- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วันนี้เน้นปฏิบัติหน้าที่พุ่งตรงไปที่ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีสามี และลูกๆ มาที่ทำเนียบรัฐบาลให้กำลังใจ หลังเผชิญมรสุมทางการเมืองจากคลิปเสียงหารือกับสมเด็จฮุนเซน โดยช่วงเช้านายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมกับ 7 ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย ตามแผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” ย้ำเตรียมพร้อมรับมือทุกมิติ ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เน้นตรวจสอบหลุมหลบภัย แผนเผชิญเหตุ มาตรการรักษาความปลอดภัย เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ การรับมือข่าวปลอม ด้วยการสั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตาม ตรวจสอบ แก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ผิด และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันที ยืนยันว่ารัฐบาลยังยึดมั่นในหลักการสันติวิธี แต่หากเกิดสุดวิสัย ก็ต้องรักษาความปลอดภัยให้กับทหารแนวหน้าและประชาชน นายกฯ แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกหน่วยงาน ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มแข็ง รัฐบาลพร้อมสนับสนุนในทุกมิติ ขอให้ทุกกระทรวงยึดเป้าหมายสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน จากนั้น เวลา 11.30 น. นายกฯ ลงพื้นที่ไปยังฐานปฏิบัติการมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อรับรายงานสถานการณ์ชายแดนของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมพบปะให้กำลังใจกำลังพลของกองกำลังสุรนารี และติดตามความคืบหน้าด้านการปฏิบัติงานในภารกิจสำคัญต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แม่ทัพภาคที่2#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#กัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธาร#คลิปหลุด#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#คลิปหลุดฮุนเซน#อธิปไตยของไทยไม่ใช่ของใครคนเดียว#คลิปหลุดไม่เท่ากับความรับผิดชอบที่หายไป
หลังกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติ 19 ต่อ 7 ร่วมรัฐบาลต่อ ท่ามกลางกระแสการต่อรองเก้าอี้ รมช.มหาดไทยให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคฯ ขยับจาก รมช.สาธารณสุข โดยมีกรรมการบริหารพรรค 7 คนที่เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ควรถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย น.ต. สุธรรม ระหงษ์ โดยเจ้าตัวแสดงตนชัดเจนพร้อมยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ส่วนกรรมการบริหารพรรคอื่นอีก 6 คน ประกอบด้วย นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์, นายประกอบ รัตนพันธุ์ ,นายชนินทร์ รุ่งแสง, นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท, นายอภิชาติ ศักดิเศรษฐ์ และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รายงานข่าวแจ้งว่า ในระหว่างการอภิปรายนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ แสดงความเห็นให้พรรคถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่เมื่อลงมติจริงกลับไปสนับสนุนฝั่งที่ให้ร่วมรัฐบาลต่อไป โดยมีกระแสว่าจะได้รับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี ขณะที่กรรมการบริหารพรรคคนอื่นที่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลแบ่งความคิดเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่ง มองคลิปหลุดเป็นเรื่องระหว่างลุงหลาน และเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศชาติที่ฮุน เซน กับทักษิณแตกกันแล้ว อีกส่วนหนึ่งมองในมุมประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่พื้นที่ภาคใต้ต้องต่อสู้อย่างเข้มข้นกับพรรคภูมิใจไทย จึงไม่ควรแยกตัวไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะจะทำให้ทำงานในพื้นที่ได้ยากกว่าการเป็นรัฐบาล #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ประชาธิปัตย์#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#คลิปเสียงแพทองธาร#คลิปหลุด#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#คลิปหลุดฮุนเซน#ถอนตัวร่วมรัฐบาล#คลิปหลุดไม่เท่ากับความรับผิดชอบที่หายไป
เป็นแถลงการณ์คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ หลังการประชุมเมื่อเย็นวานนี้ โดยมีความเห็นเป็นฉันทามติร่วมกัน สาระสำคัญคือยืนยันดำรงสถานะพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศที่เผชิญอยู่ได้รับการคลี่คลายอย่างต่อเนื่องต่อไป พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนบทบาท และท่าทีต่อปัญหาความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาอย่างจริงจัง โดยจะต้องแสดงออกให้เป็นที่ประจักษ์เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังเสนอให้ รัฐบาลต้องใส่ใจ ยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย พร้อมเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจของคนในชาติ สามารถฟันฝ่าทุกปัญหาอุปสรรคนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปได้ และสุดท้ายยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ไม่สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ ที่นอกเหนือกติกาประชาธิปไตย และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
“ขออภัยที่ทำให้ไม่สบายใจ” ไม่ใช่ “ขออภัยที่พูดผิด” และยิ่งไม่ใช่ “ขออภัยที่ทำลายความเชื่อมั่นของชาติ” วันที่ 19 มิถุนายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย ออกมาแถลงขอโทษประชาชนหลังคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ในคลิปนั้น มีถ้อยคำที่เสียดแทงจิตใจคนไทยหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการพาดพิง “แม่ทัพภาคที่ 2” ว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม “พูดไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ” หรือประโยคที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนข้อทางการทูตว่า “ลุงขออะไรก็จัดให้” การแถลงขอโทษจึงถูกจับตาอย่างหนักว่าจะเป็นการยอมรับความผิดหรือเพียงแค่ “วางหมากใหม่ทางการเมือง” ⸻ 🟥 ไม่ขอโทษในสิ่งที่พูด…แต่ขอโทษเพราะถูกเปิดเผย สิ่งที่ประชาชนได้ยินจากปากแพทองธาร คือคำว่า: “ขออภัยที่คลิปหลุด ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ” “ไม่รู้ว่ามีการอัดเสียง” “สิ่งที่พูดเป็นเทคนิคการเจรจา” นี่คือรูปแบบของ “คำขอโทษแบบไม่ขอโทษจริง” (non-apology apology) ที่ไม่เคยเอ่ยคำว่า “สำนึกผิด” หรือ “ยอมรับว่าทำไม่เหมาะสม” เลยสักครั้ง ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ “คลิปหลุด” แต่คือคำพูดในคลิป ที่ถูกพูดด้วยความสมัครใจ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในบริบทระหว่างประเทศ และเกี่ยวข้องกับ “อธิปไตยไทย” ที่ทำให้ชาติเสียเกียรติภูมิ ⸻ 🟨 เปลี่ยนเรื่องส่วนตัวให้กลายเป็นปัญหาของชาติ ที่น่ากังวลยิ่งกว่า คือการที่แพทองธาร ใช้คำพูดว่า: “วันนี้ไม่มีเวลาทะเลาะกันเอง…เราต้องร่วมกันปกป้องอธิปไตย” แทนที่จะยอมรับว่าปัญหานี้เกิดจากตัวเอง กลับยกระดับเป็น “ภารกิจรวมพลังชาติ” ราวกับว่าใครตั้งคำถาม = ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอ นี่คือการเบี่ยงเบนความรับผิดชอบ จาก “ผู้นำที่พูดพลาด” → “ปิดปากคนเรียกร้องความรับผิดชอบ” เป็นตรรกะที่บิดเบี้ยวและอันตราย เพราะทำให้ความผิดของผู้นำ กลายเป็นภาระของทั้งประเทศโดยปริยาย ⸻ 🟩 ความสามัคคีที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปาก “รัฐบาลกับกองทัพเป็นหนึ่งเดียวกัน ขอให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียวกับเราด้วย” คำพูดนี้ฟังผิวเผินเหมือนปลุกใจ แต่ในบริบทหลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก มันคือการขีดเส้นว่า “ใครไม่ยืนข้างฉัน = ไม่รักชาติ” และนั่นไม่ใช่ความสามัคคี แต่มันคือเครื่องมือปิดปากคนเห็นต่าง ในขณะที่ผู้นำยังไม่เคยยอมรับผิด ⸻ คำขอโทษกับราคาที่ประเทศต้องจ่าย คำขอโทษครั้งนี้ จึงไม่ได้ช่วยคลี่คลายวิกฤตศรัทธา แต่กลับสะท้อนวุฒิภาวะของผู้นำที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญกับผลของคำพูดตนเอง ในประเทศที่นักการเมืองมีความรับผิดชอบ แค่พูดพลาดเรื่องข้าวฟรี ยังต้องลาออก แต่ในไทย…พูดพลาดเรื่องอธิปไตย ยังนั่งเก้าอี้ต่อ และอ้างว่า…
เป็นคำประกาศของกลุ่ม “รวมพลังแผ่นดิน” ที่นัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 16:00 น. ถึง 23:00 น. ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ เพื่อแสดงพลังและยืนยันจุดยืนต่อ สถานการณ์ที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประพฤติขัดต่อจริยธรรมและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ของชาติ จากกรณีคลิปเสียงฮุน เซนและปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินอันนำมาสู่วิกฤติในอนาคตซึ่งมิอาจยอมได้ คำประกาศดังกล่าวเป็นการรวมกลุ่มกันใหม่ของบรรดาบิ๊กเนมนักเคลื่อนไหวทั้งอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่ม กปปส. กลุ่ม นปช. อดีต สว. นักวิชาการ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนักเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีชื่อเสียงและเคยเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาตลอด โดยวันนี้รวมตัวกันแถลงข่าวใหญ่ในนามกลุ่ม รวมพลังแผ่นดิน ’ ประกาศภารกิจกดดันให้นางสาวแพทองธารลาออก เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว และให้การชุมนุมวันนั้นมีประชาชนรวมพลังมากกว่าที่กัมพูชา ทั้งนี้นายจตุพร พรหมพันธ์ ตัวแทนกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน อดีตแกนนำ นปช.เปิดเผยว่า เวทีปราศรัยจะมีทั้งนักกิจกรรมรุ่นใหม่ แกนนำภาคประชาสังคม และอดีตนักการเมือง รวมถึงการแสดงเชิงสัญลักษณ์และกิจกรรมทางศิลปะเพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลและสังคมในวงกว้าง มีการกล่าวว่า “การรวมตัวของมวลชนในประเทศกัมพูชาที่ผ่านมามีประมาณ 150,000 อยากให้ประชาชนประเทศไทยมาร่วมกันในวันเสาร์ที่มากกว่านั้น” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แม่ทัพภาคที่2#แพทองธารชินวัตร#รัฐบาลแพทองธาร#ชายแดนไทยกัมพูชา#ฮุนเซน#กัมพูชา#คลิปเสียงแพทองธาร#คลิปหลุด#เกมการเมือง#มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์#คลิปหลุดฮุนเซน#อธิปไตยของไทยไม่ใช่ของใครคนเดียว#คลิปหลุดไม่เท่ากับความรับผิดชอบที่หายไป
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เรื่องนี้หลังติดตามลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา กับท่าทีหลังกรณีคลิปเสียงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งสุดท้ายมีลักษณะคลุมเครือ ต้องตีความ มีเล่ห์เหลี่ยม มีเงื่อนไข หมกเม็ด สร้างความอึมครึม ที่จะต้องตีความกัน 1.พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค นำมติพรรคไปแจ้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระแสข่าวบอกให้ลาออก และสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนเป็นแทน ไม่อยากถอนตัวในทันที เพราะเกรงว่านางสาวแพทองธาจจะยุบสภา เมื่อเลือกตั้งใหม่พรรคประชาชน จะชนะแบบถล่มทลายมากกว่าการเลือกตั้ง ปี 2566 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยม ยังกลัวยังเอาผีส้มมาเป็นข้ออ้างทางการเมืองไม่จบสิ้น ทั้งที่พรรคการเมืองต้องแข่งขันกันแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ 2.พรรคประชาธิปัตย์ อืมครึ้มมาโดยตลอด ในที่สุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค มีมติไปต่อกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะนายเดชอิศม์ เป็นคนสนิทหรือสายตรงกับคุณทักษิณ และการตัดสินใจไปต่อ ก็ไม่มีอะไรจะเสียอีก เพราะเสียจนไม่เหลืออะไรจะเสีย มาตั้งแต่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับนางสาวแพทองธาร 3.พรรคชาติไทยพัฒนา ค่อนข้างชัดที่สุดเป็นพรรคแรก คือการร่วมรัฐบาลต่อ และสนับสนุนนางสาวแพทองธาร และจะไปคุยรายละเอียดเกี่ยวกับกระแสความมั่นคงของชาติ ซึ่งสวนทางกับการโพสต์ของนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา ที่ทำให้เชื่อว่าน่าจะถอนตัว แต่ในที่สุดมติพรรคให้ร่วมรัฐบาลต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึง DNA ที่แท้จริงของพรรคชาติไทยพัฒนาในอดีต คือฉายา พรรคปลาไหลใส่สเก็ต การตัดสินใจแบบคลุมเครือ แบบแทงกั๊ก แบบต้องตีความ แบบมีเงื่อนไข ก็น่าจะมาจากสิ่งล่อใจ เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนตัวตำแหน่งรัฐมนตรีว่าง 8-9 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยสามารถจัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม ให้แต่ละพรรคได้บำเหน็จกันไป 1-2 เก้าอี้ ซึ่งโอกาสดีๆ แบบนี้ได้ยาก จะเป็นนานแค่ไหน ก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้เป็นรัฐมนตรีไว้ก่อน เพราะการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ต้องใช้เงินซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร ที่ผ่านมาใช้เงินพรรคละพันล้านถึงหมื่นล้าน ยังถอนทุนกันไม่เสร็จ และยังไม่สามารถสะสมทุนไปเลือกตั้งใหม่ได้ “จึงจำเป็นต้องถูลู่ถูกัง กอดคอกันเป็นรัฐบาลต่อไป อย่างน้อยก็หวังไปตายดาบหน้า ก็ยังดีกว่าตายในตอนนี้เลย” #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พรรคร่วมรัฐบาล #แพทองธารชินวัตร #รัฐบาลแพทองธาร #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฮุนเซน #กัมพูชา #คลิปเสียงแพทองธาร #คลิปหลุด #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #คลิปหลุดฮุนเซน #อธิปไตยของไทยไม่ใช่ของใครคนเดียว #คลิปหลุดไม่เท่ากับความรับผิดชอบที่หายไป
เพจ CSI LA นำรายงานข่าวจากสำนักข่าว สำนักข่าว Al Jazeera ที่เปิดคลิปเสียงหลุดอ้างเป็นเสียงของสมเด็จฮุนเซน ที่กำลังสั่งการ “นายฮวด” ดำเนินการไล่ล่าผู้เห็นต่างกับรัฐบาลกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยระบุว่า สำนักข่าว Al Jazeera แฉคลิปเสียงหลุด!ฮุนเซน สั่ง “นายฮวด” ไล่ล่าคนเห็นต่างในไทย — ไม่สนว่าจับได้จะ “เป็นหรือตาย”!นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในกัมพูชา —แต่คือคำสั่งจากผู้นำต่างชาติ ที่ล้ำเส้นเข้ามายัง “แผ่นดินไทย”!ในคลิปเสียงดังกล่าว ฮุนเซนได้สั่งตรงถึง “นายเคลียง ฮวด”ให้ดำเนินการ “ตามล่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์ตน แม้จะอยู่ในประเทศไทย”พร้อมกำชับชัดเจนว่า“ไม่ต้องสนใจว่าจับมาได้จะ ‘เป็นหรือตาย’” ในคลิปที่ CSI LA นำมาแปลเป็นภาษาไทย เนื้อหาระบุว่า “ส่งข้อความนี้ไปให้คนของเราในประเทศไทย ที่ทำงานกับตำรวจไทย จัดการไอ้พวกที่ต่อต้านเราในประเทศไทย เอาตัวกลับมากัมพูชาให้ได้ไม่ว่าเป็นหรือตาย” ทั้งนี้ นายเคลียง ฮวด ถูกระบุว่าเป็นรองผู้ว่าฯ กรุงพนมเปญ และหนึ่งลูกน้องเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่านาย ลิม คิมยา ในประเทศไทย แต่เขาปฏิเสธว่าไม่รู้จัก และไม่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารในประเทศไทย สำนักข่าว Al Jazeera ยังรายงานว่านายฮวดยังใกล้ชิดกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเพื่อนสนิทสมเด็จฮุนเซน และเป็นคนกลางแปลภาษาในคลิปเสียงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สนทนากับสมเด็จฮุนเซน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 นายลิม คิมยา สัญชาติฝรั่งเศส-กัมพูชา อดีต สส.ฝ่ายค้านในกัมพูชา และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามสมเด็จฮุนเซน ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จากการไล่กล้องวงจรปิดพบผู้ชี้เป้าเข้าประเทศไทยพร้อมกับนายลิม และเดินทางออกนอกประเทศทันทีที่การลอบสังหารสำเร็จ ขณะที่ตำรวจสามารถจับกุม มือยิงคือจ่าเอ็ม เอกลักษณ์ แพน้อย ภายหลังหลบหนีไปอยู่ในจังหวัดพระตะบอง กัมพูชา #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #แพทองธารชินวัตร #รัฐบาลแพทองธาร #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฮุนเซน #กัมพูชา #คลิปเสียงแพทองธาร #คลิปหลุด #เกมการเมือง #aljazeera #คลิปหลุด #คลิปหลุดฮุนเซน
จุดเริ่มต้นอาจมาจากความรักของพ่อ แต่จุดจบ…กลับเป็นราคาที่ลูกต้องจ่าย” ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีเพียงสองครั้งที่ประเทศนี้มีนายกรัฐมนตรีหญิง และทั้งสองครั้งนั้น ต่างก็เป็นคนในตระกูล ชินวัตร ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และแพทองธาร ชินวัตร คือหุ่นเชิดที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศด้วยแรงสนับสนุนจาก “ทักษิณ” แต่เมื่อดูจากปลายทางอำนาจของนายกฯ หญิงทั้งคู่ กลับมีชะตากรรมที่คล้ายกันอย่างน่าขนลุก ⸻ “อาปู” ที่ต้องหนีคุก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ในปี 2554 จากการถูกวางตัวโดยพรรคเพื่อไทย ในฐานะ “นอมินีของพี่ชาย” แม้เธอจะพยายามสร้างภาพของผู้นำหญิงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น แต่บทบาทของทักษิณในการขับเคลื่อนรัฐบาลไม่เคยจางหาย และท้ายที่สุด กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่นำไปสู่จุดจบ ปี 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะลงนามโยกย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาฯ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดีสำคัญที่ตามมา คือ “โครงการรับจำนำข้าว” ซึ่งศาลฎีกาฯ แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินให้จำคุก 5 ปี ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ผลลัพธ์! ยิ่งลักษณ์หลบหนีคำพิพากษาออกนอกประเทศ ใช้ชีวิตในต่างแดนต่อเนื่องถึง 8 ปีแล้ว ⸻ “อิ๊งค์” ที่ถูกพ่อดัน จนอาจเดินซ้ำรอย แพทองธาร ชินวัตร อาจเริ่มต้นแตกต่าง — เธอได้รับการเคี่ยวกรำมากกว่า “อาปู” แต่ก็ยังอ่อนด้อยทางการเมืองอยู่มาก ในขณะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของไทย แต่เส้นทางของเธอกำลังเจอมรสุมหนัก หลัง คลิปสนทนากับฮุน เซน หลุดออกมา คำว่า “อยากได้อะไรเดี๋ยวจัดให้” ที่พูดกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ถูกตีความว่าเป็นการยอมอ่อนข้อทางการทูต ทำชาติเสื่อมเสียเกียรติภูมิ และยิ่งไปกว่านั้น — ยังมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม พูดเอาเท่ ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ คำพูดเหล่านั้นเขย่าความมั่นคงทางจิตใจของประชาชน และสะเทือนสถานะของนายกรัฐมนตรีหญิงคนล่าสุดอย่างรุนแรง ⸻ การเมืองร้าว คดีอาญารออยู่ หลังคลิปหลุด—พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มถอยห่าง ภูมิใจไทยถอนตัว รวมไทยสร้างชาติยื่นคำขาด ถ้าไม่ลาออก ก็พร้อมถอน 18 เสียงขั้วพีระพันธุ์ หมายความว่า…รัฐบาลเพื่อไทยอาจกลายเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” และไม่ใช่แค่การเมืองที่เสื่อมถอยเท่านั้น ด้านคดีความ—สถานการณ์ยิ่งมืดมน…
ไม่ลาออกก็ถูกไล่ออก จุดจบของแพทองธาร… และภาพจำของพ่อที่ใจดำอำมหิต” — ศ.ดร.เจษฏ์ โทณวนิก นักวิชาการกฎหมายมหาชน เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” —————— “เส้นทางคุณแพทองธารตอนนี้ ถ้าไม่ลาออก…ก็ถูกไล่ออก” — คือบทสรุปที่หนักแน่นจาก ดร.เจษฏ์ โทณวนิก ที่ตีความ “คลิปหลุดฮุน เซน” ว่าไม่ใช่แค่เรื่องการสื่อสารผิดพลาด แต่มันคือ “การขาดคุณสมบัติ” อย่างร้ายแรง และ ฝ่าฝืนจริยธรรม สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี “คุณต้องปกปักรักษาอธิปไตย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่มั่วสุมกับคนไม่ดี… ถามว่าเธอขาดไหม? ถ้าขาดก็ผิดเหมือนคุณเศรษฐา ข้อหาเดียวกันเป๊ะ ๆ ต่างกันแค่พฤติกรรม” —— ⚖️ ผิดทางกฎหมาย เดินได้หลายช่องทาง 1. รัฐธรรมนูญ มาตรา 160–170: หากขาดคุณสมบัติหรือฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง 2. ประมวลกฎหมายอาญา ม.119–124: อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงและการเป็นอริราชศัตรู 3. ป.อาญา ม.157 หรือ พ.ร.ป.ป.ป.ช. ม.172: ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 4. คดีจริยธรรมซ้ำรอย “ปารีณา”: ซึ่งอาจเข้าสู่ศาลฎีกาในลักษณะฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง “ไม่ว่าไปศาลไหนก็เสี่ยง ถ้าเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่า 9 ต่อ 0 วินิจฉัยว่าเธอขาดซื่อสัตย์สุจริต… จุดนี้แม้ไม่ลาออกก็ต้องถูกไล่ออก” ——- 🧨 ประคองอำนาจสั้น ๆ เพื่ออะไร? แม้นายกฯ จะยืนยันไม่ยุบสภา ไม่ลาออก แต่อาจารย์เจษฏ์มองว่ากำลัง “ฝืนอำนาจประชาชน” และจะยิ่งทำให้สภาเป็นตัวประกัน “ถ้าเสียงพรรคร่วมทยอยถอน รัฐมนตรีจากพรรคอื่นลาออกหมด พท.จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย… สุดท้ายก็าำอะไรไม่ได้เลย รอถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและตกเก้าอี้นายกฯ ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์เพราะจะมีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน” อาจารย์เจษฎ์ทำนายว่า หากยังยืดเยื้อจนต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยสุดท้าย “แพทองธารจะเป็นนายกฯ คนแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ โดนมติไม่ไว้วางใจแน่นอน” ———- 💔 จุดที่เจ็บที่สุด ไม่ใช่การเมือง…แต่คือพ่อที่ใจดำ จุดที่แรงที่สุดของบทสัมภาษณ์ คือการตั้งคำถามถึงพ่อของแพทองธาร —…
เป็นกำหนดการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.68) โดยช่วงเช้าจะเป็นประธานการประชุมติดตามดูแลการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย จากนั้น เดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ไปที่องค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน ช่วงบ่าย เดินทาง ไปยังฐานปฏิบัติการมรกต เพื่อพบปะกำลังพลและมอบสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลปกป้องอธิปไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นนายกฯ จะลงพื้นที่ชายแดนช่องบก เพื่อพบหารือและให้กำลังใจ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฯฮุน เซน ก่อนจะร่วมประชุมกับความมั่นคงเพื่อหามาตรการดูแลชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นลำดับต่อไป #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #แม่ทัพภาคที่2 #แพทองธารชินวัตร #รัฐบาลแพทองธาร #ชายแดนไทยกัมพูชา #ฮุนเซน #กัมพูชา #คลิปเสียงแพทองธาร #คปท #คลิปหลุด #เกมการเมือง #มันจบแล้วอุ๊งอิ๊งค์ #แพทองธาร #คลิปหลุด
