Author: Writer Publisher

13/09/19 – เจอร์นี่ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ อายุ 11 ขวบ สุขภาพแข็งแรง ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำเป็นประจำ และพบแพทย์เฉพาะทางตามนัดเพื่อติดตามดูแลสุภาพตามวัย – สัตวแพทย์กระดูกและข้อจาก รพส.แห่งหนึ่งแนะนำว่าหากต้องการว่ายน้ำทุกอาทิตย์ ควรตรวจสุขภาพหัวใจเนื่องจากอายุมากแล้ว โดยไม่ได้แนะนำว่าให้ตรวจที่ไหน – เจ้าของได้เล่าเรื่องนี้กับสัตวแพทย์ผิวหนังของรพส. ที่เจอร์นี่รักษาด้วยประจำ สัตวแพทย์ผิวหนังแนะนำและนัดหมายให้ไปตรวจหัวใจที่ รพส. ผลตรวจหัวใจแข็งแรงดี แต่สัตวแพทย์หัวใจสังเกตเห็นฝ้าขาวที่ปลายปอดจากฟิล์มเอ็กซเรย์ จึงแนะนำให้กลับมาเอ็กซเรย์ปอด และทำอัลตร้าซาวด์ อีกครั้ง – สัตวแพทย์หัวใจแจ้งว่าพบก้อนเนื้อขนาด 3×3.5 ซม. ซึ่งอาจเป็นเนื้องอก หรือร้ายแรงสุดคือมะเร็งที่ปลายปอด ทั้งนี้ไม่พบการแพร่กระจายของก้อนเนื้อ – เจ้าของได้บอกเจตนารมณ์ในทันทีที่ทราบว่าเจอร์นี่มีเนื้องอกว่า เราได้ดูแลเจอร์นี่มาอย่างดี แม้จะแข็งแรงแต่แก่แล้ว เจ้าของต้องการขอ “คำแนะนำเพื่อให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดี” เท่านั้น ไม่ต้องการรักษาเพื่อยื้อชีวิต – ในที่สุดจากการแนะนำของสัตวแพทย์หัวใจ เจอร์นี่ได้วางยาทำ CT Scan จากนั้นผ่าตัดปอดแบบส่องกล้องเพื่อเอาชิ้นเนื้อมาตรวจ โดยสัตวแพทย์หัวใจเจ้าของไข้ และศัลยแพทย์ซึ่งทางสัตวแพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการผ่าส่องกล้อง ไม่แจ้งข้อมูลด้านความเสี่ยง ชักจูงให้ผ่าตัดโดยบอกว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่เสียเลือด 3 วันกลับบ้านได้ 3 อาทิตย์ฟื้นตัวเป็นปกติ เจ้าของได้ซักถามถึงโอกาสเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นแต่ศัลยแพทย์ได้ตอบแก้ทุกประเด็นที่ไม่สบายใจ เจ้าของจึงเชื่อและวางใจว่าการผ่าตัดครั้งนี้ปลอดภัยแน่นอน – เดิมทาง รพส.ประเมินค่าผ่าตัดแบบส่องกล้องไว้ที่ 35,000 บาท แต่วันที่นำเจอร์นี่มาเตรียมตัวผ่า ทางรพส.ได้แจ้งราคาใหม่ว่าอยู่ระหว่าง 85,000-100,000 โดยเจ้าหน้าที่การเงินไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ – เจอร์นี่เสียชีวิตในการผ่าตัด ศัลยแพทย์แจ้งเจ้าของว่าเสียชีวิตเพราะช็อคจากการเสียเลือด เนื่องจากอุปกรณ์ไปโดนเส้นเลือดดำที่ไปเลี้ยงหัวใจ ได้พยายามกู้ชีพแล้วแต่ไม่สำเร็จ ระหว่างที่นั่งรอร่างเจอร์นี่ สัตวแพทย์หัวใจเจ้าของไข้ ได้นำมือถือที่ถ่ายภาพชิ้นเนื้องอกที่ปอดมาให้เจ้าของดู พยายามบอกว่าชิ้นเนื้อไม่เรียบเท่าที่คิด ต่อมน้ำเหลืองโตกว่าปกติ ซึ่งการนำภาพชิ้นเนื้อปอดมาให้ดูนั้น เป็นการกระทำที่ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา เพราะเจอร์นี่เสียชีวิตก่อนแล้ว – ก่อนการผ่าตัด สัตวแพทย์ที่ผ่าตัดเจอร์นี่ ที่ทางรพส.แจ้งว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ แจ้งกับเจ้าของว่าไม่ต้องกังวล ตนได้สั่งอุปกรณ์มาอย่างจัดเต็มอะไรไม่ใช้ไม่คิดเงิน และรพส.นี้เป็นที่เดียวที่มีเครื่องมือ แม้ รร.แพทย์ จุฬา เกษตร ก็ยังไม่มี เคสเจอร์นี่เป็นการผ่าปอดแบบส่องกล้องเคสที่ 3 ของประเทศไทย เจ้าของจึงถามว่าแล้วที่บอกชำนาญคืออะไร ศัลยแพทย์ตอบว่าที่ทำบ่อยเป็นเคสหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้เจ้าของเข้าใจไปเองว่าหัวใจคงยากกว่า และเมื่อเห็นว่าเจ้าของอาจยังกังวลกับข้อมูลเพิ่งได้รับรู้จึงพูดต่อว่า ผ่าแล้วอย่างน้อยเจอร์นี่จะอยู่ได้ไม่ต่ำกว่า…

Read More

อนาคตพรรคร่วมรัฐบาลส่อเค้าแตกหัก หลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศชัด “ถ้าเพื่อไทยจะเอากระทรวงมหาดไทยไป ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน!” คำประกาศนี้ไม่ใช่แค่เสียงขู่ เพราะถ้าภูมิใจไทยถอนตัวจริง เสียงรัฐบาลเพื่อไทยจะหายทันที 69 เสียง (รวม ส.ส.จากไทยสร้างไทยอีก 2) ทำให้เสียงในสภาจากเดิม 324 เหลือแค่ 255 เสียง — ยังเกินกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม 495 (เกินครึ่งคือ 248) แต่ก็สะเทือน เพราะปริ่มน้ำสุด ๆ เกินครึ่งมาแค่ 8 เสียง และยังมีตัวแปร 4 สส.จากประชาธิปัตย์ ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ สรรเพชญ บุญญามณี ที่ไม่ใช่หมูในอวยที่พร้อมซ้ายหัน ขวาหันกับรัฐบาลเพื่อไทย แต่ฝั่งรัฐบาลพอมีเบาะรองรับ เพราะพรรคกล้าธรรมดูด ส.ส.เตรียมไว้แล้วอีก 5 คน จากประชาชน 1 พลังประชารัฐ 1 และไทยสร้างไทย 3 เสียงบวกรวมไปจะเติมคะแนนได้เป็น 260 ไม่นับที่เพื่อไทยมีดีลไว้กับสส.พลังประชารัฐอีก เพื่อให้เกิมไปต่อได้โดยไม่เพิ่มแรงเสียดทานเพิ่ม เพื่อไทยตัดสินใจไม่แตะโควตาพลังงานที่จ้องตาเป็นมันมาก่อนหน้านี้จากพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะถ้าเปิดศึกสองด้าน แม้จะกุมสภาพสส. 18 คนจากเสี่ยเฮ้งได้ แต่ถ้าอีก 18 สายพีระพันธุ์แยกทาง รัฐนาวาเพื่อไทยก็ล่ม งานนี้จะเป็นเกมแสดงพลังวัดกันจะ ๆ ระหว่าง “ทักษิณ-เนวิน” ซึ่งหากกจบที่ภูมิใจไทยโบกมือลา รัฐบาลเพื่อไทยมีเสียงปริ่มน้ำ…โอกาสถูกคว่ำร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ยัดไส้ กาสิNO เอาไว้ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ จากนี้ไปไม่ใช่แค่เกมในสภาฯ จะร้อนแรงขึ้นเท่านั้น… การตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสว.ในเรื่องจริยธรรม ครม. น่าจะเพิ่มดีกรีด้วยเช่นกัน ที่ต้องเตรียมตัวหนักหน่อยหนีไม่พ้น “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ กับชนักติดหลังอีกเพียบ อาทิ ตั๋ว PN ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการส่งถึงมือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยถอดถอน นับจากนาทีนี้เป็นต้นไปอะไรก็เกิดขึ้นได้…

Read More

เป็นภาพมาจากโพสต์เฟซบุ๊กของ “ฮุน มานี” ลูกชายฮุน เซน ซึ่งประธานสหภาพเยาวชนกัมพูชา นำชาวกัมพูชาเดินขบวนเริ่มต้นที่เกาะพิช (ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไดมอนด์ไอส์แลนด์) และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์เอกราช กลางกรุงพนมเปญ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลฮุน มาเนต ในการแก้ปัญหาพิพาทชายแดนกับไทย และสนับสนุนทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังชายแดน บนเวทีปราศรัยพวกเขายืนยันไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและศรัทธาต่อผู้นำของพวกเขาเอง รวมถึงเป็นกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงการสนับสนุน และแสดงความชื่นชมต่อทหารแนวหน้าที่ประจำการอยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย รวมถึงสนับสนุนความพยายามอย่างสันติของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ยังคงดำเนินอยู่ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กองทัพไทย #รัฐบาลแพทองธาร #ศาลโลก #JBC #ส่งออกกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #สัมพันธ์ไทยกัมพูชา #แรงงานต่างชาติ #ชายแดนไทยกัมพูชา #JBC #สงครามเศรษฐกิจ

Read More

รายงาน World Competitiveness Ranking 2025 โดยสถาบัน IMD จากสวิตเซอร์แลนด์ เผยภาพที่ไม่สวยของประเทศไทย—อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันร่วงลงจากที่เคยกระเตื้องขึ้นเมื่อปีก่อน กลับมาติดหล่มอยู่ที่ อันดับ 30 เท่ากับปี 2023 แม้เศรษฐกิจไทยยังพอมีแรงส่ง แต่ตัวถ่วงกลับอยู่ที่ “ภาครัฐ” ซึ่งถูกประเมินว่ามีประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจน เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ไทยยังวนอยู่ในวงจรเดิมของการพัฒนาแบบไม่ก้าวพ้น ⸻ ตกจากอันดับ 25 กลับมาอยู่ที่ 30: ความพยายามที่ไม่ยั่งยืน? เมื่อปี 2024 ไทยเคยถูกมองว่าเริ่มฟื้นตัว จากอันดับ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับ 25 แต่ปีนี้กลับร่วงลงมาอีกครั้ง เท่ากับว่า “สิ่งที่ดีขึ้น” อาจเป็นเพียงภาพระยะสั้นที่ไม่สามารถยึดเป็นฐานพัฒนาระยะยาวได้ และถ้าเทียบเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไทยก็อยู่เพียง อันดับที่ 11 จาก 14 ประเทศ ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และไต้หวัน ⸻ จุดอ่อนใหญ่ที่สุด: รัฐบาลไร้พลัง? ตัวชี้วัด 4 ด้านหลักของ IMD ได้แก่ 1. สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (อันดับ 8) 2. ประสิทธิภาพภาครัฐ (อันดับ 32 ร่วง 8 อันดับจากปี 2024) 3. ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ (อันดับ 24) 4. โครงสร้างพื้นฐาน (อันดับ 47) เมื่อเปรียบเทียบกันชัด ๆ จะเห็นว่า ภาครัฐคือจุดตกต่ำที่สุด โดยเฉพาะในด้าน: • ความสามารถในการจัดการงบประมาณ • การวางแผนระยะยาว • ความคล่องตัวเชิงนโยบาย • ความร่วมมือกับภาคเอกชน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ “เรื่องของระบบราชการ” แต่เป็น “หัวใจของการขับเคลื่อนประเทศ” ⸻ ทำไมรัฐบาลไทยจึงถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพ? IMD ไม่ได้แค่จัดอันดับ แต่ยังชี้ปัญหาและแนวทางไว้ชัดเจน: • ไทยยังไม่มี…

Read More

“เพราะชีวิตอันเป็นที่รัก ไม่ใช่ทรัพย์สิน กฎหมายสัตว์เลี้ยงต้องได้รับการแก้ไข”—-ธิษณา เดือนดาว เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์โดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร —— เจอร์นี่ไม่ทรัพย์สิน…แต่คือชีวิตที่พี่รักที่สุด 6 ปีแล้วที่ “ธิษณา เดือนดาว” สู้คดีเพื่อลูกของเธอ “เจอร์นี่” ชีวิตสี่ขาที่ผูกพันกับเธอยาวนานถึง 11 ปี แต่ต้องจากไปเพราะการผ่าตัดที่ผิดพลาด เป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน แต่เธอพร้อมสละทั้งเวลาและทุนทรัพย์ ไม่ใช่แค่เพื่อ “เจอร์นี่” แต่เพื่อสมาชิกสี่ขาของทุกครอบครัวในประเทศนี้ ได้มีสวัสดิภาพที่ดีขึ้น มีกฎหมายดูแลมากกว่านี้ “เพราะนี่คือชีวิตอันเป็นที่รัก ไม่ใช่ทรัพย์สิน” และเพื่อจะบอกโลกว่า “เจอร์นี่ไม่ควรตายฟรี” วันที่ตรวจพบชิ้นเนื้อที่ปลายปอด หมอแนะนำชักจูงใจให้ผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้อง ให้ความมั่นใจสารพัดไม่อันตราย ไม่มีความเสี่ยง ในวันผ่าตัดเธอส่ง “เจอร์นี่” ถึงหน้าห้อง “เจอร์นี่เดินเข้าไปเอง…แล้วอยู่ดี ๆ ก็ถอยหลังกลับมามองเรา เป็นภาพสุดท้ายที่เราบันทึกได้ เป็นภาพสุดท้ายที่ได้เห็นเจอร์นี่ขณะยังมีลมหายใจ” ——— ค่าผ่าตัดเพิ่มที่ไม่แจ้งล่วงหน้า เครื่องมือทันสมัยที่ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป! “ดิฉันเอาน้องไปล่วงหน้าหนึ่งคืนและเปิดห้องนอนด้วยกัน นี่คือความรักที่เรามีให้ คุยครั้งแรกประเมินการทำหัตถการที่ 35,000 บาทแต่เวลาไปจ่ายเงินบอก 85,000-1 แสนบาท มันเหมือนมัดมือชก หมอมาอธิบายเครื่องมือทันสมัยนี่จะเป็นเคสที่สามของประเทศไทย ดูหมอตื่นเต้นเหมือนกำลังได้ขับรถเฟอรารี่ “ตอนนั้นเราช็อกเพราะแสดงว่าไม่น่าจะมีความเชี่ยวชาญ โดยสองเคสก่อนหน้ารอดหนึ่งเสียชีวิตหนึ่ง หมออ้างว่าที่เสียชีวิตเพราะมะเร็งลามทั่วปอดแล้ว แต่เขาบอกกับเราว่า ไม่เสี่ยง เพราะเจอร์นี่แข็งแรง ไม่ต้องเตรียมเลือดสำรอง ผ่าสามวันก็กลับบ้านได้ แต่เจอร์นี่ไม่คยได้กลับมาอีกเลย” ——— ปาดคราบน้ำตา…สู่แรงกระเพื่อมเปลี่ยนระบบ หลังการเสียชีวิตของเจอร์นี่ เธอสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลและความไม่ตรงไปตรงมาของแพทย์และโรงพยาบาล เวชระเบียน รายละเอียด คำอธิบายที่ไม่ตรงกัน มันคือความเจ็บปวดที่ถูกบิดเบือน จึงตัดสินใจฟ้องเพราะเห็นว่าไม่ถูกต้อง มีเรื่องน่าสงสัย มีการบิดเบือนจากความผิดพลาดในการรักษา ซึ่งเชื่อว่าเคสของเจอร์นี่ไม่ได้มีเพียงแค่เคสเดียว เพียงแต่ไม่เคยมีใครนำขึ้นสู่การฟ้องในชั้นศาลมาก่อนเท่านั้น จากความมุ่งมั่นตั้งใจ นำไปสู่กำลังใจมากมาย ได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุนทั้งจากคนรู้จักและไม่รู้จัก งานกฎหมายที่ไม่คุ้นชินก็ได้ศึกษาอย่างเต็มที่ท่ามกลางคำแนะนำของทนายความและอาจารย์หมอที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาอย่างละเอียด แม้เป็นช่วงเวลาที่ยากบำบาก แต่เธอไม่โดดเดี่ยว และยังส่งผ่านกำลังใจไปสู่คนที่ผ่านประสบการณ์เดียวกันด้วยการจัดตั้งเพจ Ma Jour and friend หมาเจ๋อและเพื่อน จัดนิทรรศการภาพถ่าย เสวนาเรื่องกฎหมาย เพื่อให้ความรู้ต่อสังคม ———- ศาลชั้นต้นให้ชนะ-ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง-รอคำสั่งได้ฎีกาหรือไม่ 19 มิ.ย. เธอสู้คดีในชั้นศาล แม้ไม่มีทางรู้เลยว่าปลายทางจะแพ้หรือชนะ กระทั่งเธอชนะคดีในศาลชั้นต้นเมื่อวันที่…

Read More

เป็นเส้นตายที่พรรคเพื่อไทย โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ตัดสินใจเดินหน้าปรับคณะรัฐมนตรี โดยขอกระทรวงมหาดไทยคืนจากภูมิใจไทย ที่ได้แจ้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าขอ ขอกระทรวงมหาดไทยกลับมาบริหารเอง แลกกับให้ไปบริหารกระทรวงสาธารณสุข และเก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง โดยขอคำตอบภายใน 48 ชั่วโมง หรือถึงเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.นี้ ไม่เช่นนั้น นายกฯ จะต้องปรับ ครม. โดยไม่มีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล ขณะที่ถอดรหัสจากคำสัมภาษณ์ของนายอนุทิน จะพบท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่จะไม่คืนกระทรวงมหาดไทยในการปรับ ครม.ครั้งนี้เช่นกัน โดยอ้างโพลของมหิดลให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงสุดท้ายที่ประชาชนอยากให้ปรับตัวรัฐมนตรี เท่ากับประชาชนพอใจการทำงานมากที่สุด พร้อมระบุเหตุผลและเงื่อนไขที่ไม่คืนกระทรวงมหาดไทย 3 ข้อคือ งานในหน้าที่ไม่มีความบกพร่อง ไม่ได้ทำผิดข้อตกลงตั้งแต่ร่วมรัฐบาล ถ้าให้คืนกระทรวงมหาดไทยต้องล้างไพ่ ครม.ใหม่ ทั้งนี้จับนับถอยหลังจนถึงเวลา 15 นาฬิกาของวันพรุ่งนี้ว่าพรรคเพื่อไทยจะแย่งกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทยได้สำเร็จหรือไม่ หรือสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยจะถูกระเห็จให้ไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน และพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ อีกไม่กี่ชั่วโมงจะได้รู้กัน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#บทเรียนชีวิต#ราชสีห์กับหนู#อำนาจไม่ใช่ทุกอย่าง#ปรับครม. #มท1#เพื่อไทย#ภูมิใจไทย#เส้นตาย

Read More

“ถ้ารัฐจะสู้…ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ใช่ยอมให้กัมพูชาได้คืบแล้วเอาศอก”— ธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทยเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ 🔹 แรงงานกัมพูชายังไม่กลับ…เพราะกลับไปก็ไม่มีงานทำ “ตอนนี้แรงงานกัมพูชายังไม่กลับจากไทยมากนัก กลับบ้างเฉพาะบริเวณชายแดน แต่ในกรุงเทพฯ ยังอยู่ครบ เพราะรายได้ในไทยสูงกว่าที่โน่นเป็นเท่าตัว และที่สำคัญคือไม่มีงานรองรับ” แรงงานกัมพูชาทั้งถูกและไม่ถูกกฎหมายที่อยู่ในไทยรวมกันกว่า 800,000 คน ส่งเงินกลับบ้านกว่า 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี หากกลับประเทศ ก็อาจกลายเป็นปัญหาสังคมทันที “จะกลับบ้านก็กลับไป เราต้องเตรียมคนจากเมียนมา ลาว เอาไว้แล้ว กระทรวงแรงงานต้องมีบทบาท ไม่ใช่รอปัญหาแล้วค่อยออกมาแก้” ⸻🔹 โอกาสพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจ จาก “แรงงานเยอะ” สู่ “เทคโนโลยีมาก” “ตอนนี้มีแรงงานต่างด้าวในไทย 4 ล้านคน พึ่งแรงงานต่างชาติมากเกินไป ถ้ายังทำสินค้าแบบค่าแรงต่ำ เศรษฐกิจก็โตไม่ได้” ธนิตเสนอให้รัฐตั้ง “กองทุนส่งเสริมเทคโนโลยี” สำหรับ SME และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นค่าแรงต่ำ ไปสู่การผลิตที่เพิ่มมูลค่าสินค้า—————-🔹 กัมพูชาเล่นแรง…เพราะรู้ว่าไทยพึ่งพาเขาหลายด้าน “เขากดดันเราทุกมิติ ทั้งทหาร เศรษฐกิจ แถมยังเข้าใจดีว่าไทยได้เปรียบดุลการค้า… เขาเลยใช้แรงงาน ใช้ด่าน ใช้เกม IO มาเป็นแต้มต่อ” แม้ไทยจะส่งออกมากถึง 89% และได้เปรียบดุลการค้ากับกัมพูชาปีละเกือบ 3 แสนล้านบาท ทำให้กัมพูชาคิดเอาประเด็นนี้มาตลบหลังเรา แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะสุดท้ายคนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชนกัมพูชาที่ต้องซื้อของแพงขึ้น ส่วนรัฐบาลไทยต้องมีมาตรการเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ⸻ 🔹 จะเจรจา ก็ต้องมีแผนรับแรงกระแทก ไทยควรเดินหน้าทุกทางพร้อมกัน ทั้งด้านทูต เศรษฐกิจ และข้อมูลข่าวสาร เพื่อสื่อสารให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้ง ทุกภาคส่วนต้องเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า เราพร้อมสู้ในทุกมิติ ⸻ 🔹 ถ้าปิดด่าน…ใครเจ็บกว่ากัน? “กระทบทั้งคู่ แต่เขาเจ็บกว่า ของที่เราส่งไปคือของจำเป็น พอปิดด่าน ของขาด ของแพง คนจนอยู่แล้วจะยิ่งจนลง” บางอย่างทดแทนกันไม่ได้ เช่น น้ำมัน วัตถุดิบก่อสร้าง หรือแม้แต่ “ปลาร้า” จากอีสาน — ธนิตย้ำว่ากัมพูชาจะเจ็บเอง…

Read More

หลังจากรอการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง หรือบอร์ดค่าจ้าง ที่ล่มมาสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมอีกครั้งคราวนี้มีกรรมการทั้ง 3 ฝ่ายครบการประชุม ประกอบด้วย ฝ่ายนายจ้าง 5 คน, ฝ่ายลูกจ้าง 5 คน และฝ่ายราชการ 5 คน และใช้เวลาพิจารณาวาระสำคัญคือการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำปี 2568 โดยที่ประชุมมีมติ 2 ใน 3 ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท/วัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนจังหวัดอื่นๆ การปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท จะเฉพาะบางกลุ่มอาชีพ คือ กลุ่มกิจการโรงแรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป หรือโรงแรม 50 ห้องขึ้นไป หรือมีห้องอาหาร และกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาทในประเภทกิจการสถานบริการทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ อาทิ คาราโอเกะ คอกเทลเล้าจ์ ทั้งนี้จะมีมีแรงงานที่จะได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ราวๆ 7 แสนคน โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป นายบุญสงค์ บอกที่เริ่มปรับค่าแรงเป็น 400 บาท/วันจากภาคท่องเที่ยงและบริการก่อน เพราะนายจ้างได้รับผลกระทบน้อยสุด และปรับให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของแรงงาน อีกทั้ง ได้รับคำแนะนำจากหลายๆฝ่ายเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่ากิจการประเภทท่องเที่ยวและบริการจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ค่าจ้างขั้นต่ํา#ค่าแรง400บาท#รัฐบาลแพทองธาร#บอร์ดค่าจ้าง#กระทรวงแรงงาน#ไตรภาคีค่าจ้าง

Read More

ภาพสุดท้ายของเจอร์นี่… ก่อนที่ประตูจะปิดลงตลอดกาล ธิษณาไม่มีโอกาสได้ร่ำลา แต่เธอลุกขึ้นสู้ — เพราะไม่อยากให้ใครต้องเสียใจแบบนี้อีก 6 ปีที่เธอฟ้องร้องคดีสัตว์เลี้ยงตายจากการรักษา วันที่ 19 มิ.ย. นี้ ศาลฎีกาจะชี้ว่า “คดีนี้จะได้ฎีกาหรือไม่” เพราะสำหรับบางคน…หมาไม่ใช่ทรัพย์ แต่คือครอบครัว ///// 6 ปีที่เธอสู้…เพราะ “เจอร์นี่” ไม่ควรตายฟรี จากหมาลาบราดอร์สุขภาพดี สู่การผ่าตัดแล้วไม่กลับมา ปี 2562 “ธิษณา” พาเจอร์นี่ ลาบราดอร์ที่เลี้ยงมา 11 ปี ไปตรวจสุขภาพ หมอแจ้งพบชิ้นเนื้อในปอด — แนะนำให้ผ่าตัด เธอตัดสินใจตามคำแนะนำ…แต่หลังผ่าตัด “เจอร์นี่” เสียชีวิต ความเสียใจกลายเป็นคำถาม เพราะหลังการเสียชีวิต มีการบิดเบือนข้อมูล และปัดความรับผิดชอบจากทั้งหมอและโรงพยาบาลสัตว์ มีหนังสือยินยอมรักษา แต่ศาลชั้นต้นชี้ชัด: “หากประมาทเลินเล่อ ก็ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” 28 มี.ค. 65 – เธอชนะคดีในศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษา เพราะไม่มีใบชันสูตรพลิกศพ เหมือนสวรรค์เล่นตลก… เจอร์นี่จากไป 19 มิ.ย.62 6 ปีต่อมาในวันเดียวกัน 19 มิ.ย.68 ศาลฎีกาจะชี้ว่า “จะรับฎีกาหรือไม่” — เป็นโอกาสสุดท้ายของคดีนี้ “เจอร์นี่เดินเข้าห้องผ่าตัดเอง… แต่ไม่มีโอกาสได้เดินออกมา พี่แค่หวังว่า ครอบครัวพี่จะเป็นครอบครัวสุดท้ายที่ต้องร้องไห้แบบนี้” อ่านบทสัมภาษณ์เต็มของผู้หญิงที่สู้คดีเพื่อลูกสี่ขาของเธอ — และเพื่อสัตว์เลี้ยงอีกนับล้านในประเทศไทย เร็ว ๆ นี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เจอร์นี่#ศาลฏีกา#สู้เพื่อลูกสี่ขา#ลาบราดอร์#ธิษณา

Read More

“ลาออกเถอะนายกฯ อยู่ไปก็ไม่เป็นผลดีต่อตัวท่านและประเทศไทย”—จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ———— จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ออกโรงแรงกลางรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง พร้อมคำเตือนถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ให้ประเมินตัวเองว่าสถานการณ์เกินศักยภาพ ต้องลาออก และประเมินสัมพันธ์สองตระกูล เชื่อตระกูลชินเกรงใจตระกูลฮุนเพราะพึ่งพามากกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องหนีออกนอกประเทศมีช่องทางเดียวที่ปลอดภัยคือกัมพูชา! ⸻ จากเพื่อนเก่าสู่ศัตรูทางการเมือง จตุพรยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยมีมิตรภาพที่ดีกับ “สมเด็จฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมัยที่เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง “ผมไม่ได้ลี้ภัย แต่เคยได้รับการต้อนรับอย่างดีเมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ชวนให้ไปพบ สมเด็จฮุน เซน กับครอบครัว แต่ผมไม่เคยหลบหนี แม้จะมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งลี้ภัยอยู่ที่นั่น แต่ผมไม่เคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่เขาเตรียมไว้ให้เลย ผมเกิดบนแผ่นดินไทย และความรู้สึกส่วนตัวจะมาอยู่เหนือดินแดนไม่ได้” เขาตอบโต้คำลำเลิกบุญคุณจากปากฮุน เซนว่า “มิตรภาพคือมิตรภาพ แต่เรื่องบ้านเมืองต้องมาก่อน ผมจะไม่เข้าข้างกัมพูชาในเรื่องดินแดน เพราะถ้าทำอย่างนั้นผมก็คือคนขายชาติ” ⸻ “ไม่ใช่แค่ผม…แต่ทักษิณก็โดนด้วย” จตุพรตั้งข้อสังเกตว่า ท่าทีแข็งกร้าวของฮุน เซน อาจไม่ได้มุ่งตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว แต่หมายรวมถึง “ทักษิณ” ด้วย “ทุกคนรู้ว่าถ้าทักษิณเดินทางออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยก็ต้องผ่านทางกัมพูชา ตอนยิ่งลักษณ์ก็ไปทางนั้น ตอนนี้ตระกูลชินวัตรพึ่งพาตระกูลฮุนมากกว่าเดิม จะไม่ให้เกรงใจได้ยังไง?” เขายกตัวอย่างว่า หลังเกิดเหตุปะทะชายแดน ทักษิณพูดเพียงครั้งเดียวให้เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามตะกร้อ แล้วเงียบหาย ขณะที่แพทองธารก็แสดงท่าทีไม่มั่นคง จนกระทั่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ลงพื้นที่พร้อมพระราชดำรัสจากในหลวง รัฐบาลจึงเริ่ม “พูดรู้เรื่อง” ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยัง “ไม่ใช่ในระดับที่ควรจะเป็น” ⸻ นายกฯ อ่อนด้อย–รัฐบาลอ่อนแอ เขาไม่ปิดบังความผิดหวังกับผู้นำหญิงของไทย “แม้จะมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น แต่ก็หวังอะไรไม่ได้ เพราะขาดความเอาใจใส่มาตั้งแต่ต้น รัฐบาลไทยไม่ชัดเจน ไม่จริงจัง ขณะที่กัมพูชาทำงานเป็นเอกภาพ ทั้งรัฐบาล กองทัพ และประชาชน” “วันนี้ประชาชนไว้ใจกองทัพมากกว่ารัฐบาล ถ้ารัฐบาลต้องพัง ก็ต้องโทษตัวเอง” แม้จะตั้งทีมเฉพาะกิจ มี รมช.กลาโหมเป็นหัวหน้าทีม แต่จตุพรบอกว่า “ไม่มีทางทำอะไรได้เลย ถ้านายกฯ ยังไร้ภาวะผู้นำ เพราะกัมพูชาเตรียมการทุกขั้นตอน…

Read More