Author: Writer Publisher

ถ้าคุณมีโอกาสเปลี่ยนฉากหลัง “บัลลังก์ประธานสภาฯ” ไม่ใช่ด้วยงบ 113 ล้าน… แต่ด้วย “คำเพียงคำเดียว” ที่สะท้อนหัวใจของรัฐสภา คุณจะใส่คำว่าอะไร? บางคนอาจเลือกคำว่า “ภาษีประชาชน” บางคนอาจเขียนว่า “ศรัทธาต้องได้จากการกระทำ ไม่ใช่ฉากหลัง” บางคนอาจอยากเขียน “ห้ามลืมว่าใครส่งคุณเข้ามา” บางคนอาจอยากบอกว่า “จงรับผิดชอบ…อย่าทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน” บางคนอาจอยากเขียน “ทำเพื่อชาติ…ไม่ใช่ทำเพื่อพวก” มาช่วยกันเสนอคำที่คุณอยากให้ติดบนผนังบัลลังก์ — เพื่อเตือนใจ สะท้อนใจ และฝากไว้ให้คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นรู้ว่า… “ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ของคุณ แต่เป็นของประชาชน” #คำเดียวถึงสภาฯ #113ล้านต้องใช้เพื่อประชาชน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #เที่ยงเปรี้ยงปร้าง #รัฐบาลแพทองธาร #กระดานอำนาจ #แพทองธารชินวัตร #งบประมาณ69 #งบประมาณ69 #พรรคประชาชน

Read More

ข้อเสนอเคลียร์คดีหลังลูกกร่างกลางงานบวช • “อย่าเอาเรื่องเลย เดี๋ยวเคลียร์ให้” • มีแม่ ส.ส. ไปขอเจรจา พร้อมกระเช้า • ข้อเสนอหลากหลายเพื่อให้จบแบบเงียบ ๆ • ใช้สายสัมพันธ์พยายามหาทางกันชน ⸻ แต่กฎหมาย…เริ่มขยับแล้ว • ตำรวจระดับผู้ใหญ่สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง • เร่งหาตัว “เจ้าทุกข์” ที่ถูกทำร้าย • พยานจำนวนมากเห็นเหตุการณ์กลางงานบวช • คดีนี้เข้าข่าย “อาญาแผ่นดิน” ไม่มีใครปิดได้ ////// เรื่องนี้…ปิดไม่ได้อีกแล้ว ลูกกร่าง…เดือดร้อนแม่ ไหว้สวย รวยกระเช้า วิ่งตีนขวิดเคลียร์คดี ข้อเสนอแน่นยิ่งกว่าตระกร้าของฝาก — ขอแค่ “อย่าเอาเรื่องลูกชาย” แต่ขอโทษ…นี่ไม่ใช่คดีเฉี่ยวชนหน้าวัด นี่คือ “อาญาแผ่นดิน” — ทำร้ายคนกลางงานบวชต่อหน้าชาวบ้านนับร้อย ล่าสุดมีข่าวว่า “ตำรวจผู้ใหญ่” สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หาตัวเจ้าทุกข์ และเดินหน้าคดีให้ถึงที่สุด จะใหญ่แค่ไหนก็หนีกฎหมายไม่พ้น รักลูกไม่ผิด แต่ผิดแน่ถ้าใช้ “เส้น” กับ “ของ” ไปกลบเรื่อง นี่ไม่ใช่เวทีของแม่สายเปย์…แต่ต้องตัดวงจรอำนาจเถื่อนกันที่ศาลฯ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #นักการเมืองกร่าง #ลูกไหมลูกใคร #ลูกพีชหญ้าหวาน #สจกอล์ฟ #สสเมืองคอน

Read More

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” แสดงความเห็นกรณีมีกระแสต่อต้านการแทรกแซงมติของแพทยสภา โดยระบุว่า วันนี้คือจุดที่ “คนจำนวนมากต้องเดือดร้อน” จากการพยายามช่วยเหลือ “นักโทษคนหนึ่ง” ให้ไม่ต้องลำบากอยู่ในเรือน สมชัยชี้ว่า ในอดีตหากใครมีอำนาจ การจัดการเรื่องดังกล่าว “ไม่ใช่เรื่องยาก” เพราะกลไกราชการจำนวนมากพร้อมจะ “หลับหูหลับตาช่วย” ด้วยความเชื่อว่าอำนาจจะสามารถ “ค้ำจุนและปกป้อง” “แต่วันนี้ไม่ใช่ — พลังสังคมและพลังแห่งวิชาชีพ กลับตรงไปตรงมาและยิ่งใหญ่กว่า” เขาเน้นย้ำว่า ขณะนี้สังคมเริ่มตื่นตัวและแสดงออกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเสียงสนับสนุนจากบุคลากรในหลากหลายวิชาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์อาวุโส ที่ออกมาให้กำลังใจแพทยสภาในการตัดสินคดีอย่างกล้าหาญ และไม่ยอมสยบต่ออำนาจการเมือง “ต่อจากนี้ คือการพิสูจน์ว่า ระหว่างอำนาจทางการเมือง กับความถูกต้องและความเสมอภาคภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย — อะไรจะเป็นฝ่ายชนะ” สมชัยฝากความหวังไว้ที่แพทยสภา พร้อมย้ำว่า การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อศักดิ์ศรีของวิชาชีพแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการยืนหยัดเพื่อหลักนิติธรรมในแผ่นดินนี้ด้วย “ท่านไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวแน่นอน” — สมชัย ศรีสุทธิยากร กล่าวทิ้งท้าย. #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สมศักดิ์เทพสุทิน #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #แพทยสภา #ป่วยทิพย์ #ชั้น14 #มติแพทยสภา

Read More

เป็นที่จับตากับการประชุมวุฒิสภาที่มีวาระสำคัญ คือการให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ใหม่ 3 คน และวาระเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ หรือ กมธ.ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อในองค์กรอิสระอีก 3 คณะคือกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 คน เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 2 คน และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นอัยการสูงสุดคนใหม่ ทั้งนี้นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กลุ่มอิสระเสนอญัตติด่วนให้ชะลอการเห็นชอบ ป.ป.ช. และตั้ง กมธ.ดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่ามีคำตัดสินในคดีที่ สว.จำนวนมากตกเป็นผู้ถูกร้องและผู้ร้องในองค์กรอิสระทั้ง ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ หรือมีความชัดเจนว่า กกต. และกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) จะยื่นคำร้องเอาผิด สว. ในคดีฮั้ว สว. และจะมี สว. กี่คนที่อาจถูกศาลฎีกาฯสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สว. ขณะที่ สว.นันทนา นันทวโรภาส ระบุหากเดินหน้าวาระเหล่านี้ จะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ เพราะ สว.ส่วนใหญ่เป็นผู้ร้อง ป.ป.ช. ดำเนินคดีกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ขณะเดียวกันก็ถูกร้องให้ ป.ป.ช. ดังนั้นหากเลือกกรรมการ ป.ป.ช.3 คนมาตรวจสอบคดีของตนเองถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นการต่างตอบแทน เลือก 3 คนไปวินิจฉัยคดี และมีความเป็นธรรมหรือไม่ รวมถึงการตั้ง กมธ. ตรวจสอบประวัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีเรื่องร้องเรียนในศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน “ดังนั้นหากยังดึงดันโปรดรู้ไว้ว่าการกระทำได้ฝืนความรู้สึกประชาชน และประชาชนมีสิทธิยื่นตรวจสอบจริยธรรมในวันนี้” ทั้งนี้คาดว่า อาจจะมี สว. สีน้ำเงินบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเสนอเลื่อนดังกล่าว และอภิปรายขอให้ที่ประชุมเดินหน้าพิจารณาวาระทั้งหมดต่อไป ที่ต้องดูว่าเสียงส่วนใหญ่ใน สว. จะโหวตอย่างไร โดยเฉพาะกลุ่ม สว.สีน้ำเงินที่คุมเสียงข้างมากใน สว. เวลานี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#DSI#ฮั้วเลือกตั้งสว#กกต#ฮั้วสว

Read More

เป็นแถลงการณ์ของ 45 นายแพทย์จุฬาฯ ที่ร่วมกันลงชื่อเพื่อแสดงจุดยืนร่วมกัน หลังสภานายกพิเศษ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ได้ใช้อำนาจยับยั้งหรือวีโต้มติของที่ประชุมใหญ่แพทยสภา ที่ประกอบด้วยแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ จำนวน 70 คน แถลงการณ์ระบุการที่คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่จะมีมติใด โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณของสมาชิกแพทย์ด้วยกัน จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยกลั่นกรองข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพสูง ตั้งแต่ในชั้นคณะอนุกรรมการจริยธรรม อนุกรรมการสอบสวน และคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ยังตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองอีกชุดหนึ่ง เพื่อดูแง่มุมให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ จึงใช้ข้อมูลที่มีรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์สูงมาก จากอนุกรรมการทั้งสามคณะ ใช้เวลามากพอสมควร หลายครั้งถูกมองว่าล่าช้ามาก เพราะกว่าจะได้มาซึ่งมติจึงต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความละเอียดรอบคอบในทุกมิติทุกประเด็น จึงมีความน่าเชื่อถือสูง เมื่อสภานายกพิเศษหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นจากคณะกรรมการที่รัฐมนตรีตั้งขึ้นเองอีก 10 คน ใช้เวลาประชุมเพียง 3 ครั้ง และใช้เวลาไม่มากนัก จึงน่าเชื่อได้ว่าเป็นไปได้ยากมาก ที่จะมีข้อมูลข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่หนักแน่นมากเพียงพอและน่าเชื่อถือ จนกระทั่งนำมาสู่การยับยั้งหรือวีโต้มติของคณะกรรมการแพทยสภาดังกล่าว ดังนั้นแพทย์จุฬารุ่น 34 จึงขอให้สังคมติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยขอสนับสนุนและให้กำลังใจกับคณะกรรมการแพทยสภา และขอให้กรรมการแพทยสภาทุกท่านเข้าร่วมประชุม และละเว้นการงดออกเสียง เพื่อร่วมยืนยันมติของแพทยสภาเดิม เพราะเป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม ถูกต้อง เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพื่อเป็นการยืนยันถึงหลักการขององค์กรหรือสภาวิชาชีพ ที่นักการเมืองหรือเรื่องของทางการเมืองไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง ควรให้เป็นเรื่องอิสระของวิชาชีพที่จะตรวจสอบกันเองต่อไป #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สมศักดิ์เทพสุทิน#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#มติแพทยสภา

Read More

อำนาจที่ถูกตั้งคำถาม: เมื่อรัฐมนตรี “คนของทักษิณ” ใช้ดุลยพินิจตัดสินคดีที่เกี่ยวพันทักษิณ “แม้มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ถ้าขาดความเป็นกลาง คำสั่งนั้นก็อาจไร้ความชอบธรรมทางกฎหมาย” ที่มา: คำวินิจฉัยของสภานายกพิเศษฯ กรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ “สภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา” มีหนังสือยับยั้งมติของคณะกรรมการแพทยสภาในการลงโทษแพทย์ 3 จาก 4 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเข้ารับโทษ จำคุก และพักรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ กรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สภานายกพิเศษ มีความเห็น “แย้ง” กับมติของแพทยสภา ซึ่งในทางปฏิบัติที่ผ่านมา มักเห็นชอบโดยไม่มีข้อขัดแย้ง ⸻ อำนาจตามกฎหมาย: มาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ตาม พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 25 วรรคสอง ระบุว่า “ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นสภานายกพิเศษ มีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบในมติของแพทยสภา ที่ให้ลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” ซึ่งหมายความว่า มติลงโทษของแพทยสภาจะไม่มีผลบังคับใช้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี กล่าวโดยตรงคือ: รัฐมนตรีมีอำนาจเต็มตามบทบัญญัติของกฎหมาย ⸻ ประเด็นปัญหา: ความเป็นกลางของผู้ใช้อำนาจ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “สมศักดิ์มีอำนาจหรือไม่” – แต่คือ “สมศักดิ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมในการใช้อำนาจดังกล่าวหรือไม่?” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพิจารณาในกรอบของ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 16 ซึ่งบัญญัติว่า: “…คณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง เจ้าหน้าที่หรือกรรมการผู้นั้นจะทำการพิจารณาทางปกครองเรื่องนั้นไม่ได้” กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับกับ “การพิจารณาทางปกครอง” ซึ่งเป็นลักษณะที่นายสมศักดิ์อธิบายว่า ตนเองใช้อำนาจในฐานะเจ้าหน้าที่ทางปกครอง ไม่ใช่ในฐานะฝ่ายจริยธรรม ดังนั้น หากพิจารณาตามมาตรา 16 ข้างต้น: • แม้นายสมศักดิ์จะมีอำนาจตามกฎหมายเฉพาะใน พ.ร.บ.เวชกรรมฯ • แต่ หากปรากฏความเชื่อมโยงทางการเมือง กับผู้มีส่วนได้เสียในคดี (เช่น นายทักษิณ ชินวัตร) • และการใช้ดุลยพินิจนำไปสู่ผลที่เป็นคุณกับผู้เกี่ยวข้องทางการเมืองโดยตรง • ก็อาจเข้าข่าย “มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำใหัการพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง” ตามมาตรา 16…

Read More

““แพทยสภาบางคนด่าผมในไลน์กลุ่ม อีกคนตอบด้วยสติ๊กเกอร์ yes แบบนี้เรียกว่าจริยธรรมมีปัญหา ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีสมศักดิ์มีข้อมูลทุกอย่าง และต้องคิดเยอะหน่อย” — ทักษิณ ชินวัตร เป็นคำกล่าวโจมตีแพทยสภาที่มีมติฟันสามหมอที่เกี่ยวข้องกับการส่งและรักษาทักษิณที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ เป็นการพูดที่มี “สมศักดิ์” ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ และให้สัมภาษณ์เวลาต่อมาว่า “มติแพทยสภาไม่สมบูรณ์” จากนั้นเพียงวันเดียว “สมศักดิ์” ในฐานะสภานายกพิเศษ ก็ส่งหนังสือวีโต้มติแพทยสภา ที่ลงโทษตักเตือน 1 หมอพักใบอนุญาตฯ สองหมอใหญ่ รพ.ตำรวจ ไม่รู้ว่าเขาคิดเองหรือมีใครกระซิบข้างหู แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ…จังหวะขยับมันเป๊ะจนเกินเป็นเรื่องบังเอิญ วันถัดมา…แชตไลน์กลุ่มที่อ้างว่าเป็นไลน์แพทยสภาก็หลุดออกมา เหมือนกับเตรียมไว้เพื่อ “ยืนยัน” คำพูดทักษิณ ว่า แพทยสภาไม่มีจริยธรรม ⸻ จากไลน์ 2 คน ล้มมติ 70 คน? แชตที่หลุดออกมาในเวลาต่อมา ถูกโพสต์โดย “ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข — เป็นแชตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ส่วนตัว เช่น “ต้องให้ทักษิณโดนคดี จะได้เข็ด” “ผมหมดศรัทธาในตัวเขา และพรรคพวกเขาทั้งหมด” ถ้าข้อความนี้เป็นของจริง — ย่อมสะท้อนอคติส่วนบุคคล แต่คำถามคือ…นี่คือไลน์กลุ่มปิด ที่ไม่มีใครคิดว่าจะถูกนำออกมาเพื่อหักล้างมติองค์กร การเผยแพร่ข้อความเพื่อประโยชน์ฝ่ายที่ถูกตรวจสอบ…นั่นไม่ใช่การขาดจริยธรรมอีกแบบหรือ? แพทยสภามี 70 คนจะล้มมติด้วยเสียง 2 คน? ต่อให้ไลน์หลุดเหล่านี้เป็นของกรรมการแพทยสภาจริง ก็ต้องย้ำว่า มติลงโทษสามหมอ ผ่านที่ประชุมใหญ่ องค์ประชุม 70 คน ผ่านกระบวนการ 4 ชั้น ตั้งแต่รับเรื่อง-สอบสวน-กลั่นกรอง-แพทยสภา แล้ววันนี้คนอย่างทักษิณ-ธนกฤต จะใช้แชตหลุดนี้มาทำลายความน่าเชื่อถือของแพทยสภาทั้งคณะได้จริงหรือ? แล้วเสียงของแพทยสภาอีกเกือบ 70 คนล่ะ? ผ่านกระบวนการสอบสวน ใช้เวลาหลายเดือน …ไม่มีน้ำหนักพออย่างนั้นหรือ? ⸻ ใครกันแน่ไม่มีคุณสมบัติพูดเรื่องจริยธรรม? • ทักษิณ: นักโทษคดีทุจริต ที่ไม่เคยนอนคุก • สมศักดิ์: รัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย • ธนกฤต: ผู้ช่วย รมต. ที่ปล่อยแชตเชิงอคติแบบเปิดหน้า บุคคลเหล่านี้ “ล้วนอยู่ในอาณาจักรอำนาจของทักษิณ”…

Read More

กรณี “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.ขอนแก่น ซึ่งเพิ่งถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาจำคุก5 ปี 93 เดือนจากคดียักยอกเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นกว่า405 ล้านบาท และถูกพรรคภูมิใจไทยซึ่งเขาสังกัดอยู่เดิมลงมติขับออกจากพรรคทันทีตามข้อบังคับ แต่เรื่องกลับไม่จบเท่านั้น… เพราะเพียงเดือนเศษหลังจากนั้น พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์กลับแต่งตั้งเอกราชเป็น “รองหัวหน้าพรรค”อย่างเป็นทางการ พร้อมมอบภารกิจขับเคลื่อนการเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นี่คือภาพที่ชัดเจนที่สุดของ “ความแตกต่างระหว่างการเมืองแบบมีเกียรติ – กับการเมืองแบบมีกลุ่มอำนาจ” “มีคดีไม่เป็นไร ถ้าไว้ใจได้ทางการเมือง” ในขณะที่พรรคเดิมขับออกหลังมีคำพิพากษาศาล พรรคใหม่กลับไม่เพียงเปิดประตูต้อนรับ—แต่ยังปูพรมแดงแต่งตั้งเป็นผู้นำระดับสูง การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นโดยตรงจากคำสั่งของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ท่ามกลางความสงสัยของสังคมว่า เหตุใดพรรคการเมืองหน้าใหม่ที่อ้างว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ จึงเลือกแต่งตั้งบุคคลที่เพิ่งถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดอาญาร้ายแรงในคดีทุจริตมารับตำแหน่งบริหารระดับสูง หรือว่าคำพิพากษาศาล ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับพรรคกล้าธรรม? “แค่ยักยอกเงินครู…ยังไม่เท่าคดี “แป้ง?”” บางคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก หากพิจารณาจาก “เจ้าของพรรคตัวจริง” อย่างร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าซึ่งผ่านคดีอื้อฉาวในต่างประเทศมาแล้ว ทั้งเคยต้องโทษจำคุกในออสเตรเลียจากคดียาเสพติดที่เจ้าตัวอธิบายภายหลังว่า “มันคือแป้ง” เมื่อเจ้าของพรรคตัวจริงยังมีประวัติ “โลดโผน” ระดับนี้ การรับนายเอกราชเข้าพรรค อาจถือเป็นเรื่อง “เบา ๆ” สำหรับพรรคกล้าธรรม พรรคใหม่—แต่คนเดิม วัฒนธรรมเดิม ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่า พรรคการเมือง “ใหม่” ในไทยหลายพรรค เพียงแค่ “ใหม่ทางป้าย” แต่ไม่ได้ “ใหม่ทางแนวคิด” หรือ “ใหม่ทางจริยธรรมทางการเมือง” ขบวนการย้ายพรรคแบบไร้หลักยึด ควบคู่กับการแต่งตั้งตำแหน่งเพื่อใช้ทุนทางอำนาจของบุคคลที่มีคดีติดตัว ยิ่งตอกย้ำความเสื่อมถอยของระบบพรรคในระบอบประชาธิปไตยไทย เราจึงไม่อาจคาดหวังอะไรได้จากพรรคที่ไม่เห็นความสำคัญของคำพิพากษาศาล ไม่เคารพศีลธรรมสาธารณะ และมองอำนาจเป็นแค่เครื่องมือเพื่ออยู่รอดทางการเมือง แต่บ้านเมืองจะอยู่รอดหรือไม่?…ภายใต้โครงสร้างการเมืองเช่นนี้ ประชาชนต้องให้คำตอบกับตัวเอง #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รัฐบาลแพทองธาร #กล้าธรรม #เอกราชช่างเหลา #จำคุกเอกราช

Read More

อ่อนแอเมื่อไหร่…เขาก็รุกเข้ามาเมื่อนั้น” — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ ปะทะช่องบก ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ท่ามกลางกระแสข่าวเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร มองว่าสิ่งนี้ “ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่คือผลลัพธ์ของการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบของกัมพูชา” “เขาขยับกำลังเข้ามาในพื้นที่พิพาทภายใต้กรอบ MOU 2543 อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยผู้นำของเขาสั่งการตรง ใช้คำว่า ‘ปกป้องอธิปไตย’ เพื่อจัดระเบียบชายแดนแบบไม่ถอย ไทยต้องเตรียมรับพฤติกรรมใหม่ของกัมพูชา” แม้จะมีการเจรจาผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (TBC) อย่างสม่ำเสมอ แต่การสื่อสารที่ขาดประสิทธิภาพของทหารกัมพูชาอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและนำไปสู่เหตุปะทะ ⸻ อ่อนแอเมื่อไหร่ เขาก็รุกเข้ามาเมื่อนั้น “ความคลุมเครือของพื้นที่ที่ยังไม่มีเส้นเขตแดนแน่ชัด จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรุกเข้ามาเพื่อสถาปนาแนวต้านใหม่… อ่อนแอเมื่อไหร่ เขาก็รุกเข้ามาเมื่อนั้น” อาจารย์ปณิธานเตือนว่า ประเทศใดที่ขาดเอกภาพ ไม่ว่าจะในเชิงนโยบายหรือกำลังในพื้นที่ จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอ และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาเวลานี้สะท้อนความเปราะบางเช่นนั้น ⸻ ศักยภาพสูงแต่ขาดเอกภาพ แม้ไทยจะมีศักยภาพทางทหารและการทูตเหนือกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แต่สิ่งที่ไทยยังขาดคือ “เอกภาพ” ทั้งในการสั่งการ และการจัดวางนโยบายความมั่นคงอย่างจริงจัง “การสั่งการไม่มีเอกภาพ ขาดความชัดเจน ขาดการเดินเกมรุกทางการทูต ทำให้เรากลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทั้งที่ควรได้เปรียบ” ⸻ ความสัมพันธ์ดี แต่สถานการณ์แย่? แม้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำไทย–กัมพูชาจะใกล้ชิดกันมาหลายรุ่น ทั้งรุ่นพ่อถึงรุ่นลูก แต่อาจารย์ปณิธานกลับเห็นว่าความสัมพันธ์นี้กำลังย้อนแย้ง “ความสัมพันธ์ที่ดีควรออกมาในเชิงเสถียรภาพ แต่กลับเกิดปัญหาเรื่องการเคลื่อนกำลัง จึงต้องดูว่าเขาสองมาตรฐานหรือเปล่า” เขาย้ำว่าไทยต้องกล้ายกระดับความเข้มแข็งของการวางกำลังชายแดน และไม่ควรสั่งห้ามการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ เพราะจะยิ่งตอกย้ำข้อสงสัยตามที่กัมพูชาอ้าง ⸻ กลยุทธ์ปลุกชาตินิยมภายใต้วิกฤตภายใน อาจารย์ปณิธานยังตั้งข้อสังเกตถึงภาวะเศรษฐกิจและการเมืองภายในกัมพูชาว่า อาจเป็นแรงผลักให้ผู้นำใช้แนวทางชาตินิยมมาสร้างความชอบธรรมทางอำนาจ “เศรษฐกิจภายในกัมพูชาไม่ดี ฝ่ายค้านก็มีกำลังเพิ่มมากขึ้นผ่านการสื่อสารสมัยใหม่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าผู้นำเลือกใช้แนวชายแดนเป็นจุดรวมอารมณ์ชาตินิยม” ⸻ คำเตือนถึงรัฐบาลไทย “รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้เกิดการปักธงรุกล้ำ หรือสถาปนาแนวต้านใหม่ในพื้นที่พิพาท ต้องเร่งจัดระบบใหม่ทั้งในพื้นที่และในนโยบาย” อาจารย์ปณิธานแนะนำว่า ฝ่ายนโยบายของไทยควรลงพื้นที่มากขึ้น ให้เจ้าหน้าที่มีความชัดเจนในการปฏิบัติงานมากกว่าเดิม รวมถึงควรให้กรรมาธิการรัฐสภาเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กองทัพบก #กัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย…

Read More

หลังศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาจำคุกนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น รวม 5 ปี 93 เดือน พร้อมชดใช้เงินยักยอก 405 ล้านบาทให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น พรรคภูมิใจไทยมีมติเอกฉันท์ให้เขาหมดสมาชิกภาพพรรคเมื่อ 17 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ใคร ๆ ก็คิดว่าเส้นทางการเมืองอาจดับวูบ แต่นอกจากจะไม่หมดอนาคตทางการเมืองแล้ว ยังได้รับตำแหน่งใหญ่ในพรรคการเมืองใหม่ที่ไปสังกัดด้วย ล่าสุด วันที่ 27 พ.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลงนามแต่งตั้งนายเอกราชเป็น “รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม” รับผิดชอบงานการเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การแต่งตั้งครั้งนี้ อาศัยข้อบังคับพรรคกล้าธรรม พ.ศ.2568 ข้อ 20(1)(จ)(ช) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อ 31 มี.ค. สมาชิกพรรคภูมิใจไทยในขอนแก่น 20 คน เคยร้องเรียนต่อพรรค กรณีนายเอกราชตกเป็นจำเลยในคดียักยอกเงิน โดยพรรคเปิดโอกาสให้ชี้แจง แต่เจ้าตัวไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด กระทั่งมีคำพิพากษาในเดือน เม.ย. พรรคภูมิใจไทยจึงให้เขาพ้นสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(9) ประกอบข้อบังคับพรรคฯ ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงใด ๆ จากพรรคกล้าธรรม ถึงสาเหตุการแต่งตั้งนายเอกราชเป็นรองหัวหน้าพรรค #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #รัฐบาลแพทองธาร #กล้าธรรม #เอกราชช่างเหลา #จำคุกเอกราช

Read More