- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
แถลงการณ์รวมพลังแผ่นดินฯ ซัดรัฐบาลอิ๊งค์สมคบคิดทำลายอธิปไตย เรียกร้องลาออกทันที-พรรคร่วมฯ ต้องถอนตัว
28 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายนิติธร ล้ำเหลือหรือ “ทนายนกเขา” แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์สำคัญ ท่ามกลางฝนตกหนักและมวลชนที่ยังคงปักหลักรับฟังการปราศรัย โดยในแถลงการณ์มีเนื้อหาที่กล่าวหาอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างอำนาจรัฐและรัฐบาลชุดปัจจุบัน 93 ปีประชาธิปไตยที่ไร้เจตจำนงเพื่อปวงชน แถลงการณ์เริ่มต้นด้วยการทบทวนสถานการณ์การเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน รวม 93 ปี โดยระบุว่า ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว อำนาจรัฐทุกฝ่ายทั้งบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไม่เคยมีเจตนารมณ์แท้จริงในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข “ไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้ง การเลือกตั้ง รัฐประหาร หรือการเลือกกันเอง ล้วนไม่สามารถธำรงหลักธรรมาภิบาลได้ และไม่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ” วิกฤตคุณธรรม-กฎหมายไร้ผล-ระบบถูกยึดครอง กลุ่มรวมพลังฯ ชี้ว่า ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงทางสังคมอย่างลึกซึ้งและรุนแรง เหตุจากการไร้ความเคารพต่อกฎหมายและกฎเกณฑ์ของรัฐ การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล รวมถึงการรวมกลุ่มของขั้วอำนาจที่เกินควบคุม “มีการร่วมมือระหว่างนักการเมือง ทุนผูกขาด ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการ องค์กรตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม ในการบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญ หลักนิติธรรม และอธิปไตยของชาติ” กล่าวหารัฐบาลอิ๊งค์: ไร้ความสามารถ-ตอบสนองต่างชาติ หนึ่งในประเด็นที่รุนแรงที่สุดในแถลงการณ์ คือการกล่าวหานายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าเป็นผู้ไร้ความสามารถ ขาดความซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติการณ์กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ “น.ส.แพทองธาร มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหมวด 3 และรัฐธรรมนูญหมวด 5 มีการสมคบคิดตอบสนองผลประโยชน์ของอริราชศัตรู ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และขัดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณ” พรรคร่วมฯ ร่วมกระทำผิด – เรียกร้องลาออกทันที แถลงการณ์ยังระบุว่า แม้ปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจน แต่คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลกลับยังคงให้การสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งถือเป็นการ “เข้าร่วมกระทำการ” และละเลยต่อหน้าที่ปกป้องชาติ “จึงขอเรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลโดยทันที” ยืนหยัดกลางฝน – รวมพลังฯ ประกาศสู้ต่อ แม้ฝนจะตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักฟังการปราศรัย พร้อมใส่เสื้อกันฝน กางร่ม และใช้ผ้าธงชาติคลุมศีรษะอย่างเหนียวแน่น และร่วมกันร้องเพลงชาติในช่วงหกโมงเย็น ก่อนจะมีการอ่านแถลงการณ์เรียกร้องนายกฯ ลาออกทันที พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวทันที #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร#ปรับครม#ม็อบ28มิย68
การเมืองไทยร้อนฉ่าท่ามกลางสายฝน ทั้งบนท้องถนนและภายในสนามอำนาจ ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว 2 ด้านคู่ขนาน—กลุ่มผู้ชุมนุม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” รวมตัวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าปรับคณะรัฐมนตรี คาด “โผ ครม.แพทองธาร 2” เตรียมทูลเกล้าฯภายในวันนี้ ฝนตกหนัก! ม็อบรวมพลังฯ ปักหลักไม่ถอยเวลา 16.00 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ “กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ” นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ยังคงชุมนุมแน่นพื้นที่ แม้สายฝนโปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง มวลชนพร้อมใจกางร่ม ใส่เสื้อกันฝน และใช้ธงชาติกันฝน ฟังการปราศรัยเรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายกฯ กลับถึงกทม. – เลขาฯ ครม.โผล่เข้าพบขณะเดียวกัน เวลา 15.35 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางกลับจากภารกิจตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่เชียงราย มาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 ดอนเมือง โดยมีนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าพบในห้องรับรอง ใช้เวลาหารือราว 10 นาที ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงความคืบหน้าเรื่องโผ ครม. และปัญหาพรรคร่วมรัฐบาล แต่นายกฯไม่ให้คำตอบ เพียงแต่ส่งยิ้มและอุทาน “หะ” เมื่อถูกถามถึงขั้นตอนทูลเกล้าฯ หมอพรหมินทร์ยัน! โผ ครม.รอโปรดเกล้าฯด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้รายชื่อคณะรัฐมนตรีใหม่อยู่ระหว่างรอโปรดเกล้าฯ โดยมีการปรับเปลี่ยนสำคัญหลายตำแหน่ง จับตา “อิ๊งค์ 2” – หลานสุริยะนั่งแรงงาน “สุชาติ” ขยับช่วยมหาดไทยรายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งใน ครม.ชุดใหม่ ได้แก่◼️ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.แรงงาน◼️ อรรถกร ศิริลัทยากร รมว.เกษตรฯ◼️ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จากรมว.วัฒนธรรม เป็นรมว.อว.◼️ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ควบรมว.วัฒนธรรม◼️ สุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกฯ◼️ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.รักษาการรมว.กลาโหม กระทรวงมหาดไทย◼️ รมว.…
การชุมนุมของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน มวลชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทยอยเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนพื้นที่ถูกจับจองเต็มพื้นที่ และเริ่มเปิดเวทีปราศรัยกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา จากตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ โดยมีแกนนำคนสำคัญอย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายนิติธร ล้ำเหลือ, และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สลับกันขึ้นเวที ขับเคลื่อนข้อเรียกร้องหลัก ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ยุติการบริหารที่เอื้อประโยชน์ให้ทุนผูกขาด ยกเลิกนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนมองว่าไม่ตอบโจทย์ปากท้อง นอกจากนี้ยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทั้งการชูธงชาติ ป้ายผ้า และการร้องเพลงปลุกใจ โดยเฉพาะคำขวัญ “หยุดทรราช – ประชาชนต้องมาก่อน” ที่ถูกนำมาใช้ซ้ำบนเวทีและในขบวนปราศรัย แต่ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงบริเวณการชุมนุม ทำให้บรรยากาศค่อนข้างขลุกขลัก ต้องกางร่ม ใส่เสื้อกันฝน แต่ก็ยังปราศรัยและชุมนุมกันต่อไป กระทั่งฝนซา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้วางกำลังดูแลความปลอดภัยโดยรอบจุดชุมนุม พร้อมตั้งจุดคัดกรองและเส้นทางเบี่ยงจราจรรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อป้องกันเหตุร้ายและลดผลกระทบกับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา โดยบรรยากาศทั่วไปยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#รัฐบาลแพทองธาร#ม็อบ28มิย68
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เผยภาพที่ร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ระหว่างลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมข้อความขอแสดงความยินดีจากหัวใจ กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ที่รอคอยการแก้ไขปัญหาสัญชาติและการรับรองสถานะ 30 มิถุนายนนี้ การรอคอยอันยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลง พร้อมระบุพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์รอการพิสูจน์สัญชาติและสถานะอยู่มากกว่า 480,000 คน โดยที่ในจังหวัดเชียงรายมีผู้รอการพิสูจน์สิทธิกว่า 90,000 ราย มากที่สุดในประเทศ แต่ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา กระบวนทางในการพิสูจน์สิทธิใช้ระยะเวลาที่นาน และมีหลายขั้นตอน จึงทำให้แต่ละปีมีผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นจำนวนน้อย ทำให้กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ไม่ได้รับโอกาสในการได้รับสิทธิพึงมี ทั้งเรื่องสวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐ สิทธิเรื่องที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน การเดินทาง การมีส่วนร่วมกับภาครัฐและสังคม โดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยลดระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณาเรื่องให้สถานะการมีถิ่นที่อยู่ถาวรจากที่เคยใช้ 270 วัน ให้เหลือ 5 วัน ลดระยะเวลาการพิจารณาให้สัญชาติกับลูกหลานของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ จาก 180 วัน ให้เหลือ 5 วัน เร่งผลักดันในทุกกระบวนการและทุกขั้นตอน เพื่อให้คำมั่นสัญญานั้น กลายเป็นจริงในวันจันทร์ที่ 30 มิถุนายนนี้ และหลังจากนี้ ทุกคำร้องที่ยื่นจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 5 วัน “ทุกๆ เวลาที่เสียไป คือ การพลาดโอกาสทางการศึกษา โอกาสในการทำมาหากิน และการได้ใช้สิทธิในฐานะบุคคลที่มีกฎหมายรับรอง แต่ในวันนี้ ลูกหลานของพี่น้องเรา จะได้กลายเป็นพลเมืองของประเทศ เป็นคนไทยภายใต้ระบบประชาธิปไตยที่มีสิทธิและเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญไทยค่ะ” นางสาวแพทองธารระบุ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#รัฐบาลแพทอง
นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง แกนนำพรรคพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า แท้จริงแล้วหัวใจของนายฮุน เซน คือผลประโยชน์มหาศาลที่ได้จากกาสิNo จึงไม่แปลกที่จะโกรธมาก และยกเอาเรื่องดินแดนมาเป็นข้ออ้างทะเลาะกับไทยทันทีที่เดินหน้าทำเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมีกาสิNo เป็นหัวใจ นายภราดร บอกด้วยว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงต้องตกเป็นเหยื่อของการล่อซื้อ โดยพูดคุยกับนายฮุน เซน แบบไม่ระมัดระวัง เจรจาผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อแลกกับคะแนนนิยมของตัวเอง และยังไม่ทราบว่าคลิปเสียงที่หลุดออกมาเป็นเนื้อหาทั้งหมดหรือไม่ หรือมีการเจรจาเรื่องอื่น ๆ อีกหรือไม่ ถูกผู้นำเขมรแบล็คเมล์เรียกร้องเอาสิ่งที่ต้องการหรือไม่ และการถอยแบบไม่เป็นท่าของร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า เป็นการแบล็คเมล์ของนายฮุน เซน ที่จะปล่อยคลิปอีกหรือไม่ “ท่าทีต่อกาสิNo ของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจึงแตกต่างกัน ของภูมิใจไทยปฏิเสธกาสิNo เพราะฟังจากเสียงปฏิเสธของประชาชน ส่วนการถอยของเพื่อไทยเกิดจากการถูกขู่กรรโชกจากนายฮุน เซนหรือไม่ ผมบอกเพื่อไทยว่า ไม่ต้องเลื่อนวาระออกไปหรอก หากไม่เอาก็โหวตคว่ำไปเสีย ไม่ต้องมาคาราคาซังอยู่ในสภาแบบนี้ ส่วนพวกผมคว่ำแน่นอน” นายภราดรกล่าว พร้อมติดแฮทแท็ก #ประเทศไทยเดินทางมาถึงวันที่เราถูกเขมรข่มขู่แล้วหรือ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฮุนเซน#แพทองธาร#ทักษิณ#ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา#การเมืองไทย#ประเด็นชายแดน#วิกฤตชาติบ้านเมือง#ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัย#ปกป้องอธิปไตย#28มิถุนายน#กลุ่มรวมพลังปกป้องอธิปไตย
“น้ำมาเร็วกว่าคนช่วย” ผู้สูงอายุเสี่ยงอพยพไม่ทัน เรียบเรียงจากโพสต์ของ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เชียงรายกำลังเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน แต่สิ่งที่กำลังเสี่ยงถูกกลืนหายไปใต้คลื่นน้ำ ไม่ใช่แค่ถนน บ้าน หรือทรัพย์สิน — หากแต่คือ “ชีวิตผู้สูงอายุ” ที่ไม่สามารถหนีน้ำได้เอง ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน โพสต์ชวนคิดถึงเหตุน้ำท่วมเชียงราย แสดงความห่วงใยต่อผู้สูงอายุและพิการ พร้อมให้ข้อมูลว่าในทุกหมู่บ้านมีผู้สูงอายุ และประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ตามลำพัง เมื่อเกิดน้ำท่วมอย่างรวดเร็วจะเกิดสภาพ “น้ำมาเร็วกว่าคนช่วย” แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้สูงอายุเหล่านั้น นี่คือคำถามที่ต้องการคำตอบอย่างจริงจังจากระบบรัฐ แม้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอในการอพยพผู้สูงอายุออกจากพื้นที่อันตราย ต้องพึ่งการประสานงานผ่านจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือกองทัพ ทางรอดที่แท้จริงคือ “การทำงานเป็นทีม” และ “การมีข้อมูลเชิงพื้นที่แบบเรียลไทม์” รู้ว่าใครอยู่ที่ไหน น้ำท่วมถึงจุดใด และมีรถ-เรือที่เข้าถึงได้เร็วพอ พร้อมคนที่รู้หน้าที่ของตัวเอง ศ.ดร.กนก ย้ำว่า ถึงเวลาที่สำนักงบประมาณต้องลงทุนในระบบช่วยเหลือผู้สูงอายุยามภัยพิบัติ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนอย่างแท้จริง และทุกกระทรวงต้องบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ ครม.ใหม่โปรดทราบ — ปีหน้าภัยพิบัติจะรุนแรงกว่านี้อีก และคนที่อ่อนแอที่สุดในประเทศ กำลังรอความช่วยเหลือจากคุณอยู่ตั้งแต่วันนี้ ”ภาพเจ้าหน้าที่ที่ต้องหามผู้สูงอายุอย่างทุลักทุเลกลางน้ำที่เพิ่มสูงทุกนาที ควรเป็นภาพสุดท้ายที่สังคมไทยต้องเห็น“ ที่มา: โพสต์ของ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#น้ำท่วมเชียงราย#ภัยพิบัติ#ผู้สูงอายุ#พมและปภ#กนกวงษ์ตระหง่าน
การชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่นัดหมายชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มเปิดเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเปิดการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเวลา 10 นาฬิกาที่ผ่านมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จับจองพื้นที่สำหรับร่วมกิจกรรมชุมนุม โดยพร้อมใจกันถือธงชาติและป้ายข้อความ “รวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” เข้าสู่พื้นที่อย่างคึกคัก ทำให้ต้องปิดการจราจรไปโดยปริยาย ผู้ร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาวและสีดำ ติดริบบิ้นลายธงชาติไทย ขณะที่แกนนำเดินนำขบวนจัดระเบียบพื้นที่ มีการตั้งเต็นท์ จุดบริการน้ำดื่ม และมีพิธีบวงสรวง ก่อนเริ่มการปราศรัยใหญ่เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ขณะที่มวลชนกลุ่ม คปท.และกองทัพธรรมที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ก็เดินเท้าเข้าร่วมกับกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ เช่นเดียวกับมวลชนอีกหลายจังหวัดที่ทยอยเดินทางเข้าพื้นที่การชุมนุม การชุมนุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แสดงความรับผิดชอบในประเด็นอธิปไตย ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่วันนี้นางสาวแพทองธาร มีภารกิจลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงราย ก่อนช่วงบ่ายกลับมาที่กรุงเทพมหานคร #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ฮุนเซน#แพทองธาร#ทักษิณ#ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา#การเมืองไทย#ประเด็นชายแดน#วิกฤตชาติบ้านเมือง#ชุมนุมอนุสาวรีย์ชัย#ปกป้องอธิปไตย#28มิถุนายน#กลุ่มรวมพลังปกป้องอธิปไตย
“ระวังฮุน เซนทะลุซอยใช้กำลังปะทะ เพราะตอนนี้เทไปเกือบหมดหน้าตักแล้ว” — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ ฮุน เซน เปิดเกมรุกเต็มสูบ: ไลฟ์ยาว-บีบไทย-ควบคุมทั้งภายนอกภายใน แม้จะโปรยหัวแรงว่าจะเปิดแผนลับเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือพาดพิงสถาบันฯ แต่ไลฟ์ยาวสามชั่วโมงของ “ฮุน เซน” ยังไม่ระเบิดหมัดเด็ด แต่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร มองว่านี่คือการวางหมากลากยาว เพื่อปล่อยหมัดต่อเนื่องแบบซีรีส์ “ตอนนี้เขาเทหมดหน้าตักแล้ว ลงบัญชาการเองทุกเรื่อง ถ้าได้ก็ได้เลย ถ้าเสียก็เสียคนเดียว… ต่างประเทศอาจยอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำ แต่เขาคิดว่าคุ้มกับการสร้างความนิยมภายในประเทศ” ⸻ ทำไมฮุน เซน ต้องเสี่ยง? เพราะไทยยังไม่กล้าสวนกลับเชิงรุก เพราะกลัวว่า “ความลับที่กระทบผู้นำและระบบ” จะถูกเปิดเผย และเพราะ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียการควบคุม “ถ้าคนกัมพูชาเริ่มมองเห็นว่าเดือดร้อนเพราะฮุน เซน มันจะเกิดแรงตีกลับทางการเมือง เขาเลยต้องคุมเองทุกขั้น ห้ามผิดพลาด” ⸻ เดินมาสุดซอย แล้วจะทะลุยังไง? “ตอนนี้ไปหมดแล้ว—ศาลโลกก็ไปแล้ว สหประชาชาติก็ร้อง อาเซียนก็แจ้ง มหาอำนาจก็เจรจา เหลือแต่… ‘บัญชาการรบเอง’ นี่แหละ คือซอยสุดท้ายที่เขาจะทะลุ” ฮุน เซนเลือกกดดันเรื่องปิดด่าน ตัดความสัมพันธ์ทางการค้า ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อบีบไทย คำถามคือ เราพร้อมรับมือมากแค่ไหน? ⸻ แทรกแซง? ยั่วยุ? หรือจัดฉากเพื่อสื่อสารกับ “คนดู” ภายใน? “การไลฟ์ไม่ใช่แค่พูดถึงทักษิณ แต่ย้ำว่าทักษิณไม่ได้ป่วยจริง เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อศาลไทย…และมันได้ผลในเรื่องความคิดของสาธารณะ” ฮุน เซนใช้ไลฟ์เพื่อสื่อสารกับคนของเขา แต่ในเวลาเดียวกันก็ “ส่งซิก” มาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะการพูดถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างชัดเจน “เขามองการเมืองไทยละเอียด… สื่อสารถึงอนาคตของผู้นำ และใครคือคนที่เขาคิดว่าเป็นผู้นำที่ดี มากที่สุดในสายตาเขา” ⸻ ไทยต้องทำอะไร? ตอนนี้? “รัฐบาลต้องวางกองกำลังให้พร้อม กดดันแต่ไม่ปะทะ และต้องเปิดเผยโปร่งใส โดยเฉพาะข้อเจรจากับนานาชาติ เช่น ฝรั่งเศส เพราะตอนนี้เราเสียเปรียบในแง่ประสบการณ์และทักษะ” แม้ศาลโลกเราจะไม่รับเขตอำนาจ แต่เรายังต้อง ชี้แจงอย่างเป็นระบบต่อชาวโลก…
รัฐนาวาแบบนี้ไปไม่รอดหรอก…” — รศ.ดร.เจษฏ์ โทณวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ⸻ กติกาซักฟอกยังคลุมเครือ แต่ต้องชนให้สุดทาง รศ.ดร.เจษฏ์ เริ่มต้นด้วยการแยกแยะกติกาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 154 ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยตั้งข้อสังเกตว่า การตีความ “หนึ่งปี” อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ครั้งเดียวนั้นยังไม่มีคำตอบที่ชัด เพราะถ้าคิดตามตัวอักษรคือปีปฏิทิน หมายความว่าจะยื่นได้อีกครั้งคือมีนาคมปีหน้า แต่มีคนตีความว่าเป็นปีสมัยประชุม ซึ่งก็ไม่รู้ว่านับอย่างไร “จริง ๆ ผมก็ยังงง เพราะไม่เคยเห็นรัฐสภาที่ไหนในโลกมี ‘สมัยประชุมหนึ่งปี’ เลย” แต่ที่สำคัญกว่าคำจำกัดความทางกฎหมายคือ “ความกล้าหาญทางการเมือง” ที่ภูมิใจไทยต้องรวบรวมเสียงให้ได้ 99 เสียงเพื่อยื่นญัตติฯ ต่อประธานสภาฯ “ยื่นญัตติไปเลย ให้ครบเสียง แล้วให้ประธานสภาฯ เพื่อมีเหตุส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลก็ควรรับไว้ เพื่อให้ได้ข้อสรุป” ⸻ อธิปไตยคือของประชาชน ไม่ใช่แค่แผนที่ เมื่อถูกถามถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม “รวมพลังปกป้องอธิปไตย” รศ.ดร.เจษฏ์ ยืนยันว่าไม่ใช่การปั่นกระแสชาตินิยม หากแต่เป็นการแสดงพลังเพื่อปกป้องอธิปไตย “อธิปไตยไม่ได้หมายถึงแค่เขตแดน มันคือ ‘อำนาจของประชาชน’ ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 พระราชทานไว้… ผู้ใช้อำนาจแทนจะใช้อำนาจโดยสิทธิขาดไม่ฟังเสียงประชาชนไม่ได้” เขายืนยันว่าแม้จะมีข้อถกเถียงว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจ “เข้าทางศัตรูภายนอก” แต่ก็ไม่อาจใช้ข้ออ้างนั้นเพื่อปิดปากประชาชน “ศึกภายในกับศึกภายนอกมันคนละเรื่องกัน… จะเห็นต่างในบ้านได้ แต่เมื่อศึกภายนอกมา ยังไงเราต้องสู้ร่วมกัน” ⸻ เมื่อเสียงในหอคอยไม่พอ ต้องลงมาเหงื่อไหล รศ.ดร.เจษฏ์ เล่าว่าการตัดสินใจยืนแถวหน้ากับมวลชนในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของบทบาทนักเคลื่อนไหว หากแต่เป็น “วิถีที่อาจเกิดประโยชน์อีกแบบหนึ่ง” “นั่งอยู่บนหอคอยบอกให้คนนั้นทำอย่างนี้ คนนั้นทำอย่างนั้น… แต่ไม่เคยเสียเหงื่อเหมือนคนที่ทำงานจริง มันไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอก” เขาย้ำว่าไม่ใช่ทุกเรื่องจะพูดละมุนละม่อมได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอการใช้อำนาจโดยไม่ฟังเสียงประชาชน ⸻ “เราไม่ควรทนอีกต่อไป” เมื่อถามถึงจุดที่คนไทยไม่ควรอดทนอีกต่อไป รศ.ดร.เจษฏ์ ตอบตรง ๆ ว่า “เมื่ออธิปไตยของเราถูกย่ำยี เมื่อผู้แทนไม่เห็นหัวประชาชน… คิดแต่จะแย่งตำแหน่ง แย่งยศ ไม่คิดแก้ปัญหาจริง คนที่อ้างว่าจะแก้ให้เรากลับขาดความซื่อสัตย์สุจริต เราทนเรื่องแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว” ⸻ เมื่อรัฐนาวาไร้เข็มทิศ แล้ว “ชัยเกษม” จะเป็นคำตอบ?…
แถลงการณ์ดังกล่าวลงนามโดยนักวิชาการ 143 คนที่ร่วมลงนามถวายฎีกาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติบ้านเมือง เนื้อหาระบุว่าข้าพระพุทธเจ้า นักวิชาการ นักวิจัย และอาจารย์มหาวิทยาลัย ดังรายนาม แนบท้ายพบการกระทำอันเป็นการทรยศต่อชาติของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายหลายฉบับ ไม่สมควรที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกต่อไป โดยมีทั้งกรณีคลิปเสียงสนทนากับนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและผู้นำประเทศกัมพูชา ที่กล่าวถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นคนของฝั่งตรงข้าม และข้อความอีกหลายข้อความที่แสดงให้เห็นว่านางสาวแพทองธาร ยินยอมที่จะกระทำการให้ดังที่นายฮุนเซนประสงค์ นอกจากนนี้ยังละเลยต่อหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอีกหลายประการ ได้แก่ การนิ่งเฉยกรณีนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รับโทษจำคุก เลยแม้แต่วันเดียว กลับไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 เป็นเวลาถึงหกเดือน ทั้งที่ต้องรับโทษเป็น เวลา 1 ปีตามประกาศพระบรมราชโองการ ถูกครอบงำจากนายทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ต้องห้ามตาม รัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน แต่นโยบายของรัฐบาล และบริหารงานภาครัฐกลับเป็นไปตามที่นายทักษิณกำหนด จนคล้ายกับนางสาวแพทองธารเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น การกระทำของนางสาวแพทองธาร เข้าข่ายการกระทำอันเป็น การฝ่าฝืนต่อ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และตามประมวลกฎหมายอาญา ขาดไร้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ขาดไร้วุฒิภาวะและ สติปัญญาที่จะบริหารประเทศ ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียเกียรติภูมิและอาจสูญเสียอธิปไตย จึงไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกต่อไป “ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่ออาศัยพระราชปัญญาและพระราชบารมีทั้งในพระราชฐานะองค์พระมหากษัตริย์ องค์รัฎฐาธิปัตย์ และองค์จอมทัพไทย เพื่อพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ควรมิควรประการใดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม”
