- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์เรื่องนี้หลังประชุมกับกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในโอกาสครบ 90 วัน ตึกสตง. ถล่ม เพื่อสรุปผลการสืบสวน ซึ่งได้ข้อมูลชัดเจนถึงสาเหตุการถล่มของตัวอาคารตามหลักวิศวกรรมและกฎหมาย โดยข้อสรุปที่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วย กรมโยธาธิการและผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เฉพาะจุด พบความบกพร่องอยู่ในส่วนของการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคการก่อสร้าง เช่น ผนังช่องลิฟต์ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานทางวิศวกรรม ส่วนข้อกังวลในทางวัสดุก่อสร้าง พบว่าเหล็กเส้นและคอนกรีตเป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนด แต่ข้อผิดพลาดอยู่ในส่วนเทคนิคการก่อสร้างของโครงการเท่านั้น “ดิฉันขอยืนยันและให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อตรวจสอบทุกอาคาร ทั้งในด้านโครงสร้างอาคาร การก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างที่เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานทางวิศวกรรมที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด” ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะส่งรายงานผลไปยัง DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการต่อไป ผู้ที่มีส่วนกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายหลังจากนี้จะต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตึกสตงถล่ม#90วันตึกสตงถล่ม#ผลสอบตึกสตงถล่ม#รัฐบาลแพทองธาร
“ทำไมเว้นแพทองธาร?” พรรคประชาชนกับข้อกังขา ตรวจสอบ “อำนาจ” หรือแค่รอ “วันได้อำนาจ?” ในขณะที่พรรคประชาชนกล่าวหาม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ “ปูทางรัฐประหาร” แต่แถลงการาณ์ข้อเรียกร้องจากเวทีนั้นกลับชัดเจนว่าไม่ใช่รัฐประหาร • ให้ “นายกฯ ลาออก” • เรียกร้อง “พรรคร่วมถอนตัว” • ร่วมให้กำลังใจกองทัพ “ปกป้องอธิปไตยของชาติ” คำถามคือ—แล้ว “พรรคประชาชน” ในฐานะฝ่ายค้าน ได้ทำหน้าที่ตัวเองเต็มที่แล้วหรือยัง? พรรคภูมิใจไทยเปิดเกมซักฟอกกรณีคลิปหลุด พรรคประชาชนกลับลังเล บอก “ถ้าซักฟอกจะยุบสภาไม่ได้” กรณีตั๋ว PN เลี่ยงภาษีของแพทองธาร—ไม่ยื่นศาลรธน. อ้างไม่เชื่อกลไกศาลฯ แต่ย้อนดู… พรรคเดียวกันเคยร่วมกับเพื่อไทยยื่นศาลรธน.สอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ และมีแนวคิดจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญกรณีพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ โยกงบฯ ลงพื้นที่ตัวเอง สุดท้ายคำถามจึงย้อนกลับไปที่พรรคประชาชนว่า: ถ้ายื่นศาลรธน. เพื่อตรวจสอบคนอื่นได้ ทำไมต้อง “เว้นแพทองธาร”? หรือเป็นเพราะผู้นำจิตวิญญาณของพรรค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยบอกไว้ว่า “…พรรคเพื่อไทยคือมิตร และทางออกที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต้องมีสองพรรคนี้…” “ส้มจึงต้องแบกแดง” นี่คือคำถามที่เริ่มดังมากขึ้นในสังคม…และพรรคประชาชนควรให้ความกระจ่างกับสังคมว่า… ตกลง “พรรคประชาชน” จะตรวจสอบอำนาจ—หรือเป็นแค่พรรค “รอวันได้อำนาจ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคเพื่อไทย#พรรคประชาชน#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร#ศาลรัฐธรรมนูญ
นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ออกหนังสือเวียนถึงสมาชิกพรรค โดยอ้างถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ทางการเมืองและการชุมนุมที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงสื่อสารเน้นย้ำไปยังสมาชิกพรรค เพื่อกำชับให้ทราบและปฏิบัติตนสอดคล้องกับจุดยืนทางอุดมการณ์และแนวนโยบายพรรค โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักคือ 1.ยืนยันสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล กองทัพ พรรคการเมือง ผู้แทนราษฎร ฯลฯ 2.ข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา ถือเป็นข้อเสนอที่อยู่ในครรลองประชาธิปไตย 3.การชุมนุมของประชาชนถือเป็นสิทธิเสรีภาพพื้นฐานในการแสดงออก นอกจากนี้ยังกำชับ “ต้องห้ามข้ามเส้น” คือ 1.ต้องไม่สื่อสาร หรือเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดการยึดอำนาจ รัฐประหาร ซึ่งขัดหลักการประชาธิปไตย ผิดกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ 2.ต้องไม่สื่อสารกระทบต่อหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ อันถือเป็นหลักการรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายคือการ “เน้นย้ำจุดยืนข้อเสนอพรรค” : เดินหน้าใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาประเทศ พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา คืนอำนาจตัดสินใจให้ประชาชนกำหนดทิศทางประเทศ สุดท้ายนายศรายุทธ์ หวังสมาชิกพรรคจะเป็นส่วนสำคัญในการธำรงและส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศไทยให้เจริญงอกงามต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#พรรคประชาชน#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ไม่เอารัฐประหาร#ศาลรัฐธรรมนูญ#ฮุนเซน
เข้าสู่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 กับคิวแรกเขย่าเก้าอี้ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร กับการประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน ซึ่งขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ นี่คือประเด็นร้อนที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลและชี้อนาคตการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นร้อนที่ศาล รธน.คาดว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณา ใจความสำคัญของคำร้องอยู่ที่กล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ โดยมี คลิปเสียงสนทนาระหว่างหลานอิ๊งค์ นางสาวแพทองธารกับ อังเคิล สมเด็จฮุนเซน เป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกอ้างว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้ในคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยสิ้นสุด จุดชี้ชะตาเขย่าเก้าอี้ “แพทองธาร” ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่? นี่คือด่านแรกที่สำคัญที่สุด หากไม่รับคำร้อง คดีก็เป็นอันยุติไป ซึ่งเรื่องนี้ ศ.ดร.จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ในรายการเที่ยงเปรี้ยงปร้างเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า น่าจะรับคำร้องไว้พิจารณา หากรับคำร้อง จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่? เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลฯ ผลกระทบหาก “นายกฯ” ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนของรัฐบาลแพทองธาร จะเกิดสุญญากาศผู้นำชั่วคราว คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมรักษาการแทน แต่นั่นจะนำไปสู่ความไม่แน่นอนในรัฐบาล การขับเคลื่อนนโยบายชะงักงัน และเกิดแรงกดดันจากทั่วสารทิศ กับคำถามถึงธรรมาภิบาลและความชอบธรรมในการบริหาร ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทย-ต่างชาติถึงเสถียรภาพทางการเมือง การชะลอลงทุนส่งผลต่อค่าเงินและตลาดหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับตัวนางสาวแพทองธาร หากคำวินิจฉัยมีความผิดและพ้นจากตำแหน่ง ไม่เพียงตัวเองจะหมดอนาคตทางการเมือง ไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ได้อีกแล้วเท่านั้น ยังจะเป็นคนรุ่นสุดท้ายของนายกฯ ที่มาจากตระกูลชินวัตรหรือไม่ ลุ้น ! พรุ่งนี้คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาการเมือง การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อสถานะของนางสาวแพทองธาร แต่ยังสะท้อนถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและทิศทางการเมืองไทยในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งใดๆ ในเรื่องนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยก็จะกำหนดจังหวะเคลื่อนไหวเช่นกัน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย #อำนาจต้องชอบธรรม #หยุดปฏิบัติหน้าที่ #ลาออก #ยุบสภา #รัฐบาลแพทองธาร #ตระกูลชินวัตร #ระบอบทักษิณ #ศาลรัฐธรรมนูญ #ฮุนเซน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามสำคัญถึงบทบาทของประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทย โดยเฉพาะบทบาทของคนรุ่นใหม่ในยุคที่ปัญหาทางอำนาจยังวนเวียนอยู่กับ “ระบอบทักษิณ” และตระกูลชินวัตร “ผมได้ชื่อว่า ‘รู้ทันทักษิณ’ คนแรกๆ ของไทย” อาจารย์เจิมศักดิ์เริ่มต้นด้วยการทบทวนประสบการณ์ของตนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของมวลชนที่ออกมาต่อสู้กับรัฐบาลที่เขาเรียกว่าเป็นระบอบทักษิณ โดยเปรียบเทียบระหว่างอดีตและปัจจุบัน ——— คนรุ่นไหนที่ออกมาต่อสู้กับปัญหาของประเทศ? • เมื่อ 20 ปีก่อน กลุ่มคนที่ออกมาประท้วงผู้นำที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 40–60 ปี • ปัจจุบัน กลุ่มคนอายุ 40–60 ปี ที่ออกมาชุมนุมจำนวนมากคือคนละชุดกับเมื่อ 20 ปีก่อน หมายถึงคนที่เคยมีอายุ 20–40 ปีในขณะนั้น • คนที่เคยร่วมชุมนุมเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนี้อายุ 60–80 ปี หลายคนไม่สามารถมาร่วมได้เนื่องจากปัญหาสุขภาพ หรือจากไปแล้ว อาจารย์เจิมศักดิ์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้คนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 40 ปีจะไม่ปรากฏตัวในการชุมนุมมากนัก แต่ไม่ได้แปลว่า “ไม่รู้สึกร้อนรู้สึกหนาว” กับปัญหาของชาติ “เขาอาจติดภารกิจการงาน ครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้น ภาพที่ปรากฏจึงเป็นภาพของผู้ใหญ่” ———— ระบอบไม่เปลี่ยน แม้คนเปลี่ยน อาจารย์เจิมศักดิ์ยังเปรียบเทียบระหว่างอดีตกับปัจจุบัน โดยชี้ว่าแม้ผู้ที่เป็นผู้นำรัฐบาลจะเปลี่ยนไปจาก “ทักษิณ” มาเป็น “แพทองธาร” แต่การสร้างปัญหายังเป็นชุดเดียวกัน “น่าเสียดาย 20 ปีผ่านไป ประเทศไทยมีผู้นำที่สร้างปัญหาเปลี่ยนไป จากทักษิณ เป็นแพทองธาร ตระกูลชินวัตรที่สร้างปัญหาชุดเดียวกัน” ——— อีก 20 ปี ใครจะลุกขึ้นดูแลสังคม? อาจารย์เจิมศักดิ์ปิดท้ายด้วยคำถามสำคัญถึงคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ว่า อีก 20 ปีข้างหน้า ประชาชนคนไทยที่มีอายุ 20-40 ปีในปัจจุบันจะประสบปัญหาการเมืองการปกครองประเทศอย่างไร “ใครจะเป็นผู้นำที่ลุกขึ้นดูแลสังคม เป็นโจทย์ที่คนรุ่นใหม่ต้องคิดแล้วครับ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#อำนาจต้องชอบธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#รัฐบาลแพทองธาร#ตระกูลชินวัตร#ระบอบทักษิณ#เจิมศักดิ์ปิ่นทอง#คนรุ่นใหม่
คะแนนประชาชนหนุนเป็นนายกฯ ของ “แพทองธาร ชินวัตร” ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 28.80% อันดับที่ 2 ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 30.90% อันดับที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 9.20% อันดับที่ 5 นี่คือภาพสะท้อนทางการเมืองของตัวนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย. 68) เผยให้เห็นถึงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของคะแนนนิยมจากอันดับ 1 ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่อันดับ 5 ในกลุ่มที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจัยหลักคงหนีไม่พ้น 1. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (คลิปเสียงฮุนเซน) ที่กระทบจิตใจของประชาชนอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 2. ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นแรงกดทับบนบ่าประชาชนจนนำไปสู่ความไม่พอใจต่อการบริหารงาน 3. ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและผลงาน เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็นนโยบายต่างๆ เป็นรูปธรรมตามที่คาดหวัง ทั้งหมดเป็นสัญญาณสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจและประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตามทั้งนางสาวแพทองธาร และแกนนำพรรคเพื่อไทย คงเชื่อว่าการปรับคณะรัฐมนตรี และเวลาที่เหลืออยู่ จะช่วยเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาได้ อย่างน้อยก่อนที่จะยุบสภานำไปสู่การเลือกตั้ง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย#อำนาจต้องชอบธรรม#หยุดปฏิบัติหน้าที่#ลาออก#ยุบสภา#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐธรรมนูญมาตรา5#ศาลรัฐธรรมนูญ
“คนลานข่อย…ต้นยางที่ไม่ยอมตาย” เรื่องเล่าจากนิคมควนขนุน พัทลุง เรียบเรียงจากโพสต์ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษา รมว.พม. ————- “ต้นยางตายนึ่ง…น้ำยางออกน้อย…ต้นไม่แข็งแรง” ประโยคสั้น ๆ ที่ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ใช้เล่าถึงสภาพสวนยางพาราในชุมชนลานข่อย นิคมสร้างตนเองควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไม่ได้เป็นเพียงภาพเศรษฐกิจตกต่ำ แต่คือภาพชีวิตที่แขวนอยู่กับยางหยดสุดท้ายกับรายได้ที่แทบไม่พอยังชีพ ที่นี่…อาชีพหลักของชาวบ้านคือ “ทำสวนยาง” แต่เมื่อต้นยางไม่ให้ผลผลิต ชาวสวนบางคนถอดใจ ขณะที่บางคน…เลือกจะลุกขึ้นปลูกผัก ปลูกพืชสวนครัวแซมในสวนยาง เพื่อสร้างรายได้จากดินผืนเดิมให้กลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คนขยันยังมีหวังเสมอ — แต่สำหรับอีกหลายคน ความไม่คุ้นเคยกับพืชแซมในสวนยาง การขาดองค์ความรู้ และการไม่มีใครหนุนหลัง คือกำแพงที่ทำให้ “ความกล้าเริ่มต้นใหม่” เกิดขึ้นไม่ง่ายนัก ——- ในมุมมองของศ.ดร.กนก ยังมองถึงจุดเด่นพัทลุงที่ยังไม่ถูกขับออกมาได้ดีพอ มีชื่อเสียงจาก “พริกแกง” และ “สาคูธรรมชาติ” แต่สินค้าที่ดี ถ้าไม่มีเทคโนโลยีการแปรรูป ไม่มีช่องทางกระจาย ก็ยังติดอยู่ในวงแคบ พริกแกงที่ต้องทำสดทุกวันขายไม่ไกลจากชุมชน สาคูจากต้นแท้…ยังไม่กลายเป็นของดีที่ทั้งประเทศรู้จัก “ของดีที่ยังไม่เป็นโอกาส” กลายเป็นอีกโจทย์ใหญ่ที่ต้องตอบด้วยนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ——- “พัทลุงวันนี้ไม่ใช่เมืองของหนุ่มสาวอีกต่อไปแล้ว” นี่คือคำเตือนจากศ.ดร.กนก ที่ไม่ได้สะท้อนแค่ด้านประชากรศาสตร์ แต่คือสัญญาณว่าทุกภาคส่วนต้องลุกมารับมือกับ “สังคมสูงวัย” จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุยังมีงานทำที่เหมาะสม จะทำอย่างไรให้เขามีเพื่อน มีสุขภาพดี ไม่เหงา และไม่รู้สึกไร้ค่า ——— เด็กเล็กในพัทลุงคืออีกปลายทางของความหวัง ครอบครัวต้องแข็งแรง เด็กต้องเติบโตด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่…ต้องวนกลับมารับไม้ต่อของความจนซ้ำซาก ——— “คนพิการในนิคมควนขนุนมีนับร้อยชีวิต” ถ้าไม่มีระบบช่วยให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีโอกาสให้เขาได้ทำงาน ได้มีส่วนร่วม สุดท้าย…คนพิการจะกลายเป็นภาระของครอบครัว และกลายเป็นคนที่ถูกระบบละเลย ——— ทั้งหมดนี้คือ “เรื่องจริง” ที่ ศ.ดร.กนก เล่าผ่านการลงพื้นที่ และสะท้อนว่าโจทย์ของกระทรวง พม. ไม่ใช่งานบนโต๊ะ แต่คือภารกิจที่ต้องเดินลงดินทุกวัน — เพื่อยกระดับทั้งรายได้และคุณภาพชีวิต เขาย้ำว่า “คนกระทรวงพม.ต้องทำทุกวันเพื่อคนเปราะบางและยากจน” 📌 รับชมคลิปเต็ม: https://www.facebook.com/share/v/151mofHsTg/?mibextid=wwXIfr #นิคมควนขนุนพัทลุง #คนเปราะบางและคนยากจน #กนกวงษ์ตระหง่าน #ThePublisherth #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
น่าจะชัดเจนแล้วสำหรับการตัดสินใจของ “แพทองธาร ชินวัตร” หรืออาจจะมาจากผู้มีอำนาจเหนือกว่า ที่จะไม่เลือกทางเดียวกับสมัย ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่เลือกยุบสภาเมื่อเส้นทางอำนาจเข้าสู่ทางตัน สาเหตุไม่มีอะไรมาก คำเดียวสั้น ๆ “กลัวแพ้เลือกตั้ง” ผลสำรวจจากนิด้าโพลล่าสุดชี้ชัดว่า “คะแนนนิยมร่วงหนัก” เรตติี้งแพทองธารหล่นไปอยู่อันดับ 5 (9.20%) ส่วนพรรคประชาชนที่ตีปี๊บยุบสภา…มาแรง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคฯ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ที่ 31.48% คำถามที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ —ที่แพทองธารไม่ยุบสภา ขณะณัฐพงษ์เรียกร้องให้ยุบสภา เป็นการตัดสินใจเพื่อประชาชน หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง? ⸻ ย้อนดู “สามยุคชินวัตร” กับการยุบสภา ทักษิณ ชินวัตร (2549) ยุบสภาสวนคำเรียกร้องให้ลาออก เพราะเชื่อมั่นในฐานเสียง — แล้วสุดท้ายเลือกตั้งมีปัญหา ถึงขั้นถูกศาลรธน. วินิจฉัยให้เป็นโมฆะ ก่อนเกิดการรัฐประหาร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (2557) ยุบสภา — หวังใช้ผลเลือกตั้งสร้างความชอบธรรมใหม่ แต่ก็มีปัญหาเลือกตั้งโมฆะอีกครั้ง ลงเอยที่รัฐประหารอีกหน แพทองธาร ชินวัตร (2568) อยู่ท่ามกลางสถานการณ์คล้ายกัน แต่ทางเดินแคบกว่าเพราะคะแนนนิยมแตกต่างจากยุคพ่อและอาสาวโดยสิ้นเชิง จึงได้แต่ท่องคาถา “ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก” เดินหน้าปรับครม.อิ๊งค์2 แถมเพิ่มการควบตำแหน่งรมว.วัฒนธรรม เพื่อจะได้อยู่ร่วมประชุมครม.ได้ กรณีอาจถูกศาลรธน. สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ สะท้อนทุกการตัดสินใจคือการรักษาอำนาจ ส่วนอีกฟากอยากให้ยุบสภา เพื่อโอกาสเข้าสู่อำนาจ ใช่หรือไม่? ตกลงทั้งหมดนี้เพื่อประชาชน หรือแค่ใช้ประชาชนเป็นทางผ่านสู่อำนาจ? ⸻ ใช้ประชาชนเป็นข้ออ้าง หรือยืนข้างประชาชนจริง? ไม่ว่าจะเพื่อไทยที่ไม่ยุบ เพราะกลัวเสียอำนาจ หรือพรรคประชาชนที่เร่งให้ยุบ เพราะกำลังได้เปรียบ ทั้งคู่ต่างอ้างชื่อประชาชนเป็นเหตุผล แต่ถ้ามองจากพฤติกรรม มันดูเหมือนแค่ “การเลือกจังหวะที่ตัวเองได้ประโยชน์” มากกว่าจะเป็นการฟังเสียงของประชาชนจริง ๆ หรือเปล่า? ยิ่งในช่วงที่เกิดคลิปเสียงสะเทือนสังคม ที่นายกฯ ของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องอธิปไตย แต่สองพรรคใหญ่ — ยังสาละวนอยู่กับการแสวงหาความได้เปรียบทางการเมือง ⸻ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เสียงของประชาชนไม่ใช่แค่ “เสียงเลือกตั้ง” ที่จะมาถึง แต่คือ “เสียงตื่นรู้” ที่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังพรรคการเมืองทั้งหมดว่า: อย่าบอกว่าเพื่อประชาชน ถ้าสุดท้ายแค่เอาชื่อประชาชนมาบังหน้า…
โดยการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะเริ่มการประชุมนัดแรกวันที่ 3 ก.ค.นี้ วาระแรกคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่พรรคเพื่อไทยเสนอกับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เรื่องนี้นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรคและ สส.บัญชี รายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ รทสช. ย้ำจุดยืนที่ชัดเจนอีกครั้งว่า ในการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม จะไม่มีการยกโทษความผิดในคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือ ม.112 ฐานความผิดเกี่ยวกับการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ฯ เนื่องจากเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ มีผลกระทบจิตใจคนไทยทั้งประเทศ ซึ่ง สส.พรรครวมไทยสร้างชาติทุกคนไม่มีทางยอม นายธนกรบอก นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยืนยันแล้วว่าต้องไม่รวมฐานความผิดมาตรา 112 และ สส.ต้องออกมาแสดงจุดยืนปกป้อง นอกจากนี้ใน ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ยันไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดคดีทุจริต และคดีอาญาร้ายแรงด้วย จะให้นิรโทษกรรมแค่คดีทางการเมืองเท่านั้น “ได้ยืนยันชัดเจนมาโดยตลอด ว่าต้องไม่ใช่การยกโทษให้กับผู้กระทำความผิดในคดีอาญาร้ายแรงโดยเฉพาะมาตรา 112 ผมในฐานะคนไทยยอมรับไม่ได้ และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็ไม่ยอมเช่นกัน และต้องไม่ยกโทษความผิดให้กับคดีทุจริตในทุกระดับด้วย ถ้าทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เห็นตรงกันก็เชื่อว่า กฎหมายนิรโทษกรรมจะเป็นจุดเริ่มต้นการเมืองใหม่ ทุกฝ่ายจะได้หันหน้ามาร่วมมือกันพัฒนาประเทศด้วยความสามัคคี” นายธนกร กล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#สมัยประชุมสภา#กฎหมายนิรโทษกรรม#ม112#พรรครวมไทยสร้างชาติ#พรรคเพื่อไทย
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าตามที่สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ระบุว่าฝ่ายไทยได้ขอประสานเปิดด่านผ่านแดน พร้อมเผยแพร่เอกสารของกองกำลังบูรพานั้น เป็นผลสืบเนื่องจากที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ และประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผลกระทบจากมาตรการควบคุมด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และมอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงประสานการประชุมร่วมกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน จากนั้นศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. เห็นชอบให้ผ่อนผันเฉพาะรถขนส่งสินค้าของไทยที่ตกค้างการออกไปส่งสินค้าที่มีใบขนสินค้าขาออกหรือใบขนสินค้าผ่านแดน ซึ่งได้ลงข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรภายในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ไว้แล้ว เฉพาะในส่วนที่จะต้องออกไปทาง จ.สระแก้ว ให้สามารถเดินทางข้ามแดนไปยังกัมพูชา และเดินทางกลับเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยได้ เนื่องจากกระบวนการนำส่งสินค้าได้ดำเนินการเข้าไปในระบบแล้ว ทำให้วันนี้ (29 มิถุนายน 2568) กองกำลังบูรพาได้ดำเนินการจัดทำแนวทางปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำหนังสือประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา เพื่อรองรับการดำเนินการตามมาตรการผ่อนผันดังกล่าว อย่างไรก็ตามฝ่ายกัมพูชาประกาศไม่อนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าเข้า-ออก หรือผ่านด่านชายแดนระหว่างประเทศและด่านในภูมิภาคใดๆ ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ในทุกกรณี #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#ปิดด่านไทยกัมพูชา#กองกำลังบูรพา#ฮุนมาเนต#กองทัพบก
