- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
เพจไทยคู่ฟ้า เผยข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในที่ประชุม ครม. ครั้งที่ 21 วันพุธ ที่ 4 มิ.ย.68 เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยย้ำปัญหาชายแดนไทย ผลประโยชน์ของไทย และคนไทยเป็นสำคัญ พร้อมสั่งการให้ ทุกกระทรวงร่วมกันแก้ปัญหา ไม่มีการเมือง ประเทศต้องมาก่อน และกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงสถานการณ์เป็นระยะ นอกจากนี้ยังสั่งการให้หน่วยความมั่นคง และ กระทรวงดิจิทัลฯ ควบคุมไม่ให้เกิดข่าวเท็จ ยุยงปลุกปั่น และขอความร่วมมือสื่อต่าง ๆ อย่าปลุกเร้าขยายความขัดแย้ง พร้อมกับร่วมส่งกำลังใจแก่ทุกเหล่าทัพ ทหารแนวหน้า ทั้งนี้รัฐบาลจะเร่งรัดแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด ทั้งนี้นางสาวแพทองธาร ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.โดยบอกว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะลงพื้นที่เพื่อดูสถานการณ์จริง พร้อมย้ำขณะนี้เป็นเวลาที่คนไทยต้องร่วมกันเป็นหนึ่ง เพราะไม่ใช่การเมืองภายในประเทศที่แบ่งข้าง ดังนั้นความรักความสามัคคีคนในชาติเป็นเรื่องสำคัญมาก และยืนยันไม่มีคนไทยไปสมคบกับกัมพูชาในเรื่องนี้แต่อย่างใด นางสาวแพทองธาร บอกด้วยว่าการที่ไทย-กัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดี ตั้งแต่ระดับผู้นำไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะหากมีปัญหาสามารถพูดคุยแก้ไขปัญหากันได้ง่าย แต่หากมีเรื่องที่รุกล้ำอธิปไตยก็ต้องไม่ยอม “ถ้าเขารุนแรงมาแล้วเรารุนแรงกลับสันติวิธีก็จะไม่เกิด แต่เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ แต่ถ้าเลือกได้ เราเลือกแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี” นางสาวแพทองธารระบุ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #รักษาชายแดน #รัฐบาลแพทองธาร #ช่องบก #ศาลโลก #ความมั่นคง #ไทยกัมพูชา #แถลงการณ์รัฐบาลไทย #ICJ #ปณิธานวัฒนายากร #JBC #ShangriLaDialogue
พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 แห่งกองพลบูรพาพยัคฆ์ ตรวจความพร้อมรบหน่วยยานเกราะภายใต้กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ซึ่งเป็นหน่วยรถถังที่สมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งที่สุดหน่วยหนึ่งของกองทัพบกไทย โดยได้แสดงศักยภาพสูงสุดของ “เหล่า Tanker” หรือทหารม้ารถถัง ทั้งในแง่กำลังพล อาวุธ และยุทโธปกรณ์ ทุกกองพันทหารม้าเฉพาะกิจได้โชว์สมรรถนะของรถถังทุกรุ่น อุ่นเครื่องเต็มพิกัด เสียงเครื่องยนต์กึกก้องกองสนาม แสดงความพร้อมในการเข้าสู่ปฏิบัติการทันทีหากมีคำสั่ง ตามคำขวัญ “พร้อมรบ และสง่างาม เพื่อชาติและราชบัลลังก์” แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมหน่วยรบ 3 กองพลหลักในวันเดียว ได้แก่ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (รถถัง) หน่วยเฉพาะกิจทหารราบ ทัพภาคที่ 1 กองพันเคลื่อนที่เร็ว ทัพภาคที่ 1 ซึ่งล้วนเป็นหน่วยกำลังหลักตามแผนเผชิญเหตุของกองทัพบก เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ พร้อมคลี่คลายสถานการณ์ในทุกพื้นที่เป้าหมายที่กองทัพบกกำหนด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#ทหารไทย#รักษาชายแดน#รัฐบาลแพทองธาร#ช่องบก#ศาลโลก#ความมั่นคง#ไทยกัมพูชา
กัมพูชารุกเต็มรูป—แต่แถลงการณ์ไทย…ยังอยู่ในโหมด “เพื่อนบ้านที่ดี”? “ประชาคมอาเซียนจะเข้าใจไหม ในเมื่อเรายังไม่เข้าใจตัวเอง?” หลังเหตุปะทะบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค. 68 ที่ทหารไทยต้องปะทะกับกัมพูชาในพื้นที่อ้างสิทธิ์ แรงกดดันต่อรัฐบาลไทยก็ตามมาติด ๆ ว่าท่าทีของเรานั้น…แข็งแกร่งพอหรือไม่? ล่าสุด รัฐบาลออกแถลงการณ์เมื่อเช้าวันที่ 4 มิ.ย. ยืนยัน “สถานการณ์ปกติ” และพร้อม “แก้ไขปัญหาทุกมิติ” โดยเน้นย้ำจุดยืนแบบสันติวิธี เจรจา และใช้กลไก JBC เป็นหลัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกำลังดึงไทยเข้าสู่ศาลโลกอย่างเป็นระบบ—คำถามก็คือ เรารับมือด้วย “น้ำเสียงเบา ๆ” แบบนี้จริงหรือ? ถ้าเขาคำรามมาอย่างเสือ เราไม่ได้ทำแม้กระทั่งขู่กลับ… มีแต่เสียงครางแบบแมวดังลอดออกมาเท่านั้น นี่ใช่ท่าทีที่ควรจะเป็นของรัฐบาลไทยในการรักษาเกียรติภูมิของชาติจริง ๆ หรือ? ⸻ กัมพูชาเร่งเกมรุก–ไทยเร่งรักษาบรรยากาศ? ฮุน มาเนต นำทีมรัฐบาล–รัฐสภากัมพูชา เดินเกมรุกต่อเนื่อง เตรียมยื่นข้อพิพาทพื้นที่ 4 จุด รวมถึงช่องบกเข้าสู่ศาลโลก ย้ำ “อ้างใช้สิทธิ” ภายใต้หลักกฎหมายสากล ขณะที่รัฐบาลไทย ออกแถลงการณ์ตอบโต้แบบกลาง ๆ ว่าไทยพร้อมใช้กลไก JBC, GBC และ RBC ซึ่งเป็น “กลไกทวิภาคี” ที่มีอยู่เดิม โดยยังไม่แตะต้องการตอบโต้ในเวทีศาลโลก ฟังดูเหมือนคงสถานะ “รักษาความสงบ” แต่ในสายตานานาชาติ—ไทยดูนิ่งเกินไปหรือไม่? ปล่อยให้ทหารอยู่ด่านหน้า แสดงความพร้อมรบ แต่ระดับนโยบาย…ยังโลกสวยรวยคำหรู ⸻ ข้อดีของแถลงการณ์ไทย: เสียงเดียวจากรัฐบาล ต้องยอมรับว่า แถลงการณ์รัฐบาลครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มี “น้ำเสียงจากรัฐบาล” อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ รมว.กลาโหม หรือโฆษกกองทัพบก แต่เป็นการยืนยันจากนายกฯ ผ่านโฆษกรัฐบาลว่า… • เหตุปะทะเกิดจากฝ่ายไทย “ลาดตระเวนในเขตของตนเอง” • ไทยจำเป็นต้อง “ป้องกันตัว” ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ • ไทยยังพร้อมใช้กลไก JBC ซึ่งจะประชุม 14 มิ.ย. ที่กัมพูชา • ยืนยันว่า “ชายแดนวันนี้ปกติ–ยังค้าขายได้” นี่คือจุดแข็งของรัฐบาล ที่สามารถควบคุม…
“รัฐบาลไม่เฉย…แต่ช้าไป 7 วัน” รศ.ดร.ปณิธาน เตือนรัฐเสี่ยงโดดเดี่ยวบนเวทีโลก ปมปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา 4 มิถุนายน 2568 – รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา โดยตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า “แม้รัฐบาลไทยจะออกแถลงการณ์แล้วในวันนี้ แต่ช้าไปถึง 7 วัน จะทำให้ไทยถูกมองว่าโดดเดี่ยวและอ่อนแอบนเวทีระหว่างประเทศหรือไม่?” เขายกประเด็นสำคัญ 6 ข้อ แสดงความกังวลทั้งเชิงยุทธศาสตร์ การทูต และความมั่นคงระดับภูมิภาค ดังนี้: ⸻ รัฐบาลเพิ่งเคลื่อนไหว…หลังเหตุการณ์ผ่านไป 7 วัน รศ.ดร.ปณิธานระบุว่า แถลงการณ์รัฐบาลที่เพิ่งเผยแพร่ในช่วงเช้าวันนี้ เป็นการชี้แจงว่าไทยไม่ได้รุกรานกัมพูชา และพร้อมยึดแนวทางสันติผ่านกลไก JBC ซึ่งมีกำหนดประชุมวันที่ 14 มิถุนายนนี้ พร้อมกันนั้น ที่ประชุม สมช. เตรียมเรียกทุกหน่วยงานหารือสัปดาห์นี้ “แม้จะชัดขึ้นในหลักการ แต่รัฐบาลควรเรียกประชุมฉุกเฉินของสภาความมั่นคงตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ใช่รอให้ ผบ.ทบ. เดินทางไปพูดคุยกับฝั่งกัมพูชาก่อน” ⸻ ฝ่ายกัมพูชาเดินเกมเร็วกว่า—รุกหนักทั้งทางยุทธศาสตร์และการทูต เขาเปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชากำลังดำเนินยุทธศาสตร์ “สามง่าม” โดยจัดวาง “แนวต้านทหารไทย” ในพื้นที่พิพาทหลายจุด ทั้งที่ช่องตาเมือนธม ตาควาย ช่องกร่าง และช่องปลดต่าง ๆ โดยเริ่มสร้างสนามทุ่นระเบิดและวางเครื่องกีดขวางทหารหลายชนิดตามช่องทางที่คาดว่าทหารไทยจะผ่านทำให้เกิดเป็นแนบรบใหม่ที่ชัดเจนในอนาคต ⸻ เวียดนามเข้าสนับสนุนกัมพูชา—ไทยควรกังวลหรือไม่? สัปดาห์นี้ รัฐมนตรีกลาโหมเวียดนามและประธานคณะเสนาธิการร่วมจะเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ พร้อมการสวนสนามและเยี่ยมค่ายทหาร รศ.ดร.ปณิธานเตือนว่า “น่าจับตา” เพราะอาจมีการสนับสนุนด้านความมั่นคงเพิ่มเติมจากเวียดนามที่เป็นพันธมิตรด้วย ⸻ ไทยเงียบในเวที Shangri-La รศ.ดร.ปณิธานแสดงความผิดหวังต่อการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นเวทีความมั่นคงใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แม้ทีมไทยจะส่งผู้แทนระดับสูงไปหลายคน แต่เมื่อกัมพูชาหยิบประเด็น “ทหารกัมพูชาถูกยิง” ขึ้นมาบนเวที และตั้งคำถามถึงบทบาทอาเซียนในการไกล่เกลี่ย “ฝ่ายไทยกลับไม่มีใครตอบ หรือชี้แจงให้ชัดว่าไทยไม่ได้เริ่มก่อน และพร้อมพูดคุยโดยตรงกับกัมพูชา… ขาดจุดยืนที่ชัดเจน อาจทำให้ประเทศอื่นเข้าใจผิดว่าเรารุกราน หรือฉวยโอกาสแทรกแซง” ⸻ อย่าปล่อยให้เงียบอีก เขาปิดท้ายด้วยการเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารจุดยืนไทยอย่างทันท่วงที “อย่าเฉยกันนะครับ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนหรือเป็นใคร ขอเป็นกำลังใจให้คนที่ทำหน้าที่พลเมืองดีช่วยปกป้องประเทศไทยด้วยครับ” ⸻ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย…
4 มิถุนายน 2568 – คำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ความเห็นต่อแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทยในช่วงเช้าวันนี้ (เวลา 07.00 น.) ซึ่งออกมาเพื่อตอบโต้กรณีเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคำนูณระบุว่า “อ่านเร็ว ๆ แล้ว เป็นการยืนหยัดในข้อเท็จจริงและหลักการได้ถูกต้อง” และถือว่า “พอใจได้ในระดับหนึ่ง” อย่างไรก็ตาม เขาได้เสนอข้อสังเกตเพิ่มเติม 3 ประการสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาปรับปรุงเพื่อความชัดเจนและหนักแน่นมากยิ่งขึ้น 1. ควรระบุชัดว่า “กัมพูชารุกล้ำ” คำนูณระบุว่าถ้าเป็นเขา ในย่อหน้าที่ 2 หน้าแรกของแถลงการณ์ แม้จะกล่าวว่าเหตุปะทะเกิดขึ้นในพื้นที่ฝ่ายไทย และไทยมีสิทธิในการปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นการกล่าวในลักษณะ “โดยนัย” เท่านั้น เขาเสนอว่ารัฐบาลควรกล้าระบุให้ชัดเจนว่า “กัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย” 2. ควรขอให้กัมพูชาถอนกำลัง ข้อเสนอถัดมา คำนูณระบุว่าควรมีข้อความที่เรียกร้องให้ “กองกำลังฝ่ายกัมพูชาถอนออกจากพื้นที่ฝ่ายไทย” หรือหากจะใช้ถ้อยคำแบบอ้อม ควรอย่างน้อยบ่งชี้ว่า “กองกำลังทั้งสองฝ่ายควรประจำการอยู่ในพื้นที่ของตนตามที่เคยปฏิบัติกันมา” ซึ่งเขาเสนอให้แทรกไว้ก่อนย่อหน้าแรกของหน้าที่สองของแถลงการณ์ 3. ปฏิเสธเขตอำนาจศาลโลกให้ชัด ในประเด็นสำคัญที่สุด คำนูณวิจารณ์ว่า แถลงการณ์รัฐบาลยังไม่ชัดเจนพอเกี่ยวกับการไม่ยอมรับอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยรัฐบาลกล่าวเพียงว่าไทยจะใช้กลไกแบบทวิภาคีภายใต้ MOU ปี 2543 เช่น JBC, GBC และ RBC ในการเจรจาเท่านั้น “กัมพูชาเล่นใหญ่จัดหนักว่าจะฟ้องศาลโลก ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐสภา ผู้นำตัวจริงของเขาอาศัยเวทีวุฒิสภาข่มขู่ ท้าทาย และปรามาส ปรากฏชัดเจนไปทั่วโลก คำตอบของรัฐบาลไทยในประเด็นนี้ควรหรือที่จะใช้ท่าทีลีลาแบบให้ต้องตีความ?” คำนูณเสนอถ้อยคำที่เขาเห็นว่ารัฐบาลควรเติมเข้าไป เพื่อแสดงจุดยืนของไทยว่าไม่ยอมรับศาลโลก โดยยกตัวอย่างข้อความว่า “…ขอเรียนว่าประเทศไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) โดยมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับไว้ชัดเจนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ด้วยเหตุผลหลักที่ว่า เพื่อมิให้เป็นการกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของชาติ และขณะนี้ยังไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด…” ทั้งนี้ คำนูณทิ้งท้ายว่า ความสุภาพและความเป็นผู้ใหญ่ในทางการทูต ไม่จำเป็นต้อง “นั่งพับเพียบกระมิดกระเมี้ยนพูดแบบอ้อม ๆ ให้ต้องตีความเสมอไป” #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #รักษาชายแดน #รัฐบาลแพทองธาร #ช่องบก #ศาลโลก…
3 มิ.ย. 2568 — นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความชุดใหญ่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะในพื้นที่พิพาท พร้อมยืนยันว่า “รัฐบาลยึดมั่นในอธิปไตยและเขตแดนไทยอย่างเต็มที่” “ไม่มีการปลดแม่ทัพภาคที่ 2” “ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน” “การใช้ความรุนแรงควรเป็นสิ่งสุดท้าย” อ้างเจรจาต่อเนื่อง–ขออย่าผลีผลามใช้กำลัง โพสต์ของภูมิธรรมระบุว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงต่างประเทศ และกองทัพไทย ได้มีการหารือร่วมกับฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด พร้อมเรียกร้องให้สังคมไทยร่วมมือกัน และย้ำว่าแม้ทหารไทยจะมีศักยภาพเต็มที่ แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนก่อนใช้กำลัง “คนเชียร์ให้ใช้ความรุนแรง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่… ขอให้เข้าใจพี่น้องประชาชนแนวชายแดนด้วย” โซเชียลไม่ทน – ด่ากลับ “โลกสวย–อ่อนเกินไป” โพสต์ดังกล่าวกลับกลายเป็นชนวนความไม่พอใจในโลกออนไลน์ โดยมีคอมเมนต์หลั่งไหลจำนวนมาก ตำหนินายภูมิธรรมว่าแสดงท่าที “อ่อน” ต่อประเทศเพื่อนบ้าน บ้างกล่าวหาว่ารัฐบาลห่วงแต่ “ผลประโยชน์ของพวกพ้อง” ขณะที่บางคอมเมนต์แสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง เช่น • “ร่วมมือกันปลดท่านออกจากตำแหน่งใช่ไหมครับ ยินดีเลย” • “ห่วงแต่เพื่อนฝูงที่ลงทุนในเขมร จนไม่แคร์แผ่นดินไทย” • “อ่อนแอมาก รัฐบาลชุดนี้ยอมให้เขมรบุญหัวเล่นได้ไง” • “ท่านเคยพูดว่าจะปกป้องอธิปไตย… ท่านลืมหรือแกล้งลืม?” จับตาท่าทีรัฐ–เมื่อสังคมไม่ทนกับความอ่อนแอด้านความมั่นคง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกดดันต่อรัฐบาล หลังเกิดเหตุปะทะในพื้นที่ชายแดน และกัมพูชายกระดับนำข้อพิพาทสู่ศาลโลกทำให้ประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาล “แสดงความเด็ดขาด” มากกว่าการสื่อสารแบบเน้นเจรจา ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงจุดยืนของกระทรวงกลาโหมในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#ทหารไทย#รักษาชายแดน#รัฐบาลแพทองธาร#ช่องบก#ศาลโลก#ความมั่นคง#ไทยกัมพูชา
กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บุกรวบตัว นายลู อายุ 71 ปี สัญชาตสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนง ที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นผลจากที่กรมสรรพากรร้องทุกข์ที่ กก.2 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีอาญากับ บริษัท ไอเซนเทีย มอนิเตอริ่ง เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการให้บริการสารสนเทศ ซึ่งมี นายลู สัญชาติ สิงคโปร์ มีฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท หลังพบข้อมูลว่ามีพฤติกรรมเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่แสดงยอดขายและภาษีขาย ยอดซื้อและภาษีซื้อเป็นศูนย์ ไม่มีภาษีสุทธิที่ต้องชำระ แต่จากการตรวจสอบบริษัทฯ มีรายได้ จากการประกอบกิจการ จึงเป็นการยื่นภาษี และยังยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ถูกต้อง ซึ่งจากการประเมินพบความเสียหายทั้งสิ้น 5,239,319.00 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวนได้อออกหมายเรียก เพื่อติดต่อกรรมการของบริษัทฯ มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มีผู้ใดมาพบตามหมายเรียกไป จึงเชื่อได้ว่า มีพฤติการณ์หลบหนี พนักงานสอบสวนจึงได้ขอศาลอาญาพระโขนงออกหมายจับ ก่อนที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสืบสวนจนทราบว่านายลู ผู้ต้องหาจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จึงไปตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยบุคคลต่างชาติ มีลักษณะและตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับฯ จึงแสดงตนขอตรวจหนังสือเดินทาง และพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ จึงจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอบรับว่า เคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพัน บริษัทดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 – วันที่ 30 ตุลาคม 2558 จริง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#CIB#บกปอศ#หนีภาษี
ในขณะที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณ “ช่องบก” จังหวัดอุบลราชธานี กำลังร้อนแรงขึ้นจากกรณีการปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชากับทหารไทย และผู้นำกัมพูชาประกาศในรัฐสภาว่าจะเดินหน้าให้นำข้อพิพาทนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก ฝ่ายไทยกลับยังไม่มีท่าทีแข็งกร้าวเพียงพอที่จะสร้างแรงกดดันกลับ หรืออย่างน้อย “ทำให้กัมพูชาต้องเกรงใจ” ลงนามความร่วมมือ 7 ฉบับ ก่อนสถานการณ์จะเดือด เพียงเดือนเศษ (23เม.ย.68) ก่อนหน้าที่สถานการณ์ชายแดนจะปะทุขึ้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางเยือนกรุงพนมเปญอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจและความร่วมมือกับรัฐบาลกัมพูชา จำนวน 7 ฉบับ ได้แก่: 1. บันทึกกรรมสิทธิ์และการบริหารสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา 2. ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดน 3. การพัฒนาศูนย์ฝึกแรงงานกัมพูชา-ไทย 4. ข้อตกลงการจ้างแรงงาน 5. ความร่วมมือด้านแรงงานและการจ้างงาน 6. การช่วยเหลือด้านวิชาการออกแบบถนนในฝั่งกัมพูชา 7. ความตกลงสร้างสะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ ณ จุดผ่านแดนบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ข้อตกลงเหล่านี้ล้วนสะท้อนความพร้อมของไทยในการ “ให้ความช่วยเหลือ” และ “อำนวยความสะดวก” ด้านเศรษฐกิจ แรงงาน ความเชื่อมโยงชายแดน และการพัฒนากับกัมพูชาอย่างเต็มที่ แม้ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนจากฝั่งกัมพูชาในเรื่องที่ไทยเคยร้องขอ เช่น การร่วมมือในปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ หรือการควบคุมหมอกควันข้ามแดน แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน…กัมพูชากลับเดินเกมรุก หลังความร่วมมือชื่นมื่น กอดกันกลมผ่านไป ความสัมพันธ์ที่ดีเลิศระหว่างสองตระกูลผู้นำ กลับไม่ได้มให้ประโยชน์ต่อชาติอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเกิดเหตุปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี (28 พ.ค.68) กัมพูชาเล่นใหญ่เต็มที่ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพียงหนึ่งสัปดาห์สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศอย่างแข็งกร้าวในรัฐสภาว่า จะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการศาลโลก พร้อมทั้งกล่าวหาว่าทหารไทยรุกล้ำเขตแดนกัมพูชา ทหารไทยเปิดฉากยิงก่อน ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ฝ่ายไทยชี้ว่า ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาขุดคูเลต และเปิดฉากยิงทหารไทยก่อน ไทยควรเดินหน้าอย่างไร เพื่อให้กัมพูชาต้องเกรงใจ? สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ไทยควรทบทวนยุทธศาสตร์หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่แข็งแกร่งของกัมพูชาหรือไม่? โดยเฉพาะในประเด็นที่เรา “เป็นฝ่ายให้” แต่กลับไม่ได้รับความเกรงใจจากฝ่ายกัมพูชาเลย แถมในการประกาศไปศาลโลก ยังกล้าพูดว่าความร่วมมืออื่น ๆ ให้ดำเนินไปตามเดิม ฝั่งกัมพูชาว่าอย่างนั้น…รัฐบาลไทยควรว่าตามหรือ? หรือ…ต้องทบทวนข้อตกลงที่เพิ่งทำร่วมกันไปใหม่ อาทิ • ทบทวนความร่วมมือเชิงให้เปล่า: ควรผูกความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือแรงงาน เข้ากับการเจรจาทางการเมืองด้านเขตแดนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกต่อรอง • ชะลอความร่วมมือบางประการในระยะสั้น: โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดน…
ช่วงค่ำของวันที่ 3 มิถุนายน 2568 – วิรังรอง ทัพพะรังสี แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า การรวบรวมรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อออนไลน์เพื่อให้กำลังใจคณะกรรมการแพทยสภา จะสรุปยอดครั้งแรกในวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 21.00 น. เพื่อนำส่งให้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นผู้แทนภาคประชาชนในการยื่นหนังสือและรายชื่อถึง ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ในวันที่ 5 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ที่อาคารแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข ยอดรายชื่อที่รวบรวมได้ในขณะนี้อยู่ที่ 49,210 รายชื่อ โดยจะมีการแถลงการณ์จากภาคประชาชนแนบไปด้วย เพื่อแสดงการสนับสนุนและให้กำลังใจต่อบทบาทของคณะกรรมการแพทยสภาในการปกป้องหลักจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ วิรังรองระบุว่า ตนไม่สามารถไปร่วมยื่นรายชื่อได้ด้วยตนเอง แต่ขอขอบคุณ นพ.ตุลย์ ที่รับหน้าที่เป็นตัวแทน และย้ำว่า “ภาคประชาชนควรอยู่เคียงข้างคณะแพทย์ และยื่นให้ตรงกับ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา” เพื่อให้เสียงของประชาชนมีน้ำหนักร่วมกับเสียงของวิชาชีพ ทั้งนี้ การรวบรวมรายชื่อยังคงเปิดต่อจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568 โดยสามารถลงชื่อได้ที่ https://forms.gle/L43aPdoE8wxYZGCx5 “ขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ร่วมลงชื่อ และช่วยแชร์ค่ะ” – วิรังรอง ทัพพะรังสี ⸻ ปมขัดแย้ง “แพทยสภา – รัฐมนตรี” การเคลื่อนไหวของประชาชนครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ สภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา มีคำสั่ง ยับยั้ง มติของคณะกรรมการแพทยสภา ที่มีมติลงโทษทางจริยธรรมต่อแพทย์ 3 ราย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับตัวและดูแล ทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กรณีนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการทางวิชาชีพ และละเมิดอิสระขององค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ จนนำมาสู่การเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนในการรวบรวมรายชื่อสนับสนุนแพทยสภา ให้ยืนหยัดทำหน้าที่โดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันทางการเมือง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#มติแพทยสภา#แพทยสภา#ล็อบบี้จริยธรรม#12มิถุนาต้องรู้#จริยธรรม
เป็นแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ “กรณีสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา” ยืนยันว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตย และคุ้มครองบูรณภาพของดินแดนไทยอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักการในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม โดยย้อนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 ที่เกิดเหตุปะทะบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี กองกำลังไทยจำเป็นต้องป้องกันตัว และปกป้องพื้นที่อธิปไตยของไทย ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลังเกิดเหตุรัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างใกล้ชิดและเห็นตรงกันว่า จะร่วมมือกันทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติและไม่ลุกลามบานปลาย และเห็นพ้องที่จะใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหา ซึ่งหนึ่งในกลไกนั้น คือกลไก JBC ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก ของทั้งสองฝ่ายได้หารือกันไว้ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ส่วนท่าทีฝ่ายกัมพูชาที่อาจประสงค์จะใช้กลไกทางศาลหรือฝ่ายที่สามมาพิจารณาเรื่องนี้นั้น ไทยพร้อมเจรจากับฝ่ายกัมพูชาผ่านกลไกระดับทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น JBC (การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม) เพื่อหารือเรื่องการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ทวิภาคี ซึ่งกัมพูชาตอบรับตามคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดขึ้น (ในวาระที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ) ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ที่กัมพูชา GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา) เป็นกลไกระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ RBC (คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) ซึ่งเป็นกลไกระดับแม่ทัพภาค ทั้ง GBC และ RBC มีหน้าที่หลักในการดูแลสถานการณ์ชายแดนให้มีความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ รัฐบาลทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันที่จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับประชาชน เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รัฐบาล ยืนยันปัจจุบันสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มีความสงบเรียบร้อย ขอให้ประชาชน มั่นใจ ว่าได้ทำตามขั้นตอนในการปกป้องอธิปไตยของไทย และรักษาสิทธิทางกฎหมายของไทยอย่างครบถ้วน และเชื่อมั่นว่า ไทยและกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ บนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดน รวมถึงความเป็นครอบครัวของ”อาเซียน” ด้วยกัน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ชายแดนไทยกัมพูชา#ทหารไทย#รักษาชายแดน#รัฐบาลแพทองธาร#ช่องบก#ศาลโลก#ความมั่นคง
