- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
ทีมข่าว The Publisher ส่องโซเชียลมีเดีย และพบโพสต์ของ ดัง พันกร – DK Official หรือพันกร บุญยะจินดา ศิลปินนักร้องดัง โพสต์ข้อความหัวข้อ “ให้คนอื่นไปไม่ได้เหรอครับ” พร้อมกับล้อเลียนการตอบโต้ในไลน์กลุ่มโดยเริ่มจากดัง พันกรทักไลน์ไปว่า “101 พรุ่งนี้แม่มีงานสำคัญ, ทุกคนซีเรียสมาก,หนูเป็นผู้นำของ DK แม่ตั้งความหวังไว้กับหนูนะครับ ขณะที่มีข้อความตอบกลับสั้นๆ ว่า พรุ่งนี้ไม่ว่างครับ ,ผมมีประชุมผู้ปกครอง ก่อนที่ดัง พันกร จะโพสต์ตอบไปว่า “ออกไป” หน้าเพจนี้มีคนกดไลน์ กดแชร์กันเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ ดัง พันกร จะโพสต์ในคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “ตอนอยากได้ตำแหน่งเนี่ย มาหมดทุกงาน ลูกเรียนลูกป่วย ก็มาโชว์ผัดข้าวให้คนกิน” และข้อความ “ถ้าอยู่ในภาวะปกติแม่เห็นด้วยนะ ที่101จะให้ความสำคัญกับครอบครัว แต่นี่เขากำลังบุกรุกบริษัทเราไง CEO เอาอารมณ์ไหน ไปนั่งฟังคุณครูพูดเรื่องนโยบายโรงเรียน ?” ตอนแรกคนที่เข้ามาชมหน้าเพจนี้รู้สึกงงๆ ว่า ดัง โพสต์เรื่องอะไรก่อนที่จะมีคนโพสต์เข้ามาในคอมเมนต์เพิ่มเติม เพื่อขยายการรับรู้เช่น “อ่านแรกๆ ไม่ได้คิดอะไร ลืมมม พอเจอคำว่า ออกไป๊ เท่านั้น 5555 หน้าใครบางคนลอยมาเลยค่ะ” รวมถึงคอมเมนต์ที่ว่า “อ่าว ทำไมไม่ให้คุณตาไปแทนคะ” “คุณตาป่วยอยู่….ค่ะ” ทำให้โพสต์นี้เรียกรอยยิ้มได้บางๆ เลยทีเดียว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก#แม่นายพันกร #ดังพันกร
เป็นการโพสต์ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่าน X Ing Shin กล่าวถึงสถานการณ์แรงงานไทย โดยระบุว่าประเทศไทยเปิดรับความหลากหลาย ต้อนรับแรงงานต่างชาติ ให้ความดูแลสวัสดิการแรงงานที่เดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายตามสิทธิ และยึดหลักสิทธิมนุษยชนตลอดมา รัฐบาลไทยไม่เคยมีแนวคิดผลักดันแรงงานต่างด้าวประเทศใดออกนอกราชอาณาจักร แต่หากมีประเทศที่ออกมาตรการเรียกแรงงานกลับบ้านและมีงานรองรับ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่แรงงานแต่ละประเทศจะตัดสินใจ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลประเทศนั้น “ดิฉันให้คำมั่นว่าจะไม่เอาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นประเด็นการเมือง และขอเรียกร้องว่า มาตรการระหว่างประเทศใดๆ ที่เกิดขึ้น ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน เหนือผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศของตน โดยไม่ส่งผลดีต่อสถานการณ์” นายกฯ ระบุ ก่อนหน้านี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุเตรียมรับและมาตรการจ้างงานแรงงานที่จะเดินทางกลับจากประเทศไทย กัมพูชากำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานหลายหมื่นตำแหน่งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และก่อสร้าง ดังนั้นแรงงานชาวกัมพูชาอาจเลือกที่จะกลับประเทศโดยสมัครใจก่อนที่ไทยจะส่งตัวกลับประเทศ เนื่องจากกำลังเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและการดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างรุนแรงในบางพื้นที่ #ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#JBC#แรงงาน#กัมพูชา#ศาลโลก#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ศาลโลก#เสียชาติเกิด#กองทัพไทย#รัฐบาลแพทองธาร#ฮุนเซน
เป็นผลสำรวจจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เรื่อง “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” จำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความไว้วางใจและความพอใจต่อบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยถามถึงความไว้วางใจต่อภาคส่วนต่าง ๆ ว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้ ซึ่งพบว่าอันดับ 1 คือกองทัพ ที่ร้อยละ 62.52 ระบุไว้วางใจมาก รองลงมา ร้อยละ 23.74 ระบุค่อนข้างไว้วางใจ ส่วนรัฐบาลนั้นร้อยละ 37.48 ระบุไม่ไว้วางใจเลย รองลงมา ร้อยละ 31.68 ระบุไม่ค่อยไว้วางใจ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ ร้อยละ 35.42 และ 30.76 ไม่ค่อยไว้วางใจ และไม่ไว้วางใจเลยตามลำดับ ด้านความพอใจต่อบทบาทการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา พบว่าว่ากองทัพได้รับความพอใจมากถึงร้อยละ 61.76 รองลงมา ร้อยละ 23.97 ระบุค่อนข้างพอใจ ส่วนรัฐบาลไทย ร้อยละ 37.94 ไม่พอใจเลย รองลงมา ร้อยละ 30.99 ไม่ค่อยพอใจ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ ที่ร้อยละ 35.73 ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 29.00 ไม่พอใจเลย สำหรับการสนับสนุนข้อความในเพลงชาติไทยที่ว่า “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.39 ระบุว่า สนับสนุนมาก รองลงมา ร้อยละ 19.24 ระบุว่า ค่อนข้างสนับสนุน และเมื่อถามถึงการมีแนวคิดความเป็น “ชาตินิยม” ของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 48.24 ระบุว่ามีความเป็น “ชาตินิยม” มาก รองลงมา ร้อยละ 31.60 ระบุว่า ความเป็น “ชาตินิยม” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ #ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#JBC#แรงงาน#กัมพูชา#ศาลโลก#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ศาลโลก#เสียชาติเกิด#กองทัพไทย#รัฐบาลแพทองธาร
วันนี้ (15 มิ.ย.68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเผยภาพหนังสือที่กัมพูชาได้ส่งถึง ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือ ศาลโลก เพื่อขอให้วินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดนกับไทยใน 4 พื้นที่รอบปราสาทโบราณ ที่ยังเป็นข้อพิพาท________________________________________ชิงพื้นที่ “ตาเมือน–ตาควาย–ช่องบก”ชูศาลโลกเป็นเวทีตัดสินซ้ำรอยปราสาทพระวิหารพื้นที่ที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อ ICJ ได้แก่1. ปราสาทตาเมือนธม2. ปราสาทตาเมือนโต๊ด3. ปราสาทตาควาย4. บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานีพื้นที่ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนภาคตะวันตกและตะวันออกเฉียงใต้ของไทย–กัมพูชา ท่ามกลางความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากการวางกำลังทหารของฝ่ายกัมพูชา และการตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นจากฝ่ายไทย________________________________________ใช้ “ฤกษ์ไทยขมขื่น” 63 ปี เสียปราสาทเขาพระวิหารฮุน มาเนต ระบุว่า วันที่ 15 มิถุนายน 2568 คือวันครบรอบ 63 ปี ที่ศาลโลกตัดสินให้กัมพูชาเป็นผู้ชนะคดีปราสาทพระวิหาร เมื่อปี 2505 เขาย้ำว่า แม้กรณีปัจจุบันจะเป็นคนละพื้นที่และเวลาห่างกันหลายทศวรรษ“จิตวิญญาณและเป้าหมายของกัมพูชายังคงเดิม คือ เลือกใช้สันติวิธีและกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา”________________________________________ฮุน มาเนต ชู “ความยุติธรรม–ชัดเจน”อ้างเพื่ออนาคตลูกหลาน–เรียกร้องให้ประชาชนไว้วางใจ ในโพสต์ยังระบุอีกว่า“กัมพูชาต้องการเพียงความยุติธรรม ความถูกต้อง และความชัดเจนในการกำหนดเส้นเขตแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราต้องเผชิญปัญหานี้อย่างไม่รู้จบในอนาคต”พร้อมเรียกร้องให้ชาวกัมพูชา “ไว้วางใจรัฐบาล” ในการดำเนินภารกิจครั้งนี้เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ________________________________________ด้านไทย…ยังถก JBC หวังลดตึงเครียดท่ามกลางการเดินเกมทางกฎหมายระหว่างประเทศของกัมพูชา ฝ่ายไทยยังคงดำเนินการผ่านเวที JBC โดยเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าว่า“บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายหารือในเชิงเทคนิคอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายไทยหวังว่าการประชุมจะช่วยลดความตึงเครียด และไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลโลก ICJ” การประชุม JBC ยังคงดำเนินต่อในวันนี้…ขณะที่กัมพูชาไปไกลถึงศาลโลกแล้ว________________________________________ไทยถก JBC–เขมรยื่นศาลโลก เมื่ออีกฝ่ายเร่งก้าวไปศาลโลก แต่อีกฝ่ายยังเชื่อการประชุมสร้างสรรค์แม้ไทยจะย้ำชัดว่าไม่รับเขตอำนาจ ICJ และยึดแนวทางทวิภาคีผ่าน JBC แต่การที่กัมพูชา “เดินเกมข้ามกลไก” ไปสู่เวทีระหว่างประเทศ พร้อมสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ ไทยตกเป็นฝ่ายตั้งรับทั้งในทางยุทธศาสตร์และประชาสัมพันธ์วันนี้จึงไม่ใช่แค่ครบรอบ 63 ปีแห่งคดีปราสาทเขาพระวิหาร…แต่คือ “สัญญาณเตือน” ว่า กัมพูชากำลังเขียนบทใหม่ของเกมชายแดนส่วนรัฐบาลไทยไม่ใช่แค่เดินตามก้น…แต่ยังทำเหมือน “ไม่อยากสู้” ด้วย#เสียชาติเกิด#ศาลโลก#ฮุนมาเนต#JBC#63ปีปราสารทเขาพระวิหาร#ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
“เพราะโรคที่ทักษิณเป็น ต้องใช้ยาต่างประเทศซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยแพทย์ที่ดูแลตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ ไม่มีข้อกฎหมายห้าม และยาดังกล่าวไม่ได้เบิกผ่านระบบราชการ” คำชี้แจงนี้สร้างคำถามในวงการแพทย์ทันทีว่า “หากเป็นยาที่ใช้จริงในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลราชการ จะไม่มีการลงบันทึกไว้เลยหรือ?” ⸻ความเห็นจากแพทย์: “ไม่มีค่ายา = ไม่ใช่เหตุผลว่าป่วยจริง” The Publisher ได้ข้อมูลจากแพทย์หลายรายที่ไม่ประสงค์ออกนาม ระบุตรงกันว่า การอ้างว่าไม่มีค่ายาเพราะใช้ยานอกระบบ ถือเป็น คำอธิบายที่ขัดกับหลักการแพทย์และระเบียบราชการ “แม้จะใช้ยาที่คนไข้จัดหามาเอง แพทย์ต้องลงบันทึกไว้ใน OPD card หรือประวัติการรักษา และต้องแสดงให้ได้ว่า ยานั้นมีการใช้จริง ปริมาณเท่าใด ใครเป็นผู้ดูแลการให้ยา เพราะผู้ป่วยอยู่ในการควบคุมของโรงพยาบาลและเรือนจำ ถ้าไม่มีแม้แต่ค่ายา ไม่มีเอกสารการใช้ยา ไม่มีชื่อแพทย์ผู้สั่งยา แล้วจะยืนยันได้อย่างไรว่ามีการรักษาจริง?” นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า หากเป็นการรักษาโดยใช้ยาต่างประเทศ แต่ไม่มีการออกใบเสร็จ ไม่มีชื่อผู้สั่ง และไม่มีเอกสารประกอบ ก็ยิ่งเป็นเหตุให้ต้อง ตรวจสอบมาตรฐานทางการแพทย์ มากกว่า เพราะข้อแก้ตัวนี้ไม่สมเหตุสมผล ⸻คำถามทางกฎหมาย: “ไม่มีเอกสาร แล้วจะเป็นพยานหลักฐานได้อย่างไร?” แม้วิญญัติจะระบุว่า เอกสารดังกล่าวถูกยื่นให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และแพทย์ตรวจร่างกายไปแล้ว และเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ แต่ในทางกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องใช้ พยานเอกสารและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เท่านั้น แพทย์คนหนึ่งให้ความเห็นว่า “ถ้าบอกว่าป่วย แต่ไม่มีข้อมูลยา ไม่มีผลตรวจ ไม่มีเวชระเบียนกลาง แบบนี้ใครก็อ้างได้หมด แล้วศาลจะใช้หลักอะไรในการตัดสิน?”⸻“ไม่มีค่ายาเพราะใช้ยานอก” อาจเป็นคำอธิบายที่ฟังขึ้นในสายตาทนาย แต่ในสายตาแพทย์และสังคม คำถามยังไม่หมด• ใช้ยาอะไร? ใครให้? ใช้อย่างไร?• ทำไมไม่มีบันทึก?• แล้วใครคือผู้ควบคุมดูแลในฐานะผู้ป่วยใน? 23 มิ.ย.นี้ คือเส้นตายยื่นคำชี้แจงต่อศาลและสิ่งที่ศาลจะเชื่อหรือไม่เชื่อ อาจไม่ได้อยู่ที่ “คำอธิบาย”แต่อยู่ที่ว่า “มีหลักฐานให้เห็น” หรือไม่ ว่าแต่คุณเชื่อคำชี้แจงของ “ทนายทักษิณ” มั้ย? #ชั้น14#ป่วยทิพย์#ทักษิณ#หนีคุก#ไม่มีค่ายา#วิญญัติชาตมนตรี#ThePublisherTH#ศาลฎีกา#กลับคุก
โฆษก กต. แถลง “JBC ครั้งที่ 6” บรรยากาศดี วันที่ 14 มิ.ย. 2568 – นาย นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ที่กรุงพนมเปญ โดยระบุว่า การประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 น. ด้วยการหารือกลุ่มย่อยระหว่างประธานทั้งสองฝ่าย ก่อนเข้าสู่การประชุมเต็มคณะเพื่อหารือรายละเอียดด้านเทคนิค “การประชุมมุ่งเน้นเรื่องเทคนิค เช่น การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และการสำรวจภูมิประเทศ ขณะนี้ยังไม่จบ และคาดว่าจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะแจ้งสรุปผลต่อสื่อมวลชน” — นิกรเดช พลางกูร ⸻ ชี้หารือ “ด้วยเจตนาดี” หวังลดความตึงเครียด ไทยย้ำใช้กลไกทวิภาคี ไม่พึ่งศาลโลก ICJ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุเพิ่มเติมว่า “ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ (in good faith) ฝ่ายไทยหวังว่าการประชุมจะช่วยลดความตึงเครียด และนำไปสู่ทางออกอย่างยั่งยืนในอนาคต” ในช่วงท้ายของการแถลง นายนิกรเดชใช้โอกาสยืนยันชัดเจนว่า “ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตามที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศเคยยืนยันไว้แล้ว” เขาย้ำว่า ประเทศไทยยึดแนวทางแก้ปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี เช่น JBC และการหารือทางการทูต ซึ่งรัฐบาลมองว่า “มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด” ⸻ ขณะเดียวกัน… ฮุน มาเนต สั่งเตรียมรับแรงงานกลับ–ขอแบงก์ลดหนี้ช่วยลูกหนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กประกาศเตรียมความพร้อมรับมือแรงงานจำนวนมากที่อาจเดินทางกลับจากประเทศไทย โดยสั่งการให้หน่วยงานในประเทศ–ตั้งแต่กระทรวงแรงงาน กองทัพ ไปจนถึงธนาคารภาคเอกชน เร่งเตรียมการทุกมิติ ทั้ง: • เปิดจุดข้ามแดน • ตั้งศูนย์พักชั่วคราว • จัดอาหาร–การรักษา • เตรียมรถขนส่งกลับภูมิลำเนา • หาตำแหน่งงานใหม่ในประเทศ • ขอแบงก์–ไมโครไฟแนนซ์ “ลดภาระหนี้” ให้แรงงานที่กลับจากไทย ⸻ “ความสามัคคีคือจุดแข็งของกัมพูชา” ฮุน มาเนต โชว์ภาวะผู้นำเชิงรุก –…
ศึกนอกชายแดนก็ยังไม่จบ ปากท้องประชาชนก็ยังหนัก แต่นักการเมืองบางคนกลับสนใจแต่เกมปรับ ครม.—พลพีร์ ส.ส.ภูมิใจไทย ซัดกลับอนุสรณ์ เปรียบเป็นแค่ “แมงหวี่” ส่งเสียงหึ่งให้รำคาญหู เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2568 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ออกมาโต้กลับนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หลังอีกฝ่ายออกมาขับไล้พรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่พอใจให้ไปเป็นฝ่ายค้าน “ส.ส.ท่านนี้มีอำนาจอะไรมาพูด? เพราะอำนาจในการปรับ ครม. อยู่ที่นายกรัฐมนตรี พรรคร่วมก็รอฟังนายกฯ เท่านั้น เสียงแมงหวี่แมงวันแบบนี้ แค่ทำให้รำคาญหู” พลพีร์ชี้เกมการเมืองไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการตอนนี้ เขาระบุว่าในฐานะ ส.ส.เขตที่ลงพื้นที่สม่ำเสมอ สิ่งที่ประชาชนต้องการคือมาตรการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง “ชาวบ้านไม่ได้อยากเห็นการปรับ ครม. แต่เขากังวลเรื่องการทำมาหากิน ราคาของแพง มันสำปะหลังตกต่ำ รายได้ลด แล้วเราจะยังเอาเวลามาเล่นการเมืองอีกหรือ?” เตือนอย่าหมกมุ่นแต่เรื่องอำนาจ จนลืมภัยนอกประเทศ พลพีร์ยังเตือนว่า สถานการณ์ชายแดนขณะนี้ลุกลามและสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ การโฟกัสแต่เรื่อง ครม. อาจทำให้ประเทศเสียหายหนักกว่าเดิม “มีทั้งปัญหาปากท้อง ปัญหาชายแดน ต้องจัดการให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องปรับ ครม. เป็นเรื่องการเมือง ก็ขอให้เพลา ๆ ลงบ้าง ส่วนพวกแมงหวี่แมงวัน ก็ช่วยเลิกส่งเสียงกันสักที จะได้มีข่าวที่เชื่อถือได้จริง ๆ ไม่ใช่มีแต่เสียงหึ่ง ๆ ไร้สาระ” #ปรับครม#ภูมิใจทย#เพื่อไทย#การเมืองขัดแย้ง#เขี่ยอนุทิน#เล่นการเมือง#ชายแดนไทยกัมพูชา#ThePublisherTH
โพสต์ล่าสุดระหว่างการประชุม JBC ยังไม่จบวันที่ 14 มิ.ย. 2568 – ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ที่กรุงพนมเปญยังไม่เสร็จสิ้น โดยประกาศมาตรการฉุกเฉินรับมือแรงงานกัมพูชาที่อาจเดินทางกลับจากประเทศไทยในจำนวนมาก เตรียม 4 มาตรการหลัก รับแรงงานกลับประเทศนายกฯกัมพูชาเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมครบวงจร โดยกระทรวง หน่วยงานความมั่นคง และผู้บริหารใน 7 จังหวัดชายแดน ร่วมกันดูแลแรงงานที่จะกลับจากไทยใน 4 ด้านหลัก ได้แก่:การผ่านแดน: อำนวยความสะดวกในการข้ามพรมแดนที่พักชั่วคราว: จัดหาที่พักในเขตชายแดนรองรับแรงงานอาหาร–การแพทย์: จัดหาอาหารและบริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นขนส่งกลับบ้าน: กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และศาลากรุงพนมเปญ เตรียมรถรับส่งแรงงานกลับภูมิลำเนาช่วยหางานใหม่–อัดแพ็กเกจเยียวยาเศรษฐกิจกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพ เตรียมหางานในประเทศรองรับแรงงานที่กลับมา โดยระบุว่ากัมพูชายังขาดแคลนแรงงานหลายแสนคน ขณะเดียวกัน กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้แรงงานสามารถปรับตัวดำเนินชีวิตต่อได้ ขอแบงก์ลดภาระหนี้–ช่วยลูกหนี้แรงงานฮุน มาเนต เรียกร้องให้สมาคมธนาคารกัมพูชา และสมาคมไมโครไฟแนนซ์แห่งกัมพูชา พิจารณาช่วยแรงงานที่มีหนี้สินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยให้ปรับลดภาระตามความเหมาะสม หรือผ่อนผันตามระยะเวลาที่กำหนดย้ำความเป็นหนึ่งเดียว คือ “จุดแข็งของกัมพูชา” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาปิดท้ายโพสต์ว่า“เมื่อประเทศชาติและประชาชนกัมพูชาเผชิญกับปัญหา จิตสำนึกความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของชาติ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คือจุดแข็งของชาติกัมพูชา” #ฮุนมาเนต#ชายแดนไทยกัมพูชา#JBC#แรงงาน#กัมพูชา#ศาลโลก#ThePublisherTH
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แพทย์นักเคลื่อนไหว ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในกระบวนการรักษา “ทักษิณ ชินวัตร” ที่โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า แม้ตนจะไม่ใช่ฝ่ายการเมือง แต่ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์มานาน ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ ว่า “เรือนจำพิเศษกรุงเทพนี่ ตามรถ (พยาบาล?) ไปส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ได้เร็วมากเลย… น่าจะเร็วกว่ารพ.จุฬาฯของผมเสียอีก” ข้อความดังกล่าวสะท้อนข้อสงสัยว่า การส่งตัวทักษิณไปยังห้องพิเศษชั้น 14 รพ.ตำรวจในคืนแรกหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก อาจมีการวางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วทุกขั้นตอน “ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน เตรียมการไว้หมดแล้ว แม้แต่การแต่งตั้งโยกย้าย นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ผบ.เรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และการลาออกจากตำแหน่ง รมว.ยุติธรรมของสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อเปิดทางให้รองนายกฯ วิษณุ เข้ามารักษาการรมว.ยุติธรรม เพื่อรับภารกิจต่อไป” คำกล่าวของหมอตุลย์สื่อถึงความคลางแคลงใจต่อ “เครือข่ายอำนาจ” ที่อาจมีบทบาททั้งในเชิงการแพทย์และการบริหารราชทัณฑ์ เพื่อเอื้อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งหลุดพ้นจากกระบวนการควบคุมตามกฎหมาย ขณะนี้ คดีนายทักษิณรับโทษอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือยัง กำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งนัดไต่สวนพยานฝ่ายราชทัณฑ์และแพทย์และผู้เกี่ยวข้องต่อเนื่องหลายวันในเดือนกรกฎาคมนี้ #ชั้น14#หมอตุลย์#เตรียมการล่วงหน้า#ทักษิณ#หนีคุก#นิติรัฐ#นิติธรรม#ThePublisherTH
โดนฟ้อง 50 ล้าน! “โรม” ยืนยันไม่ถอย ลุย“ชั้น 14” ต่อในศาลแพ่ง หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ชั้น 14” ล่าสุด พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ฟ้องรังสิมันต์ โรม เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทเวทีใหม่จากสภาไปศาล…แต่ “โรม” ย้ำจะไม่หยุดขุด“ทุกคำฟ้อง คือเชื้อไฟแห่งความมุ่งมั่นเพื่อรักษาหลักนิติรัฐ ไม่ให้ใครอยู่เหนือกฎหมาย” สำหรับพล.ต.ท. โสภณรัชต์ คือหนึ่งในแพทย์ที่ถูกแพทยสภาพักใบอนุญาตฯ เป็นเวลาสามเดือน จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อฯ เกี่ยวกับอาการทักษิณ เกินความเป็นจริง เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 66 #รังสิมันต์โรม#คดีชั้น14#อภิสิทธิ์ไม่ติดคุก#ตรวจสอบไม่ถอย อ่านโพสต์ต้นฉบับคลิกhttps://www.facebook.com/photo/?fbid=1265581711591552&set=a.488371852645879&locale=th_TH
