Author: Writer Publisher

เป็นการเปิดเผยของนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ว่าหลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว ในวันที่ 9 กรกฏาคม จะพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งเดิมวาระแรกคือร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีการอนุญาตเปิดกาสิNo รวมอยู่ด้วย จากนั้นเป็นร่าง พ.ร.บ. สังคมสันติสุข และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวม 4 ร่าง โดยนางมนพร บอกรัฐบาลยังต้องใช้เวลาในร่างการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงนโยบายเปิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิNo เพียง 10% เท่านั้น นอกนั้นเป็นศูนย์แสดงสินค้า หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อความแข็งแรงของเศรษฐกิจในประเทศ รัฐบาลจึงสื่อสารไปยังนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล เห็นควรที่จะเลื่อน พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ฯ ออกไปก่อน โดยจะเลื่อนร่าง พ.ร.บ.สังคมสันติสุข และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้ามาเป็นเรื่องแรก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กาสิNO#พรรคภูมิใจไทย#รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ#ไม่เอากาสิNo#พรรคร่วมรัฐบาล#คัดค้านกาสิNo#มูลนิธิหยุดพนัน#อนุทินชาญวีรกูล#เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

Read More

เจ็บแบบไม่จบ เมื่อภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยก็อย่าหวังจะสงบสุข ภูมิใจไทยไม่ได้ถอนตัวจากรัฐบาลเพราะอุดมการณ์ไม่ตรง แต่เพราะไม่ได้เก้าอี้ที่ต้องการ — และเมื่อถอยออกมา พวกเขาก็ไม่ได้เงียบ ตรงกันข้าม — พวกเขา “เตะคืนกลางอากาศ” ในจังหวะที่บอลลอยมาพอดี คลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร กับ “ลุงฮุน” กลายเป็นจุดเปิดเกม และภูมิใจไทยก็กระหน่ำยิงทันที: ทั้งถอนตัว เรียกร้องความรับผิดชอบ และส่งไม้ต่อให้เครือข่าย ส.ว. เดินหน้าถอดถอนนายกรัฐมนตรีผ่านศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไทยก็ไม่ปล่อยให้สวนอยู่ข้างเดียว พรรคเพื่อไทยที่ถูกซัดเรื่องคลิปเสียง ตอบโต้ด้วยการบุก “จุดขายทางการเมือง” ของภูมิใจไทย: กัญชาเสรี สั่งลุยตรวจร้านกัญชาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศใหม่ ควบคุมการใช้กัญชา “เพื่อการแพทย์เท่านั้น” นี่ไม่ใช่การสวนแบบตั้งรับ — แต่คือการประกาศว่า “ถ้าจะเล่นแรง เราก็เล่นกลับได้” ปิดเกมเร็ว ซัดทันที แม้จะเพิ่งถอนตัวออกจากรัฐบาลได้ไม่ถึงสัปดาห์ แต่ภูมิใจไทยก็ประกาศแล้วว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ทันทีที่เปิดสมัยประชุม 3 กรกฎาคมนี้ นี่อาจกลายเป็น ฝ่ายค้านที่ทำงานเร็วที่สุดในปฐพี เพราะเพิ่งเป็นฝ่ายค้านปุ๊บ…ก็เตรียมอภิปรายปั๊บ ไม่ใช่เพื่อแค่ทวงถามความชอบธรรม แต่เพื่อส่งสัญญาณว่า — “เราออกก็จริง…แต่เราจะไม่จบ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พรรคร่วมรัฐบาล#รัฐบาลแพทองธาร#คลิปเสียงแพทองธาร#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#เปลี่ยนผู้นำไม่ใช่ยุบสภา#ฮุนเซน#คลิปเสียงร้อน#ถอดถอนนายกฯ#ภูมิใจไทย

Read More

กลุ่ม คปท.และกองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล บุกยื่นหนังสือเรียกร้องถึงหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลร่วมกัน โดยขอให้พิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หลังจากพบว่านางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งอีกแล้ว และเป็นการเรียกร้องภายใต้ระบบรัฐสภา เพื่อสรรหาตัวนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่แสวงหาอำนาจนอกระบบแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่ายังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถดำรงตำแหน่งนี้ได้ นายพิชิตบอกด้วยว่า ขณะนี้นางสาวแพทองธารอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพยายามใช้ทุกองคาพยพมาอุ้มนางสาวแพทองธารไว้ท่ามกลางปัญหาบ้านเมือง และชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้นจึงขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ที่เคยประกาศไว้สมัยเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ว่า อยากให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์รับฟังเสียงของประชาชน ครั้งนี้ก็เช่นกันขอให้นายเอกนัฏฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ขณะที่ เสธ.หิ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษานายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งออกมารับหนังสือแทนนายพีระพันธุ์บอกสั้นๆ ว่าจะเร่งนำหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าวเข้าพิจารณาในพรรคต่อไป ก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกไปยังบนถนน.ลาดพร้าว-รามคำแหง-พระราม 9 และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่สนใจออกมาร่วมกันชุมชนครั้งใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายน นี้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจะเริ่มตั้งเเต่เวลา 16.00 น. ถึง 21.00 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#รวมพลังแผ่นดิน#รักชาติปกป้องอธิปไตย#กองทัพธรรม#28มิถุนายนอนุสาวรีย์ชัย#คปท

Read More

“ลูกไม่เคยยกน้ำให้แม่!“ ”ศ.กนก“ สะท้อนเสียงจากไร่ข้าวโพด ยากจน–ครอบครัวล่มสลาย เป็นเรื่องเล่าจากนิคมพระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และได้พบกับ “เสียงร้อง” ที่สะเทือนใจยิ่งกว่าราคาผลผลิตตกต่ำ “เสียงร้องของความยากจนชัดจนสะเทือนใจ” เขาเล่าว่า ชาวไร่ในพื้นที่ต้องเผชิญกับภาวะราคาข้าวโพดตกต่ำ แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้น เงินที่เหลือหลังหักต้นทุน เหลือเพียง 800–1,000 บาทต่อไร่ ขณะที่ไร่ละ 30 ไร่ต่อครอบครัว ทำให้ทั้งปีมีรายได้เพียง 24,000–30,000 บาทเท่านั้น ในอดีต หากมีน้ำพอ ก็ยังพอปลูกได้ปีละ 2 รอบ แต่ปัจจุบันแล้งหนัก รอบเดียวก็แทบเอาตัวไม่รอด ปัญหานี้ไม่เพียงแค่เรื่องเงิน แต่ลามไปถึงโครงสร้างครอบครัวและสังคม ศ.ดร.กนก ถอดเสียงจากชาวบ้านว่า “คนแก่มาก เด็กมีน้อยลง แรงงานลดลง คนแก่ต้องพึ่งพาคนอื่น เพราะไม่มีรายได้… เบี้ยยังชีพก็ถูกลูกหลานแย่งไปซื้อยาเสพติด” ชาวไร่คนหนึ่งที่เป็นแม่ ยังระบายความอัดอั้นต่ออีกว่า ลูกไม่สนใจเรียนหนังสือ ติดโทรศัพท์ เล่นแต่โซเชียล ไม่ช่วยงาน ไม่พูดคุย ไม่เคยถามสารทุกข์สุขดิบของพ่อแม่ เมื่อ ศ.ดร.กนก ถามด้วยความห่วงใยว่า… “ลูกเคยยกน้ำมาให้แม่ดื่มบ้างไหม?” คำตอบที่ได้รับ คือเสียงสะท้อนอารมณ์จากความอัดอั้นที่เก็บไว้นาน “วันไหนที่ลูกยกน้ำมาให้แม่ดื่ม ปีนั้นฝนต้องไม่ตกและยังแล้งตลอดทั้งปีแน่นอน” ไม่ใช่แค่ข้าวโพดที่กำลังเหี่ยวเฉาในไร่ แต่คือ “ครอบครัวไทย” ที่กำลังเหือดแห้งในหัวใจ “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด คอยฟังเสียงร้องที่ดังกว่านี้ต่อไป” ศ.ดร.กนก ทิ้งท้ายให้คิดถึงความยากจนและภาวะล่มสลายของครอบครัวชาวไร่ข้าวโพด—ปัญหาที่ยังไม่มีใครเอื้อมมือเข้าไปแก้อย่างจริงจัง และนี่อาจเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในอีกหลายซอกหลืบของสังคมไทย คำถามคือ เราตั้งใจฟัง “เสียงร้อง” เหล่านั้นหรือยัง? — 📌 ต้นทางโพสต์: ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน #เสียงร้องของชาวไร่ข้าวโพด #ความล่มสลายของครอบครัว #กนกวงษ์ตระหง่าน

Read More

โดยร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จ่อเข้าสู่วาระแรกทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาฯ 9 กรกฎาคมนี้นั้น เป็นไปตามที่ สส.รัฐบาลในสมัยประชุมที่แล้วเร่งผลักดันให้นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาเป็นวาระแรก ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ปรากฎวันนี้เมื่อเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ และไม่มั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาล และ สส.รัฐบาลบางคนจะสนับสนุนเต็มที่หรือไม่ จึงต้องจับตาว่ายังจะเสี่ยงโหวตกฎหมายสำคัญนี้ เพราะหากถูกคว่ำกลางสภาฯ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก หรือยุบสภา เมื่อสำรวจเสียงในสภาฯ นอกจากพรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทยที่ล่าสุดประกาศไม่โหวตหนุนกฎหมายฉบับนี้แล้ว ยังมีท่าทีที่ไม่ชัดเจนของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาชาติ รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนาอีกด้วย โดยเฉพาะร่างกฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้เปิดกาสิNo รวมอยู่ด้วย ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันเดินหน้าตามแผนเดิม ที่จะผลักดันร่างกฎหมายที่คาอยู่ในวาระแรกของสมัยประชุมนี้ ไม่หวั่นเสียงฝ่ายค้านที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากการถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย เพราะมั่นใจเสียงของรัฐบาลในสภาฯที่มีอยู่ ดังนั้นเรื่องจำนวนเสียง ไม่ส่งผลต่อทิศทางการขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงกฎหมายสำคัญของรัฐบาล ส่วนจะจัดลำดับวาระอย่างไรเป็นหน้าที่ของสภาฯ พิจารณา #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กาสิNO#พรรคประชาชน#รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ#ไม่เอากาสิNo#พรรคร่วมรัฐบาล#คัดค้านกาสิNo#มูลนิธิหยุดพนัน

Read More

สาแหรกทักษิณ: “ชิน” กับอำนาจ เมื่อโครงสร้างรัฐถูกโอบล้อมด้วยสายเลือดเดียวกัน ในขณะที่ประชาชนกำลังตั้งคำถามถึงคุณภาพของการศึกษาไทย และบทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ กลับมีอีกหนึ่งคำถามที่แหลมคมและลึกกว่า คือ… ทำไมคนที่จะก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ รมว.ศึกษาฯ ในรัฐบาลแพทองธาร ถึงเป็น “หลานชาย” ของนายทักษิณ ชินวัตร? ⸻ 👥 อำนาจในมือเครือญาติ กรณีที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของทักษิณ กำลังจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี หากย้อนดูเส้นทางการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าอำนาจรัฐในตำแหน่งระดับ “นายกรัฐมนตรี” และ “รัฐมนตรี” กระจุกอยู่ในเครือญาติเดียวกันอย่างต่อเนื่อง: ————— เมื่อโครงสร้างรัฐถูกโอบล้อมด้วยสายเลือดเดียวกัน ในรอบ 24 ปีที่ผ่านมา อำนาจรัฐระดับสูงสุดของไทยเคลื่อนที่วนเวียนอยู่ในครอบครัวเดียว — ครอบครัว “ชินวัตร–วงศ์สวัสดิ์” โดยมีบุคคลสำคัญดังนี้: 1. ทักษิณ ชินวัตร – อดีตนายกรัฐมนตรี (ปี 2544–2549) 2. สมชาย วงศ์สวัสดิ์ – อดีตนายกรัฐมนตรี (ปี 2551) เป็นน้องเขยของทักษิณ 3. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร – อดีตนายกรัฐมนตรี (ปี 2554–2557) เป็นน้องสาวของทักษิณ 4. แพทองธาร ชินวัตร – นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน (เริ่มปี 2567) เป็นลูกสาวของทักษิณ 5. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ – (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2568 เป็นลูกชายของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (เจ๊แดง) น้องสาวทักษิณ และเป็นหลานชายสายตรงทักษิณ ——— การเมืองไทยติดอยู่ใน “วงจรสายเลือด” หรือไม่? คำถามไม่ได้อยู่แค่คนในครอบครัวนี้มีความสามารถหรือไม่ —…

Read More

เป็นมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบใช้มาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีหนุนพลังงานทดแทน จูงใจผู้ประกอบการและภาคครัวเรือนลงทุนลดภาระค่าไฟ ติดตั้ง Solar rooftop โดยมติดังกล่าวมี 2 แนวทางหลักคือ 1. การส่งเสริมการลงทุนและการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานด้วยมาตรการทางภาษี และ 2.การส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัยด้วยมาตรการทางภาษี หักลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เข้าสู่การประชุมของคณะรัฐมนตรีภายใน 1-2 สัปดาห์หน้าด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกตั้งแต่ปี 2566 ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงพยายามบริหารจัดการตรึงราคาค่าไฟมาตลอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระเดือดร้อนแก่ประชาชน และจำเป็นต้องเร่งมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดการนำเข้าพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งพบว่าการใช้กลไกสิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ลดค่าไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ลดนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของไทย สำหรับการพัฒนาเครื่อง Inverter ของคนไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการติดตั้งระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงาน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โซลาร์ราคาถูกสำหรับคนไทยนั้น ปัจจุบันเครื่องต้นแบบได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมการต่าง ๆ สู่ขั้นตอนการผลิตเพื่อนำออกจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาถูกเร็ว ๆ นี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค#NetMeteringNow#พลังงานเพื่อทุกคน#พลังงานหมุนเวียน#ค่าไฟเป็นธรรม#โซลาร์บนหลังคา#Solarrooftop

Read More

ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งเดือนนับจากวันที่ ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 22 พ.ค.68 ให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวนกว่า 10,028 ล้านบาท แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าใดจากภาครัฐในเรื่อง “การดำเนินการให้เกิดการชดใช้จริง” คำถามที่ตามมาคือ—เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการติดตามบังคับคดีหลังศาลตัดสินแล้ว? ที่ไม่คืบหน้าเพราะ “ยิ่งลักษณ์” คือ “อาสาว” ของนายกฯ ใช่หรือไม่? ⸻ ⚖️ คำวินิจฉัยศาล: ยกเลิกคำสั่งเดิม แต่ยังมีความรับผิดใหม่ ย้อนกลับไปวันที่มีคำวินิจฉัย ศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่เคยสั่งให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวทั้งระบบ (มูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท) โดยศาลชี้ชัดว่า ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้เฉพาะในส่วน “การระบายข้าวจีทูจี” ซึ่งมีความเสียหายกว่า 20,000 ล้านบาท โดยให้รับผิดชอบ 50% หรือเท่ากับ 10,028 ล้านบาท สาเหตุที่ให้รับผิด เพราะแม้จะได้รับคำเตือนจาก ป.ป.ช. และ สตง. ว่าอาจมีการทุจริตในขั้นตอนระบายข้าว แต่ “น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อระงับยับยั้ง” ถือเป็น การละเลยต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ⸻ ❓ คำถามจากสังคม: จะปล่อยผ่านอีกหรือไม่? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คดีทุจริตขนาดใหญ่ถูก ยื้อในทางปฏิบัติ แม้มีคำวินิจฉัยทางกฎหมายแน่ชัด และเมื่อผู้ที่ต้องรับผิดเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังมีอิทธิพลทางการเมือง ที่สำคัญมีหลานสาวเป็นนายกฯ ซึ่งในวันศาลฯ มีคำสั่งยังแชร์โพสต์เพื่อไทยลงในไอจีส่วนตัวในทำนองไม่ยอมรับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดว่า “22 พฤษภา ถูกปล้นความยุติธรรม ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า” การดำเนินการที่ล่าช้า แม้มีคำพิพากษาศาลรองรับแล้ว ไม่ใช่แค่การละเลย แต่กำลังบั่นทอนหลักนิติธรรมในสายตาประชาชน ซึ่งแทบไม่หลงเหลืออยู่แล้ว เพราะไม่ใช่แค่ “ยิ่งลักษณ์” กำลังมีอภิสิทธิ์เหนือคำพิพากษา แม้แต่ทักษิณ ผู้เป็นบิดานายกฯ ก็ยังถูกข้อครหาโกงโทษ 1 ปีจากการอ้างอาการป่วยรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ซึ่งยังอยู่ระหว่างศาลฎีกาฯ ไต่สวนด้วยเช่นกัน ⸻ 📌 ประเด็นที่ควรจับตา • กระทรวงการคลังจะดำเนินการออกคำสั่งใหม่ให้ชดใช้หรือไม่? และเมื่อไร? • ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ที่ยังมีอยู่ในไทย…

Read More

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มรวมพลังเพื่อแผ่นดิน เผยยอดเปิดรับบริจาคเข้าบัญชีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อนำเงินไปมอบให้ กลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย โดยระบุ พลังจากพี่น้องประชาชนหลั่งไหลมาสนับสนุนการชุมนุม 28 มิถุนายน และเพื่อนำรายได้ส่วนที่เหลือสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 โดยนายปานเทพระบุ 1 วันกับอีก 15 ชั่วโมงผ่านไปเวลา 7.25 น. ตั้งแต่เช้าของวันนี้มีผู้โอนเงิน 640 รายการรวมเป็นงิน 15,893,731.97บาท เข้าบัญชีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 008-109529-9 เพื่อให้มูลนิธินำเงินไปมอบให้ “กลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่จะจัดกิกรรมชุมนุมสาธารณะเพื่อให้ความรู้และแสดงความรักชาติปกป้องอธิปไตยไทย ในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรม การชุมนุมสาธารณะของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เพื่อให้ความรู้ประชาชนและปลุกจิตสำนึกของความรักชาติ ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้น สามารถโอนเงินมาที่บัญชี มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 008-109529-9 โดยมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินให้เพิ่มชื่อผู้ที่เบิกจ่ายบัญชีนี้ 2 ใน 3 คน คือ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, อ.แก้วสรร อติโพธิ และ ทนายนิติธร ล้ำเหลือ โดยเปิดรับถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เท่านั้น และจะปิดเคลียร์บัญชีในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 โดยจะแจ้งเปิดเผยรายรับและรายจ่ายทั้งหมด โดยขณะเริ่มต้นบัญชีนี้มีเงินอยู่เพียง 0 บาท และเมื่อจบโครงการนี้แล้ว หากมีเงินคงเหลือจะนำไปบริจาคหรือซื้อสิ่งของสนับสนุนการทำงานของกองทัพภาคที่ 2 ทั้งหมด สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม คปท.และกองทัพธรรม วันนี้จะมีกิจกรรมโหมโรงก่อนชุมนุมใหญ่วันที่ 28 มิถุนายน โดยจะรณรงค์รอบกรุงเทพฯ และจะเดินทางไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อขอให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจน ส่วนวันที่ 26 มิ.ย.นี้ จะรณรงค์ทำกิจกรรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ศาลากลาง ในการร่วมกันร้องเพลงชาติ เวลา 18:00 น. เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเป็นฝ่ายประเทศไทย และในวันที่ 27 มิ.ย. จะเป็นวันที่มวลชนเดินทางมาสมทบกันที่เวทีการชุมนุม…

Read More

นายกฯ อาจถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นตำแหน่ง แต่ไม่มีผลต่อการป้องกันประเทศเพราะมีกองทัพทำหน้าที่อยู่แล้ว ”—รศ.ดร. ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา-อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ——— ตาต่อตา ฟันต่อฟัน: ไทยตีตื้นหลังถูกแบล็กเมล์ จากคลิปเสียง “หลานอิ๊งค์–ลุงฮุน” สู่ฉากการเมืองระหว่างประเทศที่เปลี่ยนทำให้พฤติกรรมผู้นำไทยเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากยอมอ่อนข้อเกรงใจตลอด มาเป็นเนื้อเดียวกับกองทัพ เป็นเกมเอาคืนจากตระกูลชินถึงตระกูลฮุน ซึ่งรศ.ดร. ดุลยภาค ปรีชารัชช วิเคราะห์ว่า ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาในเวลานี้เข้าสู่ “ยุคตาต่อตา ฟันต่อฟัน” อย่างเต็มรูปแบบ “ก่อนหน้านี้ ไทยเดินเกมอ่อน ปล่อยให้ตระกูลฮุนใช้เฟซบุ๊กข่มขู่โดยไม่โต้ตอบ แต่คลิปเสียงที่หลุดออกมาบีบให้รัฐบาลแพทองธารพลิกเกมมาใช้แนวรุก เอาคืนกลับ โดยมีท่าทีร่วมมือกับกองทัพเข้มข้นขึ้นชัดเจน ทำให้สถานการณ์ไทยตีตื้นขึ้นจากที่เคยเพลี่ยงพล้ำ” ——— นายกฯ เสี่ยงหลุด–แต่ระบบความมั่นคงไม่สะดุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทุกทิศ ทั้งภายในพรรคร่วม รัฐสภา และคลื่นประชาชน อาจารย์ดุลยภาคประเมินว่า ตัวนายกรัฐมนตรีมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” หรือถึงขั้น “พ้นตำแหน่ง” เพราะเสียงในคลิปเป็นของจริง และเจ้าตัวก็ยอมรับ “แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนนายกฯ หรือปรับ ครม. ระบบป้องกันประเทศที่กองทัพดูแลจะยังเดินหน้าต่อได้โดยไม่มีสุญญากาศ เพราะกองทัพคือฟันเฟืองหลักในเรื่องชายแดนและความมั่นคงมาตลอดอยู่แล้ว” เขาเสริมว่ากัมพูชารู้ดีว่าจุดแข็งของไทยอยู่ที่ไหน จึงพยายามโจมตีกองทัพไทยตลอดเวลา ทั้งในเชิงวาทกรรมและการสร้างเงื่อนไขในพื้นที่พิพาท ———- แรงต้านจาก “ระบอบฮุน” กำลังเริ่มในกัมพูชา สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่การตอบโต้จากไทยเท่านั้น แต่อาจารย์ดุลยภาคชี้ว่ากัมพูชาเองก็กำลังเผชิญ “บูมเมอแรง” จากภายใน “หลังมีการปิดด่าน ชาวกัมพูชาหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ วิถีชีวิตไม่สุขสบายเหมือนเดิม บางพื้นที่คล้ายย้อนกลับไปยุคสงครามกลางเมือง คำพูดของฮุน มาเนต ที่บอกว่าคนกัมพูชาใช้ตะเกียงได้ ยิ่งไปกระตุ้นความไม่พอใจ เพราะคนเขาไม่ต้องการย้อนยุคไปใช้ชีวิตที่มีความทุกข์แบบนั้นอีกแล้ว” เขามองว่า กระแสไม่พอใจในหมู่ประชาชนกัมพูชากำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจย้อนกลับไปสั่นคลอนอำนาจของ “ตระกูลฮุน” ได้ในระยะยาว “ตระกูลชินเริ่มเอาคืนตระกูลฮุนจากปัญหาคลิปหลุด ผู้นำกัมพูชาเสี่ยงเจอบูมเมอแรงย้อนกลับจากความไม่พอใจของประชาชน ที่บางพื้นที่อยู่ในสภาพเหมือนสงครามกลางเมืองในอดีต” ——— ไทยต้องไม่ประมาท พร้อมเปิดฉากทูตเชิงรุก แม้จะเริ่มตีตื้นขึ้นในเชิงสื่อและจิตวิทยามวลชน แต่ไทยยังไม่อาจวางใจ อาจารย์ดุลยภาคเตือนว่า เราต้องหาพันธมิตรในเวทีระหว่างประเทศเพื่อเตรียมรับมือ หากกัมพูชาเดินเกมถึงศาลโลกอีกครั้ง “ต้องใช้เรื่องแสกมเมอร์ในกัมพูชาซึ่งเชื่อมโยงกับตระกูลฮุน เป็นประตูในการสร้างแนวร่วมระหว่างประเทศ และโจมตีความน่าเชื่อถือของกัมพูชาในฐานะประเทศศูนย์กลางปราบอาชญากรรมข้ามชาติ นี่คือสะพานที่เราควรใช้เชื่อมพันธมิตร” ——— ด่านถูกปิด–แต่ประตูเจรจาอาจยังเปิด หากแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจนประชาชนกัมพูชาเริ่มตั้งคำถามต่อรัฐบาลตัวเอง…

Read More