Author: Writer Publisher

เป็นคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส่งทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าข่ายมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ โดยนายเรืองไกรพยายามชี้ว่า มีการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบเกี่ยวกับการบังคับโทษผู้ต้องขัง ที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องขังรายหนึ่งไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต หรือโรคติดต่ออันตรายแก่ชีวิตถ้าต้องจำคุก หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยปล่อยผู้ต้องขังรายนี้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งเป็นห้องพิเศษ 180 วัน ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ อีกทั้งไม่ได้ร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับให้จำคุกไว้ก่อนด้วย ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะต้องรู้หรือควรรู้ว่า ผู้ต้องขังรายนี้ได้รับการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ แต่ไม่พบว่าได้ใช้หน้าที่และอำนาจให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร จึงมีเหตุขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) โดยเร็ว และขยายผลการตรวจสอบด้วยว่า มีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวทั้งในฐานะตัวการ ผู้ร่วม ผู้สนับสนุน หรือไม่ และบุคคลอื่นที่รู้เห็นหรือร่วมกระทำการจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย หรือไม่ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#กรมราชทัณฑ์#ปปช#รมวยุติธรรม

Read More

เป็นกระแสการเมืองร้อนๆ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ กรณีว่าพรรคภูมิใจไทยส่อคว่ำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เพื่อตอบโต้กรณีกลุ่ม สว.สายสีน้ำเงินถูก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษถูกออกหมายเรียกคดีฮั้วเลือก สว.ซึ่งหากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการปลายเดือนนี้ รัฐบาลต้องลาออกหรือไม่ก็ยุบสภา เรื่องนี้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยส่อคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 69 โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่การพัฒนาประเทศ และแก้ปัญหาประชาชน จึงขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว อย่างสิ้นเชิง ว่าไม่เป็นความจริง . “พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล มีรัฐมนตรีที่กำกับดูกระทรวง ซึ่งมีส่วนร่วมจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่มีเหตุที่จะไม่สนับสนุน การจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อน เพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาประเทศ” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธารชินวัตร#ฮั้วเลือกสว#ภูมิใจไทย#พรบงบปี69#ยุบสภาลาออก

Read More

เป็นใบแถลงที่ส่งถึงสื่อมวลชนของกรมราชทัณฑ์ เพื่อชี้แจงกรณีที่มีสื่อมวลชนได้มีการเผยแพร่ข่าว และพาดหัวกล่าวว่า “รพ.ราชทัณฑ์ เล็งฟ้องศาลเพิกถอนมติแพทยสภา” อันเกิดจากมีมติลงโทษแพทย์ 3 ราย จากกรณีการรักษาพยาบาลนายทักษิณ ชินวัตร ณ โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ในใบแถลงข่าวนั้น กรมราชทัณฑ์ บอกเบื้องต้นทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้รับทราบ ข่าวสารเกี่ยวกับมติที่ประชุมแพทยสภา ในการพิจารณากรณีจริยธรรมของแพทย์ ในการส่งนายทักษิณฯ ออกรักษาตัว ณ โรงพยาบาลตำรวจ ผ่านการเผยแพร่จากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ยังคงต้องรอคำวินิจฉัยของกระทรวงสาธารณสุข โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ซึ่งข้อมูลที่สื่อมวลชนนำออกมาเผยแพร่นั้น อาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคมและอาจส่งผลกระทบระหว่างหน่วยงานต่างๆ อีกทั้ง บุคลากรทางการแพทย์ ในสังกัดกรมราชทัณฑ์ ยังคงยึดหลักปฏิบัติตามข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2559 เสมอมา ดังนั้นจากกรณีดังกล่าวกรมราชทัณฑ์ ยังอยู่ในระหว่างรอคำวินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้เป็นผลพวงจากที่ประชุมแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 รายกรณีวินิจฉัยการรักษาพยาบาลนายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ราย เนื่องจากให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า นายทักษิณป่วยขั้นวิกฤต และว่ากล่าวตักเตือน 1 ราย เนื่องจากออกใบส่งตัวไม่ถูกต้อง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14#กรมราชทัณฑ์

Read More

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณี นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่บอกหลังมีหมายเรียกไม่ได้รับหมายโดยตรง เนื่องจากที่อาศัยอยู่จริงไม่ตรงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน พร้อมตั้งเงื่อนไขจะไปรับทราบข้อกล่าวหาเฉพาะในกรณีที่หมายออกโดย “กกต.” เท่านั้น เพราะเห็นว่า “ดีเอสไอไม่มีอำนาจเหนือเรา” นายเชาว์ระบุว่า คิดไม่ถึงว่านี่คือคำพูดจากปาก สว.อลงกต วรกี คำพูดนี้ไม่เพียงสะท้อนความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงต่อบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังสะท้อนว่าบางคนที่มีหน้าที่ “ออกกฎหมาย” กลับลืมไปว่าไม่มีใคร “อยู่เหนือกฎหมาย” โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา ไม่ได้ศักดิ์สูงกว่าเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานอื่น และยิ่งไม่มีสิทธิหรือใหญ่ไปกว่า ”กฎหมาย“ การเลือกไปตามหมายเรียกตามความพอใจ ถือเป็นความคิดวิบัติทางนิติธรรม เพราะหมายเรียกที่ออกโดยชอบจากพนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะสังกัดใด ถ้าเป็นหมายพยานแล้วฝ่าฝืน ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา มาตรา 168 ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาทและถ้าเป็นหมายผู้ต้องหา ไม่มาโดยไม่มีเหตุ พนักงานสอบสวนมีสิทธิ์ขอศาลออกหมายจับได้ทันที ไม่ว่าจะรู้สึกว่าสูงส่งเพียงใด ก็ไม่มีสิทธิ์ยกตัวเองเหนือกติกาที่คนทั้งประเทศต้องเคารพ ”ถ้าท่านไม่ได้ฮั้วเลือก สว. จริงจะกลัวอะไรกับหมายเรียก? หรือเพราะมันไม่ใช่แค่หมาย แต่มันคือกระจก ที่สะท้อนบางอย่างที่ท่านไม่กล้ามอง?“ นายเชาว์ระบุทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#อลงกตวรกี#ฮั้วเลือกสว#DSI#เชาว์มีขวด

Read More

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นครั้งที่ 2 ทวงถามความคืบหน้าคดีที่ร้องเรียนผู้บริหารระดับสูงของ กกต.ตั้งแต่ปี 2566 คือนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จากข้อกล่าวหาว่าทั้งสองรายใช้รถราชการในภารกิจส่วนตัว และจัดงานเลี้ยงวันเกิดพร้อมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในห้องประชุมของสำนักงาน กกต. ซึ่งถือเป็นสถานที่ราชการ อยู่ในชุดข้าราชการ และมีพยานพร้อมภาพถ่ายยืนยันชัดเจน วัชระระบุว่าคดีนี้ดำเนินมานานกว่า 2 ปี 8 เดือน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เป็นกรณีจริยธรรมร้ายแรง และมีหลักฐานชัดเจน พร้อมตั้งคำถามถึง “สองมาตรฐาน” ในการสอบสวนกรณีข้าราชการระดับสูง เทียบกับข้าราชการท้องถิ่นที่มักถูกลงโทษอย่างรวดเร็ว “ถ้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีเส้นสาย คงโดนไปนานแล้ว แต่นี่เป็นถึง กกต. จะปล่อยให้ลอยนวลหรือ?” นายวัชระเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เร่งแจ้งผลการดำเนินการภายใน 15 วัน พร้อมย้ำว่าจะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุดเพื่อให้ความจริงปรากฏ และเพื่อรักษาความศรัทธาต่อองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ไม่ให้กลายเป็น “องค์กรพิทักษ์ผู้มีตำแหน่ง” แทนที่จะเป็นองค์กรปราบโกง #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#กกต#วัชระเพชรทอง#ปปช#จริยธรรม

Read More

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ​รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เร่งรัดมาตรการลดค่าไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยประกาศให้ปี 2568 เป็น “ปีแห่งการลดค่าไฟฟ้า” จากปี 2566 ค่าไฟเฉลี่ย 4.77 บาทต่อหน่วย, ล่าสุดระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย และปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ถือเป็นการยืนยันว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี ทั้งมาตรการลดค่าไฟฟ้าไม่ใช่การใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง อาทิ การปรับลดค่า Ft และการเจรจาลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกับภาคเอกชน โดยอาศัยต้นทุนด้านเทคโนโลยีที่ลดลง ในส่วนของราคาน้ำมัน รัฐบาลขอยืนยันว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนลงในระดับที่เหมาะสม เพื่อชดเชยภาระภาษีดังกล่าว “รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงาน ลดภาระค่าครองชีพ และวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนไทยทุกคน” นางสาวศศิกานต์​ ระบุ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ค่าไฟ#ค่าไฟแพง#กกพ#ภาระค่าใช้จ่าย#สภาคุ้มครองผู้บริโภค

Read More

เป็นความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มหลัง เปิดช่องลิฟต์ทั้ง 6 ช่องไม่พบร่างผู้ประสบภัย และวันนี้ได้ตั้งแถวเจ้าหน้าที่ 57 นาย และสุนัข K9 จำนวน 5 ตัว เป็นหน้ากระดาน เพื่อค้นหาเศษชิ้นส่วนอวัยวะ ปรากฏว่าพบชิ้นส่วนของกะโหลก 1 ชิ้น และชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มอีก 2 ชิ้น ดังนั้นถือได้ว่าได้เปิดพื้นที่ซากอาคารตึก สตง.ที่ถล่มได้ครบถ้วนแล้ว และภารกิจค้นหาร่างผู้ประสบภัยเป็นอันเสร็จสิ้นแล้ว ระหว่างนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 -3 วันเพื่อขนซากเหล็ก ซากปูน จากพื้นที่ สตง. นำไปพักไว้ที่พื้นที่ของการรถไฟต่อไป ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการตรวจสอบชิ้นส่วนอวัยวะของผู้ประสบภัยในซากปูนที่รื้อกองรวมไว้บริเวณที่ของการรถไฟฯ ส่วนตัวเลขผู้สูญหายอยู่ที่ 7 ราย จะเป็นกระบวนการของพิสูจน์หลักฐานตำรวจและนิติเวช ตรวจสอบยืนยันผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตทั้งหมด เนื่องจากในพื้นที่อาคารของ สตง. จะไม่พบร่างของผู้เสียชีวิตแล้ว สำหรับการคืนพื้นที่ให้กับ สตง.นั้น ยังเป็นไปตามแผนเดิมคือวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเมื่อ กทม. คืนพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว กระบวนการต่อไปพนักงานสืบสวนสอบสวน จะอายัดพื้นที่ของ สตง.และหลักฐานกองปูนและเหล็กบริเวณพื้นที่ของของการรถไฟต่อไป โดยไม่มีช่องว่างในการดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตึกถล่ม#ตึกสตงถล่ม#ตึกสตง#ศรัทธาประชาชน#คอร์รัปชัน#ไม่ได้มาตรฐาน

Read More

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี และเป็นอีกคนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหมารวมว่าเป็นพวกขาประจำ วันนี้โพสต์ข้อความตอบโต้ที่มีคนของพรรคเพื่อไทย ออกมาปกป้องนายทักษิณโดยยกมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ เพื่ออ้างว่าไม่ได้กำหนดต้องป่วยขั้นวิกฤตจึงส่งตัวไปรักษาภายนอกได้ โดยนายแพทย์วรงค์ยังย้อนข้อมูลว่า การแถลงข่าวของกรมราชทัณฑ์ ย้ำต้องส่งตัวนายทักษิณไปโรงพยาบาลตำรวจ เพราะเกรงว่าอันตรายต่อชีวิตก็แสดงว่าน่าจะวิกฤติ และยังบอกว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์เครื่องมือไม่พร้อม ทั้งที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลระดับจังหวัด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีแลปต่างๆ พร้อม X-ray /CT scan ที่ทันสมัย ดังนั้นถ้าพร้อมขนาดนี้ ยังรักษานายทักษิณไม่ได้ นายทักษิณต้องวิกฤติมาก ถึงขนาด รพ.ราชทัณฑ์รักษาไม่ได้ “สิ่งที่ต้องย้ำให้คนที่ชอบแถเข้าใจ ในเมื่อไม่วิกฤติ เจ็บป่วยตามสภาพของวัย คุณก็ควรรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ อาการดีขึ้นต้องกลับเรือนจำ ไม่ใช่ให้มานอนเล่นห้อง vvip ของรพ.ตำรวจ….หยุดสร้างความสับสนได้แล้ว” นายแพทย์วรงค์ระบุ อีกคนที่ถูกเรียกว่าขาประจำคือ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ต่อเนื่องเรื่องคดีชั้น 14 โดยระบุเมื่อผลสอบของแพทย์สภา มีข้อมูลว่านายทักษิณไม่ได้ป่วยถึงขั้นต้องออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ แสดงว่านายทักษิณไม่ได้ปฏิบัติตามหมายศาล ต้องไปจำคุกใหม่ 1 ปีตามหมายศาลฎีกา ต้องจับตาศาลฎีกาฯ นักการเมืองนัดไต่สวนเรื่องนี้วันที่ 13 มิถุนายนนี้ รวมถึงคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. เมื่อนำผลสอบของแพทยสภา และคำไต่สวนของศาลฎีกาฯ รวมถึงข้อมูลจากคณะกรรมการสิทธมนุษย์ชนแห่งชาติ (กสม.) และพยานบุคคล เช่น พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พลตำรวจเอกสุรเชษฐ หักพาล ป.ป.ช.สามารถฟ้องดำเนินคดีกับนายทักษิณและข้าราชการที่ถูกกล่าวโทษได้ เมื่อศาลฯตัดสินว่าเป็นความผิด นายทักษิณก็สามารถต้องโทษจำคุกได้เช่นกัน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#แพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#ทักษิณ#ทักษิณชินวัตร#แพทยสภา#ป่วยทิพย์#ชั้น14

Read More

“ผมมีคลิปเสียง…เป็นคลิปที่พูดกันชัดว่าจะทำโครงการอะไร หาเงินกันยังไง“— วิลาศ จันทร์พิทักษ์ เปิดโปงโครงการรัฐสภาไม่โปร่งใส เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร — ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาฯ วิลาศ เปิดเผยกลางรายการว่า ได้รับคลิปเสียงที่เชื่อมโยงกับการเสนอและผลักดันหลายโครงการรีโนเวทภายในอาคารรัฐสภา วงเงินรวมหลายพันล้านบาท — คลิปที่ไม่เพียง “พาดพิง” แต่ “ผูกโยง” นักการเมืองดังในสภาฯ “ยังไม่ขอเปิดชื่อ…แต่แฉแน่” — โครงการลานจอดรถ: รีโนเวท หรือรีโนหลบ? หนึ่งในตัวอย่างที่เขาพูดถึง คือโครงการ “ลานจอดรถ” มูลค่าเกือบ 4,600 ล้านบาท ที่เริ่มต้นด้วยงบ “ออกแบบ” 104.5 ล้านบาท ได้บริษัทออกแบบแล้ว ทั้งที่งบก่อสร้างจริงยังไม่ผ่าน ครม. “มันสะท้อนเลยว่าคนเสนอโครงการ ‘มั่นใจมาก’ ว่างบจะผ่านแน่นอน…รัฐสภากลายเป็นองค์กรเทวดา อยากเสนออะไรก็ได้” วิลาศตั้งข้อสังเกต ไม่เพียงเท่านั้น การจะเพิ่มที่จอดรถต้อง “ทุบกำแพง” ของโครงการเดิม — ซึ่งเป็นจุดที่น้ำรั่วซึม และควรอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับเหมารายเดิม ให้แก้ไขในระยะประกันสองปี “พอทุบปุ๊บ เขาก็ไม่ต้องซ่อมปั๊บ…อันนี้เรียกว่าอะไร?” เขาถามแบบไม่ต้องการคำตอบ เพราะมันชัดอยู่แล้ว — ศาลาแก้ว: ประธานสภาฯ ไม่รู้สร้างไว้ทำไม “ศาลาแก้วสร้างไว้เพื่อประกอบพระราชพิธี ออกแบบให้เปิดโล่ง ไม่ติดแอร์” วิลาศอธิบายที่มาอย่างชัดเจน แต่ในอีกด้าน วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่ทราบว่าสร้างไว้ทำไม…ไม่รู้ว่าสัมพันธ์กับอาคารรัฐสภาอย่างไร” วิลาศไม่พูดถึงคนโดยตรง แต่คำถามของเขาคือ… “หรือจริง ๆ สิ่งที่อยากได้…คือแค่งบประมาณ?” และถ้า “ชุดก่อนหน้าได้ไปแล้ว” จึงอยาก “ได้บ้าง” “ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริง…บอกมาตรง ๆ เลยว่าเพราะอะไร” — ทำไมไม่ซ่อม แต่กลับรีโนเวทใหม่? “สิ่งที่ควรทำคือให้ผู้รับเหมาซ่อมตามระยะประกัน ไม่ใช่ของบใหม่มาทับปัญหาเดิม” เขาย้ำว่าระบบแบบนี้ไม่ได้แค่สิ้นเปลือง แต่คือการ “กลบปัญหาด้วยเงินภาษีประชาชน” โดยเฉพาะเมื่อมีการอ้างว่า “ใช้มา 5 ปีแล้ว ต้องปรับปรุง” เขากลับย้อนถามกลับแบบชัด ๆ:…

Read More

บทสัมภาษณ์นี้เรียบเรียงจากรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ มติแพทยสภา สะเทือนชั้น 14 ขยี้ ”ทักษิณ“ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายชื่อดัง มองมติแพทยสภาที่ลงโทษแพทย์ 3 รายในกรณี “ชั้น 14” ว่า “ตรงกับความจริงและความรู้สึกของสังคม” พร้อมทั้งเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไม่น่าจะกล้ายับยั้ง เพราะ “เสียงข้างมาก ๆ ๆ ๆ” ในที่ประชุมจะยืนยันมติกลับได้แน่นอน คำแนะนำถึงแพทย์ผู้ถูกลงโทษ – “ให้สารภาพ อย่าสู้เลย”เขาเตือนว่า การต่อสู้ของผู้เกี่ยวข้องมีโอกาสรอดน้อยมาก เพราะความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 ซึ่งเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีนั้น “เป็นโทษหนัก” และไม่สามารถรอการลงอาญาได้ง่าย “ดิ้นก็แค่เปลี่ยนที่นอน ไปอยู่ในคุกแทนทักษิณ” — นิพิฏฐ์กล่าวชัดเจน แม้จะสามารถยื่นศาลปกครองเพื่อต่อสู้ในเชิงคำสั่งทางปกครองได้ แต่เขาเชื่อว่า “ก็ไม่ช่วยอะไร และโทษอาญาก็ยังรออยู่ดี” มติแพทยสภากับน้ำหนักในศาลฎีกาฯ นักการเมืองนิพิฏฐ์ระบุว่า มติดังกล่าวจะมีผลต่อการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะเริ่มวันที่ 13 มิ.ย.นี้ โดยปัดข้อโต้แย้งเรื่องการลงโทษซ้ำ ว่า เป็นการแสดงความเห็นทางกฎหมายที่ไม่ฉลาด “กรณีทักษิณหากไม่เคยรับโทษจริง ก็ต้องนับโทษต่อ สำหรับผมเห็นว่าที่ป่วยจริงมีแค่สองวัน ที่เหลือต้องกลับไปติดให้ครบหนึ่งปี” ศรัทธาที่หมดลง – ชี้ชัด “ผ่าตัดเพื่อสร้างพยานหลักฐาน”แม้จะเชื่อว่าทักษิณผ่าตัดจริงตามคำสัมภาษณ์ของแพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แต่นิพิฏฐ์มองว่า “เป็นการผ่าตัดเพื่อสร้างพยานหลักฐานว่าป่วย” และอาจกลายเป็นหลักฐานมัดว่า “ผ่าตัดได้ก็แปลว่าไม่ได้ป่วยวิกฤต” ทางสองแพร่งของทักษิณ – “ติดคุก หรือ หนี”นิพิฏฐ์เชื่อว่า จุดจบของทักษิณมีเพียง 2 ทางคือ “ติดคุก หรือ หนี” โดยหากคดี 112 มีโทษอีก 3 ปี บวกกับโทษเดิม 1 ปี รวมเป็น 4 ปี การหนีอาจเป็นทางเลือก “แต่ถ้าหนีก็ต้องหนีตลอดชีวิต” และทั้งหมดเราอาจได้เห็นภายในปีนี้ จากชั้น 14…

Read More