Author: Writer Publisher

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรียกพยานฝ่ายราชทัณฑ์เข้าไต่สวนในคดีส่งตัว “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนาน 181 วัน โดยมีประเด็นสำคัญคือ การไต่สวน ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยกระบวนการส่งผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ อาจารย์คมสัน โพธิคง นักวิชาการด้านกฎหมาย ซึ่งไปร่วมฟังการไต่สวนด้วย เปิดเผยว่า ผบ.เรือนจำชี้แจงต่อศาลฯ ว่า แนวทางปฏิบัติทั่วไปคือ หากผู้ต้องขังป่วย ต้องนำส่งไปยัง ทัณฑสถานพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนเป็นอันดับแรก และโรงพยาบาลราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณาว่าต้องส่งไปรักษาภายนอกหรือไม่ โดยศาลฯ ได้ซักถามว่าการส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำได้ใช้ประมวงกฎหมายอาญามาตรา 246 หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ใช้ แต่เป็นการใช้ตาม มาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และ กฎกระทรวงปี 2563 ที่กำหนดหลักเกณฑ์การส่งผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ โดยระบุว่า กรณีโรคติดต่อร้ายแรง หรืออยู่ในไอซียูเท่านั้น จึงสามารถแยกออกจากผู้ต้องขังอื่นได้ ขณะเดียวกัน รายงานการเฝ้าไข้ การเข้าเวร และการเบิกเงินค่าดูแลผู้ต้องขัง ก็ถูกศาลนำมาสอบถาม โดยผบ.เรือนจำฯ ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตลอด และมีการใส่ตรวนตามปกติ ศาลฯ นัดไต่สวนพยาน 20 ปาก อีก 5 วันรวดในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ อาจารย์คมสันเปิดปฏิทินไต่สวนของศาลฯ มีดังนี้ 4, 8, 15, 25 และ 30 ก.ค. 2568 โดยจะเรียกพยานสำคัญเพิ่มเติม อาทิ • พยาบาลเวร • เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เข้าเวร • แพทย์หญิงรวงทิพย์ • แพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ • แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ • อดีตผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ศาลฯ ยังเรียกเอกรายงาน กสม.และผลการพิจารณาแพทยสภามาประกอบด้วย ด้านนายวิญญัติร้องขอไม่ให้มีการไต่สวนเดือนกรกฎาคม แต่ศาลไม่อนุญาต และระบุให้เดินหน้าตามกรอบเวลา ก่อนหน้านี้ศาลฯ อนุญาตให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงได้ถึงวันที่ 21 มิ.ย. ส่วนทักษิณขยายเวลายื่นคำชี้แจงถึงวันที่ 23 มิ.ย. 68 #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก

Read More

สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข-สภานายกพิเศษฯ 12 มิ.ย.68 “เป็นห่วงแพทยสภาถูกม็อบกดดัน บีบบังคับให้ต้องลงมติอย่างนั้น…” ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภาคนที่หนึ่ง 12 มิ.ย.68 “การเรียกร้องให้แพทยสภา ดำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณไม่ใช่แรงกดดัน แต่คือกำลังใจ… มีบางกลุ่มพยายามใช้กลไกบางอย่าง ให้แพทยสภาทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ขัดจรรยาบรรณวิชาชีพ นี่เรียกว่ากดดัน…เข้าเกณฑ์ข่มขู่ด้วยซ้ำ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก

Read More

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายผลทางกฎหมายจากกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 ราย กรณีเอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณ ชินวัตร เข้ารักษาตัวในห้องพิเศษชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างต้องโทษจำคุก โดยสรุปสาระสำคัญ 6 ประเด็น ดังนี้ 1. โทษตักเตือน เป็นเพียงการบันทึกว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แต่อาจไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แพทย์ยังคงสามารถประกอบวิชาชีพได้ตามปกติ 2. โทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่น 3 เดือน 6 เดือน ช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถตรวจโรค เยี่ยมไข้ หรือรับรายได้จากการรักษาได้ แต่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ตามปกติ 3. หากแพทย์เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล ยังสามารถบริหารงาน รับเงินเดือน และทำหน้าที่อื่นได้ ยกเว้นงานที่ถือเป็นการประกอบวิชาชีพแพทย์โดยตรง 4. หากมีตำแหน่งอื่นนอกสายแพทย์ เช่น กรรมการรัฐวิสาหกิจ กรรมการบริษัท หรือแม้กระทั่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่และรับผลตอบแทนตามตำแหน่งนั้นได้ 5. มติดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครอง แพทย์ที่ถูกลงโทษสามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วันหลังได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ 6. โทษทางอาญายังไม่สิ้นสุด หากมีการตรวจสอบพบว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อาจต้องรับโทษจำคุก และถูกให้ออกจากราชการได้ นายสมชัยทิ้งท้ายว่า แม้คำตัดสินของแพทยสภาจะครอบคลุมเฉพาะจริยธรรมวิชาชีพแพทย์ แต่หากมีความเสียหายต่อระบบราชการหรือผลประโยชน์สาธารณะ โทษทางอาญาก็ยังต้องดำเนินต่อไปตามกฎหมาย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก

Read More

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจครั้งแรก หลังพรรคเผชิญแรงกระเพื่อมจากภายใน ย้ำชัดว่า “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ไม่เคยมีเจตนาจะโค่นตน และกล่าวหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “เรื่องขำ ๆ ของคนที่คิดคำแก้ตัวไม่ออก”“การที่มีคนกล่าวหาขิงว่าจะไปขอให้มาโค่นทำลายผมจากหัวหน้าพรรค ผมได้แต่ขำ” ยืนยันความสัมพันธ์แน่นแฟ้นร่วมสร้างพรรคตั้งแต่ต้น พีระพันธุ์ระบุว่า ตนรู้จักเอกนัฏมาตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่วงการเมือง และเมื่อจะก่อตั้งพรรคการเมือง ก็คิดถึงเอกนัฏเป็นคนแรก“ขิงเป็นคนหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ไม่ใช่มาเล่นการเมือง เป็นคนซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา…เราฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาจนถึงวันนี้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ไม่หวั่นไหว ไม่ย่อท้อ” โต้กลับข้อกล่าวหาทีม “สุดซอย” พีระพันธุ์กล่าวถึงข้อกล่าวหาว่าทีม “สุดซอย” ของเอกนัฏเรียกรับผลประโยชน์ ว่า เป็นการพยายามใส่ร้ายป้ายสีจากฝ่ายที่มีผลประโยชน์สีเทา“น่าอนาถใจคือการพยายามใส่ร้ายป้ายสีการทำงานของขิงกับทีม ‘สุดซอย’…การพูดใส่ร้ายคนมันง่าย แต่การกระทำจะบอกด้วยตัวเองว่าใครกันแน่ที่ยึดประโยชน์ชาติ”เขายังท้าให้ดำเนินคดีหากมีหลักฐานจริงว่าใครเรียกรับผลประโยชน์“ถ้ามีจริงทำไมไม่ดำเนินการทางกฎหมายเลย ไปแจ้งความ ไปกล่าวหาให้ตรวจสอบหรือสอบสวนก็ได้ แน่จริงทำไมไม่ทำ” “ขิง” ได้รับเสียงชื่นชม – ไม่มีประวัติด่างพร้อย พีระพันธุ์ย้ำความเชื่อมั่นในตัวเอกนัฏ โดยชี้ว่าผลงานในกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเสียงชื่นชมจากทุกภาคส่วน และไม่เคยมีข้อกล่าวหาด้านผลประโยชน์ใด ๆ“ขิงทำงานได้ดีกว่าที่บอกกับผมไว้อีก…ไม่เคยมีข้อกล่าวหาการเรียกรับผลประโยชน์หรือการกระทำที่มิชอบใด ๆ เลย” “เราสู้ด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่เพื่อตำแหน่ง” พีระพันธุ์ทิ้งท้ายว่า หากตนและเอกนัฏเลือกเดินตามทางของผลประโยชน์ ก็จะไม่มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าทำงานเพื่อชาติและประชาชนต่อไป“นี่ถ้าผมกับขิงตามใจผลประโยชน์ วันนี้ก็คงไม่มีเรื่องแบบที่เกิดขึ้น…รวมไทยสร้างชาติยังเป็นพรรคที่ทำงานให้ชาติให้ประชาชนอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งต่อไปครับ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รวมไทยสร้างชาติ#พีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค#รัฐบาลแพทองธาร#ปปช#นายกรัฐมนตรี#21สสรทสช#เอกนัฏพร้อมพันธุ์#สุชาติชมกลิ่น#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง

Read More

ว่าด้วยเรื่องมติแพทยสภากับบรรทัดฐานแพทย์รุ่นใหม่ สมศักดิ์ VS หมอประสิทธิ์ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข-สภานายกพิเศษฯ 12 มิ.ย.68 “…การลงโทษครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ ทำให้ลูกหลานคนไทยที่เป็นแพทย์ จะขาดความมั่นใจในการรักษาผู้ป่วย” ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแถทยสภา คนที่หนึ่ง 12 มิ.ย.68 “ไม่ว่าจะเป็นแพทย์รุ่นใหม่ หรือแพทยรุ่นเดิม เราได้รับการอบรมสั่งสอนมาเหมือนกัน เราเข้าใจจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ… แพทย์ทั้งหลายจะได้เห็นกรณีนี้เป็นกรณีศึกษา บทบาทของแพทย์ไม่ได้มีแค่รักษาคนไข้อย่างเดียว แต่ยังมีการรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานการรักษา” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก

Read More

13 มิ.ย.นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไต่สวนคดีชั้น 14 ป่วยทิพย์ นัดแรก หลังศาลฯ ได้รับข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือใบเสร็จค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าศาลฯ น่าจะให้ทนาย “ทักษิณ” ส่งเอกสารให้ศาลฯ พร้อมคำตอบสำคัญ “ตกลงแล้ว…ทักษิณป่วยกี่วันกันแน่?” ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 พ.ค.68 ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ นำหลักฐานใบเสร็จค่าใช้จ่ายไปยื่นให้ศาล โดยพบว่าค่าใช้จ่ายกว่า 90% เป็นค่าห้องและค่าอาหาร ไม่ใช่ค่ารักษาพยาบาล จุดเปลี่ยนกำลังจะมา…และจุดพีคกำลังจะเริ่มต้น หากหลังการไต่สวนวันนี้ ศาลฯ มีคำสั่งให้ “ทักษิณ” ต้องมาชี้แจงด้วยตัวเองในการไต่สวนนัดหน้า นั่นหมายถึง “เกมตัวแทน” จะเล่นต่อไม่ได้อีก “ตัวจริง” ต้องขึ้นศาลฯ และตอบให้ได้ว่า “ป่วยแค่ไหน ทำไมถึงต้องรักษานอกคุกยาวนานถึง 181 วัน” ดอกนี้สำคัญเพราะถ้าให้การไม่ตรงกับหลักฐานในสำนวน อาจเข้าข่ายให้การเท็จ มีสิทธิ์โดนคดีเพิ่ม เสี่ยงเข้าข่าย “เจตนาหนีคุก” ชะตากรรมทักษิณจะเป็นอย่างไร? คำตอบจะปรากฏชัด…ในการไต่สวนวันนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก#จับตา23มิถุนา

Read More

“เรื่องการเมืองนายกฯ มีวิชามาร ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่เรื่องบริหารยังเป็นเหมือนนกที่ขนอ่อนเพิ่งงอก…ยุคพล.อ.ประยุทธ์ ดุดันแต่ไม่เคยคุกคามเหมือนยุคนี้ที่เอานักข่าวไปแขวนให้ด้อมด่า”—นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ——- “เรายืนกลางเขาควายได้ ถ้าเราไม่เอนเอียง ก็ไม่โดนควายขวิด” นักข่าวประจำทำเนียบเปิดใจหลังถูกแขวนกลางโซเชียล – ยุคประชาธิปไตยแต่โดนคุกคาม ภาพถ่ายใบหน้าของนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลที่ตั้งคำถามเรื่องปมพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา ถูกเผยแพร่ในโซเชียลโดยทีมงานนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร สร้างความตึงเครียดในวงการสื่อถึงขั้นที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ต้องออกแถลงการณ์ เตือนรัฐบาลให้หยุดพฤติกรรมที่อาจเข้าข่าย “คุกคามสื่อมวลชน” “ญาดา” (นามสมมติ) นักข่าวประจำทำเนียบที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดใจกับ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ว่า การกระทำครั้งนี้ แม้จะมีคำขอโทษจากทีมงาน แต่ก็ชัดเจนว่า “ภาพนักข่าวหลุดจากทีมงานนายกฯ ” และเจตนาที่ตามมาคือปัญหา “ถ้าจะปล่อยภาพเพื่อให้นายแบกนางแบกมารุมด่าโจมตี แบบนั้นไม่โอเค เพราะคำถามของนักข่าว มาจากข้อข้องใจของประชาชน” เธอเตือนว่า การที่ทีมงานนายกฯ พยายามปกป้องภาพลักษณ์ผู้นำ ด้วยการปล่อยภาพสื่อฯ เพื่อให้ถูกโจมตีจากฐานแฟนคลับ นั่นคือ “การทำให้คนทำงานรู้สึกไม่ปลอดภัย” โดยเฉพาะนักข่าวรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันพอจะรับมือกับการล่าแม่มดทางโซเชียล ⸻ “ยุคนี้ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก” เทียบกับรัฐบาลก่อน ๆ ญาดามองว่ารัฐบาลชุดนี้ยังอ่อนประสบการณ์อย่างชัดเจน “พล.อ.ประยุทธ์ดุดัน จิกกัดก็มี ทุบโต๊ะบ้างก็มี แต่เขาไม่เคยส่งใครไปดิสเครดิตสื่อหลังฉาก ทหารเขานักเลง รบแล้วจบตรงนั้น ไม่มีตามเก็บ ไม่มีแขวน ไม่มีคุกคาม แต่รัฐบาลนี้ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก ต่อหน้าดีแต่ลับหลังเอาเราไปแขวน คุกคาม” เธออธิบายว่า รัฐบาลยุคแพทองธาร “เข้ามากะทันหัน” และยังไม่มีภูมิคุ้มกันในแง่การบริหารภาพลักษณ์ โดยเฉพาะทีมงานที่ยังใหม่ ไม่มีประสบการณ์รับมือกับสื่อที่ถามตรง ถามลึก “เราทำงานในที่แจ้ง ไม่ได้ทำงานในที่มืด… อย่าเอานักข่าวไปแขวนให้ด้อมด่า” ⸻ “ปีกยังไม่แข็ง แต่ลูกน้องแบบนี้ อาจทำให้นายชิบหาย” ญาดาบอกว่า สื่อไม่ได้ต้องการทำลายผู้นำ แต่ต้องการคำตอบเพื่อคลี่ความสงสัยของสาธารณะ — โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวอย่างชายแดนและอธิปไตย “ตอนขึ้นโพเดียม คุณเป็นผู้นำประเทศ ต้องตอบให้ชัด ให้คนไทยทุกคนฟัง เรื่องชายแดนข้าราชการในทำเนียบยังมายืนรอฟังคำแถลงของนายกฯ อยู่เลย นั่นคือมิติใหม่ที่คนอยากฟังจากปากนายกฯ เอง” เธอยังเตือนว่า หากทีมงานยังไม่เข้าใจหลักการทำงานของผู้นำในระบอบประชาธิปไตย จะมีผลเสียตามมาในระยะยาว “นักข่าวตั้งคำถามไม่ได้ต้องการคะแนนเสียง ในทางกลับกันคำตอบของผู้นำต่างหากคือเครื่องชี้วัดว่าจะได้คะแนนเสียงกลับมาหรือไม่”…

Read More

Air India Al171 เส้นทาง Ahmedabad – London ประสบอุบัติเหตุตกขณะกำลัง Takeoff จากสนามบิน Ahmedabad เป็นเครื่องบินแบบ Boeing 787-8 Dreamliner ผู้โดยสารประมาณ 242 คน สาเหตุกำลังสอบสวน The Publisher ขอแสดงความเสียใจ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แอร์อินเดีย#AirIndia#เครื่อบินตก

Read More

คดีแพทย์เอื้อประโยชน์ “ทักษิณ” พักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจระหว่างต้องโทษ กลายเป็นเรื่องใหญ่อีกครั้ง! หลังแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 ราย (พักใบอนุญาต 2 ราย, ตักเตือน 1 ราย) เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 แต่ รมว.สาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะ สภานายกพิเศษ ออกคำสั่ง “ยับยั้งมติ” — ทำให้แพทยสภาต้องประชุมใหม่วันนี้ (12 มิ.ย.) ⸻ เกมสวนกลับ! ทนายความของแพทย์ 2 ใน 3 ราย ได้ยื่นหนังสือขู่แพทยสภาล่วงหน้าว่า… ❝ถ้าที่ประชุมไม่ “เพิกถอนมติเดิม” อาจถูกฟ้องกลับ❞ เอกสารล่าสุดลงวันที่ 9 มิ.ย. โดย “ทนายเนติธร หลินหะตระกูล” เป็นตัวแทน พล.ต.ท. ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ส่งหนังสือถึงกรรมการแพทยสภา ขู่ในทำนองถ้าไม่เพิกถอนมติจะโดนฟ้องกลับ ก่อนหน้านี้ทนายความของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ก็ส่งหนังสือลักษณะเดียวกันไปถึงกรรมการแพทยสภาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ⸻ ข้ออ้างในเอกสารขู่แพทยสภา: 1. ไม่มีผู้ป่วยได้รับความเสียหาย – จึงไม่เข้าเกณฑ์ดำเนินคดีจริยธรรม 2. ไม่เข้า “วัตถุประสงค์ของแพทยสภา” – ตามมาตรา 7 3. การตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ “ไม่ชอบด้วยระเบียบ” – เพราะไม่นำเข้าเรียงลำดับตามชุดอนุกรรมการเดิมที่แต่งตั้งไว้แล้ว 4. อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ และ “เจตนาไม่เป็นธรรม” ต่อผู้ถูกกล่าวหา ⸻ คำถามถึงสังคม: • เมื่อหมอใหญ่ “โดนสอบ” แต่เลือกสวนกลับด้วยหนังสือขู่ • เมื่อ รัฐมนตรียับยั้งมติกรรมการ และทนายขู่ฟ้องหากไม่ถอย ใครกันแน่ คุม “จริยธรรม” ของแพทย์ในประเทศไทย? ⸻ ท้ายที่สุด……

Read More

อย่าให้เสียชาติเกิด เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยแล้วต้องช่วยกันปกป้องรักษาไว้ให้ลูกหลาน ยุทธศาสตร์ต้องเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง” — พล.ท. กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ “ยุทธศาสตร์ต้องเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อใครคนหนึ่ง” พล.ท. กนก สวนคำพูดนายกฯ ห่วงไทยเสียเปรียบ JBC เพลี้ยงพล้ำกัมพูชา สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี กลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังเหตุปะทะปลายเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกัน ฝ่ายการเมืองกลับส่งสัญญาณ “อ่อนข้อ” ด้วยการเสนอให้ “ขยับเวลาเปิด-ปิดด่าน” เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเศรษฐกิจ ข้อเสนอนั้นมาจาก “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย ซึ่งพูดต่อหน้าสาธารณะว่าไทยควรหารือกับกัมพูชาเพื่อให้การค้าชายแดนลื่นไหลขึ้น — แต่กลายเป็นชนวนคำถามว่า ในขณะที่ไทยกำลังถูกคุกคามอธิปไตย นายกฯ ควรจะ “ผ่อนปรน” เช่นนั้นหรือไม่? พล.ท. กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีต ผบ.กองกำลังสุรนารี ให้สัมภาษณ์ตรงไปตรงมาในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ว่า “คำพูดของนายกฯ เกิดจากไม่ศึกษาและไม่มีความรู้ นึกอยากจะพูดอะไรก็พูด… น่ากลัวสำหรับคนเป็นผู้นำประเทศ” ———- เตือนหยุดล้วงลูกกองทัพ พล.ท. กนก ชี้ว่า ฝ่ายการเมืองได้มอบอำนาจการปิดด่านให้กองทัพพิจารณาแล้ว เหตุใดจึงยังย้อนแย้งด้วยการ “ล้วงลูก” ขัดนโยบายกดดันที่ส่งผลเสียทำลายน้ำหนักไทยในการเจรจา JBC “การที่นายกฯ พูดแบบนี้ ทำให้กองทัพต้องไปติดต่อกัมพูชา เขาก็จะเห็นว่าไทยกำลังผ่อนปรน คนที่ไปประชุม JBC จะเหนื่อยมากขึ้น โอกาสที่ไทยจะได้ตามเป้าหมายก็ลดลงด้วย” โดยเฉพาะเมื่อการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) ระหว่างไทย-กัมพูชา จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งกัมพูชาประกาศชัดจะผลักดันพื้นที่ 4 แห่งของไทย ปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ตาควายและช่องบกเข้าสู่ศาลโลกอีกครั้ง อย่าทิ้ง “อาวุธทางยุทธศาสตร์” พล.ท. กนก หนุนให้ไทยใช้มาตรการกดดันที่ได้ผล เช่น การตัดไฟฟ้า–อินเทอร์เน็ต และระงับการส่งน้ำมันข้ามแดน “หลังปิดด่าน…

Read More