Author: Writer Publisher

ดีลไม่ทันเวลา: ไทยเสี่ยงแพ้เกมเศรษฐกิจซ้ำซาก การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ไม่ทันเส้นตาย คือสัญญาณซ้ำซากของการที่ไทยกำลังขาด “หมาก” ในการทูตเศรษฐกิจยุคใหม่ ⸻ ล้มเหลวก่อนเส้นตาย: พิชัยยอมรับยังปิดดีลไม่ได้ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการเจรจากับสหรัฐฯ ว่า “ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสุดท้าย” ซึ่งจะครบเส้นตายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ แม้ล่าสุดจะมีการขยายเวลาออกไปเป็น 1 สิงหาคม แต่ไม่มีหลักประกันอะไรว่าเราจะจบดีลได้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากไทยไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จทันเวลา จะทำให้การส่งออกในปี 2568 หดตัวราว -0.5% และกระทบจีดีพีให้เหลือเพียง 1.4–1.9% โดยกลุ่มที่เปราะบางที่สุดคืออะไหล่ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร ⸻ ไทยช้า-การเมืองไม่แน่นอน จุดอ่อนการเจรจา การที่ไทยเจรจาไม่ทันเวลาไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เพราะ “โดนแกล้ง” อย่างที่บางฝ่ายเข้าใจ หากแต่เป็น อาการเรื้อรังของการไร้ยุทธศาสตร์ด้านการทูตเศรษฐกิจ แม้ทีมเจรจาของไทยจะมีข้อเสนอที่ดูสมเหตุสมผล เช่น • เพิ่มนำเข้าจากสหรัฐ (LNG, ข้าวโพด, กากถั่วเหลือง) • ปราบปรามการสวมสิทธิ์สินค้า • พร้อมเจรจา NTBs (Non-Tariff Barriers) แต่ข้อเท็จจริงคือ กระบวนการเจรจายังช้าและเปราะบาง เพราะไม่มีหน่วยงานถาวรรับผิดชอบด้าน “การทูตเศรษฐกิจ” แบบเต็มรูปแบบ • แรงเจรจาถูกผูกกับรัฐมนตรีเป็นหลัก — แทนที่จะมีคณะทำงานมืออาชีพ • ไม่มีความต่อเนื่องในเชิงข้อมูล ข้อเสนอ หรือท่าทีที่ใช้ต่อเนื่องระยะยาว • เอกชนไทยมักรู้ข่าว “จากข่าว” ไม่ใช่จากวงเจรจา • มีความไม่แน่นอนทางการเมืองสูง จนทำให้น้ำหนักการเจรจาลดลง สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆ คือ ไทยไม่สามารถวางตัวในเกมใหญ่ได้ — ขาดทั้งแผน ขาดคน ขาดท่าที นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยล้มในโต๊ะเจรจา —เราเคพยพลาด GSP จากสหรัฐฯ เมื่อปี 2019 และยังเจรจาไม่สำเร็จจนถึงวันนี้ ⸻ ถึงเวลาปรับเกมใหม่ เพื่อให้ไทยไม่ต้องแพ้ซ้ำในเกมใหญ่ครั้งต่อไป บทเรียนจากดีลภาษีทรัมป์ควรนำไปสู่การปรับยุทธศาสตร์ใหญ่:…

Read More

วันนี้ ( 7 กรกฎาคม 2568) เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เตรียมเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการตำรวจ โดยนพ.ตุลย์ อ้างกรณี พล.ต.ท. นพ.โสภณ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ถูกแพทยสภาสอบสวนและมีมติชัดเจนว่ากระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์ จากกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ในการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยในคำสั่งลงโทษของแพทยสภานั้น ระบุให้ พล.ต.ท. นพ.โสภณ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นเวลา 3 เดือน และ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ พักใช้ใบอนุญาตฯ เป็นเวลา 6 เดือน โดยให้มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อให้โอกาสในการเคลียร์คนไข้ นอกจากนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังอยู่ระหว่างสอบสวนคดีอาญาตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว นพ.ตุลย์ยังระบุว่า ในหมวดวินัยและรักษาวินัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุชัดเจนว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวมถึงมีอำนาจสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนด้วยก็ได้ ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะผิดวินัยเช่นกัน นอกจากนี้ นพ.ตุลย์ยังตั้งข้อสังเกตุถึงหนังสือคำสั่งการประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2568 ครั้งที่ 2 ซึ่งมีรายชื่อ 2 นายแพทย์ดังกล่าวอยู่ในลำดับที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งด้วย โดยเขาบอกว่าทั้ง 2 คนทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างการถูกสอบสวน และเคยถูกลงโทษโดยแพทยสภา ยังไม่ได้มีคำสั่งพักราชการ อาจจะพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นอีก เท่ากับเป็นการให้ความดีความชอบกับบุคคลที่ถูกชี้ว่าทำผิด ซึ่งจะสร้างความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” นพ.ตุลย์ระบุ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#ยื่นสอบวินัยร้ายแรง2หมอชั้น14#ทักษิณชินวัตร#ชั้น14#ศาลไต่สวนปมชั้น14#2หมชั้น14#หมอตุลย์สิทธิสมวงศ์

Read More

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ มองว่าการที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระดับรัฐมนตรี แกนนำคนสำคัญหลายคน ออกมาตอบโต้ วิพากษ์วิจารณ์และท่าที หรือจุดยืนของพรรคประชาชน ที่สนับสนุนนายกฯ ชั่วคราวขึ้นมาเพื่อยุบสภาเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชนไม่ขอร่วมรัฐบาล พร้อมเย้ยหยันว่าเป็นเรื่องตลก เป็นแค่ฝัน และเชื่อว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่หยุดปฎิบัติหน้าที่ จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ หรือบอกยังมีนายชัยเกษม นิติสิริอีกคนนั้น เรื่องนี้นายเทพไท เห็นว่าการทำเช่นนี้เนื่องจากกลัวว่า จะมีการจุดกระแสนายกฯ ชั่วคราวติดขึ้นมา จนสังคมกดดันให้ยุบสภา ซึ่งถ้ายุบสภาในตอนนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าจะเสียเปรียบทางการเมือง จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมพรรคเพื่อไทย ถึงไม่กล้ายุบสภามาจากเหตุผล 8 ประการ คือ 1.กระแสความนิยมตกต่ำมาก จากผลโพลหลายสำนักพบว่าลดลงอย่างน่าใจหาย พื้นที่ที่มีฐานเสียงสำคัญจากเคยมีคะแนนนิยมถึง 40% ลดเหลือ 10% 2.เป็นรัฐบาลมา 2 ปีกว่าไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ถูกใจหรือได้รับความนิยมจากประชาชน 3.บาดแผลเรื่องกระโดดข้ามขั้ว สร้างความเสียหายต่อจุดยืนของพรรคทำให้ความนิยมหายไป มวลชนคนเสื้อแดง ทยอยตีตัวออกห่างที่ไหลเทไปให้กับพรรคประชาชน 4.มวลชนคนเสื้อแดง และมวลชนคนชั้นกลางในสังคม มีท่าทีทางการเมืองโน้มเอียง สนับสนุนการทำงานของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 5.กลุ่มก๊วนการเมืองในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน ไม่พอใจการปรับคณะรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง 2 ถ้ามีการยุบสภาตอนนี้ เชื่อว่า สส. อีสานอาจย้ายพรรค 6.ถ้ายุบสภาตอนนี้ ทำให้กระแสเรื่องการรักชาติ รักอธิปไตย กรณีคลิปหลุด จะผลักดันให้พรรคเพื่อไทย ตกอยู่ในสภาพที่เสียเปรียบ จะเกิดกระแสพรรครักชาติ กับพรรคขายชาติ 7.หลังหมดตัวนายกฯ อุ๊งอิ๊งแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่มีตัว หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่โดดเด่น มาเสนอหรือเป็นตัวแทนในสนามเลือกตั้งได้ 8.แกนนำของพรรคเพื่อไทยหลายคนประเมินและยอมรับ ถ้าหากว่ายุบสภาตอนนี้ พรรคเพื่อไทยจะแพ้เลือกตั้งแน่นอน ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่กล้ายุบสภา เพราะสถานการณ์ไม่มีความได้เปรียบทางการเมืองเลย จำเป็นต้องดึงดันถูลู่ถูกังไปให้ยาวนานที่สุด หวังว่าเวลาที่เหลือจะกอบกู้ความนิยม หรือศรัทธา หรือสร้างผลงานให้กับพี่น้องประชาชนได้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคเพื่อไทย#อุ๊งอิ๊งค์2#ยุบสภา#นายกฯชั่วคราว#พรรคประชาชน#พรรคภูมิใจไทย

Read More

ส.ส.อีสานเดือด! จี้ รมต.ปาร์ตี้ลิสต์ลาออก เปิดทางคนถัดไปขึ้นมา อ้างได้ทำหน้าที่เต็มที่ทั้งคู่ ความเคลื่อนไหวภายในพรรคเพื่อไทย (พท.) เริ่มส่อเค้าความไม่พอใจ หลังจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสานของพรรค ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มี ส.ส.ชายคนหนึ่งส่งข้อความในกลุ่มไลน์ใหญ่ของพรรค ซึ่งมี น.ส.แพทองธาร ในฐานะหัวหน้าพรรค และรัฐมนตรีคนอื่นๆ อยู่ด้วย โดยระบุข้อความที่สร้างความฮือฮาว่า “รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะลาออก รายชื่อถัดไปจะได้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ได้เต็มที่ ท่านก็จะได้ทำหน้าที่รัฐมนตรีได้เต็มที่ด้วยเช่นกัน“ ซึ่งมี ส.ส.อีกคนตอบกลับข้อความดังกล่าวว่า “เห็นด้วย” ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงประเด็น “ผลประโยชน์ไม่ลงตัว” และการจัดสรรตำแหน่งที่ไม่เป็นที่พอใจของ ส.ส.บางกลุ่มในพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรอบการปรับ ครม. ครั้งนี้ ประกอบด้วย นายสุชาติ ตันเจริญ และ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ซึ่งหากทั้งสองท่านมีการลาออกจริง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยที่จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน คือลำดับที่ 38 นายเอกพร รักความสุข และลำดับที่ 39 นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคเพื่อไทย#อุ๊งอิ๊งค์2#ควบรมววัฒนธรรม#สำนึกผู้นำ

Read More

ก่อนถึงวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อใครเป็นผู้สมควรเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่เข้าคณะรัฐมนตรี แทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระ 30 กันยายนนี้ วันนี้ชื่อ ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส และ คุณวิทัย รัตนากร เป็น 2 ชื่อสุดท้ายที่โดดเด่น และมีคุณสมบัติพร้อม จะถูกเลือกนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ ธปท.หรือแบงก์ชาติ ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและสังคมไทยไทยในห้วงที่ต้องเผชิญกับความเปราะบาง ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส: สายกลาง-มั่นคง-รอบคอบ ดร.รุ่ง ลูกหม้อแบงก์ชาติ ที่มาพร้อมกับแนวคิด “มั่นคงแต่ยืดหยุ่น” ผู้เชื่อว่า ธปท. ไม่สามารถยึดเสถียรภาพโดยไม่คำนึงถึงการเติบโตและการเปลี่ยนแปลง แต่ในยามวิกฤต เสถียรภาพยังคงมีความหมายอย่างมาก จึงย้ำถึงการมี “เบาะกันกระแทก” สำหรับประเทศไทย หากเกิดแรงสั่นสะเทือนจากตลาดการเงินโลก ด้วยความโดดเด่น ที่เข้าใจเชิงลึกในระบบการเงิน การธนาคาร และการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล ดร.รุ่งจึงรักษาสมดุล ที่ไม่สุดโต่ง และไม่โอนอ่อนต่อแรงกดดันทางการเมือง มีมุมมองยืดหยุ่นต่อภาวะเศรษฐกิจโดยไม่ยึดติดตำรา แต่ยังคงรักษาเสถียรภาพเป็นหลัก พร้อมปรับสื่อสารกับภาครัฐลดโอกาสการปะทะทางนโยบาย สำหรับกับประชาชนที่เป็นทุกข์กับภาระหนี้ ดร.รุ่งมองว่า “การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด” จึงผลักดันมาตรการช่วยเหลือที่ “จริงใจ และเป็นธรรม” เน้นปล่อยกู้ตามความสามารถลูกหนี้ หรือโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” สำหรับลูกหนี้ที่พยายามจ่ายหนี้ โดยเชื่อว่าทางออกของปัญหาหนี้คือ “รายได้” ไม่ใช่แค่การพักหนี้ “นโยบายที่มั่นคงที่สุดในเวลาที่เปราะบางที่สุด” มีการวิเคราะห์ว่าหากได้นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ ธปท. ในยุค ดร.รุ่งจะเห็นการปรับสมดุลระหว่างกรอบจารีตเดิม และการปรับตัวที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ยนโยบาย ความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ การกระตุ้นเศรษฐกิจและการรักษาเสถียภาพทางการเงิน วิทัย รัตนากร: ผู้บริหารสายรุก มุ่งฟื้นเศรษฐกิจ ลดหนี้ประชาชน คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ผู้ที่โดดเด่น ในฐานะนักปฏิบัติ นักขับเคลื่อนนโยบายการเงิน และภาคธนาคาร สู่ฐานราก ที่วันนี้มาพร้อมกับแนวคิดเพิ่มบทบาทแบงก์ชาติจากที่ประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพ และความแข็งแรงของระบบการเงิน มาดูแลการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะเขาเห็นว่าเมื่อเศรษฐกิจโต ประชาชนมีรายได้ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะลดลง หนึ่งในนั้นคือแนวคิด “การลดดอกเบี้ย” เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ผสมผสานกับผลิตภัณฑ์การเงินแบบคำนึงถึงสังคม มีกิจกรรมแก้หนี้เชิงโครงสร้าง และสร้างความร่วมมือระหว่างแบงก์ชาติ และธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบาย…

Read More

นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีกรณีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย ตามมติชี้มูลเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568 ป.ป.ช. ชี้มูลกรณี “ซื้อขายตำแหน่ง” โดยนายศิริโชคอ้างถึงมติ ป.ป.ช. ที่ระบุว่านายณัฏฐ์ชนนกระทำผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีรับเงินจากบุคคลภายนอกกว่า 1.3 ล้านบาท เพื่อแลกกับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว เมื่อปี 2562 ซึ่งเข้าข่ายการ “ซื้อขายตำแหน่ง” อันเป็นภัยต่อระบบคุณธรรมและความไว้วางใจของประชาชน ข้อสงสัยที่ขอให้ตรวจสอบ นายศิริโชคได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อสงสัยในหนังสือว่า 1. ภายหลังการชี้มูล ผู้ถูกร้องได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม พร้อมเอกสารที่อ้างว่าเป็น “สัญญาเงินกู้” ซึ่งจัดทำโดยครูใหญ่ของพรรคเดียวกัน 2. เอกสารดังกล่าวไม่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่แรก และไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินประจำปี 2566 ทั้งที่อ้างว่าเป็นหนี้ตั้งแต่ปี 2562 3. มีข้อสงสัยว่าอาจเป็นการแก้ไขคำให้การเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิด 4. การกระทำทั้งหมดอาจเป็นความพยายามประวิงเวลาชะลอการส่งสำนวนคดีไปยังศาล เพื่อรักษาตำแหน่ง สส. ให้ครบวาระ 5. มีพยานบุคคลและคลิปเสียงในพื้นที่เขต 7 จ.สงขลา ระบุว่า “คดีนี้ไม่มีอะไร เดี๋ยวครูใหญ่จะจัดการให้เอง” ซึ่งอาจสะท้อนถึงการแทรกแซงกระบวนการขององค์กรอิสระ กระทบต่อความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ข้อกฎหมายและข้อเรียกร้อง นายศิริโชคระบุว่า หาก ป.ป.ช. ละเว้นหรือประวิงการปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมเรียกร้องให้ 1. เร่งรัดส่งสำนวนคดีไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเร็วที่สุด เพื่อมิให้เกิดการประวิงโดยมิชอบ 2. ปฏิเสธเอกสารที่ไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย เช่น เอกสารที่จัดทำย้อนหลัง โดยไม่มีพยานหรือหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนรองรับ 3. ตรวจสอบเจตนาการยื่นเอกสารเงินกู้ภายหลังการชี้มูล เพื่อพิจารณาว่ามีเจตนาแก้ไขคำให้การจากเดิมหรือไม่ ย้ำให้ ป.ป.ช. ดำเนินการโดยอิสระและกล้าหาญ นายศิริโชคเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการโดยอิสระ กล้าหาญ และยึดมั่นในเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อปกป้องความยุติธรรม…

Read More

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทย เผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน และความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ยังคงยืนเด่นอย่างท้าทายในฐานะ “ผู้ดูแลเสถียรภาพ” ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม จากภารกิจกำหนดนโยบายการเงิน เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และรักษาความมั่นคงของระบบการเงินในฐานะธนาคารกลางแล้ว ยังต้องบริหารความเสี่ยง ดูแลเสถียรภาพค่าเงิน การเข้าถึงแหล่งทุน การให้ข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อการตัดสินใจ รวมถึงสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว สู่บทบาทใหม่ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมตัวเลขหรือดูแลระบบธนาคาร แต่มองไปถึงนโยบายการคลังที่อาจสร้างภาระงบประมาณระยะยาวเขย่าเศรษฐกิจไทย อย่างโครงการแจกเงินหมื่น ที่ออกโรงเตือนก่อนจะสายเกินไป หรือปรับบทบาทใหม่เดินเข้าหาประชาชน ให้ความรู้แก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน หนึ่งในวิกฤตเงียบที่ฝังรากลึกในครัวเรือนไทย ผ่านการรีไฟแนนซ์ การพักชำระหนี้ รวมถึงวางแผนการเงินกับกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ นั่นทำให้จุดยืนของแบงก์ชาติคือการรักษาสมดุล ระหว่าง “ความยืดหยุ่นทางนโยบาย” กับ “ความมั่นคงในระยะยาว” เพราะท้ายที่สุด… เสถียรภาพทางการเงินไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่คือ “รากฐาน” ที่รองรับทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ และชีวิตของคนไทยทุกคน ด้วยสถานะของแบงก์ชาติเช่นนี้ ทำให้“ผู้ว่าแบงก์ชาติ” อาจเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ยากและท้าทายที่สุดขณะนี้ ในฐานะผู้นำสถาบันเศรษฐกิจหลัก ที่ชี้ทิศทางและพาเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตและความผันผวนของโลก ซึ่งเร็วๆ นี้เราจะได้เห็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ที่จะมากุมทิศทางของสถาบันนี้แทน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่จะครบวาระ 30 กันยายนนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ธปท#ผู้ว่าฯธปท#เศรษฐกิจไทย#สังคมไทย

Read More

ตามที่มีกระแสข่าวการพิจารณาคัด เลือกบุคคลที่เหมาะสมดำรง ตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่ง ประเทศไทยคนใหม่ โดยพยายาม เชื่อมโยงกับขั้วอำนาจต่างๆ และ พาดพิงไปถึงผู้สมัครรายหนึ่งนั้น “เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่ประการใด” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม

Read More

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 — ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงโครงการนิคมNext ที่กำลังดำเนินการในพื้นที่คลองน้ำใส อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทีมงานโครงการนิคมNext ลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมหลักๆ ที่ดำเนินการในโครงการ ได้แก่ การปลูกข้าว, ทำพืชผักสวนครัว, เลี้ยงวัว, ทอผ้า และทำไม้กวาดกับพรมเช็ดเท้า แต่ท่ามกลางความมุ่งมั่นในการพัฒนา การขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งกลับเป็นปัญหาที่ทำให้การเพาะปลูกไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ผลผลิตที่ได้ยังมีคุณภาพทั่วไป ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงร่วมมือกับกรมน้ำบาดาลในการเจาะน้ำบาดาล ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือนในการให้ได้ผลสำเร็จในที่สุด คลองน้ำใส เป็นพื้นที่ที่ติดกับประเทศกัมพูชา โดยมีช่องทางธรรมชาติให้คนสองประเทศสามารถไปมาหาสู่กันได้ในอดีต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ช่องทางเหล่านั้นได้รับการควบคุมการเข้าออกเพื่อความมั่นคง ศ.ดร.กนกกล่าวว่า โครงการนิคมNext ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับชีวิตประชาชนในพื้นที่ แต่ยังเป็นการสนับสนุนความมั่นคงของชาติในพื้นที่ชายแดนได้อย่างแท้จริง “ความมั่นคงของมนุษย์คือความมั่นคงของชาติที่แท้จริง” ศ.ดร.กนกกล่าวในโพสต์ #โครงการนิคมNext#กระทรวงพม#ความมั่นคงของมนุษย์คือความมั่นคงของชาติ #กนกวงษ์ตระหง่าน ชมโพสต์เต็มได้ที่ด้านล่างนี้

Read More

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงคลิปเหตุการณ์ที่ทหารพรานของไทย ปะทะคารมกับทหารกัมพูชา ที่มาพร้อมอาวุธครบมือ ท่าทีเหมือนปะทะคารมกันนั้นว่า ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี เป็นชุดลาดตระเวนของกองร้อยทหารพรานที่ 2304​ ตรวจพบความเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชา บริเวณจุดชมวิว “ภูผี” ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อ้างสิทธิตามแนวชายแดน ใกล้บริเวณปราสาทโดนตวลและเขาพระวิหาร หน่วยลาดตระเวนของทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ได้ทำการลาดตระเวนพื้นที่ และไปพบกำลังทหารกัมพูชา ในบริเวณจุดชมวิวภูผี และบริเวณเส้นทางลาดตระเวนใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้มีการลาดตระเวนตรวจตราอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงได้​เข้าพูดเจรจากัน ​และได้แยกย้ายกันไปไม่มีเหตุความรุนแรง ทั้งนี้ในหลายจุด พบกำลังทหารกัมพูชาลาดตระเวนในพื้นที่​อ้างสิทธิ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา​ บ่อยขึ้น และในบางครั้งมีเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับหน่วยของกัมพูชา​ร่วมลงพื้นที่ด้วยตนเอง เมื่อมาพบเจอกับฝ่ายทหารไทยก็จะมีพูดทักทายกัน และบางครั้งก็อาจจะมีแสดงออกทางอารมณ์ในลักษณะเหมือนถกเถียงกัน แต่ทั้งหมดไม่ถึงขั้นตั้งใจจะใช้ความรุนแรงต่อกัน เพราะต่างฝ่ายต่างระมัดระวังไม่ให้มีการละเมิดข้อตกลง และต้องยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีตามแนวทางผู้บังคับบัญชา ขอบคุณ FB: Chai punpakonchai #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#กองทัพไทย#ฮุนเซน#ฮุนมาเนต#ความมั่นคงของชาติ#ความมั่นคง#อ้างสิทธิชายแดน#ชายแดนไทยกัมพูชา

Read More