- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
แถลงการณ์กัมพูชาซ้ำรอยเดิม — เรียกร้องไทยร่วมกลไกศาลโลก คำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เตือนรัฐบาลไทยเรื่องจุดยืนต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยชี้ว่าแถลงการณ์รัฐบาลกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 กล่าวหาว่าทหารไทยโจมตีทหารกัมพูชาในเขตกัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ใช้กลไก ICJ แก้ปัญหา และขอให้รัฐบาลไทยร่วมมือด้วย ย้อนมหากาพย์แห่งความเจ็บปวด — ประเทศไทยกับศาล ICJ คำนูณใช้คำว่า “มหากาพย์แห่งความเจ็บปวด” ย้อนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ ICJ โดยระบุว่า ประเทศไทยไม่เคยรับอำนาจ ICJ อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2488 แต่ถูกวินิจฉัยในปี 2504 ว่าได้ยอมรับอำนาจแล้วตั้งแต่ปี 2493 จากการส่งหนังสือขอต่ออายุศาล PCIJ ซึ่งไม่มีอยู่แล้ว คดีเดียวแต่สองภาค — ไทยแพ้ทั้งสองรอบ จากกรณีดังกล่าว ไทยต้องขึ้นศาล ICJ เพียงคดีเดียวคือคดีปราสาทพระวิหาร แต่เป็นสองรอบ คือ ปี 2505 และปี 2556 และแพ้ทั้งสองรอบ โดยคดีแรกเริ่มเมื่อปี 2502 ก่อนที่ประกาศรับอำนาจจะครบ 10 ปีในปี 2503 อย่าให้มติ ครม. กลับไปกลับมาอีก คำนูณเตือนว่า “อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” และชี้ว่า มติ ครม. สามารถเปลี่ยนได้โดยมติ ครม. ภายหลัง พร้อมยกตัวอย่างกรณีปี 2552–2557 ที่มีการยกเลิกและนำ MOU 2544 กลับมาใช้อีกครั้ง ย้ำมติ 12 มีนาคม 2567 — ไม่รับอำนาจ ICJ ทุกรูปแบบ คำนูณกล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 12 มีนาคม 2567 ที่ให้ส่วนราชการทุกแห่ง “จัดทำข้อสงวนไม่รับอำนาจของศาล ICJ ไว้ทุกเรื่อง” เพื่อมิให้กระทบต่ออำนาจอธิปไตยของชาติ โดยมีหนังสือแจ้งเวียนวันที่ 15 และ 19 มีนาคม…
โดยรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุด ที่ระบุว่ารัฐบาลได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ยึดมั่นในสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนร่วมกัน โดยมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนพรมแดนร่วมเป็นเขตแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา แม้จะมีความตึงเครียดเป็นครั้งคราว และเกิดความสูญเสียชีวิตของทหารผู้กล้าหาญหลายคน ผู้ซึ่งยืนหยัดในการปกป้องอธิปไตยแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน แถลงการณ์อ้างว่า ในการยุติข้อพิพาทอย่างสันติเป็นที่ประจักษ์ในประวัติศาสตร์ของการดำเนินการ รวมถึงการอ้างอิงข้อพิพาทไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินให้กัมพูชาชนะในปี 1962 และอีกครั้งในปี 2013 ในข้อพิพาทพรมแดนกับประเทศไทย การกระทำเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อกฎหมายระหว่างประเทศและการยุติข้อพิพาทอย่างสันติ แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่าในวันที่ 2 มิถุนายน รัฐบาลกัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะส่งเรื่องข้อพิพาทเหนือพื้นที่เปราะบาง 4 แห่ง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย กับพื้นที่มุมเบ ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากรัฐสภาและวุฒิสภาในการประชุมร่วมกัน แถลงการณ์ระบุขณะที่กัมพูชาดำเนินการทางกฎหมายที่ ICJ รัฐบาลกัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเจรจาและการทูต และมีส่วนร่วมผ่านกรอบทวิภาคี และจะเป็นเจ้าภาพการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการเขตแดน (JBC) ครั้งต่อไปในวันที่ 14 มิถุนายน ที่กรุงพนมเปญ อย่างไรก็ตาม การส่งเรื่องไปยัง ICJ หมายความว่า 4 พื้นที่ที่กล่าวถึงข้างต้นจะไม่รวมอยู่ในวาระการประชุม JBC ที่กำลังจะมาถึง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ครม#ชายแดน#ทหารไทย#ไทยกัมพูชา#รัฐบาล
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิหยุดพนัน โพสต์เรื่องนี้เพื่อเปรียบเทียบการยกข้อดีของการเดินหน้าโครงการ Entertainment Complex และเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งมีกาสิNo รวมอยู่ด้วยว่า ได้ฟังคำชี้แจง “Entertainment Complex คืออะไร ทำไมต้องมี?” ของรัฐบาลแล้ว บอกได้เลยว่า “นี่มันแผนลวงเด็กเข้าห้องนี่หว่า” เพราะ…..ก่อนที่นายธนากรจะยกตัวอย่างและเปรียบเทียบเป็นข้อๆ 1.เอาผลประโยชน์มาล่อ “ถ้ารับรักพี่ น้องจะได้รับผลประโยชน์เยอะแยะมากมาย” อาทิ รายได้ต่อปีเป็นหมื่นล้าน จ้างงานมากขึ้นแน่ ช่วงก่อสร้างข้าวของจะขายได้แน่ (โต๊ะ ตู้ เตียง หมอน ผ้าห่ม 555) แต่พี่ยังไม่ได้ศึกษาเลยนะ เอาไว้ทีหลัง 2.สัญญาปากเปล่า พี่จะไม่หลายใจ (จะเปิดแค่ไม่กี่แห่ง จะไม่เปิดเยอะ) พี่จะคบแต่เพื่อนดี (จะเลือกแต่นักลงทุนที่ได้มาตรฐาน) พี่จะรักเด็ก รักสังคม (จะเอาเงินที่ได้มาแจกทุนการศึกษา ดูแลผู้ประสบปัญหา) แต่ขอโทษทีทั้งหมดนี้พี่ไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายนะ 3.เชื่อพี่เหอะแล้วทุกอย่างจะดีเอง พี่เอาหัวเป็นประกัน (เอานายกฯมานั่งหัวโต๊ะ รับประกันความรับผิดชอบ?) พี่จะเอาโจรมาจับโจร (เอาบ่อนมาปราบบ่อน) แล้วเดี๋ยวโจรจะน้อยลง? ใคร ๆ เขาก็ทำ ถ้าเราไม่ทำเราจะสู้เขาไม่ได้นะ? ทุกนาทีที่เสียไป คือการเสียโอกาสของเรานะ (ไม่เป็นไรพี่ไม่รีบ พี่จะรอบคอบ?) “ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ขอแค่น้องยอมเข้าห้องกับพี่ (ยอมให้กฎหมายเข้าสภา) ไปคุยกันในห้องนะ (เอารายละเอียดไปเจรจากันในชั้นกรรมาธิการ) เพื่อนพี่เยอะ ยังไงก็ผ่านแน่ (เชื่อมั่นว่ามีเสียงข้างมาก ผ่านฉลุย) ชั่วโมงนี้พี่ต้องการแค่นี้ล่ะ นายสั่งมา” นายธนากรสรุปปิดท้าย ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร อยู่ในวาระการประชุมสภาฯ สมัยประชุมสามัญ ที่จะเปิดกลางเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากรัฐบาลต้านทานกระแสค้านไม่ไหวต้องเลื่อนการพิจารณาในปลายสมัยประชุมที่แล้ว #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กาสิNO #กาสิโน #กาสิโนถูกกฎหมาย #ไม่เอากาสิโน #ทุจริตคอร์รัปชัน #คัดค้านกาสิNo
การประเมินวุฒิภาวะผู้นำทางการเมือง—โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี—ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกภาพผิวเผินเพียงอย่างเดียว หากแต่สะท้อนผ่าน “ท่าทีต่อสถานการณ์วิกฤต” และ “การตอบสนองต่อสาธารณะ” ที่ต้องมีทั้งสติ ความรับผิดชอบ และภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม ⸻ คำตอบประชด–ปัดพ้นตัว สะท้อนวุฒิภาวะทางอารมณ์ วันที่ 22 เม.ย. 68 ขณะตอบคำถามนักข่าวถึงคำพูดในอดีตที่เคยระบุว่า “จะไม่จับมือกับคนทำรัฐประหาร” แพทองธารตอบว่า “อันนี้คือสองปีที่แล้ว เผอิญคะแนนไม่ถึงเลยต้องจับมือกันหน่อยตอนนั้น… ก็จับมาสักพักแล้วเหมือนกัน ทำไมคำถามมันดีเลย์” คำตอบนี้ไม่เพียง “ปัดพ้นตัว” แต่ยังใช้โทนประชด แฝงการหัวเราะเย้ยหยัน ชี้ชัดว่า ไม่มองคำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ ทั้งที่สาระของคำถามคือ “ความรับผิดชอบทางการเมือง” ต่อคำมั่นที่เคยประกาศกับประชาชน ในสายตาประชาชนจำนวนไม่น้อย คำพูดนี้จึงไม่ใช่แค่ “การตอบแบบไม่รับผิดชอบ” แต่คือ การเหยียดหยามความรู้สึกของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เคยยึดถือคำพูดนั้นเป็นหลักในการตัดสินใจ แทนที่จะใช้โอกาสอธิบายเชิงหลักการ กลับเลือกตอบแบบประชดใส่ผู้ถาม และแสดงความขบขันกับความค้างคาใจของคนในชาติ ⸻ เบ้ปากใส่นักข่าว หัวเราะเย้ยบนวิกฤตชาติ วันที่ 4 มิ.ย. 68 ขณะตอบคำถามเกี่ยวกับวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งขณะนั้นมีทหารบาดเจ็บและความตึงเครียดระดับภูมิรัฐศาสตร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยกลับตอบด้วย สีหน้าเบ้ปาก หัวเราะในน้ำเสียงอย่างเย้ยหยัน ต่อหน้าสื่อมวลชน ท่าทีนี้สะท้อนปัญหาเชิงวุฒิภาวะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะเป็นการ • แสดงอารมณ์ล้อเลียนในจังหวะที่ควรจริงจัง • ขาดความเคารพต่อคำถามที่สะท้อนความห่วงใยของประชาชน • ไม่สามารถรักษาสัมมาคารวะในฐานะผู้แทนประเทศในยามวิกฤตได้เลย ⸻ พฤติกรรมซ้ำรอย–สะท้อนบุคลิกภาพที่ไม่เปลี่ยน ท่าทาง “เบ้ปาก” นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตของแพทองธาร ย้อนกลับไปปี 2551 เธอเคยแสดงท่าทางเดียวกันในศาลอาญา ขณะศาลอ่านคำพิพากษามารดา (คุณหญิงพจมาน ชินวัตร) คดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป กรณีนี้เคยถูกวิจารณ์ว่า ไม่ให้เกียรติศาล และ ขาดสำนึกต่อกระบวนการยุติธรรม — สิ่งที่น่ากังวลคือ บุคลิกภาพที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยน แม้วันนี้จะดำรงตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหาร ———— ภาวะผู้นำที่ยังไม่เติบโต พฤติกรรมของแพทองธารในฐานะนายกฯ ยังไม่ผ่านมาตรฐานของ “ผู้นำที่สังคมพึ่งพิงได้” เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ ไม่แยกแยะระหว่างคำถามสื่อกับความเป็นศัตรู และไม่ตระหนักว่าทุกถ้อยคำที่พูดคือการส่งสารในนาม “ประเทศไทย” ⸻ นี่ไม่ใช่แค่การตอบคำถามแย่ ๆ แต่นี่คือพฤติกรรมที่สะท้อนว่าเธอ “เย้ยหยัน – เหยียดหยามสื่อ-ประชาชน” อย่างน่าผิดหวัง หากยังต้องการเป็นผู้นำประเทศต่อไป จำเป็นต้องเรียนรู้ว่า…
4 มิ.ย. 2568 — รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย โดยระบุว่า “กิริยาที่แพทองธารแสดงต่อสาธารณะวันนี้ ต้องบอกว่าเกินเยียวยาจริงๆ ไร้วุฒิภาวะสิ้นดี” โดยในข้อความดังกล่าว รักชนก ระบุว่า แพทองธารควรจะสำนึกไว้ว่า ถ้าตัวเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นิสัยแบบนี้ มารยาทต่อผู้อื่นเช่นนี้ ไม่มีใครเค้าอยากพูดคุยหรืออยากถามอะไรด้วยหรอก (ยกเว้นแต่คนที่อยากจะมาเลียแข้งเลียขา) แต่เพราะคุณอยู่ในตำแหน่งอันสำคัญยิ่ง และการตัดสินใจของคุณส่งผลต่อทุกชีวิตในประเทศ ดังนั้นนักข่าวทุกคนที่อยู่ตรงนั้น มาทำงาน มาทำหน้าที่ของตัวเองและทำอย่างมืออาชีพ ถามในสิ่งที่คนทั้งประเทศสงสัย นายกก็ควรจะทำสิ่งเดียวกันคือ แสดงความเป็นมืออาชีพในงานของตัวเอง การกระทำวันนี้ ถ้าหากแพทองธารเป็นเพียงหัวหน้าพรรคการเมือง หรือ เป็นแค่นักการเมืองคนนึง ดิฉันก็คงสนับสนุนให้ทำพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป เป็นตัวของตัวเองให้สุด อย่าเลิก อย่าลด อย่าเป็นคนที่ดีขึ้น ประชาชนจะได้รู้ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอายังไงกับคนแบบนี้ แต่นี่ แพทองธาร อยู่ในฐานะรัฐมนตรีของประเทศไทย ดิฉันต้องบอกว่า อาย จริงๆที่มีคนแบบนี้เป็นผู้นำประเทศ เป็นนายกที่ขาดทั้งความรู้ความสามารถ ในการทำงาน ทั้งยังแสดงออกอย่างไร้วุฒิภาวะนับครั้งไม่ถ้วน ขาดแม้กระทั่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นมนุษย์อย่างทักษะในการเรียนรู้ เพราะเป็นนายกมาสักพักแล้ว แต่เหมือนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแพทองธารไม่ได้พัฒนาทักษะอะไรเพิ่มขึ้นเลย ทั้งความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารประเทศก็ไม่มี วุฒิภาวะในการแสดงออกในที่สาธารณะก็ไม่พัฒนา รักชนกระบุในตอนท้ายว่า ดิฉันขอเตือนพ่อแม่ทั้งประเทศ นี่คือตัวอย่างที่ดีมากๆของการเลี้ยงลูกแบบพ่อแม่รังแกฉัน ประเคนให้ทุกอย่าง ชีวิตไม่เคยต้องพบเจอความลำบาก รายล้อมด้วยคนที่จ้องแต่จะประจบประแจง ทำผิดอะไรคนใกล้ตัวไม่มีใครกล้าเตือนเพราะเป็นลูกนาย ทำตัวน่ารังเกียจแค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา เชื่อได้เลยว่าพฤติกรรมวันนี้ก็ยังต้องมีคนอวย เฟียสมากค่ะ สุดเริ่ด สุดปัง ฟาดมากแม่ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นแบบนี้ ท่านควรปรับเปลี่ยนวิธีการเสี้ยมสอนลูกตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ลูกของท่านจะมีนิสัยที่เกินเยียวยาดังเช่นนายกรัฐมนตรี #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นายก#รัฐบาล#ทหารไทย#ชายแดนไทยกัมพูชา#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร
“เราถูกรุกราน…แล้วทำไมยังนิ่ง?” เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ เมื่อ “การนิ่ง” อาจแปลว่า “ยอมรับ” หลังเหตุปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค. 68 ความตึงเครียดยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง แต่แทนที่รัฐบาลไทยจะประกาศกร้าวว่าถูกรุกราน กลับใช้เวลาถึง 7 วันกว่าจะออกแถลงการณ์—ซึ่งเนื้อหา “อ้อมค้อม” จนกลบข้อเท็จจริงว่าไทยถูกกัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน “เหมือนชกมวยบนเวที คนที่ไม่พูดอะไร คนดูก็จะคิดว่าเขาโดนจริง กัมพูชาบอกถูกรุกราน แต่เราเงียบ โลกก็จะเชื่อว่าไทยไปรุกรานเขา ตอนนี้เราปล่อยให้เขาต่อยอยู่ฝ่ายเดียว” พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ชี้ชัดว่าความเงียบ คือการยอมรับในภาษากฎหมายระหว่างประเทศ ⸻ เกมของกัมพูชา: ดันไทยไปศาลโลก–สร้างผู้นำในประเทศ “ผมไม่คิดว่าจะรบกันจริง กัมพูชาแค่ต้องการแสดงแสนยานุภาพ และปูทางไปศาลโลก” พล.ท.พงศกรวิเคราะห์เกมการเมืองของฝั่งตรงข้าม พร้อมทั้งเตือนว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่กับประเทศไทย แต่คือการ “สร้างภาพวีรบุรุษ” ให้ฮุน มาเนต ลูกชายของสมเด็จฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชา ที่ยังไม่มีฐานเสียงแข็งแกร่งในประเทศ “เขาใช้ไทยเป็นเครื่องมือปลุกชาตินิยม สร้างภาวะผู้นำ แสดงภาพว่าปกป้องอธิปไตย” ⸻ อย่ารอจนเสียเปรียบ: ต้องพูดชัด “ไม่ไปศาลโลก” พล.ท.พงศกรเสนอทางออกที่เรียบง่ายแต่สำคัญที่สุดขณะนี้ นายกฯ ต้องออกมาพูดให้ชัดว่า “ไทยจะไม่ไปศาลโลก” เพราะความไม่ชัดเจน คือการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้กลยุทธ์ทางการเมือง-การทูตบีบให้ไทยเข้าสู่เวทีที่เสียเปรียบอย่างที่สุด และยังกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนไทยเองหวั่นไหวว่า รัฐบาลจะ “ตกหลุม” เกมการทูตนี้ “ถ้าฮุน เซนฉีก MOU 43 ก็เลิกไปเลย เราไม่จำเป็นต้องยึดติด เจรจาใหม่ได้ แต่ไม่ต้องไปศาลโลก” ⸻ รัฐบาลอย่าโยนภาระให้ทหาร “ทหารเขาทำหน้าที่เต็มที่ แต่รัฐบาลโยนทุกอย่างให้ทหารเป็นคนออกหน้า พอพลาดก็โยนให้เป็นแพะ” พล.ท.พงศกรกล่าวตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่ารัฐบาลควรหยิบ “เครื่องมือต่อรอง” ที่มีอยู่มาใช้อย่างจริงจัง เช่น การพิจารณาปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราวเพื่อสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชา “ทำไมถึงกลัวฮุน เซนกับฮุน มาเนตขนาดนั้น แค่เขาขอว่าอย่าปิดด่านก็ยอมแล้ว? เราทิ้งเครื่องมือต่อรองที่ดีไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้หากปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราวคนสะเทือนคือกัมพูชาและประชาชนของเขาจะไปกดดันผู้นำเขาเองว่าทำไมถึงทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน” ⸻ เมื่อความเงียบกลายเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ อดีตรองเลขาฯ สมช. ยังย้อนไปถึงหลายเหตุการณ์ที่รัฐบาลนี้มีท่าทีอ่อนแรงในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ…
เป็นข้อความเตือนจาก ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทยแม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่โพสต์ข้อความใน X อย่างต่อเนื่อง โดยหยิบยกกรณีการเสียชีวิตของคุณแม่ของนนกุล เพราะมะเร็งปอด เพื่อย้ำเตือนว่ามะเร็งปอดในคนไม่สูบบุหรี่พบบ่อยขึ้น โดยเฉพาะหญิงชาวเอเชีย และอายุน้อย สัมพันธ์กับ PM2.5 รักษาด้วยยากิน ซึ่งรักษาแพงและเบิกไม่ได้ ศ.นพ.มานพยังพูดถึงข่าว เอ๋ พรทิพย์ ภรรยาของ ป๋อ ณัฐวุฒิที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดด้วยข้อความเดียวกัน โดยเพิ่มข้อมูลว่า ถัดจากข่าวคุณแม่น้องนนกุลก็มีข่าวคุณเอ๋อีก ย้ำอีกทีว่ามะเร็งปอดในคนไม่สูบหรี่พบบ่อยขึ้นมาก…” พร้อมปิดท้ายโพสต์นี้ว่า “PM2.5 ซีเรียสมากนะครับ” ขณะที่โพสต์ต่อมาเป็นความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยบอกว่า ปีครึ่งผ่านไป พ.ร.บ. อากาศสะอาดหายไปจาก checklist ของนักการเมืองแล้วมั้ง สมัยประชุมที่ผ่านมาก็ไร้วี่แวว ตอนนี้รัฐบาลสนใจแต่เก้าอี้ รมต. กระทรวงใหญ่ เผลอ ๆ ตีกันบานปลายยุบสภา ต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่อีก “คนไทยรับกรรม PM2.5 กับมะเร็งต่อไป” ก่อนปิดท้ายด้วยข้อมูลล่าสุดว่า ปัจจุบันมะเร็งปอดโดยผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 5 ของมะเร็งทุกชนิด มากกว่ามะเร็งลำไส้อีก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฝุ่นกรุงเทพ#ฝุ่นPM25#อากาศสะอาด#พรบอากาศสะอาด#รัฐบาลแพทองธาร#เอ๋พรทิพย์#ป๋อณัฐวุฒิ#มะเร็งปอด#มานพพิทักษ์ภากร
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. และกองทัพธรรม ประกาศนัดแสดงพลังครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 เพื่อทวงถามจุดยืนและความชัดเจนจากกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก ในกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่กำลังตึงเครียด โดยจะรวมพลในเวลา 08.30 น. ที่เวที คปท. สะพานชมัยมรุเชฐ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อเรียกร้องให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อปมปัญหาเขตแดน และความมั่นคงของชาติ จากนั้นไปต่อที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อทวงถามบทบาทของกองทัพบก ในฐานะผู้พิทักษ์อธิปไตยและดินแดนไทย ว่าจะยืนหยัดต่อภัยคุกคามจากภายนอกได้หรือไม่ ทั้งนี้เป็นการรวมพลคน คปท. ที่ขอเป็นพลังสะท้อนจากประชาชนเพื่อเตือนสติรัฐบาลและกองทัพ ให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องลุกขึ้นปกป้องแผ่นดิน ท่ามกลางท่าทีของภาครัฐที่ไม่ชัดเจนในการรับมือกับข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และกำลังถูกหยิบยกสู่เวทีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายภาคประชาชน ที่นัดรวมตัวกันไปยื่นหนังสือที่กองทัพบก เพื่อขอให้แสดงจุดยืนและท่าทีที่แข็งขันกับการปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเช่นกัน ทำให้วันพรุ่งนี้มีอย่างน้อย 2 คณะที่ยื่นหนังสือถึงผู้นำเหล่าทัพ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #รักษาชายแดน #รัฐบาลแพทองธาร #ช่องบก #ศาลโลก #ความมั่นคง #ไทยกัมพูชา #แถลงการณ์รัฐบาลไทย #ICJ #ปณิธานวัฒนายากร #JBC
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันยังไม่ได้หารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อเสนอปรับคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.แลกเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย หรือข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยเรื่องขอให้ปรับใหญ่แต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าอยู่ระหว่างการประเมิน และคิดว่าจะปรับ ครม.แบบไหนแล้วการทำงานดีขึ้น ดังนั้นจะหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดในเวลาที่เหมาะสม “อยู่ในช่วงประเมิน ว่าปรับแบบไหนดีขึ้น..มีการพิจารณาอยู่ในใจ ยังไม่ 100% พูดตอนนี้เร็วไป ถ้า final จะปรับ ต้องเรียกมาแสดงความคิดเห็น” นายกรัฐมนตรี ระบุ ขณะที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนไม่ว่าจะพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ ยืนยันตรงกันว่านายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณขอปรับ ครม.แต่อย่างใด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#กระดานอำนาจ#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#พรรคภูมิใจไทย#ปรับครม
วันที่ 3 มิ.ย. 2568 – รักชนก ศรีนอก ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยเอกสารที่ระบุว่าเป็น “บทสรุปการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเข้าลงทุนกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมทุนไพรม์ แอสเสท (Prime Asset Private Equity Trust) กรณีอาคาร Sky9” ซึ่งมีเนื้อหาระบุถึงพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินการที่ “มีความผิดปกติ” ในหลายประเด็น ทั้งกระบวนการจัดซื้อและประเมินมูลค่า “ขณะที่ประชาชนรู้กันจนหูตาสว่างทั่วประเทศ แต่สืบนานขนาดนี้ยังได้ข้อเท็จจริงแค่นี้เอง สำหรับดิฉันนับว่ายังน่าผิดหวังนิดหน่อย…แต่เอาล่ะค่ะ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย เจอกันที่ ป.ป.ช.!! เจ็บคอจริงๆ ไอดัง คุก คุก คุก” – รักชนก ระบุในโพสต์ เอกสารชี้ชัด : ผิดปกติหลายจุด เอกสารความยาว 2 หน้า ที่ ส.ส.รักชนกแนบมานั้น สรุปสาระสำคัญว่า: • การเข้าลงทุนในอาคาร Sky9 ผ่านกองทรัสต์ Prime Asset Private Equity Trust มีข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่อาจขาดความเป็นอิสระ • บริษัทจัดการกองทรัสต์และคณะกรรมการลงทุนไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของมูลค่าทรัพย์สินตามหลักวิชาชีพ • ทรัพย์สินที่ถูกขายให้กองทรัสต์มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประเมินมูลค่าและผู้บริหารชุดเดิม • การดำเนินธุรกรรมมีลักษณะ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” และอาจเอื้อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ลงทุน เอกสารยังชี้ถึงการประเมินมูลค่าอาคาร Sky9 ที่ “สูงเกินจริง” เมื่อเทียบกับราคาตลาดทั่วไป และระบุชื่อบริษัท AGRE101 จำกัด (ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไพรมัส เรียลเอสเตท จำกัด) ว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โครงการดังกล่าว โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนต่อผู้ลงทุน เตรียมส่งป.ป.ช. เอาผิดยกก๊วน รักชนก ระบุในโพสต์ว่า จากพฤติกรรมที่ปรากฏในรายงานการสืบสวนนี้ สมควรให้ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานตรวจสอบอิสระเข้าตรวจสอบเชิงลึก เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งในฝั่งผู้บริหารกองทรัสต์ บริษัทประเมินทรัพย์สิน และเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม “เป็นพฤติกรรมที่รีบเร่งไม่มีการตรวจสอบเเพื่อให้เกิดความเหมาะสม คุ้มค่า ของการลงทุนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ …มูลค่าสูงเกินจริงเป็นพฤติการณ์ที่มีการกระทำโดยปราศจากความระมัดรวังอันสมควรตามที่วิญญูชนโดยทั่วไปควรจะถึงมี แ ละกระทำขาดความละเอียดรอบคอบในการปฏิบัติราชการ เป็นเหตุให้กองทุนประกันสังคมได้รับความเสียหาย” – เนื้อหาในเอกสารระบุในตอนท้าย…
