การโจมตีของทหารกัมพูชาด้วยอาวุธหนัก รวมถึงเครื่องยิงจรวด BM21 ใส่เป้าหมายบ้านเรือนประชาชน โรงเรียน โรงพยาบาล โบราณสถาน ปราสาท ศูนย์พัฒนาชายแดนและปั๊มน้ำมัน ทำให้ประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำไร้ซึ่งมนุษยธรรม และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ตามอนุสัญญาเจนีวา ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุด กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางอาวุธ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการสู้รบ…

24 กรกฎาคม 2568 – จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะตามแนวชายแดนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งให้โรงเรียนทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ…

24 กรกฎาคม 2568 – สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้ออกประกาศเตือนภัยและคำแนะนำเร่งด่วนสำหรับคนไทยในประเทศกัมพูชา หลังสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชายกระดับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และเกิดการปะทะกันในหลายพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอแนะนำให้ คนไทยที่พำนักหรือพำนักชั่วคราวในประเทศกัมพูชา และไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ควรเดินทางออกจากประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือให้ คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด…

24 กรกฎาคม 2568 – จากสถานการณ์ความตึงเครียดและการปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังร้อนระอุ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวด้วยข้อความที่ดุเดือด โดยตำหนิการกระทำของฝ่ายกัมพูชา และยืนยันถึงความอดทนของประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชากำลัง “ทำตัวเป็นเหยื่อ” ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าประเทศไทยนั้น “อดทนต่อการยั่วยุมาตลอด” แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อท่าทีและพฤติกรรมของกัมพูชาในความขัดแย้งชายแดน…

.24 กรกฎาคม 2568 – กองทัพบกไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาอย่างรุนแรงและไร้มนุษยธรรม กรณีที่ใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงเข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในเขตแดนไทย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและต้องเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ ตามแถลงการณ์จากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.40 น. ของวันนี้ (24 กรกฎาคม 2568) กองทัพกัมพูชาได้ยิงจรวด…

เพจ FB: ชุมชนคนสุรินทร์ โพสต์ภาพความเสียหายและร่องรอยชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหนัก โดยระบุ ด่วน !! ลูกกระสุนไม่ทราบชนิดจากฝั่งกัมพูชา ตกลงที่บ้านพลเรือน บ้านนายสุธี บ้านโจรก หมู่ที่ 2 ต. ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย…

มีรายงานสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งล่าสุดฝ่ายทหารกัมพูชาเปิดการรบเต็มรูปแบบ ยิงตลอดแนวตั้งแต่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ – ปราสาทโดนตวล จังหวัดศรีสะเกษ จนแนวเขาพระวิหาร ระดมยิงปืนใหญ่และระดมยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 จากฐานยิงเขาแหลมห่างช่องจอม ประมาณ 6 กิโลเมตร ตกใส่ปราสาทโดนตวลที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยเพจกองทัพภาคที่ 2…

ยืนยันอย่างเป็นทางการกับเหตุปะทะกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเพจกองทัพบกรายงานว่า เวลา 07.35 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ดูแลพื้นที่ปราสาทตาเมือนรายงานว่า ได้ยินเสียงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝ่ายกัมพูชาบินวนอยู่บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม แม้ไม่สามารถตรวจพบตัวอากาศยานได้ด้วยสายตา แต่สามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจน ต่อมาฝ่ายกัมพูชาได้นำอาวุธเข้าสู่ที่ตั้งบริเวณด้านหน้าแนวลวดหนาม และพบกำลังพลกัมพูชาจำนวน 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือรวมทั้ง RPG เดินเข้ามาใกล้แนวลวดหนามบริเวณด้านหน้าฐานปฏิบัติการของไทย ฝ่ายไทยได้ใช้การตะโกนเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและยกระดับสถานการณ์ โดยฝ่ายไทยเฝ้าระวังตลอดแนวชายแดนเพื่อเตรียมรับสถานการณ์…

เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าหลัง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และงดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเยี่ยมชมปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย จากนั้นหน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี ได้ส่งชุดประสานงานพูดคุยชายแดน แจ้งให้ทางกัมพูชา ทราบว่าไทยปิดการท่องเที่ยว ประสาทตาเมือนธมโดยการพูดคุยล้มเหลว ทางกัมพูชาไม่ยอม ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้นำลวดหนามหีบเพลงมาล้อมทางขึ้นและบริเวณรอบปราสาทตาเมือนธม ขณะทหารฝ่ายกัมพูชา ได้ตั้งอาวุธปืนหน้าแนวทางขึ้นปราสาทตาเมือนธม พร้อมได้ยินเสียงโดรนฝ่ายกัมพูชาบินลาดตระเวณรอบปราสาทตาเมือนธม…

—ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร”——————— “ใครทำผิด ขอให้เจ้าพ่อหลักเมืองดลบันดาลให้กลับเข้าคุก” “ในวันที่ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ผมนำเอกสารไปไหว้ศาลหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช พระแก้วมรกต ว่า จะนำเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาไต่สวน ใครทำผิดขอให้เจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้คนชั่วกลับเข้าคุก ใครที่ทำผิดให้รับโทษให้หมด…