรคต้องยึดมั่นไม่เปลี่ยนคือ อุดมการณ์ “ประชาธิปไตย – สถาบันพระมหากษัตริย์ – ความซื่อสัตย์ คือแก่นของพรรค เราต้องพิสูจน์มันด้วยการกระทำ” ——— ยังไม่ลาออก แต่มี “เส้นตายในใจ” ในขณะที่หลายคนลาออกจากตำแหน่งหรือจากการเป็นสมาชิกพรรค ชนินทร์ยืนยันว่า เขายังไม่เลือกทางนั้น เพราะเชื่อในพลังการเปลี่ยนแปลงจากภายใน “สิ่งที่ผมไม่อยากทำคือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค และที่ไม่เคยคิดคือการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์เป็นของทุกคน ถ้าผมลาออก ก็เท่ากับปล่อยให้พรรคเดินทางเดิมต่อไป แต่ถ้าพรรคยืนยันจะร่วมรัฐบาลแน่…

Read More

วันนี้รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพิ่งจะคลอดมาตรการกดดันทางการกัมพูชาที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่เกิดข้อพิพาทชายแดนตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว เป็นมาตรการภายใต้คำว่าการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีแก๊งสแกมเมอร์ และแก๊งคอลเซนเตอร์เป็นตัวละครสำคัญที่นำไปสู่การประกาศปิดด่าน เข้มงวดนักท่องเที่ยว และคนเข้า-ออกผ่านชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงมาตรการตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และการส่งออกน้ำมัน ก๊าซเข้าไปในกัมพูชาเป้าหมายตัดเส้นทางหล่อเลี้ยงเหล่าอาชญากรข้ามชาติที่ใช้กัมพูชาเป็นฐานก่ออาชญากรรม แต่มาตรการที่ว่าดูเหมือนจะช้าไปกว่าฝั่งรัฐบาลกัมพูชาทั้งสิ้น อย่างมาตรการตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต ฮุน มาเนต สั่งตัดไปตั้งแต่ 13 มิถุนายน หรือ 10 วันก่อนหน้านี้ ส่วนน้ำมัน-ก๊าซ นั้นก็ประกาศงดการนำเข้าจากไทยไปเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา ทำให้ดูเหมือนมาตรการฝั่งไทยจะช้าไป หรือนี่อาจเป็นกลยุทธ์สับขาหลอกก็เป็นได้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตัดน้ำมันกัมพูชา#ปิดด่าน#ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ตัดไฟฟ้าอินเตอร์เน็ต#ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา

Read More