Author: Writer Publisher

“เราไม่ต้องการนโยบายสวยๆ ผ่านคลิปโซเชียล เราต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้—คือความปลอดภัยและความสุขของผู้สูงอายุ”— ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ⸻เป็นข้อความในโพสต์ของศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษารมว. พม. ชวนสังคมคิด ท้าทายไปถึงภาครัฐผลักดันงานผู้สูงวัยให้มากกว่าอีเวนต์ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากถึงกว่า 14.8 ล้านคน หรือราว 22.5% ของประชากรทั้งประเทศ เท่ากับเราเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้วเต็มตัว แต่โครงสร้างรัฐยังไม่พร้อม — แม้แต่กับบ้านพักที่มีคิวรอถึง 5 ปี สำหรับบั้นปลายชีวิต… ที่ยังต้องปากกัดตีนถีบหาที่พังพิงสุดท้ายด้วยตัวเอง “แค่มีเงิน ก็ไม่ได้หมายความว่าบั้นปลายจะหาบ้านพักที่มีคุณภาพอยู่ได้ ถ้าคุณไม่ได้อยู่ระดับเศรษฐี” ถ้าผู้สูงอายุคือกระจกสะท้อนอนาคตของเราทุกคน — คำตอบที่สะท้อนกลับมาก็ชวนหดหู่ไม่น้อย ⸻ บ้านพักมีคิวรอ 5 ปี = ระบบที่ไม่เตรียมไว้ล่วงหน้า ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษา รมว.พม. เล่าในบันทึกจากการเยี่ยมบ้านพักคนชรา วาสนะเวศม์ ว่า ที่นี่รับผู้สูงอายุได้ราว 200 คน แต่มี คิวรอถึง 5 ปี ทั้งที่เงื่อนไขการอยู่ร่วมไม่ได้หรูหราอะไรเลย — ค่าบริการรายเดือน 2,000 บาท (รวมอาหารสามมื้อ) มีห้องพักหลายแบบ โดยห้องพักรวมสำหรับคนยากจนไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า ราคาที่จับต้องได้ บริการที่มั่นคง และสภาพแวดล้อมที่เข้าใจความต้องการของผู้สูงอายุ คือสิ่งที่ทำให้ “วาสนะเวศม์” มีความต้องการล้นเกินกำลังจะรับไหว นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะบ้านพักแห่งหนึ่ง — แต่มันคือ หลักฐานของความล้มเหลวในการวางแผนระยะยาวของรัฐไทย การแก่ลงไม่ใช่ปัญหา แต่การที่รัฐยังใช้ความคิดเมื่อสิบปีก่อนมารองรับโลกที่เปลี่ยนไปแล้วทุกวัน—นั่นต่างหากคือวิกฤต “ผู้สูงอายุที่ลำบากวันนี้ ไม่ใช่แค่คนจน แต่คือมนุษย์เงินเดือนที่เคยทำงานเต็มชีวิตมาเหมือนกัน” ศ.ดร.กนก ⸻ สังคมสูงวัยไม่ใช่ปัญหา — ถ้ารัฐไม่ล้าสมัย การที่ประเทศไทยมีผู้สูงวัยมากขึ้นไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลก มันคือธรรมชาติของการพัฒนา แต่น่าเศร้าที่รัฐยังคิดว่า “ผู้สูงอายุ = ภาระ” มากกว่า “ประชากรกลุ่มสำคัญที่ควรได้รับการออกแบบระบบเพื่อรองรับ” ไม่มีการวางโครงสร้างสวัสดิการที่เพียงพอไม่มีงบประมาณแบบบูรณาการสำหรับการดูแลหลังเกษียณไม่มีแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานราคาประหยัดและที่สำคัญ — ไม่มีการส่งเสริมทุนทางสังคมให้กลับมา ⸻ อนาคตของคนรุ่นใหม่จะยิ่งหนัก ถ้ารัฐยังไม่ปรับตัว ในอีก 15 ปีข้างหน้า คนรุ่นวัยทำงานวันนี้จะเริ่มทยอยเกษียณ หากรัฐยังไม่สร้างระบบที่ช่วยให้การแก่เป็นเรื่อง…

Read More

“เร่งรื้อสัญญาชั่วนิรันดร์ ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อลดต้นทุนค่าไฟอย่างยั่งยืน”— พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในที่สุด พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็ออกมาขยับอีกครั้งเมื่อเปิดเผยว่าได้หารือกับสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) เพื่อเดินหน้ารื้อ “สัญญาชั่วนิรันดร์” — หรือสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ต่ออายุโดยอัตโนมัติไม่สิ้นสุดโดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระ Adder และ FiT ที่รัฐเคยให้การสนับสนุนกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP/Non-Firm) ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ซึ่งกลายเป็นต้นทุนมหาศาลที่สะสมมาหลายปี และถูกผลักภาระไปให้ประชาชนในรูปแบบค่าไฟแพง การตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อลงมือทบทวนสัญญาเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณบวกแต่คำถามคือ — ช้าไปหรือเปล่า? เพราะในขณะที่รัฐพูดเรื่อง “รื้อโครงสร้าง”ประชาชนกำลังจ่ายค่าไฟจาก “โครงสร้างเดิม” อยู่ทุกวัน ล่าสุด กกพ. ประกาศลดค่าไฟฟ้ารอบ พ.ค.–ส.ค. 68 เหลือหน่วยละ 3.98 บาทแต่สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ตัวเลขนี้…คือที่มาของเงินที่ช่วยให้ลดได้ต่างหาก เพราะเงิน 12,200 ล้านบาทที่นำมาลดค่าไฟในรอบนี้ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนไฟฟ้าแต่เป็น “เงินที่ประชาชนจ่ายเกิน” ในรอบก่อน จากการคำนวณใช้ไฟฟ้าผิดพลาดของ 3 การไฟฟ้าเรียกง่าย ๆ ว่า…รัฐ “รีดเงินคืน” จากตัวเลขลงทุนเกินจริงแล้วนำมาใช้ลดราคาในรอบนี้ชั่วคราว เป็นการ “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไม่ใช่ “การปฏิรูปเชิงระบบ” สภาผู้บริโภค: การลดค่าไฟจะยั่งยืน ก็ต่อเมื่อรัฐกล้าจัดการกับต้นทุนเทียมนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ตั้งคำถามสำคัญว่าถ้ารัฐบาลยังไม่แตะโครงสร้างต้นทุนจากโรงไฟฟ้าเอกชน ที่ผูกขาดกำไรจากสัญญายาว ๆ แบบไม่มีวันหมดอายุค่าไฟก็จะกลับมาแพงอีกในรอบถัดไป เพราะสิ่งที่แพงจริง…ไม่ใช่ไฟฟ้า แต่คือ “นโยบายรัฐที่เอื้อให้ทุนผูกขาดกินส่วนต่าง”และ “ความกล้า” ที่รัฐยังไม่มีมากพอจะเปลี่ยนแปลง “การลดค่าไฟรอบนี้ ไม่ใช่ความยั่งยืน แต่เป็นการแก้เปลือกนอกเท่านั้น” ถ้าอยากลดค่าไฟให้ต่ำกว่า 3.70 บาท — ทำได้เลย ถ้ารัฐกล้าจริงสิ่งที่ควรทำทันที ได้แก่: ยกเลิกการต่อสัญญา Adder แบบอัตโนมัติ กับกลุ่มทุนพลังงานหมุนเวียน เปิด Net Metering เสรี ให้ประชาชนติดโซลาร์รูฟได้โดยไม่ต้องรอคิวหรือจำกัดโควตา ทบทวนโครงสร้างต้นทุนค่าไฟ กับโรงไฟฟ้าเอกชนทุกแห่ง ที่ทำให้รัฐและประชาชนต้องจ่ายแพงกว่าความเป็นจริง แล้วสิ่งที่พีระพันธุ์พูด…จะกลายเป็นการเปลี่ยนจริงหรือแค่คำสวย ๆ อีกครั้ง?ประชาชนได้ยินคำว่า “จะรื้อสัญญา” มาหลายรอบแล้วได้ยินคำว่า “ต้องลดต้นทุนให้สะท้อนความเป็นจริง” มาหลายปีแล้ว…

Read More

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายและอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เรื่องนี้ขึ้นเพื่อเตือนสมาชิกวุฒิสภา ที่จะลงมติเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะทำให้ประชาชนจะไม่ยอมรับทั้งการเลือกและผู้ได้รับการคัดเลือก นายนิพิฏฐ์บอกว่า สว.(บางคน) ก็เหมือนทิดแย้ม อย่าเพิ่งบวชให้ใครเลย อย่าสร้างสิ่งเลวร้ายไว้ให้เป็นมรดกของบ้านเมือง เพราะท่านยังมีข้อครหาว่ามาจากการ“ฮั้ว” ฮั้วจริงหรือไม่จริงท่านรู้อยู่แก่ใจ หากท่านมาจากการ“ฮั้ว” หากเป็นพระก็ต้องอาบัติร้ายแรงแล้ว ต้องจับสึกและดำเนินคดีอย่างเดียว ต้องพิสูจน์ตัวเองเสียก่อน อย่าเพิ่งตอบแทนพรรคการเมืองที่ทำให้ท่านได้เป็น สว.ด้วยเลือกองค์กรอิสระให้พรรคการเมืองเลย เพราะนั่นคือสิ่งเลวร้ายที่ท่านจะตราไว้ในแผ่นดินอีกยาวนาน พร้อมระบุหากเดินหน้าเลือกองค์กรอิสระตอนนี้ ผู้ได้รับการเลือกจากมือของท่านก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน เปรียบเหมือนตอนนี้ท่าน สว.เป็น“ทิดแย้ม”ไปแล้ว ท่านบวชให้ใครคนนั้นก็จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักบวช ส่วนองค์กรอิสระคนไหน ได้รับเลือกจาก สว.ชุดนี้ ผมก็เปรียบเหมือนท่านได้รับการบวชจากทิดแย้ม แล้วท่านจะมีหน้าขึ้นธรรมาสน์ให้ศีลแก่ประชาชนได้อย่างไร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฮั้วสว#ฮั้วเลือกสว#กกต#DSI#เลือกปปช#ทิดแย้ม

Read More

ดูให้ชัด…ใครรังแก “ยิ่งลักษณ์?”“ใครรังแกอดีตนายกยิ่งลักษณ์…”— นายปกรณ์ ธรรมโรจน์, อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษคำถามนี้ไม่ใช่แค่คำเหน็บแนม แต่มันคือการ ชวนคนไทยย้อนดูประวัติศาสตร์อย่างไม่หลอกตัวเองหลายปีที่ผ่านมา เราถูกฝังความคิดว่า “ยิ่งลักษณ์ถูกกระทำ”แต่เมื่อเราย้อนดู คำพิพากษาศาลฎีกาฯ, หนังสือเตือนจาก ป.ป.ช., และคำทักท้วงจากหลายหน่วยงานสิ่งที่ปรากฏชัดคือ…เธอไม่ได้ล้ม เพราะถูกผลักแต่เพราะ “เลือกจะไม่ฟังใครเลย”นายปกรณ์ โพสต์เรียงลำดับเหตุการณ์ไว้ชัด:📌 วันที่ 30 เม.ย. 2555 — ป.ป.ช. มีหนังสือเตือนนายกฯ ว่าการตั้งราคาจำนำข้าวสูงเกินจริง จะทำให้ระบบพัง📌 วันที่ 26 พ.ย. 2555 — นพ.วรงค์ ชี้ G-to-G เป็น “ดีลปลอม”📌 ปี 2556 — มีการทำสัญญาขายข้าวหลายล้านตันในราคาต่ำผิดปกติ📌 สื่อ–ภาคประชาชน–นักวิชาการ เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า… แต่ทั้งหมดถูกตีตราว่า “ต่อต้านประชานิยม”นายปกรณ์ยังบอกอีกว่า นี่คือโครงการเดียวในประวัติศาสตร์ไทยที่ “เกษตรกรฆ่าตัวตาย” แต่กลับมีคนบอกว่าเป็นเพราะม็อบ!? ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ถูกรังแกจากฝั่งตรงข้าม…เพราะสิ่งที่โหดร้ายกว่าคือพี่ชายที่ผลักเธอเข้าสู่เส้นทางการเมือง ต้องรับผิดชอบโครงการที่คนอื่นวางไว้แต่แรก แล้วเดินต่อโดยไม่รับฟังเสียงท้วงติงจากทั่วทุกสารทิศ ดังนั้น…ใครรังแกเธอ? ศัตรูการเมืองที่ตรวจสอบเธอ? ระบบยุติธรรมที่พิจารณาจากหลักฐาน? หรือ… “พี่ชาย” ที่ดันเธอขึ้นเป็นโล่โดยไม่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย?คำตอบอยู่ในคำพิพากษาอยู่ในรายงาน ป.ป.ช.อยากทบทวนอ่านคำพิพากษาดูอีกรอบ📄 อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ฉบับเต็ม:https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/124/4.PDF📌 และอ่านต้นโพสต์ของนายปกรณ์ ธรรมโรจน์ ได้ที่🔗 facebook.com/Pakorn Dharmaroj #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ยิ่งลักษณ์#จำนำข้าว#โครงการจำนำข้าว#ยิ่งลักษณ์ชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร

Read More

หมอวี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. และรองประธานกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยจั่วหัวว่า เรื่องจริง ! อีก 3 ปีระบบสาธารณสุขจะพัง ในขณะที่ประชาชนยังไม่รู้ตัว! (ใครไม่อยากให้พังฝากตะโกนดังๆ คนละแชร์ เพื่อช่วยประเทศไทยครับ) เนื้อหาระบุหลายคนยังรู้สึกอุ่นใจว่ามีบัตรทอง “ไปโรงพยาบาลแล้วรักษาฟรี” แต่ในฐานะทำงานในระบบสาธารณสุข อยากเล่าให้ฟังตรง ๆ ว่า ข้างในระบบนี้มันกำลังพังลงอย่างช้า ๆ และถ้าไม่รีบแก้ อีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า อาจไม่มีระบบนี้ให้ใช้กันอีกเลย เพราะโรงพยาบาลรัฐ ขาดทุนหนัก 218 แห่งที่เงินบำรุงติดลบ อีก 91 แห่งเหลือเงินไม่ถึง 5 ล้านบาท ซึ่งน้อยเกินจะเอาไว้รับมือวิกฤต ต้นทุนเฉลี่ยในการรักษาผู้ป่วยในอยู่ที่ 13,000 บาทต่อราย แต่ สปสช. จ่ายให้แค่ 7,100 บาท ตอนนี้หลายแห่งต้องควักจ่ายเองเกือบครึ่ง หมอวี บอกว่า นโยบายดี แต่ไม่มีเงินพอจะทำ เช่น ส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้าน ให้คนไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน เจาะเลือดถึงที่บ้าน แต่คำถามคือ… แล้วงบมาจากไหน? งบที่เคยมี… กำลังหายไปทีละปี โดยหลังโควิดมีเงินในระบบ 80,000 ลบ. ลดลงปีละเกือบ 20,000 ลบ. ตอนนี้เหลือประมาณ 40,000 ลบ. คาดว่าอีกไม่ถึง 3 ปี อาจไม่มีเหลือ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราจะเห็นโรงพยาบาลทยอยเจ๊ง และระบบที่เคยรักษาคุณได้ฟรี อาจไม่มีให้คุณใช้อีกต่อไป ถึงเวลาที่ทุกคนรวมถึง สปสช ต้องพูดความจริง ต้องกล้ายอมรับว่า “ระบบมีปัญหา” ต้องรีบหาทางแก้ไข สำหรับแนวทางแก้ไข หมอวีเห็นด้วยกับข้อเสนอ หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์แบบไม่ดูงบ ปรับอัตราค่ารักษาให้ตรงกับต้นทุนจริง ถ้ามีนโยบายใหม่ ต้องชัดเจนว่า ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมถึงตั้งกองทุนช่วยโรงพยาบาลที่กำลังล้ม ใช้ทรัพยากรให้เหมาะกับระดับความรุนแรงของผู้ป่วย “ผมเข้าใจดีครับว่าทุกคนอยากได้บริการที่ดี รวดเร็ว และไม่ต้องเสียเงิน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ระบบแบบนั้นต้องมีคนแบกรับต้นทุน…

Read More

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษา รมว.การพัฒนาสังคมฯ ใช้เวลาวันหยุดเดินทางไปยัง “วาสนะเวศม์” บ้านพักคนชรา ของกรมกิจการผู้สูงอายุ จ.พระนครศรีอยุธยา และเขียนบันทึกจากวาสนะเวศม์ “บ้านพักคนชราจำเป็นสำหรับสังคมไทยแล้ว” โดย ศ.ดร.กนก บอกที่ไปก็ในฐานะ “ผู้สูงอายุคนหนึ่ง” ไม่ใช่ในฐานะผู้บริหาร ตั้งใจไปสัมผัสของจริง เพื่อเข้าใจหัวใจของผู้สูงวัยอีกนับล้านที่ยังไม่มีโอกาสได้มี “บั้นปลายอย่างปลอดภัยและมีความสุข” “ที่ผมพูดถึง ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่ยากจนเท่านั้น แต่หมายถึง ‘มนุษย์เงินเดือน’ ในภาครัฐและเอกชนล้วนเดือดร้อนแล้วทั้งสิ้น” วาสนะเวศม์ มีห้องพักหลายแบบตั้งแต่พักรวม (ฟรี) ไปจนถึงบ้านเดี่ยว (มีค่าแรกเข้า 200,000 บาท และค่าบริการรายเดือน 2,000 บาท รวมอาหารสามมื้อ) สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด สงบ และออกแบบอย่างเข้าใจผู้สูงอายุทุกมิติ – ตั้งแต่ทางเดินมีหลังคา ทางลาด ราวจับ จนถึงที่นั่งพักผ่อนริมระเบียง ป้องกันอุบัติเหตุได้อีกด้วย วาสนะเวศม์สามารถรองรับผู้สูงอายุได้เพียง 200 คน และมีคิวรอเข้าพักยาวถึง 5 ปี สะท้อนชัดว่า ความต้องการมีมากกว่าศักยภาพที่ภาครัฐจะดูแลได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องช่วยสนับสนุนให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะมูลนิธิที่ไม่หวังกำไร สร้างบ้านพักผู้สูงอายุที่ไม่แพง แต่ปลอดภัย สะอาด สงบเงียบ เขาย้ำว่า ความช่วยเหลือไม่ได้จบแค่โครงสร้างอาคารหรือบริการดูแล แต่สิ่งที่สังคมไทยต้องเร่งฟื้นกลับมา คือ “ทุนทางสังคม” ที่เคยมีในอดีต คือครอบครัวเข้มแข็ง และชุมชนที่เอื้ออาทร หลังถูกทำลายไปทีละน้อยด้วยวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เน้น ‘ตัวใครตัวมัน’ “เราไม่ต้องการนโยบายสวยๆ ผ่านคลิปโซเชียล เราต้องการผลการปฏิบัตินโยบายที่เกิดผลสำเร็จ คือความปลอดภัยและความสุขของผู้สูงอายุ” ศ.ดร.กนก พูดในนาม “คนแก่คนหนึ่งในสังคม ไม่ได้พูดในฐานะนักวิชาการ หรือผู้บริหารกระทรวง ขณะที่มีคอมเมนต์ในบันทึกดังกล่าวที่ ศ.ดร.กนกโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนผลักดันให้มีบ้านพักคนชราในทุกพื้นที่ เพราะหลายคนประสบกับตัวเองที่พบว่าบ้านพักของเอกชนแพงมาก รวมถึงเสนอสังคมไทยเปลี่ยนแนวคิดจากบริจาคให้วัดที่ร่ำรวยแล้วมาเป็นบริจาคให้โรงพยาบาล หรือบ้านพักคนชราแทน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#บ้านพักคนชรา#วาสนะเวศม์#กนกวงษ์ตระหง่าน#ผู้สูงอายุคือศักดิ์ศรีของสังคม #สังคมสูงวัย

Read More

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้นำพรรคไทยสร้างไทย โพสต์วิพาก์วิจารณ์การที่รัฐบาลโยกงบฯโครงการ #แจกเงินหมื่น ให้กับประชาชน เฟส 3 จำนวน 157,000 ล้าน ออกไปแบบไม่มีกำหนด โดยอ้างว่าจะนำเงินจำนวน 157,000 ล้านนี้ ไปทำงบฯ กระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมระบุที่วางกรอบไว้สวยหรู แต่ให้เวลาเสนองบฯ กลับมาเพียง 3 วัน ซึ่งไม่มีทางที่จะเสนอโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริงได้ ภายในเวลาเพียง 3 วัน “แบบนี้ประชาชนสามารถตั้งข้อสงสัยได้หรือไม่ว่า อาจจะเป็นการ #โกงแบบFastTract คุณหญิงสุดารัตน์เชื่อว่าโครงการที่เสนอกลับมาก็จะเต็มไปด้วยโครงการก่อสร้าง ขุดลอกแหล่งน้ำ อบรมสัมมนา ซึ่ง ACT (องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย) ได้ทำการสำรวจแล้วพบว่างบเหล่านี้ถูกดูดเข้ากระเป๋าผู้มีอำนาจไม่ต่ำกว่า 30% ทั้งที่ต้องศึกษาและทำแผนงานอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน ใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพ และโปร่งใสมากที่สุด โปรดสำนึกว่า“เงิน#ภาษีประชาชน ทุกรัฐบาลต้องใช้อย่างระมัดระวังมากกว่าเงินในกระเป๋าของตัวเอง” ถึงเวลาแล้วที่ต้องสร้าง#การเมืองสุจริต ไล่#การเมืองทุจริต ที่ทำร้ายเศรษฐกิจและอนาคตของคนไทย ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงความพร้อมของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ในวันที่ 28-31 พฤษภาคม 2568 ว่าพรรคนัดประชุม สส.วันที่ 27 พฤษภาคมเพื่อกำหนดกรอบ และวางตัวผู้อภิปราย ที่เน้นข้อมูลกระชับ ถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อการจัดงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม หลังบางหน่วยงานจัดงบฯ ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ พร้อมฝากถึงฝ่ายค้านว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงขอให้อยู่ในประเด็นและกรอบแนวทางที่วางไว้ ไม่ฉวยโอกาสอภิปรายโจมตีรัฐบาลหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจเกิดการประท้วงวุ่นวาย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#งบประมาณปี69#ประชุมสภาฯ#ภาษีประชาชน#รวมไทยสร้างชาติ

Read More

เป็นคำถามที่นายแพทยตุลย์ สิทธิสมวงศ์ โพสต์ชี้ให้เห็นประเด็นที่เป็นข้อสงสัยต่อตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าที่จริงแล้วถูกจำคุกตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่ โดยระบุการส่งตัวนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ที่ห้องพิเศษ ชั้น 14 ตึกมหาภูมิพลฯ โรงพยาบาลตำรวจ จึงผิด พ.ร.บ. ผิดกฎกระทรวง ผิด ป. วิ. อาญา มาตรา 146 และไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ป่วยวิกฤต จนต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลตำรวจตลอด 180 วัน จนได้รับการอนุมัติพักโทษเป็นกรณีพิเศษ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง และคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม เดินทางกลับบ้านโดยไม่มีอาการป่วยวิกฤต ไม่นอนติดเตียง จึงสรุปได้ว่า กรมราชทัณฑ์มิได้บริหารโทษ ตามหมายขังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุกทักษิณเป็นเวลา 8 ปี นั่นก็คือมีขบวนการทั้งในกระทรวงยุติธรรม และโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมกันนำตัวนักโทษชายทักษิณออกนอกเรือนจำโดยทุจริต มิได้รับโทษจำคุกแม้แต่วันเดียว ดังนั้นหากองค์คณะศาลฎีกาฯ ไต่สวนพยานหลักฐานตั้งแต่ 13 มิถุนายน 2568 เป็นที่ยุติแล้วว่า นักโทษชายทักษิณ ยังไม่ได้รับโทษจำคุกแม้แต่วันเดียว ศาลฯ อาจมีคำสั่งต่อกรมราชทัณฑ์ให้นำตัวนายทักษิณ กลับมารับโทษจำคุกตามหมายขังเดิมให้ถูกต้องครบถ้วน ในปี 2551 หลังนายทักษิณกลับมาสู้คดีในศาลฏีกาฯ เมื่อรู้ว่าน่าจะติดคุกแน่ นายทักษิณก็ขออนุญาตศาลเดินทางออกนอกประเทศไป15 ปี จึงเดินทางกลับมารับโทษจำคุก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 และถูกส่งตัวมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนาน 180 วัน แต่เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาฯ ว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้บริหารโทษตามหมายขังอย่างถูกต้อง และนัดไต่สวน 13 มิถุนายน 2568 คำถาม: ทักษิณจะหนีคุกอีกครั้งหรือไม่? ก็คนมันเคยนี่นา แต่คราวนี้คงต้องหนีชั่วชีวิต! ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันนายทักษิณ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนตอบรับคำเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ว่า วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 จะมาปาฐกถาในหัวข้อ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ…

Read More

“ความสำเร็จไม่ใช่แค่การมีงานทำหรือหาเงินเท่านั้น ที่สำคัญคือ พวกเขามีโอกาสได้เติบโต จากผู้รับกลายมาเป็นผู้ให้ เป็น เสาหลักของครอบครัว มีบ้าน มีความอบอุ่น และการยอมรับ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีในสังคม” นพพล ชูกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด (rbs) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนซ์คอล จำกัด (มหาชน) เป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อความยุติธรรมที่โปร่งใส เข้าถึงได้ และยั่งยืน:โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางสังคมในกระบวนการยุติธรรม” บนเวทีคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice – CCPCJ) ครั้งที่ 34 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยคุณนพพล ซึ่งเป็นตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนมีโอกาสนำเสนอแนวคิดโครงการคืนคนดีสู่สังคม ที่ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ที่นำผู้ต้องขังชายฝึกทักษะด้านแรงงาน และผู้ต้องขังหญิงฝึกทักษะการขายผ่าน (Telesales Call Center) เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ “สร้างการยอมรับ” ทั้งจากตัวเอง ครอบครัว และสังคม หลังพ้นโทษ สามารถสร้างตัว สร้างครอบครัว กลับมามีชีวิตที่ดีต่อไป

Read More

ยังไม่จบกับประเด็นวิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปสหราชอาณาจักร และโมนาโก ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตลอดหลายวันที่ผ่านมา เพราะถูกตั้งคำถามถึงการเดินทางที่ไม่มีกำหนดการพบปะผู้นำ หรือระดับรัฐมนตรี มีเพียงการไปดูซอพต์พาวเวอร์ไทย เช่นค่ายมวยไทย ร้านอาหารไทย และส่วนใหญ่พบกับภาคเอกชนไทย ทำให้ถูกตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณ และเวลาที่เสียไปกับการไปในครั้งนี้ ขณะที่เพจไทยคู่ฟ้า ที่เมื่อวานนี้ในโพสต์แรกๆ มีผู้เข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์บานฉ่ำ ก่อนที่อีกโพสต์จะมีแต่คอมเมนต์ของผู้ที่ชื่นชมเพียงอย่างเดียว ล่าสุดวันนี้โพสต์ภารกิจของนายกฯ ไปหารือกับผู้บริหารระดับสูงของการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง Formula 1 ณ เมืองมอนติคาร์โล ราชรัฐโมนาโก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้จัดการแข่งขัน F1 ในประเทศไทย และเยี่ยมชมสนามแข่งขัน Formula1 Tag Heuer Monaco Grand Prix ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก โดยได้พบ เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งรถ Formula3 และให้กำลังใจ นายอเล็กซ์ อัลบอน อังศุสิงห์ (Mr. Alex Albon Ansusinha) นักแข่งรถ Formula 1 ลูกครึ่งไทย – อังกฤษ วัย 29 ปี โดยในปัจจุบันเป็นนักแข่งของทีม Williams Racing โพสต์นี้เช่นเดียวกันมีผู้เข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์ว่าไม่คุ้มค่างบประมาณ และเวลาที่เสียไป ขณะที่นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.ที่เกาะติดเรื่องนี้ก็โพสต์ข้อความว่า “ตรวจสอบภารกิจเยือน MONACO ใช้งบหลวงพาใคร…ดูแข่งรถ Formula 1 2025 พร้อม #สงสารประเทศไทย ทั้งหมดต้องรอนายกรัฐมนตรี ที่กลับประเทศไทย และมีกำหนดการไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันพรุ่งนี้ (25 พ.ค.) เวลา 18.30 น. ก่อนเข้าร่วมประชุมอาเซียนวันที่ 26 – 27 พฤษภาคม 2568 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ไทยคู่ฟ้า#รัฐบาลไทย#รัฐบาลแพทองธาร#ภาษีคนไทย

Read More