Author: Writer Publisher

28 พฤษภาคม 2568 — เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งที่ “ช่องบก” พื้นที่ชายแดนรอยต่อไทย–ลาว–กัมพูชา ในเขต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หลังทหารกัมพูชาขุดคูยาว 650 เมตรใกล้แนวเขตพิพาท เพื่อตรึงกำลังในจุดที่ไทยมองว่าละเมิดข้อตกลง MOU ปี 2543 เหตุการณ์จบใน 10 นาที ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย ส่วนไทยไม่มีทหารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สิ่งที่สะเทือนลึกกว่านั้นคือคำถามค้างคา: “ทำไมช่องบกจึงยังปะทุได้…แม้ผ่านมาเกือบ 40 ปี?” คำถามนี้ย้อนกลับไปไกลกว่าข่าวรายวัน — มันเกี่ยวข้องกับสมรภูมิเลือดในอดีต การเมืองเรื่องเขตแดน และการอ้างของทักษิณในช่วงหลังเหตุปะทะว่า “ผมเคลียร์กับสมเด็จฮุนเซนไว้หมดแล้ว” แต่ภาพความจริงในพื้นที่ยังคงตึงเครียด ⸻ ช่องบก: สมรภูมิที่จารึกด้วยเลือด 109 ชีวิต ระหว่างปี 2528–2530 ช่องบกเคยเป็นแนวรบเดือดที่ทหารไทยต้องสู้กับกองทัพเวียดนาม ซึ่งข้ามเขตชายแดนเข้ามาหลังเข้าแทรกแซงกัมพูชาเพื่อล้มเขมรแดง ไทยยืนยันว่าถูกละเมิดอธิปไตย ฝ่ายเวียดนามอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ไร้เส้นแบ่งอย่างชัดเจน ยุทธการที่ช่องบกกินเวลานาน 2 ปี กองกำลังสุรนารีต้องสู้ในป่าทึบ เทือกเขาสูงชัน และพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด การขุดหลุม “บ่อเพาะ” เข้าใกล้ทีละนิดคือกลยุทธ์เอาชนะในที่สุด แต่ชัยชนะครั้งนั้นต้องแลกด้วย ชีวิตทหารไทย 109 นาย บาดเจ็บอีก 664 นาย และกระสุนปืนใหญ่มากกว่า 21,000 นัด ⸻ เมื่ออดีตยังไม่ปิดบัญชี แม้การสู้รบจะจบลงในปี 2530 แต่ช่องบกไม่เคยถูกปักเขตแดนอย่างสมบูรณ์ พื้นที่ 12 ตารางกิโลเมตรของ “สามเหลี่ยมมรกต” ที่คร่อมไทย-ลาว-กัมพูชา จึงกลายเป็นจุดเปราะบางเรื้อรัง — พร้อมปะทุทุกครั้งที่ใคร “เดินเกมรุก” และอีกฝ่าย “อ่อนแอ” ในประวัติศาสตร์ ความไม่ชัดเจนนี้สืบเนื่องจากยุคอาณานิคม เมื่อฝรั่งเศสปักเขตแดนแบบฝ่ายเดียว และยังไม่มีการลงนามจัดทำหลักเขตในพื้นที่ช่องบกอย่างเป็นทางการ การขุดคู, การตรึงกำลัง, การตั้งจุดตรวจ… จึงล้วนตีความได้ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครถือแผนที่ฉบับไหน ⸻ ทักษิณ “เคลียร์แล้ว”? หรือแค่คำพูดหลังปะทะ? หลังเหตุปะทะช่องบกเพียงไม่กี่วัน ทักษิณ ชินวัตร บิดานายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมคุยกับสมเด็จฮุนเซนเป็นประจำ…

Read More

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเป็นพิเศษ วันที่ 30 พ.ค. 2568 ซึ่งมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลุกอภิปรายงบจัดซื้อหนังสือเรียนกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้รับงบฯ ปี 2569 รวม 5,057 ล้านบาท ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์เอกชน 3,000 ล้านบาท และหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ 2,000 ล้านบาท แต่ที่น่าจับตาคือ บทบาทของ “องค์การค้าของ สกสค.” ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือในนามรัฐ แต่กลับไม่พิมพ์เอง ทั้งที่มีโรงพิมพ์ กลับจ้างเอกชนพิมพ์แทน โดยมีส่วนต่างสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี “ท่านประธานสงสัยหรือไม่ว่าหนังสือแพง มันแพงได้อย่างไร ส่วนเกินจากการขายหนังสือ 1,000 ล้านบาท มีปัญหาอะไรบ้าง และเป็นงบประมาณปลวกกินหนังสือได้อย่างไร”— นายธีรัจชัย พันธุมาศ ⸻ นายหน้าค้ากำไร–รัฐเสียเปล่า ตัวแทน 12 ราย ได้ส่วนลด 18%-30% ขณะที่รัฐได้กำไรเหลือเพียง 247 ล้าน ธีรัจชัยระบุว่า การบริหารจัดจำหน่ายขององค์การค้าฯ ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินเกินจริงปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เหลือเพียง 247 ล้านบาท เพราะปล่อยให้ “ตัวแทนจำหน่าย 12 ราย” เป็นคนขายหนังสือแทน พร้อมให้ส่วนลดสูงถึง 18%-30% ของราคาปก ซึ่งคิดเป็นงบหล่นหายกว่า 360–600 ล้านบาทต่อปี “ขอถามเหตุผลความจำเป็นที่ต้องตั้งส่วนลดให้ตัวแทนจำหน่ายสูงขนาดนี้ สกสค. ทำเพื่ออะไร รมว.ศึกษาธิการ ที่เป็นประธานคณะกรรมการ สกสค. ปล่อยให้ทำไปเพื่ออะไร” ⸻ ฮั้ว–ล็อกสเปก–เสือนอนกิน ซัดทีโออาร์กีดกันคู่แข่ง เจ้าเดิมได้งานต่อเนื่อง รัฐซื้อหนังสือแพง–ไม่มีคุณภาพ เขายังพุ่งเป้าไปที่การจัดประกวดราคาขององค์การค้าฯ ว่าอาจมีการล็อกสเปก กีดกันคู่แข่งรายใหม่ เพื่อให้เจ้าเดิมที่ผูกขาดงานพิมพ์มาเป็นสิบปีได้งานต่อเนื่อง ผ่านการฮั้วราคาจนกลายเป็น “เสือนอนกิน” และประชาชนต้องรับภาระ…

Read More

“ทักษิณอย่าหนี…ถ้าหนีจะทำให้ลูกสาวต้องตามจับพ่อ” — จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ “ถ้าไม่วีโต้ เพื่อไทยก็เจออีโต้” จตุพร พรหมพันธุ์ วิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนการเมืองหลัง สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และสภานายกพิเศษแพทยสภา วีโต้ มติลงโทษ 3 แพทย์กรณีทักษิณ พร้อมระบุว่า บัดนี้เกมล็อบบี้กำลังดำเนินอย่างเข้มข้นเพื่อดึงไม่ให้มติแพทยสภาครบสองในสาม พร้อมเชื่อว่า “แพทย์มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรีเพียงพอ” ที่จะไม่พ่ายต่อแรงกดดันทางการเมือง “สมศักดิ์และธนกฤตเป็นคนของทักษิณ ผมเข้าใจเหตุผลของการวีโต้ และไลน์หลุด เพราะถ้าไม่วีโต้ กลับพรรคเพื่อไทยก็จะเจอ “อีโต้” เนื่องจากทักษิณคือผู้นำจิตวิญญาณ กล่องดวงใจของพรรค” เขาย้ำว่ากระแสต้านครั้งนี้อาจซัดแรงไม่ต่างจาก “กาสิNO” เพียงแต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลรีบถอนฟืนออกจากกองไฟเสียก่อน แต่ต่อจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวจากทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนแพทยสภา ⸻ “เปิดไลน์ยิ่งประจาน ไม่ได้ดิสเครดิตใคร” ต่อกรณีไลน์หลุดของกรรมการแพทยสภา จตุพรเผยว่า ได้รับข้อมูลจาก นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ไลน์กลุ่มกรรมการแพทยสภา แต่ต่อให้ใช่ เนื้อหาก็สะท้อนความจริง “เปิดไลน์ยิ่งเปิดยิ่งประจาน เพราะมันตรงกับที่ประชาชนคิด…บรรยากาศตอนนี้เหมือนนิรโทษกรรมสุดซอย เป็นการใช้อำนาจช่วยทักษิณอย่างเต็มที่” ⸻ “ทักษิณหมดเวลา ลูกสาวจะต้องตามจับพ่อ” เขาชี้ว่าหากศาลฎีกาฯ นัดไต่สวนวันที่ 13 มิ.ย. แล้วทักษิณไม่ไป อาจมีการออกหมายจับ และจะเป็นจุดที่ “แพทองธาร” ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ต้องออกคำสั่งให้ตำรวจจับพ่อของตัวเอง “เหมือนกับกรณียิ่งลักษณ์…ที่หลานสาวต้องสั่งยึดทรัพย์อาสาว ทั้งหมดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นโดมิโนทางการเมือง ทักษิณมีอันเป็นไป แพทองธารก็มีอันเป็นไปตาม ที่ผ่านมาทักษิณเคยได้รับโอกาสแล้ว แต่ทำลายโอกาสนั้นเอง” ⸻ “ป.ป.ช.-ศาลรธน.สามารถกวาดได้ทั้งรัฐบาล ถ้าทำเร็ว” เขากระตุ้นให้กระบวนการตรวจสอบเร่งดำเนิน เช่น การพิจารณามาตรา 144 ของ ป.ป.ช. หรือการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจทำให้เกิดการ กวาดล้างระดับใหญ่ทั้ง ครม. และในสภา เป็นการแก้ปัญหาทั้งหมดจากกระบวนการทางกฎหมาย โดยไม่ต้องรัฐประหาร “แค่ให้กระบวนการทำงานก็พอแล้ว ไม่ต้องรัฐประหาร…ถ้า ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาตรา 144 เร็ว ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาแค่ 15 วัน อาจเกิดการกวาดล้างทั้งครม.และสภาฯ…

Read More

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะช่องบก จ.อุบลราชธานีว่าน่าจะเคลียร์กันจบแล้ว เพราะระดับรัฐบาล 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดี และทางทหารก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรื่องดังกล่าวเป็นการกระทบกระทั่งกันในพื้นที่ของทหารชั้นผู้น้อย ที่ว่าด้วยเขตแดนไม่ชัดเจน ไม่มีการปักปัน และบริเวณดังกล่าวก็ไม่มีอะไร เป็นพื้นที่ป่า นายทักษิณบอกด้วยว่าได้พูดคุยกับสมเด็จฮุนเซนกันเป็นประจำ เพียงแต่ขอทุกฝ่ายอย่าไปเติมเชื้อไฟให้เกิดการกระทบกระทั่งบริเวณชายแดน หรือที่จะเกิดเหตุยิงกัน ก็ขอให้กลายเป็นการเตะตะกร้อร่วมกัน ส่วนที่ว่ากัมพูชาส่งกำลังมาเพิ่มบริเวณชายแดน จะทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ ก็ยืนยันว่าไม่มี และขณะนี้ได้ถอนกำลังหมดแล้ว ส่วนที่ว่าเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชาที่ยังไม่ตรงกัน นายทักษิณ กล่าวว่า จะดีขึ้น แต่หลักการคือจะไม่เพิ่มความตึงเครียด พยายามสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ว่าทั้ง 2 ประเทศเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ควรมีความขัดแย้งใดๆ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กองทัพบก#กัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#ทหารไทย#รักษาชายแดน

Read More

เรียกเสียงฮือฮาทีเดียวสำหรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นเวทีแสดงบทนักวิเคราะห์ข่าวบก.คนที่ 4 ในวันที่ไปอวยพร 25 ปีเนชันทีวี ที่ว่าฮือฮาเพราะเหมือนกับ “ชี้โพรงให้กระรอก” ที่แนะพรรคเพื่อไทยคุมกระทรวงสำคัญอย่างมหาดไทย เพราะคือหัวใจการนำนโยบายไปถึงประชาชน นั่นก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คือบทวิเคราะห์จาก บก.คนที่ 4 หรือนี่คือผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย “ชี้นำ” กันแน่? “การนำนโยบายไปถึงประชาชน กระทรวงหลักคือกระทรวงมหาดไทย วันนี้มันไม่ค่อยถึง เพราะยังไม่ค่อยทำเต็มที่ เวลามันเหลือ 2 ปีแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่มหาดไทยต้องทำงานให้เต็มที่ ถ้าให้วิเคราะห์ก็เป็นเรื่องที่คงต้องพูดว่าให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำบ้าง จะได้ทำนโยบายถึงเพื่อประชาชนได้สักที เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว อีก 2 ปีจะเลือกตั้งแล้ว” นี่คือจุดที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคหนาวๆ ร้อนๆ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญในโหมดคุมอำนาจ และยุทธศาสตร์การเมือง จุดนี้ทำให้หนึ่งใน บก.ที่ร่วมวิเคราะห์ชงต่อทันทีว่าเขาจะยอมไหม? บก.คนที่ 4 อย่างนายทักษิณ บอกว่ามันเป็นเรื่องการทำงานเพื่อประชาชน ถ้าอยากทำงานให้ได้ผล พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจเพื่อให้นโยบายถึงประชาชนจริงๆ ก็ต้องให้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในความดูแลของพรรคเพื่อไทย นี่คือหลักการ “ถ้าเพื่อไทยเอามหาดไทยมา แล้วพรรคภูมิใจไทยเขาจะกล้าถอนไหม 69 เสียงเชียวนะ” หนึ่งใน บก.ถามชงอีก “คิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง คงไม่ถอนมั้ง เราไม่อยากให้เขาถอนอะ ก็อยู่ด้วยกันมา ถ้าเขาอยู่ไม่ได้เหรอ อันนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมการตัดสินใจของแต่ละพรรคได้” ทั้งหมดเป็นเพียงบทวิเคราะห์จาก “บก.ข่าวคนที่ 4” หรือเป็นการ “จุดพลุ” สร้างแรงกดดันให้พรรคร่วมรัฐบาลคายกระทรวงสำคัญคืนพรรคเพื่อไทย ต้องจับตาท่าทีของพรรคภูมิใจไทยว่าจะยอมๆ และอยู่กันไป หรือสุดท้ายพรรคเพื่อไทยไม่กล้าหักกับพรรคอันดับ 2 ที่ขยับทีไรเขย่ารัฐบาล “อุ๊งอิ๊งค์” ลูกสาวสุดที่รักของนายทักษิณได้ทันที #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#กระดานอำนาจ#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#พรรคภูมิใจไทย

Read More

30 พฤษภาคม 2568 นายเชาว์ มีขวด ทนายความและชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Chao Meekhuad” แสดงความคิดเห็นต่อกรณี ข่าว สส.คนดัง ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนักธุรกิจกลางงานบวช โดยระบุว่าเป็น “ข่าวที่น่าสลดหดหู่อย่างยิ่ง” และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว “เกิดขึ้นจริง” พร้อมประกาศยินดีให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าตอบแทน “นครฯ เมืองคนดี…ไม่มีที่ยืนให้นักการเมืองกร่าง! ‘เราชาวนคร อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอรปกรรมดี มีมานะ พากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด’ นี่คือคำขวัญของเมืองเรา แต่นักการเมืองบางคนกลับย่ำยีศีลธรรมกลางงานบุญ ยกพวกทำร้ายคนไม่มีทางสู้ ต่อหน้าชาวบ้านนับร้อย” นายเชาว์ระบุว่าขณะนี้ตรวจสอบแล้วว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และทราบแล้วว่า “ใครทำ ใครคือเจ้าทุกข์” โดยเน้นว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่าย “ความผิดอาญาแผ่นดิน” ไม่สามารถเจรจาปิดคดีได้ตามอำเภอใจ “เรื่องนี้ถ้าผู้เสียหายต้องการทนายความ ผมยินดีรับเป็นทนายความให้ฟรี เพื่อพิสูจน์ว่ายังมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่ในบ้านเมืองนี้อย่าให้คนที่มีตำแหน่ง ใช้พวก ใช้พลัง ใช้อำนาจ บดขยี้คนธรรมดาแล้วลอยนวลได้อีก” พร้อมกันนี้ยังตอกย้ำว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชในฐานะ “เมืองคนดี”ต้องไม่มีที่ยืนให้นักการเมือง กร่าง ! #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #นักการเมืองกร่าง #ลูกไหมลูกใคร #ลูกพีชหญ้าหวาน #สจกอล์ฟ #สสเมืองคอน

Read More

หลังสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะ สภานายกพิเศษฯ ตัดสินใจวีโต้มติแพทยสภาฟันสามหมอที่เกี่ยวพันกับการส่งและรักษาตัวทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในหมู่แพทย์ ล่าสุดเป็นความเคลื่อนไหวของแพทย์อาวุโส ดร.นพ.ประยงค์ เต็มชวาลา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้แพทย์ทั่วประเทศรวมพลังปกปก้องศักดิ์ศรีของแพทยสภา มีใจความดังนี้ ผมขอขอบคุณท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านสร้างปรากฏการณ์แห่งความสามัคคีในหมู่มวลแพทย์ทั้งประเทศให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกัน อีกครั้งหนึ่ง(อย่างไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก ในช่วงเวลาที่ผ่านมา) ขอบคุณท่านที่ปลุกพวกเราเหล่าแพทย์ที่แทบไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเหตุบ้านการเมือง หรือแม้การประชุมของแพทยสภาเท่าใดนัก ด้วยสถานการณ์เวลานี้ ฝ่ายการเมืองได้วีโต้ มติของแพทยสภา (evidence based ได้แก่ ทักษิณ discredited องค์กรแพทยสภา, ร.ม.ต.สมศักดิ์ให้ข้อมูลแก่สาธารณะ ว่า ได้รับข้อมูลจากแพทยสภาไม่ครบ) ไปเรียบร้อย คำถามคือ เราต้องการเห็นอะไรในบ้านเมืองนับต่อจากวันนี้ ผมใคร่ขอเสนอว่าแพทย์เราน่าจะต้องเตรียมหามาตรการ ที่จะเป็นแนวทางต่อสู้กับฝ่ายการเมืองนี้โดยเร่งด่วนที่สุด และการเปลี่ยนแปลงนี้ ต้องเป็นไปอย่าง radical change ที่เปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน โดยมีข้อเสนอ ดังนี้ 1) กระตุ้น และเชิญชวนแพทย์ที่เป็นกรรมการแพทยสภา(ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง)ให้เข้าร่วมประชุมกรรมการแพทยสภา -> เพื่อให้ครบองค์ประชุมและมีจำนวนไม่ตำ่กว่า 2ใน3 ขององค์ประชุม -> คือไม่น้อยกว่า 47 คน เพื่อมีมติยืนยันมติของแพทยสภาอีกรอบ 2) ขอความร่วมมือ และรวบรวมรายชื่อ แพทย์ และพี่น้องประชาชน เพื่อถอดถอน ร.ม.ต.สมศักดิ์และพลพรรค ที่ วีโต้มติของแพทยสภา อันเป็นการทำให้ เกียรติยศและศักดิ์ศรีขององค์กรแพทยสภาเสียหาย หรือลดตำ่ลง 3) รวมพลังร่วมกับพี่น้องประชาชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และโค่นล้มรัฐบาล ที่ไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง (ที่นำโดย ลูกสาวของ สทร.ทักษิณ ชินวัตร)นี้ อย่างเร็วที่สุด 4)ศึกษา วิเคราะห์ และถอดบทเรียน การเมืองการปกครองที่เป็นผลมาจากระบบการเลือกตั้ง(ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ที่ผ่านมา) เพื่อให้เกิดต้นแบบที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย 5) ร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันบทความนี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือทุกท่าน สร้างการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ “ก่อน” จะไม่มีโอกาสที่จะทำได้ ด้วยความรักต่อประเทศที่เป็นแผ่นดินเกิด มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันอีกครั้งให้กับหน้าประวัติศาตร์ของชาติไทยในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส ธำรงไว้ซึ่งองค์กรแพทยสภา…

Read More

หลังเพจ The Publisher เผยแพร่ข่าวกรณี สส.ชื่อดังจังหวัดนครศรีธรรมราช ยกพวกรุมทำร้ายนักธุรกิจท้องถิ่น ฮ. กลางงานบวชลูกชายนายก อบต.แห่งหนึ่งต่อหน้าชาวบ้านนับร้อยคนไปเมื่อวานนี้ (29 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความเห็นจากนายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ถึงประเด็นที่ปรากฏในข่าว นายชัยชนะ ตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบข่าว และไม่เป็นความจริง” พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า “ต้องไปถามที่มาของข่าว” ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ส.ส.รายใดเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่มีรายงานว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#นักการเมืองกร่าง#ลูกไหมลูกใคร#ลูกพีชหญ้าหวาน#สจกอล์ฟ#สสเมืองคอน

Read More

เมื่อ “ปูนเปลือย” กลายเป็นที่ละเลงงบของผู้ทรงเกียรติ ห้องประชุมจันทรา — หัวใจของรัฐสภาไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉากหลังบัลลังก์ประธานสภาฯ ยังคงเป็น “ปูนเปลือย” ซึ่งแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ไม่เคยเป็นปัญหา จนกระทั่งปีนี้…รัฐสภากำลังจะใช้งบ 113 ล้านบาท เพื่อ “ปรับปรุงฉากหลังบัลลังก์” ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์จากสังคมว่า…นี่คือความจำเป็น? หรือความฟุ่มเฟือย? ในเรื่องเดียวกัน ผู้นำสองท่าน มองต่างกันสุดขั้ว 🟦 ชวน หลีกภัย 31 ก.ค.62 “ปูนเปลือยก็มีความสวยงามตามธรรมชาติ” “ขอให้ไม่ต้องติดวอลเปเปอร์ชั่วคราว เพื่อประหยัดงบประมาณ” 🟥 พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน 29 พ.ค.68 “ไม่ทำตอนนี้ จะทำอีก 100 ปีข้างหน้าหรือ?” “ผมไม่ได้เดือดร้อนนะครับ แต่มันเป็นศักดิ์ศรีของรัฐสภา” นี่คือความต่างระหว่าง “ผู้นำที่รู้คุณค่าเงินภาษี” กับ “ผู้นำวัตถุนิยม” ถ้าศักดิ์ศรีของรัฐสภาขึ้นอยู่กับฉากหลัง…แล้วศรัทธาของประชาชนล่ะ?​ อยู่ตรงไหน? #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธารชินวัตร #งบประมาณ69 #งบประมาณ69 #คำเดียวถึงสภาฯ #113ล้านต้องใช้เพื่อประชาชน

Read More

หลังสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.สายอิสระอภิปรายเห็นด้วยกับญัตติขอเลื่อนวาระให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. 3 คน และเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ หรือ กมธ.ตรวจสอบประวัติองค์กรอิสระกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นเป็นลำดับของ สว.ที่ถูกเรียกว่าสายสีน้ำเงินที่กำลังถูก กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI แจ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ชี้แจงว่า สว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้นรวมถึงตนเองไม่ยอมรับกระบวนการดำเนินคดีดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำโดยมิชอบ จึงนำไปสู่การเข้าชื่อร้อง ป.ป.ช. ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้ที่ขาดจริยธรรม แต่เป็นผู้ถูกกระทำให้เสียหาย และเห็นว่าการให้ความเห็นชอบ ป.ป.ช.และ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่การขัดกันแห่งผลประโยชน์ อีกทั้งวุฒิสภาต้องดำเนินการให้ความเห็นชอบตามขั้นตอน เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ชัดเจน ไม่สามารถดำเนินการนอกกรอบนี้ได้ “ผมยืนยันเป็นผู้มีจริยธรรม ไม่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ จึงมิอาจชะลอดำเนินการเลือก ป.ป.ช.ได้” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษระบุ จากนั้น สว.หลายคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็ยืนยันให้เดินหน้าต่อไป เพราะมั่นใจการลงมติครั้งนี้ไม่ใช่กระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ต้องเดินหน้าลงมติต่อไปด้วยความชอบธรรมตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งทั้งหมดแค่ถูกกล่าวหาถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลฯจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#DSI#ฮั้วเลือกตั้งสว#กกต#ฮั้วสว#ประชุมวุฒิสภา

Read More