“เขาวางเป้าหมายไว้แล้ว…ก่อนฮุน เซนวางมือ ต้องปักหมุดชัยชนะเรื่องดินแดน ถ้าทหารไม่ชัด ประชาชนไม่หนุน จนรัฐบาลต้องออกคำสั่งให้ดำเนินการอย่างเข้มแข็ง กัมพูชาจะขยับอีก”
—รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง”
ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”
⸻
กัมพูชายังไม่หยุด… ไทยต้องพร้อมรับและรุก
แม้กัมพูชาจะยอมถอยทหารจากพื้นที่ขุดคูเวตบริเวณช่องบกแล้ว แต่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร เตือนชัดว่า “เกมยังไม่จบ” เพราะปลายทางของกัมพูชาคือการพาไทยขึ้นศาลโลกใน 4 พื้นที่พิพาท ไม่ใช่เพียงแค่การปรับแนวกำลังชั่วคราว
เขาย้ำว่าไทยต้องเปลี่ยนโหมดจากตั้งรับมาเป็นรุกในเวทีการทูตและการเมืองระหว่างประเทศโดยด่วน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ที่สิงคโปร์ ซึ่งเราเงียบ ขณะที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานทำทหารเขาเสียชีวิตหนึ่งนาย
“เรายังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งต้องไม่ลืมว่าเดี๋ยวนิ่งเสียอาจไม่ได้ตำลึงทอง… นิ่งเสียแม้อาจไม่เสียดินแดน แต่จะเสียเปรียบในการเจรจา”
⸻
ความชัดเจนของกองทัพ–ประชาชนคือปัจจัยชี้ขาด
อาจารย์ปณิธานอธิบายว่า กัมพูชาประเมินท่าทีของไทยอย่างใกล้ชิด พยายามเจาะจงพูดคุยกับผู้นำบางกลุ่มในไทยเพื่อใช้เป็นปัจจัยช่วย แต่เมื่อไม่สำเร็จ ก็จะปรับยุทธศาสตร์
“เมื่อไหร่ที่ทหารไม่ชัดเจน ประชาชนไม่หนุน… กัมพูชาก็จะขยับอีก”
เขาชี้ว่า การที่สภาความมั่นคงแห่งชาติประชุมร่วมผบ.เหล่าทัพ เมื่อ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมาและมอบหมายอำนาจจัดระเบียบชายแดนชัดเจน ถือเป็นจุดพลิกเกม แต่ยังไม่พอ ต้องผลักบทบาทกระทรวงการต่างประเทศให้มากขึ้น และการเมืองต้องไม่หลบอยู่หลังทหาร แต่ต้องลงพื้นที่เพื่อกำหนดนโยบายร่วมกัน
⸻
ความเป็นเอกภาพของกัมพูชา vs ความสับสนของไทย
“กัมพูชาชัดเจนว่าปลายทางคือศาลโลก… เขามีความเป็นเอกภาพมากกว่าเรา”
อาจารย์ปณิธานชี้ว่า กัมพูชาวางเป้าหมายใหญ่ไว้ล่วงหน้า—สถาปนาพื้นที่ชายแดนให้เข้มแข็งก่อนฮุน เซนวางมือ เพื่อส่งมอบมรดกทางอำนาจให้ฮุน มาเนต ต่างจากฝั่งไทยที่ยังมีความสับสนในท่าที เช่น การที่รมว.กลาโหมระบุว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็น No Man’s Land ขัดแย้งกับข้อมูลของกองทัพ ทำให้เสียเปรียบและเกิดความสับสน
⸻
JBC ต้องปรับใหม่
การประชุม JBC วันที่ 14 มิ.ย. ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ อาจารย์ปณิธานไม่คาดหวังผลมากนัก เพราะ “ถือแผนที่คนละฉบับ” และกัมพูชายังยืนยันนำพื้นที่พิพาทขึ้นศาลโลกอยู่ดี แต่ไทยไม่ควรนิ่ง ต้อง “ใช้เวทีนี้เพื่อสร้างเสถียรภาพใหม่ ทำกลไกให้มีความกระชับ ตอบโจทย์มากขึ้นและหลังวันที่ 14 ต้องเริ่มคิดถึงกลไกใหม่ ๆ ในกาแรก้ปัญหาได้แล้ว”
⸻
ชายแดนผ่อนคลายแต่ต้องรุกแก๊งคอลฯ ต่อ
แม้สถานการณ์ชายแดนจะผ่อนคลายลง แต่การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฝังรากอยู่ในกัมพูชายังเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งอาจารย์ปณิธานเห็นว่าไทยควรเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เพราะมีข้อต่อโยงผลประโยชน์ทั้งสองฝั่ง
“จีนก็ต้องการปราบ… ถ้าไทยชัด ก็ควรใช้จังหวะนี้ร่วมมือให้เด็ดขาดไปเลย”
⸻
ความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่สำคัญเท่าผลประโยชน์ของชาติ
ท้ายที่สุด อาจารย์ปณิธานส่งคำเตือนไปยังนายกฯ ว่า อย่าประเมินความสัมพันธ์ส่วนตัวสองตระกูลสูงเกินจริง เพราะสำหรับกัมพูชาแล้ว สิ่งสำคัญคือ “การคืนความปึกแผ่นและดินแดน” ไม่ใช่ความสนิทส่วนบุคคล
“ต้องทำให้เขาเกรงใจฝ่ายการเมืองไทย เหมือนที่เขาเกรงใจทหารไทย”
สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ถอนกำลัง #รัฐบาลแพทองธาร #ศาลโลก #ชายแดน #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ไทยกัมพูชา #ปิดด่าน #JBC #ICJ #ชายแดนไทยกัมพูชา #ละเมิดอธิปไตย #กองทัพไทย #ช่องบก #ฮุนเซน

