Author: Writer Publisher

“บอกฮุน เซน อยากได้อะไรเดี๋ยวจัดให้ — แล้วเคยจัดอะไรให้ประชาชนคนไทยบ้าง?” — รศ.ดร. อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ กัมพูชาไม่ใช่ประเทศที่น่าทำธุรกิจแล้ว! รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชาในมุมเศรษฐกิจว่า แม้ความเสียหายจากการปิดด่านจะสูงถึงหมื่นล้านบาทต่อเดือน แต่สิ่งที่ควรกังวลยิ่งกว่าคือความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ ที่ทำให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็น “ตลาดที่ไม่มีอนาคต” “คนไทยอาจเสียดายตัวเลขการส่งออกประมาณ 231,000 ล้านบาทที่เราส่งไปกัมพูชา แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือตลาดที่เสี่ยงและไม่แน่นอนสูง เขาทะเลาะกับเราอยู่ประเทศเดียว ไม่เคยมีปัญหากับจีนหรือเวียดนามเลย… ถ้าเขาไม่อยากซื้อสินค้ากู — กูก็ไม่ขายให้มึง” ในขณะที่กัมพูชาหันไปพึ่งสินค้าจีนและเวียดนามเพิ่มขึ้น ไทยต้องคิดแล้วว่า “จะยื้อหรือจะย้าย” เพราะการค้ากับประเทศที่ปลุกประชาชนให้แบนสินค้าไทย ย่อมไม่ใช่ฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงอีกต่อไป อีกทั้งส่วนแบ่งตลาดไทยก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ โดยจีนมาเป็นอันดับหนึ่งตามด้วยไทยและเวียดนาม มีแนวโน้มที่กัมพูชาจะนำเข้าสินค้าจากจีนและเวียดนามเพิ่มขึ้น ⸻ “อย่าไปเที่ยวกัมพูชาเลยครับ” — แนะตอบโต้ทางเศรษฐกิจ อาจารย์อัทธ์เสนอแนวทางตอบโต้แบบนิ่มแต่แรง นั่นคือ หยุดส่งเงินให้เขาผ่านนักท่องเที่ยว โดยชี้ว่าแต่ละปีคนไทยไปเที่ยวกัมพูชาสร้างรายได้ให้เขากว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี “เราต้องส่งสัญญาณกลับไปบ้าง อย่าไปเที่ยวกัมพูชาเลยครับ ให้เขาไปหานักท่องเที่ยวที่อื่น ส่วนผีพนันก็ห้ามข้ามฝั่ง… รัฐบาลควรชัดเจนว่าจะเยียวยาเอสเอ็มอีชายแดนยังไง เตรียมแผนอพยพนักธุรกิจไทยในเขมรหรือยัง? เพราะอาจมีความเสี่ยงในการก่อจลาจลโดยมีธุรกิจไทยในกัมพูชาเป็นเป้าหมาย” ⸻ คลิปเสียงสะเทือนประเทศ — ลาออกคือคำเดียวที่คนอยากได้ยิน หัวใจของการวิพากษ์วิจารณ์คือ คลิปสนทนาระหว่างแพทองธาร–ฮุน เซน ซึ่งรศ.ดร.อัทธ์ย้ำชัดว่า สิ่งที่น่าห่วงไม่ใช่การถูกอัดคลิป แต่คือ “สิ่งที่พูดในคลิป” “ผมฟังคลิปแล้วช็อก และคิดว่าคนไทยคงช็อกเหมือนกัน นายกฯ พูดว่าแม่ทัพภาค 2 อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรา แล้วพูดกับฮุน เซนว่า ‘อยากได้อะไร เดี๋ยวจัดให้’… คำถามคือ แล้วเคยจัดอะไรให้ไปแล้วบ้าง มีอะไรทีทำโดยคนไทยไม่รู้หรือเปล่า? อย่าโทษคนปล่อยคลิป — เพราะถ้าเนื้อหาไม่มีปัญหา ต่อให้แอบอัด ปล่อยออกมาก็ไม่มีใครสะเทือน” สิ่งที่อาจารย์อัทธ์เน้นย้ำคือ “การแสดงความรับผิดชอบ” และ “ความสำนึก” ของผู้นำ ซึ่งยังไม่ปรากฏ “คำว่า ‘ขออภัย’ มันไม่พอ ต้องขอโทษและยอมรับผิดจริง ๆ…

Read More

นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย บอกว่า นายศุภชัย ร้อนรนจะเป็นฝ่ายค้าน จนลืมความจริง และบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาร้านกัญชาผิดกฎหมาย ว่า น.ส.ลิณธิภรณ์ ไม่เข้าใจเรื่องแล้วออกมาโต้ สิ่งที่ตนออกมาโพสต์เกิดจากการที่กระทรวงสาธารณสุขเริ่มกวาดล้างร้านกัญชาผิดกฎหมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการดำเนินการนั้น แต่กลับมีการกล่าวหาว่าทั้งหมดมาจากพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ตั้งคำถามว่า เหตุใดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน จนถึงรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร จึงเพิ่งเริ่มดำเนินการกวาดล้างในตอนนี้ ทั้งที่ควรจะจัดการตั้งแต่แรกหากพบว่ามีการกระทำผิด นอกจากในช่วงที่พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศ กลับมีการออกใบอนุญาตร้านกัญชาเป็นจำนวนมาก อยากให้นางสาวลิณธิภรณ์ ตั้งสติตรวจสอบข้อเท็จจริงดูก็จะพบว่า สส.พรรคเพื่อไทยเกือบทุกคนลงมติเห็นชอบประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ดังนั้น หากกล่าวว่าภูมิใจไทยเป็นผู้เปิดประตูกัญชา เพื่อไทยก็เปิดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ นโยบายที่นายกรัฐมนตรีแพทองธารแถลงต่อรัฐสภาก็ยังคงสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทยแต่เดิม นายศุภชัย ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชาต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งหากไม่มีการเร่งรีบ จะไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องร้านค้าผิดกฎหมาย หรือผลิตภัณฑ์อาหารและยาที่ไม่มี อย. ออกมาจำหน่ายดังเช่นในปัจจุบัน “ยืนยันว่าหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้เป็นของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ หรือระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นคำกล่าวที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และสรุปว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาใด ๆ เลย ก่อนจะแถลงอะไรควรศึกษาเรื่องให้เข้าใจ “มีปากอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติด้วย” นายศุภชัยกล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#พรรคเพื่อไทย#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคภูมิใจไทย#เกมการเมือง#กัญชาเสรี#ถอนตัวร่วมรัฐบาล

Read More

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานด้านความมั่นคงแถลงภายหลังประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีมติตั้งศูนย์ปฏิบัติการ หรือ วอร์รูม ที่เปิดรับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ และองค์กรนานาชาติ เพื่อเป็นศูนย์กลางปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซนเตอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งกลายเป็นแหล่งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดหลังเคลื่อนย้ายจากเมียนมา โดยนางสาวแพทองธาร ยกข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ ที่ระบุกัมพูชาเป็นศูนย์รวมแหล่งอาชญกรรมของโลก โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ 40-60 % ของจีดีพีกัมพูชามาจากแก๊งคอลเซนเตอร์และแหล่งอาชญกรรมข้ามชาติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยกระดับการปราบปราม โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมกับนานาชาติ มาตรการจะมีตั้งแต่เพิ่มความเข้มงวดเข้า-ออกด่าน หรือจุดผ่อนปรนต่างๆ ยกเว้นกรณีมนุษยธรรม และนักเรียนที่ข้ามฝั่งมาเรียนหนังสือ ห้ามนักท่องที่ยวเข้าไปเล่นการพนัน เข้มงวดเดินทางทุกชนิด รวมถึงทางเครื่องบินลงที่เสียมราฐ ตรวจสอบเข้มบัญชีม้า เส้นทางการเงิน คว่ำบาตรอาชญากรรมข้ามชาติ ยึดอายัดทรัพย์บัญชีที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงระงับบริการอินเตอร์เน็ต และอินเตอร์เน็ตใต้น้ำทั้งภาคเอกชนและกองทัพ ระงับการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน เชื้อเพลิง ก๊าซ รวมถึงงดส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนกลุ่มอาชญกรรม หรือใช้ในทางผิดกฎหมาย ทั้งนี้จะมีการประเมินผลปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ ว่าสถิติการแจ้งความ ความเสียหายจากแก๊งอาชญากรรมเหล่านี้ลดลงหรือไม่ และสามารถตัดเส้นทางการเงิน หรือยึดอายัดทรัพย์ได้หรือไม่ ภายใน 3 เดือนนับจากนี้ โดยยกโมเดลการดำเนินการกรณีเมียนมาที่สถิติลดลงอย่างเห็นได้ชัด “ตัวเลขล่าสุดที่มีการรายงานออกมาว่า ฝั่งกัมพูชาเสียรายได้ โดยภาพรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท การที่เขาเสียรายได้มามากเท่าไหร่ ก็แปลว่า ประชาชนของไทยปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้น เราต้องทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่” ขณะที่พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุทางฝ่ายทหารจะเพิ่มการลาดตระเวนช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้า-ออก พร้อมกับบูรณการกำลังตามแนวชายแดน สนับสนุนแนวทางการปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติให้มากขึ้น #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตัดน้ำมันกัมพูชา#ปิดด่าน#ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ตัดไฟฟ้าอินเตอร์เน็ต#ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา

Read More

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงความชอบด้วยข้อบังคับพรรค กรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติ 19 ต่อ 7 ให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลต่อเนื่อง นายบุญยอดอ้างถึง ข้อ 94 ของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2567 ซึ่งระบุชัดว่า “ให้ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ลงมติว่าจะจัดตั้งรัฐบาล หรือร่วมรัฐบาล หรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่” พร้อมตั้งคำถามว่า “ท่านจุรินทร์ ท่านชวน ท่านบัญญัติ บัญชีรายชื่อ และ ส.ส. ที่ไม่เป็น กก.บห. ร่วมประชุมไหม?” เนื่องจากมติ 19 ต่อ 7 ดังกล่าวเกิดขึ้นในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อาจถือเป็นมติของที่ประชุมร่วมตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้ ตอนหนึ่งของโพสต์ นายบุญยอดระบุชัดว่า “มติ 19 ต่อ 7 เป็นแค่หารือใน กก.บห. ไม่ใช่มติพรรค แล้วคุณจะไปต่อรองตำแหน่งอะไรกับใครต่อได้ไง อ้างอิง : ข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ 2567” ประเด็นนี้สร้างแรงสะเทือนทางการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนแรง หลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล และการเมืองกำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ มีรายงานว่าในครม.อิ๊งค์ 2 พรรคประชาธิปัตยได้โควตารมต.เพิ่มหนึ่งเก้าอี้ จากสองเป็นสาม ดังนี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาฯ พรรค ขยับจากรมช.สาธารณสุขไปนั่งตำแหน่งใหม่ รมช.มหาดไทย ส่วนนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ไปเป็น รมช.สาธารณสุข #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#ประชาธิปัตย์#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล

Read More

[โพสต์โดย อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์] 28 มิ.ย.นี้ รวมพลังคนรักชาติ! เชิญร่วมกิจกรรมของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้ความรู้ประชาชน และปลุกพลังรักชาติ หากท่านต้องการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี: มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย (บัญชีกระแสรายวัน) เลขที่ 008-1-09529-9 บัญชีนี้มีผู้ร่วมดูแลการเบิกจ่าย 2 ใน 3 คน ได้แก่ • อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ • อ.แก้วสรร อติโพธิ • ทนายนิติธร ล้ำเหลือ บัญชีเปิดรับบริจาคถึง 28 มิ.ย. 2568 และจะปิดบัญชีพร้อมรายงานเปิดเผยรายรับ–รายจ่ายในวันที่ 29 มิ.ย. ขณะนี้ยอดเงินในบัญชี = 0 บาท หากกิจกรรมสิ้นสุดและยังมีเงินเหลือ จะนำไปบริจาคหรือสนับสนุนภารกิจของ กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนมาเพื่อทราบ และขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านครับ — ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน 23 มิถุนายน 2568 อ่านโพสต์ต้นฉบับ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#รวมพลังแผ่นดิน#รักชาติปกป้องอธิปไตย#ปานเทพพัวพงษ์พันธ์#28มิถุนายนอนุสาวรีย์ชัย

Read More

กฟผ. เปิดแผนลงทุนโครงการใหม่เพื่อสนับสนุนพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar), โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-hydro Storage), และการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน กฟผ. ยังเปิดแนวทางศึกษาเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR (Small Modular Reactor) และ ไฮโดรเจน ที่อาจก่อให้เกิดคำถามในด้านต้นทุนและความเสี่ยง ⸻ “Floating Solar” และ “Pumped-hydro” ได้รับเสียงสนับสนุน รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังน้ำแบบสูบกลับ ควรเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้าและลดต้นทุนอย่างยั่งยืน” เขายังชี้ว่า “การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า” (Grid Modernization) คือเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้พลังงานหมุนเวียนใช้ได้จริง ไม่ใช่ติดขัดเพราะระบบไม่รองรับ ⸻ แต่ “SMR” อาจไม่ใช่ทางออก… ในกรณีของ SMR หรือพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่ง กฟผ. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ อ.ชาลีเตือนว่า: “SMR ยังไม่พร้อมใช้ในเชิงพาณิชย์ แม้แต่ประเทศต้นทางอย่างสหรัฐฯ และแคนาดา เทคโนโลยียังไม่เสถียร ต้นทุนแพง และยังมีปัญหากากนิวเคลียร์อยู่” เขายังย้ำว่า การอ้างว่า SMR เป็นพลังงานสะอาด โดยพิจารณาแค่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์อาจ “ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด” เพราะแท้จริงแล้วมลพิษที่สำคัญมากคือกากกัมมันตรังสี ที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดการ และอาจกลายเป็นการลงทุนที่ผลักภาระค่าไฟให้ประชาชนในอนาคต ⸻ ไฮโดรเจน: อนาคตที่ยังแพงเกินจริง? แม้เทคโนโลยีไฮโดรเจนจะถูกระบุว่าเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคต แต่อ.ชาลีเตือนว่า “ไฮไดรเจนสีเขียวยังไม่มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ ต้นทุนการผลิต–เก็บ–ขนส่งยังสูงมาก ไม่เหมาะสมกับการใช้ผลิตไฟฟ้าควรนำไปใช้เฉพาะภาคส่วนที่ยากต่อการลดการปล่อยคาร์บอน จะได้ประโยชน์สูงกว่าการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า“ ⸻ ข้อเสนอ: “อย่าเบี่ยงทาง” จากเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน อ.ชาลีสรุปว่า “ถ้าเป้าหมายคือพลังงานสะอาด ราคาถูก และลดความเสี่ยงให้ประชาชน… ต้องเน้นพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศเรามีอยู่แล้ว เช่น แสงแดด–ลม–ชีวมวล ร่วมกับระบบกักเก็บ ไม่ใช่เบี่ยงไปลงทุนเทคโนโลยีเสี่ยงหรือย้อนยุค”#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ต้นทุนพลังงาน#BloombergNEF#รัฐบาลแพทองธาร#ค่าไฟแพง#โซลาร์เซลล์#พลังน้ำสูบกลับ#นิวเคลียร์ขนาดเล็ก#ไฮโดรเจน#ชาลีเจริญลาภนพรัตน์

Read More

“ทุบหม้อข้าวฮุน เซน ต้นเหตุสัมพันธ์ร้าวลึก “ฮุน-ชิน“ เปิดกาสิNO ในไทย…สะเทือนโครงสร้างอำนาจเพื่อนบ้าน? ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลชินวัตรกับตระกูลฮุน เคยแน่นแฟ้นชนิดเดินเข้าออกบ้านกันได้ แต่เมื่อผลประโยชน์ระดับชาติทับซ้อนกัน… คำว่า “มิตร” ก็อาจสั่นคลอนได้ ⸻ จุดเริ่มต้น: จากคำพูดสู่การขับเคลื่อน ต้นทางของแนวคิดกาสิNO ถูกกฎหมายในไทย ไม่ได้มาจากการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่เกิดจากการแสดงวิสัยทัศน์ของ นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อราวเดือนสิงหาคม 2566 จากคำพูดในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มของ “ระลอกคลื่น” นโยบาย ที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วจากฝ่ายบริหารไปสู่ฝ่ายนิติบัญญัติ และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาวาระแรกในสภาผู้แทนราษฎรเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ ⸻ ฝั่งหนึ่งจะเปิด…อีกฝั่งอาจต้องปิด ชายแดนไทย–กัมพูชา เต็มไปด้วยบ่อนพนัน โดยเฉพาะแถบปอยเปต ที่มีลูกค้าหลักมากกว่าร้อยละ 80 คือ “คนไทย” และรายได้หมุนเวียนมหาศาล ปัจจุบันกัมพูชามีกาสิNO ประมาณ 150 แห่ง มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากไทยสามารถเปิดกาสิNOถูกกฎหมายภายในประเทศ • คนไทยจะไม่จำเป็นต้องข้ามแดนอีกต่อไป • เงินผีพนันจะไม่ไปอยู่ในมือกัมพูชา • กาสิNO ฝั่งกัมพูชาจะได้รับผลกระทบตรงทันที • และนั่นหมายถึงโครงสร้างอำนาจบางส่วนที่ใช้เงินเหล่านี้หล่อเลี้ยงจะสั่นคลอนตามไปด้วย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กัมพูชาเพิ่งตีปี๊บว่าเก็บภาษีกาสิNO ปี 67 ทะลุ 63 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 85% จากปี 66ตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมพนันสำคัญกับประเทศนี้แค่ไหน? ⸻ “ฮุน เซน” ไม่ได้โกรธเพราะอารมณ์ แต่ในเมื่อกลุ่มทุนไทยพร้อมจะเล่นในสนามที่เคยถูกครอบครองโดยเพื่อนบ้าน และ “คนในเครือชินวัตร” คือผู้จุดไฟนำร่อง — คำว่า “มิตรภาพ” จึงถูกทดแทนด้วยความหวาดระแวง เพราะถ้าไทยเปิดกาสิNO แบบเปิดหน้า–เปิดกลไก–เปิดเส้นทางทุน นั่นคือการ ชนตรงกับโมเดลรายได้หลักของผู้นำกัมพูชา ที่หล่อเลี้ยงการเมืองทั้งระบบ ⸻ แต่ฝ่ายไทยเอง…โปร่งใสแค่ไหน? แม้รัฐบาลไทยจะอ้างว่าเปิดกาสิNO เพื่อการท่องเที่ยวและการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น คำถามกลับคือ: • ใครจะได้สัมปทาน? • กลไกตรวจสอบคืออะไร? • เงื่อนไขสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่มอบให้ผู้ประกอบการ…มีใครได้เปรียบมากเกินไปหรือไม่? ฯลฯ เพราะทุกครั้งที่พูดถึง “เปิดกาสิNOในไทย” กลุ่มทุนผู้มีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ มักวนเวียนอยู่ในลิสต์เสมอ…

Read More

นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต สว.และหนึ่งในกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน โพสต์ถามเรื่องนี้ หลังปรากฎภาพถ่ายห้องนอนสีชมพู ที่บ้านพักสมเด็จฮุน เซน ที่อ้างว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยผ่านช่องทางธรรมชาติมาขออาศัยนอนที่นั่น คล้ายกับทวงบุญคุณที่ได้ช่วยเหลืออดีตนายกฯ ไทยในยามตกทุกข์ได้ยาก ตอนหนึ่งตั้งข้อสงสัยถึงสายสัมพันธ์ที่ยาวนาน และการเอื้อประโยชน์ให้กัน โดยยกตัวอย่างโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่เอาข้าวเขมรมาสวมสิทธิเป็นข้าวไทยอย่างน้อยแสนตัน ใช่หรือไม่ โดยมี “ข้าวเขมร” รอสวมสิทธิ์โครงการรับจำนำกว่า 100,000 ตัน จากการลักลอบนำเข้าข้าวผานจังหวัดตามแนวชายแดน และเร็วๆ นี้ยังพบว่าข้าวหอมมะลิเขมรที่ขายในซูเปอร์มาเก็ตของจีน ใช้ภาพสีธงชาติไทยบนถุงบรรจุข้าว เพื่อให้เข้าใจผิดว่าเป็นข้าวไทย “อย่างนี้ไม่เรียกว่า ขแมร์ขยาย แล้วจะเรียกอะไร แต่“ขแมร์ขมาย”ยังไม่เลวร้ายเท่า“รัฐบาลไส้ศึก” อย่างกรณีนโยบายจำนำข้าว นอกจากสร้างความร่ำรวยให้คนใกล้ชิด มีหลายคนติดคุกแทน และยังช่วยให้พ่อค้าข้าวเขมรรวยอื้อ ใช่หรือไม่” นางสาวรสนาบอกด้วยว่า นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ที่ฮุน เซน ช่วยเหลือนักโทษหนีคดี แต่ครอบครัวของนักโทษตอบแทนกัมพูชาด้วยการเอาผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศไทยไปประเคนให้อย่างปราศจาก หิริโอตตัปปะ สมควรแล้ว หรือไม่!!?? นั่นคือสาเหตุว่าคนไทยไม่อาจไว้วางใจให้ “อุ๊งอิ๊งค์” นั่งเป็นนายกฯไส้ศึกอีกต่อไป เพราะไส้ศึกอาจกลัวการข่มขู่ถูกเปิดโปงความลับของพ่อ และอาและของตัวเอง ด้วยคลิป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#ยิ่งลักษณ์ชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#ปปช

Read More

นับถอยหลัง “แพทองธาร” จากนายกฯ หญิงคนที่สอง…สู่จุดเปลี่ยนที่อาจเร็วเกินคาด ⸻ 20 มิ.ย. 2568 วุฒิสภายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ – ป.ป.ช. กล่าวหา “แพทองธาร ชินวัตร” ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมคลิปเสียงสมรู้สมคิดกับฮุน เซน ⸻ ภายใน 15 วัน (ตามปกติการพิจารณารับคำร้อง) ศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้ม “รับคำร้อง” และอาจพิจารณาหยุด-ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากศาลมีมติรับคำร้องและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ — นายกฯหญิงอายุน้อยที่สุดของไทย อาจต้องพ้นเวทีอำนาจชั่วคราว หลังจากนั้นศาลฯ น่าจะใช้เวลาพิจารณาก่อนมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งราว 2-3 เดือน แม้ไม่เกิดสุญญากาศทางอำนาจ เพราะรองนายกฯ คนที่ 1 รักษาการแทนได้ แต่ก็จะต้องทนกับแรงเสียดทานจากกระแสมวลชนที่หนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อเลือกเส้นทางนี้พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล สส.ทุกคนที่หนุนแนวทางนี้ต้องร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ด้วย ⸻ 28 มิ.ย. 2568 รวมพลังแผ่นดินนัดชุมนุมใหญ่ ณ อนุสาวรีย์ชัยฯ เสียงของประชาชนเริ่มทวงถามความชอบธรรม ท่ามกลางข้อกล่าวหา “สมคบคิด–ขายอธิปไตย” กับต่างชาติ และคราวนี้มวลชนน่าจะอุ่นหนาฝาคั่ง ในยามที่ทั้ง “เนวิน” ถูกผลักให้ยืนฝั่งตรงข้าม ต้องจับตาจะเข้าร่วมสมรภูมิสู้กับ “ทักษิณ” อีกครั้งหรือไม่? ⸻ 30 มิ.ย. 2568 แผนเคลื่อนไหวใหญ่: “ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล” การเมืองบนท้องถนนจะปะทะเข้ากับผู้ที่ไม่ยอมปล่อยอำนาจเต็มแรง รัฐบาลอาจเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ก่อนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะมาถึง แต่ยังเชื่อว่ามวลชนยังไม่ใช่เหตุที่จะกดดันจนทำให้แพทองธารจิตตกถึงขั้นลาออก ⸻ ระหว่างนี้: รัฐบาลเร่ง “ปรับ ครม.” ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ที่ทำให้ “ทักษิณ” คิดว่ายังไปต่อได้ การจัดทัพปรับครม.ก็เดินหน้าเต็มสูบ ใช้ตำแหน่งรมต.จากภูมิใจไทยล่อพรรคร่วมรัฐบาลให้สนับสนุนต่อ แบ่งเค้กกันลงตัว แต่ว่า… ⸻ ครม.ใหม่ของ “แพทองธาร” จะอยู่ได้…นานแค่ไหน? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#ศาลรัฐธรรมนูญ#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#ปปช

Read More

เรียกว่าเป็นจังหวะพอดิบพอดีหลังจากที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมาจากงดนำเข้าน้ำมัน และก๊าซจากประเทศไทย หลังจากที่สมเด็จ ฮุน เซน ผู้เป็นบิดา และเป็นประธานวุฒิสภา กัมพูชา ไม่พอใจที่ฝ่ายค้านไทยเรียกร้องให้รัฐบาลงดจำหน่ายน้ำมันและก๊าซให้กัมพูชา และการทำแบบนี้จะทำให้เอกชนไทย หรือ ปตท.ต้องเดือดร้อน ขณะที่ฮุน มาเนตบอกว่าถึงจะมีสำรองไว้ 1 เดือน แต่ที่เหลือจากนี้มีช่องทางนำเข้าน้ำมันกับก๊าซจากแหล่งอื่นไม่ใช่ประเทศไทย ล่าสุดจากสงครามอิหร่าน-อิสราเอล โดยมีสหรัฐฯ หนุนหลังและส่งเครื่องบินล่องหนไปถล่มฐานปฏิบัติการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ปรากฏว่า “รัฐสภาอิหร่าน” มีมติปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลก หากผู้นำอิหร่านยืนยันมติดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หรือ 1 ใน 3 และผู้นำเข้ารายใหญ่ก็คือยักษ์ใหญ่เอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน และต่อเศรษฐกิจโลกทันที ผลที่เกิดขึ้นในกัมพูชา จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันที่เคยนำเข้าจากไทยเป็นอันดับ 1 ต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าจากเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งแน่นอนต้องบวกต้นทุนค่าขนส่ง และค่าธรรมเนียมที่สูงมาก รวมถึงเมื่อเกิดวิกฤตช่องแคบ “ฮอร์มุซ” การจัดหาน้ำมันนำเข้ามาบริโภคภายในประเทศยิ่งลำบากมากขึ้น ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน อุตสาหกรรมการขนส่ง การเกษตร โรงงาน และภาคบริการที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก การลงทุนลดลง และเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวหลังจาก 1 เดือนนับจากนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำกัมพูชาต้องคิดหนักกับจังหวะนรกที่เกิดขึ้นในวันนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#งดนำเข้าน้ำมัน#ปิดด่าน#ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ตัดไฟฟ้าอินเตอร์เน็ต#กระทรวงการต่างประเทศ#ช่องแคบฮอร์มุซ

Read More