- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา แถลงมติการประชุมกรรมการแพทยสภา ที่พิจารณากรณีจริยธรรม 3 นายแพทย์ รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ 3 คน ที่ทำการรักษานายทักษิณ ชินวัตร บนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยหลังกรรมการที่เข้าร่วมประชุม 68 คนจาก 69 คนได้ฟังคำชี้แจงจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา และพิจารณาจากเอกสารคำชี้แจงเหตุผลวีโต้มติแพทยสภา โดยเปรียบเทียบกับเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการพิจารณาครั้งที่แล้ว และใช้ดุลยพินิจด้วยตนเอง ยืนยันว่าการลงมติเป็นไปด้วยความโปร่งใส ชัดเจน ภายใต้หลักวิชาการ และข้อมูลที่เป็นจริง ก่อนที่จะมีมติด้วยคะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไป นายกแพทยสภาจะลงนามออกคำสั่งบังคับตามมติและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบต่อไปคาดว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ ส่วนกรณีแชตการสนทนาหลุดนั้น ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ระบุข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่จากไลน์กลุ่มที่เป็นทางการของแพทยสภา และหากสังเกตจะพบว่ามีการลบชื่อกลุ่มด้านบน อีกทั้งผู้โพสต์ไม่ได้เป็นแพทย์ในกรรมการฯ และในแชตพูดถึงนายทักษิณ ชินวัตรนั้น การตอบไม่ได้แสดงความคิดเห็น เป็นเหมือนแค่รับทราบเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ไม่มีผลต่อการพิจารณา เพราะวาระนี้ไม่ได้สนใจว่าใครคือผู้ป่วย แต่พิจารณาตามหลักการและวิชาการ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ บอกด้วยว่า การที่แพทย์จากหลายสถาบัน และหลายรุ่น รวมทั้งประชาชนคนไทยกว่า 50,000 คนที่ลงนาม สาระสำคัญคือต้องการแพทยสภายึดมั่นและยืนหยัดในความถูกต้อง และรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ซึ่งไม่ใช่แรงกดดัน แต่เป็นกำลังใจ และชอบแล้วด้วยการกระทำ แต่มีบางกลุ่มที่ใช้กลไกบางอย่างพยายามทำให้กรรมแพทยสภาไม่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือขัดจรรยาบรรณ อย่างนี้ถือจะเรียกว่าเป็นการกดดัน ยังเข้าเกณฑ์ข่มขู่ด้วยซ้ำ “ขอกราบขอบพระคุณแพทย์และคนไทย ที่แสดงออกชัดว่าอยากให้แพทยสภาดำรงความถูกต้องและรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และวันนี้พวกเรากรรมการแพทยสภาได้ทำสิ่งนั้นแล้ว ก็ขอสิ่งเหล่านี้ส่งกลับไปยังทุกท่านว่า ที่ท่านให้กำลังใจมาได้ส่งผลแล้ว” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก
เดิมพันค่าชดเชย 12% ผู้บริโภคจะได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ใคร “อยู่ในห้อง” รสนา โตสิตระกูล ปธ.อนุกรรมการด้านบริการสาธารณ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กชวนประชาชนจับตาผลการประชุมกสทช. วันนี้โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจาก “โปรแพง–เน็ตห่วย” หลังการควบรวมทรู–ดีแทค เนื่องจากมีวาระที่จะพิจารณาเรื่องการเยียวยาผู้บริโภคจากการควบรวม 12% ซึ่งกำลังถูกโยกคลอนโดยความพยายาม “กัน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต” ออกจากการประชุม ⸻ โหวตเยียวยาต้อง “5 ใน 7” – หากพิรงรองถูกกันออก เสียงอาจเปลี่ยนข้าง! การพิจารณามาตรการเยียวยาผู้บริโภคจากการควบรวมกิจการ 12% นั้น ตามระเบียบต้องใช้เสียง 2 ใน 3 จากกรรมการ กสทช. ทั้งหมด 7 คน หมายความว่า ต้องมี อย่างน้อย 5 เสียง ที่เห็นชอบมาตรการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในบอร์ดชุดปัจจุบัน มีอย่างน้อย 3 เสียงที่อาจไม่เห็นด้วย หาก พิรงรอง ถูกกันออกจากห้องประชุมโดยใช้มาตรา 16 สมดุลจะเปลี่ยนเป็น 4 ต่อ 2 ซึ่งไม่เพียงพอที่จะผ่านมาตรการเยียวยา ⸻ คำถามถึงประธานบอร์ด – จะหยิบเรื่อง “ทรูร้องพิรงรอง” ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่? รสนา ตั้งข้อสังเกตว่า หากประธาน กสทช. ซึ่งเคยมีภูมิหลังจากสายคุ้มครองผู้บริโภคหยิบคำร้องคัดค้านจากกลุ่มทรู ที่ขอให้พิรงรองเว้นวรรคจากวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมวันนี้ ก็เท่ากับว่า นอกจากไม่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิผู้บริโภคแล้ว ยังเข้าข้างทุนอย่างเปิดเผย “ประธาน กสทช. หากหยิบยกประเด็นที่ทรูคัดค้าน อ.พิรงรอง เข้าประชุมวันนี้ตามที่เนติบริกรชี้ช่องไว้ ก็แสดงว่าประธาน กสทช. ไม่เพียงไม่เคยทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค แต่ยังอุ้มทุนอย่างชัดเจน” — รสนา โตสิตระกูล อ่านโพสต์ต้นฉบับ: โพสต์จาก รสนา โตสิตระกูล
“กลุ่มที่เรียกร้องให้แพทยสภายึดมั่น ยืนหยัดความถูกต้อง รักษาจรรยาบรรณในวิชาชีพ ไม่เรียกว่า “กดดัน” แต่ถือว่าเป็นกำลังใจ ขณะที่มีคนบางกลุ่มพยายามใช้กลไกบางอย่าง ทำให้แพทยสภาทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ขัดจรรยาบรรณวิชาชีพ นี่เรียกว่ากดดัน และยังเข้าเกณฑ์ข่มขู่ด้วยซ้ำ” เป็นตอนหนึ่งในการแถลงของ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ต่อผลประชุมกรรมการแพทยสภา ที่ยืนยันมติลงโทษ 3 นายแพทย์รักษา นายทักษิณ ชินวัตร บนชั้น 14 รพ.ตร. โดยกล่าวตอนหนึ่งระบุว่าวันนี้กรรมการแพทยสภาขอขอบคุณแพทย์ทั่วประเทศ และคนไทยทุกคนที่แสดงออกอยากให้กรรมการแพทยสภาดำรงไว้ด้วยความถูกต้อง รักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และวันนี้กรรมการแพทยสภาได้ทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว ก็ขอสิ่งเหล่านี้ส่งกลับไปยังทุกท่านว่า ที่ท่านให้กำลังใจมาได้ส่งผลแล้ว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาพและข้อความในแพลตฟอร์มส่วนตัว โดยระบุว่าหลังได้ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์เมื่อวานนี้ ได้รับทราบจากพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่รายงานการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อุทยาน ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาการเข้าไปตรวจสอบเนื่องจากเป็นพื้นที่ตามแนวชายแดน และไม่มีเส้นทาง ทำให้การปฏิบัติงานเป็นได้ด้วยความยากลำบากและล่าช้า นางสาวแพทองธาร จึงเชิญปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าเขตอุทยานทั้ง 5 เขตแนวชายแดน และเสนาธิการทหารบก ร่วมประชุมแผนงานที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการเพิ่มเส้นทางในการตรวจการณ์พื้นที่อุทยาน การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายแดนให้อยู่ในสภาพดี เพื่อให้มีเส้นทางเพียงพอสำหรับการอำนวยความสะดวก และลดระยะเวลาเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงแผนเร่งพัฒนาระบบการสื่อสารและไฟฟ้าให้มีความเสถียร เพื่อให้การประสานงานกันระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกับระบุว่าการปฏิบัติงานตามแนวชายแดนมีหลายสิ่งที่ต้องเร่งจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อม และอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคให้มากที่สุด ทั้งหมดนี้รัฐบาลเดินหน้าพร้อมสนับสนุน ก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา หลังพบว่าบริเวณชายแดนไทย มีการลักลอบเข้ามาลักลอบเข้ามาทำลายสิ่งแวดล้อมนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการตัดไม้พะยูง ไม้ชิงชัน ล่าสัตว์ป่า #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพไทย#กรมอุทยานแห่งชาติ#กองทัพภาคที่2#กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม#ปิดเปิดด่าน
เคยใหญ่ใต้บารมี 2 ลุง ปรากฎการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ 2 พรรคที่เคยยิ่งใหญ่ภายใต้การนำของ 2 บิ๊ก บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มาวันนี้ไม่ถึง 2 ปีทั้ง 2 พรรคดูมีสัญญาณถดถอยอย่างรุนแรง จนไม่มีใครการันตีได้ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังมีชื่อ 2 พรรคนี้อยู่ในสภาฯ หรือไม่ พปชร.กับกบฏผู้กองธรรมนัส เริ่มจากพรรคลุงป้อม “พลังประชารัฐ” หลังผู้กอง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ก่อกบฏพา 20 สส.ย้ายไปสังกัดใหม่พรรคกล้าธรรม พร้อมหิ้วเก้าอี้รัฐมนตรีติดมือไปด้วย ทำให้พรรคนี้กลายเป็นฝ่ายค้านแบบไม่สมัครใจ และดูเหมือนการเปลี่ยนโลโก้พรรคถึง 2 ครั้ง ก็ยังไม่ทำให้พรรคดูสดใสกาวาวขึ้นมาเหมือนเก่าก่อน จะด้วยการหลุดจากอำนาจบารมีของบิ๊กป้อม หรือกระสุนที่เคยขับเคลื่อนพรรคก็ค่อยๆ หมดลงก็คงเดาไม่ยาก ล่าสุดก๊วนใหญ่ใน 20 สส.ที่เหลือก็อาจจะโบกมือลาเช่นกัน เมื่อมีข่าวขาใหญ่เมืองบุรีรัมย์ปิดดีลกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ดูแลกลุ่ม สส.เพชรบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ส่งคนสนิทไปนั่งที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นประเดิม “สุชาติ” ถอดโมเดล ก่อหวอดแยกตัว หันไปดูพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคบ้าง ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรคเปิดศึกรวบรวม สส.ไว้ในมือ 21 คนต่อรองชิงอำนาจในพรรคและตำแหน่งรัฐมนตรีโควต้าพรรค พร้อมกับประกาศทิศทางการเมืองของกลุ่มจะขนกันไปอยู่พรรคโอกาสใหม่ ที่มีอดีตขาใหญ่กระทรวงมหาดไทยเปิดรอไว้แล้ว ตอนแรกเหมือนจะแค่ราคาคุย แต่ไปๆ มาๆ ดูเหมือนว่า สส.จะไปจริง ล่าสุดนายธนากร วังบุญคงชนะ ก็ประกาศชัดบ้านหลังนี้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว ไม่อบอุ่นเหมือนเดิม ชี้ให้เห็นถึงความไม่พอใจ หรือไม่สบายใจต่อการบริหารของผู้นำพรรคที่เปลี่ยนไปหลังการถอยของ พล.อ.ประยุทธ์ และนำไปสู่จุดต่ำสุดของพรรค ขณะที่ฝั่งของเจ้าบ้านคนใหม่อย่างพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หัวหน้าและเลขาธิการพรรคก็ปักหลักสู้ไม่ถอยเดินหน้าทำพรรคต่อไป ด้วยหวังว่าจะยังสามารถปักธงชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ต่อไป ทั้งที่รู้ว่าไม่มีบารมีลุงตู่หนุนส่งช่วยให้ได้ สส.30 UP เหมือนเลือกตั้งที่ผ่านมา หมดบารมีลุง นับถอยหลัง นี่คือวิกฤตหลังสิ้นบารมีลุงๆ ที่เคยเป็นศูนย์รวมจิตใจรวบรวมกลุ่ม สส.และสมาชิกพรรคเอาไว้ด้วยกัน ภาพลักษณ์พรรคที่สั่นคลอน…
จากหมอตำรวจเตือนภัยยาเสียสาว…สู่ผู้ค้าเสียเอง สรุปคดี-เปิดคำถาม : เคสหมอแอร์ เธอเคยเตือนภัย “ยาเสียสาว” แต่วันนี้ถูกจับคาบ้าน เพราะ “ขายยาเสียสาว” เอง เป็นหมอ เป็นตำรวจ เป็นผู้หญิง แต่กลายเป็นผู้ต้องหาในขบวนการค้ายาเสียสาว ข่าวนี้…ไม่ใช่แค่ดราม่าชีวิตหมอแอร์ แต่คือกระจกสะท้อน “ระบบที่หลับตา” ให้คนลอบซื้อ–ขาย–ใช้ “ยาอาชญากรรม” แบบเปิดเผย! ⸻ ทำไมหมอคนเดียว…ถึงซื้อยาได้ขนาดนี้? • ปี 65 ซื้อยา 1 ล้านบาท • ปี 66 เพิ่มเป็น 4 ล้าน • ปี 67 ทะลุ 11 ล้าน • ปี 68 มีคลินิก 12 แห่ง ซื้อเพิ่มอีก 7-8 ล้าน ยอดโตผิดปกติ 3 ปีติด ทำไมไม่มีใครสงสัย? ⸻ ใช้ชื่อ “คนตาย” 370 รายเบิกยา! • เอารายชื่อมาจากไหน? • ใครในระบบรัฐเปิดทางให้ได้ข้อมูลนี้? ⸻ อย. แจ้งความเมื่อ “กลางปี 67” ทั้งที่เริ่มซื้อมาตั้งแต่ปี 65 ช้าไปไหม? ระบบตรวจสอบล้าหลังหรือไม่? เหตุใดไม่มีการสอบทานกับคลินิกต้นทางที่ต้องรับรองการซื้อยา ทั้งที่เป็นยาที่มีแต่อย.เท่านั้นที่จำหน่ายได้ ⸻ ยาที่จับได้ 170,400 เม็ด แล้วที่ยังไม่จับล่ะ? • ยาเหล่านี้ถูกเอาไปทำอะไร? • เคยตกอยู่ในมือใคร? • เคยทำลายชีวิตใครบ้าง? ⸻ “หมอแอร์” ไม่ขอประกันตัว แต่คำถามคือ…ใคร “อยู่เหนือหมอแอร์?” โพสต์นี้ไม่ได้แค่สรุปข่าว แต่กระแทกคำถามที่ต้องการคำตอบทั้งหมด #คดีหมอแอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของเธอคนเดียว อ่านแล้วแชร์ ถ้าคุณเชื่อว่าเรื่องนี้ควรถูกสืบให้สุด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#หมอแอร์#ยานอนหลับ#ยาเสียสาว#ยานอนหลับเสียสาว#แอบอ้างคลินิก#ทุจริตยา
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ คือการที่ประชาชนคนหนึ่งชื่อ ภควัฒน์ พชรกุลวิวัฒน์ ไปประมูลบ้านและที่ดินจากกรมบังคับคดีที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อ 20 เม.ย. 2565 ซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หลังประมูลเสร็จ ไม่นานก็มีโทรศัพท์เข้ามา จาก “ญาติของเจ้าของบ้านเดิม” ซึ่งต่อมาระบุได้ว่าเป็น ข้าราชการระดับชำนาญการ อบต.บางภาษี จ.นครปฐม ติดต่อขอซื้อคืน…และเมื่อผู้ซื้อปฏิเสธ ก็เริ่มมีคำพูดข่มขู่ จาก “ขออยู่ต่อชั่วคราว” กลายเป็น “ห้ามเข้าบ้าน ไม่งั้นจะมีคนตาย” จากคำพูดธรรมดา กลายเป็นโพสต์เฟซบุ๊กพร้อม รูปปืน–ลูกกระสุน–คำขู่ฆ่า ผู้ซื้อร้องเรียนหลายรอบ — ไปศาล, แจ้งความ, รวบรวมหลักฐาน, ชนะคดี ศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง โพสต์ขู่ฆ่าจริง ใช้ปืนจริง แต่…ผ่านไป 4 เดือนหลังร้องเรียนทางวินัยราชการ อบต.–อำเภอ–จังหวัด ยังไม่ลงโทษใด ๆ ไม่แม้แต่จะทำหนังสือตักเตือน ⸻ หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ จากชมรมสันติประชาธรรม ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เพื่อให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#อี้แทนคุณ#กรมบังคับคดี#บ้านขายทอดตลาด#ขรกท้องถิ่นข่มขู่ #ชมรมสันติประชาธรรม
ท่ามกลางกระแสข่าว “ชัยชนะ เดชเดโช” สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และปธ.กมธ.ตร.ยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน ในคดีรุมทำร้ายผู้รับเหมาในพื้นที่ พร้อมน้องชาย ส.จ.พิชิตชัย เจ้าตัวกลับปรากฏตัวเป็นหัวหน้าคณะ กมธ.ตำรวจ สภาฯ นำทีมดูงานอย่างเป็นทางการที่ “มาเก๊า” ระหว่าง 9–12 มิ.ย. 68 ขณะที่ สจ.ทอ น้องชายมอบตัวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภารกิจที่ประกาศชัดเจนในการไปมาเก๊าครั้งนี้คือ – เจาะลึกแนวทาง “ปราบพนัน–ฟอกเงิน–อาชญากรรมไซเบอร์” – พบตำรวจตุลาการมาเก๊า (Judiciary Police) – แลกเปลี่ยนข้อมูลระบบดูแลบ่อนถูกกฎหมาย – ศึกษาวิธีลดอาชญากรรมไซเบอร์จากความเสียหาย 1,143 ล้านบาท ในปี 2023 bก่อนจะลดลง 25% เหลือประมาณ 900 กว่าล้านบาทในปี 2024 ไฮไลต์ที่ไทยสนใจคือ • วิธีตรวจจับ “ชิปปลอม” และกลโกงในบ่อน • แนวทางป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปเสพติดคาสิโน • ระบบมวลชนสัมพันธ์ที่มาเก๊าใช้กับประชากรกว่า 600,000 คน • และเครื่องมือเชิงกฎหมาย–นวัตกรรมสืบสวนที่ใช้จริง การเดินทางครั้งนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลไทย ที่กำลังผลักดัน “Entertainment Complex” ที่มีกาสิNO อย่างถูกกฎหมาย แต่ขณะที่บทบาทบนเวทีต่างประเทศดูโดดเด่น คดีในพื้นที่บ้านเกิดที่ถูกระบุชื่อในรายงานการสอบสวน ยังไม่มีการเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวน “บินลัดฟ้าศึกษาปราบพนันไซเบอร์ รอบินกลับมาให้ปากคำในคดีบ้านเรา…” สำหรับคดีทำรุมกระทืบผู้รับเหมาเมืองคอนกลางงานบวชเกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ 23 พ.ค.68 แต่มีการปิดเงียบ กระทั่ง The Publisher เปิดข้อมูลเมื่อวันที่ 29 พ.ค.68 จนสังคมร่วมกดดันทำให้ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบ จากนั้นตำรวจในพื้นที่เริ่มขยับสอบสวน จากเดิมทำท่าจะจบแบบ “ถอนแจ้งความ” แล้ว ๆ กันไป แต่เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายถอนแจ้งความแล้ว คดียังต้องเดินหน้าต่อ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นักการเมืองกร่าง#ลูกไหมลูกใคร#สอบจนครศรีฯ#สจกอล์ฟ#สสเมืองคอน#สอบจนครศรีฯมอบตัว
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความเข้มทางเฟซบุ๊ก เตือนรัฐบาลไทยก่อนการประชุม คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ “เราไม่ต้องการสงคราม แต่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมรบมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องรบจริงถ้าไม่จำเป็น” ⸻ กดดันให้เขาถอย ต้อง “เจ็บ” และ “ไม่สะดวก” อาจารย์ปณิธานเสนอว่า ไทยควรใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างแรงกดดันให้กัมพูชาหยุดละเมิดอธิปไตย โดยต้องทำให้เขารู้สึกถึง ความเจ็บปวด ในหลายมิติ เช่น • ถอนทหาร–อาวุธจากจีน ที่นำเข้ามาประจำการในพื้นที่ที่รุกล้ำ • หยุดสร้างภาพ “กลับหัวนอน” แบบที่สมเด็จฮุน เซน พยายามบิดเบือน • กลับสู่โต๊ะเจรจาในกรอบเดิม เช่น JBC, GBC, RBC, TBC อย่างจริงจัง ⸻ ไม่ร่วมมือ? เสนอยกเลิกกรอบเดิม แล้วตั้งโต๊ะใหม่เลย! หากกัมพูชายังดื้อแพ่ง ไทยควร ทบทวนกรอบเจรจาเดิมทั้งหมด ที่มีมานานกว่า 30 ปี และเสนอ “กรอบใหม่” ที่ยึดประโยชน์ไทยเป็นหลัก แม้จะทำให้เกิด “ความไม่สะดวก–ความโกลาหล” ในช่วงแรก “แต่จะดีกับเราในระยะยาว เพราะตอนนี้กรอบเดิมใช้งานไม่ได้จริง” ⸻ เสนอสร้างแรงจูงใจใหม่ทางเศรษฐกิจ–ความมั่นคง อาจารย์ปณิธานยังเสนอให้ไทยสร้างแรงจูงใจมหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจที่ “โปร่งใส-ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” เช่น • พลังงาน–โครงสร้างพื้นฐานชายแดน • การร่วมมือปราบ “แก๊งค้าข้ามชาติ” และอาชญากรรมชายแดน • ส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองฝั่งแบบจับต้องได้ ⸻ หากทำได้ ไทย–กัมพูชา จะเป็น “เพื่อนบ้านที่จริงใจ” “ไม่ใช่เดี๋ยวดี–เดี๋ยวร้าย แล้วมีคนเจ็บล้มตาย เหมือน 75 ปีที่ผ่านมา” ⸻ รศ.ดร.ปณิธานร่วมรายการ “ถกไม่เถียง” ช่อง 7HD แลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับ รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธาน กมธ.ความมั่นคงฯ ชมคลิปเต็ม: ที่มา: Facebook –…
ระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่โรงพยาบาลกาบเชิง จ.สุรินทร์ นายกรัฐมนตรีเปิดไมค์ถามกลางวงว่า “ทำไมไทยกับกัมพูชาถึงเปิด–ปิดด่านไม่ตรงเวลา?” ถามอย่างไร้เดียงสาว่า “จะประสานให้ตรงกันได้หรือไม่ ห่วงเสียโอกาสการค้าขาย?” คำถามฟังดูเรียบง่าย แต่อยู่ในระดับ “ผู้นำรัฐบาล” มันไม่ควร “งง” แบบนี้ กระทั่งแม่ทัพภาคที่ 2 ต้องบอกแบบเกรงใจว่า “มีนัยยะทางการเมือง ชิงความได้เปรียบ” แต่ดูเหมือนว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ยังไม่เข้าใจ แถมกำชับให้ไปคุยกัมพูชาเปิดปิดด่านเวลาเดียวกัน อ้างเพื่อประชาชนได้ค้าขาย ประเทศไทยเปิดด่าน 08.00–15.00 น. กัมพูชาเปิด 09.00–16.00 น. เวลาที่เหลื่อมกัน 1 ชั่วโมง คือจังหวะยุทธวิธี ที่ฝ่ายไทยใช้เป็นเครื่องมือ “กดดัน” และได้ผล แต่เมื่อผู้นำสูงสุดถามหาความร่วมมือแทนที่จะยืนยัน “อำนาจต่อรอง” มันทำให้คนที่เข้าใจเกมอธิปไตยต้องตั้งคำถามว่า — ท่านไม่รู้จริง ๆ หรือไม่กล้าชน? หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือ…ได้รับ “สัญญาณ” มาให้เร่งประสาน? เพราะหากแม้แต่เวลาเปิดด่านยังยอมปรับเพื่อ “เกรงใจเพื่อนบ้าน” แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่ยอมปรับ “แผนที่–หลักเขตแดน–อธิปไตย” ไปตามคำขอของอีกฝ่าย? เกมชายแดนไม่ใช่แค่เรื่องทหารวางกำลังหรือบังเกอร์แนวหน้า แต่คือศิลปะของการวางจังหวะ — เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบบนโต๊ะเจรจา ถ้านายกฯ ยัง “งง” กับเกมเล็ก ๆ แบบนี้อยู่… แล้วคนไทยจะฝากความมั่นคงของชาติไว้ได้ยังไง? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพไทย#ช่องบก#กองทัพภาคที่2#กองกำลังสุรนารี#ปิดเปิดด่าน
