- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะกรรมการบริหารและภาคีเครือข่าย เดินทางถึง ฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ มอบข้าวสาร 1,000 ถุง และน้ำดื่ม 1,000 แพ็ค ให้กับทหารกองพันร.21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยไทยบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา นอกจากสิ่งของจำเป็น ยังมอบวัตถุมงคลและยากันยุง แก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่รอบฐาน ร่วมมือกันทำ “บังเกอร์–หลุมหลบภัย” รอบโรงเรียน วัด และจุดรวมพล แต่ยังขาดแคลนกระสอบทราย–ท่อซีเมนต์อย่างต่อเนื่อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เรียกร้องให้คนไทยทั่วประเทศร่วมส่งกำลังใจแก่ทหารแนวหน้า พร้อมติดตามการส่งต่อกำลังบำรุงจากสมาคมในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ บรรยากาศรอบแนวชายแดนยังคงมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นใน “กองทัพที่ยืนหยัดปกป้องชุมชน” โดยยอดนักท่องเที่ยวจากวันละไม่ถึง 20 คน ขยับขึ้นเป็นกว่า 500 คนต่อวันแล้วในช่วงนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#รัฐบาลแพทองธาร#บิ๊กโจ๊ก#แพทองธารชินวัตร#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพไทย#ช่องบก#กองทัพภาคที่2#กองกำลังสุรนารี#ปิดเปิดด่าน
11 มิ.ย. 2568 — ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ ออกแถลงการณ์ตั้งคำถามต่อการใช้ บันทึกความเข้าใจ MOU 43 ในปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะบทบาทของรัฐในการยึดแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 มาเป็นกรอบของการปักปันเขตแดน แทนที่จะยึด เส้นสันปันน้ำ ตามอนุสัญญาสยามฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5 ม.ล.วัลย์วิภาระบุว่า “MOU 43 ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทย แม้แต่ในฐานะข้อตกลงระหว่างประเทศ… แต่นำมาใช้กระทบต่ออธิปไตยของชาติ” ⸻ ยก MOU 43 แทน “สันปันน้ำ” เท่ากับสละดินแดน? • ประเทศไทยเคยถือเส้นสันปันน้ำเป็นหลักตามแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 • แต่การยอมรับ MOU 43 กลายเป็นการให้ความชอบธรรมกับแผนที่ 1:200,000 ซึ่งบิดเบือนการใช้พื้นที่จริง • สุดท้ายเกิดความสับสนเรื่องพื้นที่ “พิพาท”, “ทับซ้อน”, “No man’s land” ซึ่งไม่มีในข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ม.ล.วัลย์วิภาเตือนว่า “การยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนแทนแผนที่ตามสันปันน้ำหรือสมัยต่อมาทำเป็นแผนที่ 1 ต่อ 5 หมื่น ถือเป็นการสลอะธิปไตยเหนือดินแดนหรือไม่” ⸻ ตั้งคำถามถึงกองทัพ–รัฐบาล เธอเรียกร้องตรงไปยังรัฐบาล ทหารและกระทรวงการต่างประเทศว่า “พวกคุณไม่รู้เลยหรือว่า MOU 43 กับแผนที่ 1:200,000 คือกับดัก… เป็นการปิดหูปิดตาประชาชนทั้งประเทศ” พร้อมประกาศจับตา การประชุม JBC ที่พนมเปญในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ หากยังยึด MOU 43 และแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนหรือไม่? #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพไทย#ช่องบก#กองทัพภาคที่2#กองกำลังสุรนารี#ปิดเปิดด่าน
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดตามแนวชายแดนภาคอีสาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายในการดูแลพื้นที่ และประชาชน รวมถึงมาตรการรับสถานการณ์สำหรับ 7 จังหวัดตามแนวชายแดน ระหว่างการมอบนโยบายนายกรัฐมนตรี สงสัยการเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาที่ไม่ตรงกัน จึงขอฝ่ายความมั่นคงประสานเปิด-ปิดด่านเพื่อประโยชน์การค้า ซึ่งพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แจงว่าเวลาเปิด-ปิด ไม่ตรงกันอาจมีนัยทางการเมืองของฝั่งกัมพูชา อย่างไรก็ตามจะประสานงานกับฝั่งกัมพูชาอีกครั้ง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีขอบคุณแม่ทัพภาคที่ 2 ที่อยู่หน้างานตลอด เห็นใจที่ได้รับแรงกดดัน อย่างไรก็ตามยืนยันทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ เป็นทีมประเทศไทย รัฐบาลพร้อมซัปพอร์ตทุกหน่วย เป้าหมายเดียวกันคือรักษาสันติภาพและความสงบสุข ไม่อยากให้เกิดการปลุกกระแสสร้างความรุนแรง อยากให้คำนึงถึงชีวิตคนหน้างาน เพราะหากเกิดเหตุการณ์จะไม่ใช่เรื่องเล็ก ยืนยันว่า ผู้นำ 2 ประเทศได้พูดคุยกัน และเห็นตรงกันคืออยากเห็นความสงบสุข จากนั้นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหารกองกำลังสุรนารี ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ก่อนร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นข้าวกล่องกับแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะอีกด้วย#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไทยกัมพูชา#ชายแดนไทยกัมพูชา#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ละเมิดอธิปไตย#กองทัพไทย#ช่องบก#กองทัพภาคที่2#กองกำลังสุรนารี#ปิดเปิดด่าน
“โกหก กุเรื่องผมโทรหาเพื่อขับคุณพีระพันธุ์ออกจากหัวหน้าพรรค…ทุเรศกล่าวหามีทีมตามเก็บหลังทีมสุดซอย มีแต่บางคนตบทรัพย์ใน EEC กินจนพุงปลิ้น” — เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ “ปัดข่าวขับหัวหน้า – ซัดกลับใส่ร้าย ปั่นแตกแยก” ศึกในพรรครวมไทยสร้างชาติยังคุกรุ่นไม่เลิก หลัง “สุชาติ ชมกลิ่น” นำทีม 21 ส.ส.เซ็นหนังสือถึงนายกฯ ให้ปลดรัฐมนตรีจากพรรคเดียวกัน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ หนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง ออกมาเปิดใจแบบไม่กั๊กว่าเขาไม่เคยโทรหาสุชาติเพื่อขับพีระพันธุ์ออกจากหัวหน้าพรรคตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมย้อนถามว่า “ไม่ได้รับสายผม แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมจะพูดอะไร” “เรื่องที่บอกว่าผมโทรไปเพื่อขอคะแนนขับคุณพีระพันธุ์ เป็นเรื่องโกหก กุขึ้นทั้งนั้น ผมโทรไปก่อนหน้านั้นตั้งแต่เห็นข่าวจะย้ายพรรค แต่คุณสุชาติไม่รับสาย ผมก็ไม่รู้จะโทรไปทำไมอีก” เขายืนยันหนักแน่นว่า ความสัมพันธ์ต่อหัวหน้าพรรคแน่นแฟ้นเพราะผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว และระบุว่า “ผมกับคุณพีระพันธุ์ ไม่มีความหวาดระแวงกัน 100% ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ ใครพยายามยุแยกก็ไม่สำเร็จ” เขาบอกว่า ภาพข่าวกินข้าวกับ ส.ส. ไม่ได้ผิดปกติ เพราะเป็นกิจวัตรปกติ แต่การส่งภาพพร้อมแคปชันให้สื่อเพื่อชี้นำกระแสสังคม ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เหมือนถูกจัดวางไว้แล้ว “มีเจตนาให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก” ⸻ “ดิสเครดิตเป็นระบบ – ล็อกเป้าทำลาย” เอกนัฏชี้ว่ามีกระบวนการปั่นกระแสและใส่ร้ายอย่างเป็นระบบ เป้าหมายคือทำให้เขากลายเป็นตัวแปรแตกหักในพรรค และกล่าวหาเรื่องการทำงานของทีมสุดซอยว่าเป็นการสร้างภาพ หลังทีมสุดซอยจะมีทีมตามเก็บ “ทุเรศมากกับคำว่าทีมตามเก็บ ถ้ามีจริงก็เอาหลักฐานมา ผมรู้ว่ามีบางแอบอ้างคนในวงการก็รู้ แต่สำหรับผมไม่มีทีมตามเก็บ 100 % มีบางคนมีอิทธิพลชอบตบทรัพย์ใน EEC กินจนพุงปลิ้น!” เขายืนยันว่าการทำงานอย่างจริงจังของตัวเขาและหัวหน้าพรรคทำให้มีคนเสียผลประโยชน์ จึงเกิดขบวนการชักใยเบื้องหลังเพื่อสร้างเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา พร้อมยกตัวอย่างการเดินหน้ายกเลิกเตาหลอมเหล็กแบบ IF มาเป็น EF จะทำให้บางคนเสียประโยชน์ปีละเป็นหมื่นล้าน จนมีข่าวลงขันปลดตนเองออกจากการเป็นรัฐมนตรี ⸻ “เกมล้วงเก้าอี้–เครื่องมือต่อรอง–ใช้คนเป็นตัวประกัน” เอกนัฏตั้งข้อสังเกตว่า รายชื่อ 21 ส.ส. ที่มีการอ้างถึง ควรมีการออกมายืนยัน หากได้เซ็นเอกสารจริง เพราะในเอกสารมีถ้อยคำรุนแรง เช่นกล่าวหาว่ารัฐมนตรี “ขาดความรู้ ไม่มีจริยธรรม ไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์” เมื่อไม่ยืนยันเอกสารนั้นก็ขาดความน่าเชื่อถือ…
ส่องแรงกดดันต่อแพทยสภา ก่อนประชุมตัดเชือก 12 มิ.ย. ยืนยันมติ หรือโอนอ่อนตามแรงกระแทกจากการเมือง 8 พ.ค. 2568 – แพทยสภามีมติลงโทษจริยธรรม • มีมติพักใบอนุญาตฯ หมอ 2 ราย ตักเตือน 1 ราย ⸻ 27 พ.ค. 2568 – ทักษิณ เปิดประเด็นแชตหลุด แพทยสภาบางคน “อคติ-ไร้จริยธรรม” “สมศักดิ์ต้องคิดเยอะ ๆ” —– 28 พ.ค.2568– สมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้อำนาจในฐานะ “สภานายกพิเศษฯ” วีโต้ มติแพทยสภา ⸻ 29 พ.ค.2568 แชตไลน์หลุด – เพิ่มความร้อนแรง • เฟซบุ๊กของ นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วย รมว.สธ. เผยแพร่ แชตไลน์หลุด • พบข้อความลักษณะ “นินทาทักษิณ” • จุดคำถามจริยธรรมของผู้พิจารณามติเดิม ⸻ 6 มิ.ย.2568สมศักดิ์ส่งเรื่องกลับ – ให้เอาผิดหมอที่นินทาทักษิณ • กระทรวงสาธารณสุขยื่นเรื่องถึงแพทยสภาให้สอบ จริยธรรมกรรมการที่โพสต์ในไลน์ • อ้างว่าทำให้การพิจารณาลงโทษหมอทั้ง 3 ราย ไม่เป็นธรรม ⸻ 6 มิ.ย. 2568 – ทนายความของหมอที่ถูกลงโทษขู่กลับ • ทนายความของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ (หนึ่งในแพทย์ที่ถูกพักใบอนุญาตฯ) • ส่งหนังสือถึงแพทยสภา • เตือนให้กรรมการพิจารณาตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม • หากมีพฤติกรรมละเมิดหรือก่อให้เกิดความเสียหาย จะดำเนินการทางกฎหมาย ⸻ 12 มิ.ย. 2568 – สมศักดิ์เข้าประชุมแพทยสภา • อ้างเพื่อ “ชี้แจงเหตุผลการวีโต้” แต่… •…
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.และกองทัพธรรม พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมฯ นายชาญชาย อิสระเสนารักษ์” อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา เดินทางยกพลจากหน้าทำเนียบรัฐบาลที่ปักหลักชุมนุมไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี แสดงความไม่เห็นด้วยกับที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภายื่นวีโต้มติแพทยสภา และจะร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.68) ซึ่งนายชาญชายประกาศเตรียมยื่นร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรมฯ นายสมศักดิ์ในเรื่องนี้ด้วย ก่อนที่จะไปให้กำลังใจแพทยสภาเพื่อขอให้ยืนยันมติลงโทษ 3 แพทย์ปมชั้น 14 นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ป่วยวิกฤต เพราะมติแพทยสภา ไม่เพียงเป็นศักดิ์ศรีของแพทย์ ความกล้าหาญของแพทยสภา ยังเป็นการฟื้นคืนศรัทธาของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าแพทยสภาจะยืนมติเดิมเพื่อยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สมศักดิ์เทพสุทิน #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #แพทยสภา #ป่วยทิพย์ #ชั้น14 #จริยธรรม #ศาลฎีกา #คดีทักษิณ #อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก #จับตา23มิถุนา
แพทย์–นักวิชาการเดือด! ต้าน ทอท. ดันห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน “ถอยหลังเข้าควัน” ทำไทยเสียภาพลักษณ์ หวั่นรื้อกฎหมายย้อนยุค ทำลายเขตปลอดบุหรี่ในสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2568 ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (สสท.) และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ รวมพลังยื่นหนังสือถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ค้านเต็มตัวต่อแผนของ ทอท. ที่เสนอให้ “แก้กฎหมาย” เพื่ออนุญาตให้สร้าง “ห้องสูบบุหรี่ในอาคาร SAT-1” สนามบินสุวรรณภูมิ ⸻ เตือนแรง! แค่คิดจะย้อนกลับ “ห้องสูบ” ก็ผิดหลักการสุขภาพโลก ประเทศไทยได้ยกเลิกห้องสูบบุหรี่ในอาคารสนามบินมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อคุ้มครองสุขภาพผู้โดยสารจากควันบุหรี่มือสอง และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ การแก้กฎหมายเพื่อเปิดทางให้กลับมาใช้ห้องสูบ จึงเป็นการ “ถอยหลังในนโยบายสาธารณสุข” ⸻ 3 ข้อเสนอคัดง้าง ทอท. – ชี้ทางเลือกที่ไม่ต้องสูบ รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า ผอ.สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย เสนอแนวทางแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ในพื้นที่เปลี่ยนเครื่องของอาคาร SAT-1 โดยไม่ต้องสร้างห้องสูบบุหรี่ ต่อคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ดังนี้ 1. ชะลอการแก้กฎหมาย – ขอให้ชะลอการพิจารณาปรับแก้ประกาศกระทรวงฯ และให้ ทอท. อนุญาตให้มีการวิจัยสำรวจพฤติกรรมการลักลอบสูบบุหรี่ในพื้นที่พักคอยเปลี่ยนเครื่องก่อน Transit Area ก่อน 2. เปลี่ยนเป็น “ห้องไร้ควัน” – ใช้ห้องสำหรับให้บริการสารทดแทนนิโคติน เช่น หมากฝรั่งนิโคติน, Snus หรือยา cytisine ให้กับผู้โดยสารที่ต้องการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย คุ้มค่ากว่าการสร้างห้องสูบบุหรี่ 3. ห้องสูบต้องอยู่นอกอาคารเท่านั้น – หากยังยืนยันจะมีห้องสูบบุหรี่ ต้องตั้งอยู่นอกอาคารสนามบิน ตามกฎหมายเดิม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาพลักษณ์ประเทศ ⸻ เสียงเตือนจากวิชาการ: อย่าให้ไทยเสียศักดิ์ศรีบนเวทีโลกเพราะ “ห้องสูบ” นักวิชาการเตือนว่า หากรัฐยอมแก้กฎหมายตามข้อเสนอ ทอท. จะไม่สอดคล้องกับนโยบายที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบในอนาคต #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สนามบินสุวรรณภูมิ#ถอยหลังเข้าควัน#ทอท#เขตปลอดบุหรี่ #สาธารณสุข #ห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน#ห้องสูบบุหรี่ในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ
เริ่มชัดแล้วสำหรับประเด็นการจัดซื้ออาคารของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เมื่อสำนักข่าวอิสรา นำผลสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่มี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ที่ชี้ชัดว่า อาคาร SKYY9 (อดีตอาคารไทยศรี) ที่ สปส. ทุ่มเงินกว่า 7,000 ล้านบาทซื้อมานั้น มีมูลค่าประเมินที่แท้จริงแค่ 3,400 – 3,800 ล้านบาทเท่านั้น! นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน ไม่รอช้า ออกมาตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างดุเดือด โดยย้ำผลสอบนี้ยืนยันสิ่งที่เธอและคนอื่นๆ ได้กล่าวมาตลอดว่าอาคารดังกล่าวมีราคาซื้อขายที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ใครต้องรับผิดชอบกับเงินผู้ประกันตนที่หายไป? บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน MFC: ในฐานะ “ตัวตั้งตัวตี” ที่เสนออาคารและหาผู้ประเมินราคา พร้อมตั้งทรัสต์ดูแลกระบวนการจนจบ จะทำเป็นลอยตัวไปอย่างเนียนๆ แบบนี้ไม่ได้! สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.): จะทำอะไรกับบริษัทประเมินที่ปั่นตัวเลขเวอร์ๆ ไร้ธรรมาภิบาลหรือไม่? หรือต้องรอให้มีการชี้นำทีละเจ้า? คณะกรรมการการลงทุนประกันสังคม (บอร์ดลงทุน สปส.): ในวันนั้นที่ตัดสินใจอนุมัติการลงทุน “ไม่มีใครคัดค้านสักคนเลยหรอ?” การตัดสินใจครั้งนี้ “มันตั้งใจ จงใจเกินไปไหม?” เปิดบันทึกการประชุมทั้งหมด เพื่อ “ลากชื่อ” ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมา “เอาให้เด็ดขาด ฟันมาให้ชัด!” ส.ส. รักชนก ท้า “อนุทิน” พิสูจน์ฝีมือ สุดท้าย สส. รักชนก เรียกร้องไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เดินหน้าสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง “ทำให้ดูหน่อยค่ะท่านอนุทิน เอาให้เด็ดขาด ฟันมาให้ชัดอย่ากำกวม ดิฉันอยากเห็นคนถูกดำเนินคดีข้อหาทุจริต อยากเห็นคนที่ตอดกินเงินของผู้ประกันตนออกจากราชการ อยากเห็นคนติดคุก ถ้าท่านเอาจริงไม่มีอะไรเกินอำนาจบารมีที่ท่านจะจัดการได้ แล้วดิฉัน รักชนก ศรีนอก จะจดจำคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะคนจริงที่น่านับถือ” นางสาวรักชนกระบุ พร้อมกับมีโพสต์ถามก่อนหน้านี้ด้วยว่า “ติดคุกกี่โมง” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สำนักงานประกันสังคม#skyy9#เงินผู้ประกันตน#ตึก7พันล้าน#รักชนกศรีนอก#ทุจริตคอร์รัปชัน
ในรอบปีที่ผ่านมา ระบบสาธารณสุขของไทยเจอกับ “วิกฤตศรัทธา” หลายระลอก หนึ่งในนั้นคือกรณี หมอแอร์ ที่ขณะนี้กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาสวมชื่อ “คนตาย” ไปรับยาจากคลินิกของตัวเอง ในเวลาไม่ห่างกันนัก เราก็เคยพบคดีทุจริตใน โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับบริษัทเอกชน สร้าง “ผู้ป่วยทิพย์” เพื่อเบิกยาและโกงงบประมาณรัฐ แม้สองกรณีนี้จะต่างกันในรายละเอียด แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป เราจะเห็นจุดร่วมที่น่ากังวลของระบบสาธารณสุขไทย ⸻ หมอแอร์: ใช้ชื่อคนตาย…แต่ยังไม่รู้ว่ายาไปไหน ในคดีหมอแอร์ เจ้าหน้าที่พบว่ามีการใช้ชื่อผู้เสียชีวิตมากถึง 370 รายภายใน 2 ปี เพื่อไปรับยาเสียสาวจากคลินิก 11 แห่ง และอาจมีหมออีก 5-6 คนร่วมในขบวนการนี้ การเบิกยานั้นเกิดขึ้นในระบบจริง และมีเวชระเบียนประกอบครบถ้วน แต่ปลายทางของยาเหล่านั้นยังไม่ชัดเจน — ถูกนำไปใช้ หรือนำไปขาย ก็ยังไม่มีใครตอบได้ ⸻ โรงพยาบาลทหารผ่านศึก: สร้างคนไข้ปลอม เพื่อโกงงบยาจริง ต่างจากกรณีหมอแอร์ ตรงที่การเบิกยาใน รพ.ทหารผ่านศึก เป็นการสร้างผู้ป่วยปลอมขึ้นมาในระบบ ไม่มีการรักษาจริง มีคนไปรับยา โดยสมรู้ร่วมคิดระหว่างหมอกับเอกชน ผลคือยาถูกเบิกเกินจริง งบประมาณรั่วไหล และมีเงินนับร้อยล้านเข้าสู่เครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิด ⸻ จุดร่วมที่น่ากังวล แม้ปลายทางของยาจะแตกต่างกัน — คดีหนึ่งคือ “ไม่รู้ว่ายาไปไหน” อีกคดีคือ “ยาเอาไปขายตลาดมืด” — แต่ทั้งสองกรณีมีจุดร่วมชัดเจน คือ การใช้รอยรั่วของระบบเวชระเบียนเป็นเครื่องมือในการโกง ในทั้งสองกรณี ไม่มีระบบตรวจสอบว่า • คนไข้มีตัวตนจริงหรือไม่ • เสียชีวิตแล้วหรือยัง • มีการรับยาซ้ำซ้อนจากหลายแหล่งหรือไม่ เวชระเบียนกลายเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกใส่เข้าไปในระบบ เพื่อให้ดูเหมือนถูกต้อง แต่เบื้องหลังคือความเสียหายระดับร้อยล้านบาท ⸻ โครงสร้างที่พัง และรัฐไม่ยังยอมซ่อม สิ่งที่น่ากลัวกว่าคนโกง คือระบบที่ปล่อยให้โกงได้ง่ายขนาดนี้ เวชระเบียนไทยยังไม่เชื่อมกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรแบบเรียลไทม์ ไม่มีระบบ AI หรือ audit อัตโนมัติที่สามารถแจ้งเตือนเมื่อมีพฤติกรรมเบิกยาผิดปกติ และหน่วยงานกำกับภายในของกระทรวงสาธารณสุขก็ยังไม่มีประสิทธิภาพพอจะตรวจพบความผิดก่อนที่ความเสียหายจะลุกลาม ⸻ ถึงเวลายกเครื่องทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เล่นงานคนผิด คดีหมอแอร์อาจจบลงด้วยโทษอาญาเฉพาะตัว คดีทุจริต รพ.ทหารผ่านศึกก็อาจลากผู้ร่วมกระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากยังไม่มีการปฏิรูประบบเวชระเบียน ระบบการอนุญาตคลินิก และระบบตรวจสอบภายในอย่างจริงจัง เราก็จะยังเห็น…
คดีอื้อฉาวชั้น 14 ยังเป็นที่จับตา เมื่อ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร บิดานายกรัฐมนตรี ออกโรงแจงว่าทักษิณจะไม่เดินทางไปศาลฯ โดยเขาจะไปแทนในฐานะตัวแทนฝ่ายจำเลย ซึ่งได้ยื่นขอขยายเวลาส่งเอกสารคำชี้แจงต่อศาลออกไปอีก 30 วัน และศาลอนุญาตให้ส่งได้ไม่เกินวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ The Publisher ได้รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้ คดีนี้เกิดจากคำร้องของ “ชาญชาย อิสระเสนารักษ์” อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการที่กรมราชทัณฑ์ให้นายทักษิณรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนานถึง 181 วัน โดยไม่เคยมีการยื่นขออนุญาตศาล อาจขัดต่อ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246 ขณะที่วันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.68) ยังมีอีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 คือการประชุมของแพทยสภาว่าจะยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ค.68 หรือไม่ หลังสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษฯ ใช้สิทธิวีโต้ และจะเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงด้วยตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถมไปยังแพทยสภา ทั้งการปล่อยแชตหลุด การไล่บี้เอาผิดแพทย์ที่แสดงความเห็นในไลน์ ไปจนถึงคำขู่ของทนายความ พล.ต.ท. โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ถูกพักใบอนุญาตฯ ว่า “ขอให้พิจารณาตามข้อกฎหมายบนพื้นฐานความเป็นธรรม หากมีการกระทำอันใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายจะเสนอให้ลูกความดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#จริยธรรม#ศาลฎีกา#คดีทักษิณ#อภิสิทธิ์ชนไม่ติดคุก#จับตา23มิถุนา
