Author: Writer Publisher

เรื่องที่ควรจบ…แต่ไม่จบ หรือเพราะใครบางคน “ไม่อยากให้จบ?” จากวันที่ประชาชนสงสัย ถึงวันที่แพทยสภาเงียบ และวันที่ “วิโรจน์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. ตามยุทธศาสตร์โรยเกลือหลังศึกซักฟอก ! ⸻ ห้องพิเศษระดับสูง ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กลายเป็นมากกว่าพื้นที่ของผู้ป่วย…แต่เป็นพื้นที่ของคำถาม เกี่ยวกับมาตรฐานการแพทย์ ความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม และ “อำนาจพิเศษ” ที่ทำให้คนคนหนึ่ง “อยู่โรงพยาบาลได้ 6 เดือน” โดยไม่ต้องนอน ”คุก“ ⸻ ย้อนไทม์ไลน์: คดีทักษิณ–ชั้น 14 – 22 ส.ค. 2566: นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย ถูกควบคุมตัวเพื่อรับโทษจำคุก 8 ปี (ก่อนได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี) แต่ถูกส่งตัวไปรักษาอาการป่วยทันทีที่โรงพยาบาลตำรวจ ตามด้วยข้อครหา ”ไม่ต้องนอนคุกแม้แต่วันเดียว“ – 6 เดือนที่ไม่ต้องนอนคุก : อยู่ห้องพิเศษชั้น 14 อย่างต่อเนื่องโดยไม่กลับไปราชทัณฑ์ – 2 ส.ค.2567 กสม.มีมติการรักษาตัวของทักษิณ เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้ต้องขังรายอื่น ส่อว่ามีการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ – 16 ธ.ค.2567. ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐ 12 ราย จากกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ เอื้อประโยชน์ทักษิณปมชั้น 14 – แพทยสภารับเรื่องร้องเรียน: มีการตั้งอนุกรรมการจริยธรรมฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง – 10 เม.ย. 2567 เดิมมีกำหนดประชุมสรุปผลสอบ แต่ “เลื่อนออกไปไม่มีกำหนด” อ้างว่าเพิ่งได้รับเอกสารเพิ่มจากโรงพยาบาลตำรวจและราชทัณฑ์ • 18 เม.ย. 2567 นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ส่งหนังสือเปิดผนึก จี้ให้แพทยสภาเร่งดำเนินการอย่างโปร่งใส ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ”ขอให้ดำเนินการอย่างละเอียด รวดเร็ว ยึดมั่นความถูกต้องชอบธรรม เพื่อคงไว้ซึ่งเกียรติภูมิแพทยสภาและวงการแพทย์ เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของสังคมไทยตลอดไป“ • 21 เม.ย.…

Read More

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นทนายความในคดีที่ชาวต่างชาติ เจ้าของวิลลาหรูในจังหวัดภูเก็ต ทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงธารดาว หรือหมอปาย ด้วยการเตะบริเวณหลัง ขณะนั่งบริเวณบันไดหน้าวิลล่าหรู ริมชายหาดยามู เป็นคดีดังที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2567 และศาลชั้นต้นยกฟ้องชาวต่างชาติคนดังกล่าว ก่อนที่อัยการ และนายนิพิฏฐ์ ทนายความยื่นอุทธรณ์ ล่าสุดนายนิพิฏฐ์ โพสต์ว่าคดีดังกล่าวในชั้นอุทธรณ์ศาลแขวงภูเก็ต นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 วันนี้ ปรากฎว่า จำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลออกหมายจับ และเลื่อนไปอ่านคำพิพากษา วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เป็นคดีดังในปี 2567 ที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ชาวต่างชาติ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะกับเจ้าบ้าน ถึงขั้นมีการประท้วงขับไล่ชาวต่างชาติคนดังกล่าว จนเจ้าหน้าที่ ตม.และตำรวจต้องออกโรงตรวจสอบ ซึ่งพบการครอบครองอาวุธปืน และมีกระทำไม่เหมาะสมหลายอย่าง นำไปสู่การพิจารณาเพิกถอนวีซา แต่ต้องรอคดีสิ้นสุดก่อนผลักดันออกนอกประเทศ#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ฝรั่งเตะหมอ #คดีหมอปาย

Read More

21 เม.ย. 2568 — นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของ ส.ส.พรรค พท. ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ว่า เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการทุกปี โดยคาดว่าจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และพรรคอาจมีการเรียกประชุม ส.ส. เพื่อหารือข้อมูลจากการลงพื้นที่ช่วงปิดสมัยประชุม และเตรียมความพร้อมรับมือศึกงบประมาณที่จะมาถึง “ปีนี้เข้าสู่ปีที่สามของสภาฯ แล้ว ส.ส.ทุกคนก็น่าจะมีประสบการณ์พอสมควรว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร” นายดนุพรกล่าว พร้อมระบุว่า พรรคได้จัดทีมสนับสนุนด้านข้อมูล เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคสามารถชี้แจงได้ว่า งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรนั้นจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างไร และพร้อมรับฟังข้อเสนอของฝ่ายค้านที่เป็นประโยชน์ รวมถึงความเห็นที่ต่างออกไป เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีหลังผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 69 นายดนุพรกล่าวว่า “ข่าวปรับ ครม.มีทุกครั้งหลังศึกซักฟอก” แต่จากที่ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อนปิดสมัยประชุม ได้รับทราบว่า นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องการทำงานต่ออีกสักระยะก่อนพิจารณาปรับ ครม. และยังไม่ต้องการปรับในช่วงนี้ มั่นใจเสียงโหวตไม่มีปัญหา – หากไม่ผ่าน “นายกฯ” อาจต้องยุบสภา สำหรับความมั่นใจในเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล นายดนุพรยืนยันว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้รับเสียงเกิน 300 เสียง และหากงบประมาณปี 69 ไม่ผ่าน ก็อาจนำไปสู่การยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีต้องลาออกตามธรรมเนียมการเมืองไทย “ผมเชื่อว่าทุกคนให้ความสำคัญกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปีนี้ เพราะถ้าไม่ผ่าน สภาก็ไปต่อไม่ได้” นายดนุพรกล่าว ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดประชุม ส.ส. อย่างเป็นทางการภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อสรุปภาพรวมการลงพื้นที่ช่วงปิดประชุม และประเด็นที่ควรผลักดันเข้าสู่วาระของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยย้ำว่า การพิจารณางบประมาณปีนี้จะเป็นบททดสอบ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ข่าวการเมือง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#เพื่อไทย#ปรับครม

Read More

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นถึงประเด็นการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล โดยระบุว่า แม้จะเป็นเรื่องที่ “ถูกกฎหมาย” แต่หาก “ไม่เหมาะสม” ก็ควรหยุดดำเนินการ เขากล่าวถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้ง 2 เฟส (5,200 และ 3,600 เมกะวัตต์) ว่าเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2566 โดยในเวลานั้นประเทศไทยมีไฟฟ้าเกินความต้องการ (Over Supply) อยู่แล้ว จึงเห็นว่าการดำเนินการในลักษณะเร่งรีบสุ่มเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส หากรัฐบาลชุดปัจจุบันยังเดินหน้าโดยไม่ทบทวนวิธีการ อาจยิ่งซ้ำเติมภาระค่าไฟฟ้าของประเทศให้สูงขึ้นโดยไม่รู้จบ นายอิศเรศตั้งข้อสังเกตว่า วิธีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ใช้ในการคัดเลือกผู้ขายไฟฟ้า เป็นระบบให้คะแนนทางเทคนิค โดยไม่พิจารณาราคาต่ำสุดเป็นตัวตัดสิน ซึ่งต่างจากระบบประกวดราคาที่มักใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป ที่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคาอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้มากกว่า เขามองว่านี่คือ “จุดเริ่มต้นแห่งความผิดพลาด” ที่ฝ่ายนโยบายและฝ่ายกำกับดูแลในช่วงที่ผ่านมา ควรมีผู้รับผิดชอบ “ปัญหาคือ ถึงจะถูกกฎหมาย แต่ไม่เหมาะสมด้วยนโยบาย หรือวิธีการที่สุ่มเสี่ยงต่อความโปร่งใส และยังเป็นภาระต้นทุนของประเทศ ก็ไม่ควรเดินหน้า ไม่ใช่บอกว่าหากผิดกฎหมายค่อยมาแก้ไข” — นายอิศเรศกล่าว เขาเสนอว่า รัฐบาลควรหารือร่วมกับผู้ที่ผ่านเกณฑ์แล้ว เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมต่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยยึดหลักความโปร่งใสเป็นหลัก “กล้าทำกล้าคิด เพื่อเดินหน้าประเทศไทยให้แข็งแรง และมั่นคง เพื่อลูกหลาน” — นายอิศเรศ กล่าวทิ้งท้าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#พลังงานเพื่อทุกคน#NetmeteringNow#พลังผู้บริโภค#พลังงานหมุนเวียน#สัญญาไฟฟ้า#ค่าไฟแพง#ดีลค่าไฟแพง#พรรคเพื่อไทย

Read More

21 เม.ย. 2568 — นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงข่าวภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยประกาศเดินหน้า “ยุทธการโรยเกลือ” สะสาง 3 ปมใหญ่ พร้อมยื่นเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก 1. ร้องสอบ “ตั๋วพีเอ็น” 9 ฉบับ หลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ นายวิโรจน์เผยว่า ได้ยื่นเรื่องถึงอธิบดีกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ใช้ “ตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋วพีเอ็น)” 9 ฉบับ มูลค่ารวม 4,434.5 ล้านบาท ในการซื้อหุ้นจากบุคคลในครอบครัว โดยไม่มีการกำหนดวันชำระเงิน ไม่มีดอกเบี้ย และยังไม่ได้จ่ายเงินใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กลับได้รับผลประโยชน์จากการถือหุ้น เช่น การรับเงินปันผล ซึ่งนายวิโรจน์มองว่า อาจเป็น “นิติกรรมอำพราง” เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี 218.7 ล้านบาท และเข้าข่ายผิดมาตรา 172 ของ พ.ร.ป.ป.ป.ช. และการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จตามมาตรา 167 2. ยื่นกรมที่ดินเพิกถอนโฉนด “โรงแรมหรูเขาใหญ่” กรณีโฉนด 4 ฉบับของโรงแรม “เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่” นายวิโรจน์ชี้ว่า เป็นพื้นที่ต้องห้ามตามมติ ครม.ปี 2514 และข้อกำหนดของกฎกระทรวงที่ไม่อนุญาตให้ออกโฉนดในเขตต้นน้ำลำธาร แม้มีมติปี 2527 อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน แต่เป็นเพียงการ “ครอบครอง” ไม่ใช่ “กรรมสิทธิ์” จึงถือว่าเป็นการออกโฉนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และได้ยื่นเรื่องต่อกรมที่ดินแล้วให้เพิกถอนโฉนดทั้ง 4 ฉบับ 3. ตั้งคำถาม “ชั้น 14 ทักษิณ” โยงจริยธรรมนายกฯ ในประเด็นสิทธิพิเศษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายวิโรจน์ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการรักษาพยาบาลและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม พร้อมชี้ว่า น.ส.แพทองธาร ในฐานะบุตรสาวและนายกรัฐมนตรี ควรมีความชัดเจนในการสั่งการตรวจสอบ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้อสงสัยดำรงอยู่จนกระทบหลักนิติรัฐ และอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย…

Read More

21 เมษายน 2568 – กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการอายัดเอกสารที่ไซต์งานก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 หลังเกิดข้อสงสัยจากประชาชนเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการ DSI ระบุว่า ในช่วง 10 วันแรกหลังเกิดเหตุถล่ม การบรรเทาสาธารณภัยและการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยเป็นภารกิจสำคัญที่สุด โดยกรุงเทพมหานครและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้เข้าควบคุมและรักษาพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้การบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งควบคุมสถานที่ทำการชั่วคราวของทั้งสองกิจการร่วมค้า ไม่ให้ผู้ใดเข้าไปบุกรุกหรือขนย้ายเอกสารใดๆ ออกจากสถานที่ดังกล่าว ภายหลังภารกิจการกู้ภัยลดน้อยลงและเน้นไปที่การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง DSI และหน่วยงานที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ คือ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้ร่วมกันเข้ารวบรวมพยานหลักฐานควบคู่กับการรื้อถอนอาคาร ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สำหรับพยานเอกสารที่ยังอยู่ในสถานที่ก่อสร้างและควบคุมงาน ได้มีการหารือกับวิศวกรกรมโยธาธิการและผังเมือง และพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ เห็นว่ามีความจำเป็นต้องอายัดไว้ตรวจสอบว่ามีสิ่งใดที่จะสามารถเป็นหลักฐานได้หรือไม่ ซึ่ง DSI สามารถนำมาสนับสนุนในการสืบสวนส่วนที่เกี่ยวกับความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ จึงเป็นผู้ใช้อำนาจดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และเร่งรัดตรวจพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ DSI ย้ำว่าทุกกระบวนการดำเนินการด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อจำกัดและความซับซ้อน แต่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ตึกถล่ม#ลายเซ็นปลอม#สตง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาลไทย#ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์10#DSI

Read More

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แสดงความเห็นต่อกรอบแนวทาง 5 ข้อของรัฐบาลไทยในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา พร้อมนำเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแก้วิกฤติการค้าระยะสั้น กรอบเจรจา 5 ข้อของรัฐบาลไทยที่เป็นข่าว 1. ความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่เกื้อหนุนกัน เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง 2. การเปิดตลาดสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด โดยใช้โควตานำเข้าแบบยืดหยุ่น 3. การเพิ่มการนำเข้าสินค้าจำเป็นจากสหรัฐ เช่น ก๊าซธรรมชาติและเครื่องบินพาณิชย์ 4. การคัดกรองสินค้าส่งออกเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ 5. การเพิ่มการลงทุนของไทยในอุตสาหกรรมแปรรูปในสหรัฐ สมเกียรติระบุว่า กรอบแนวทางนี้ “พอตอบโจทย์ของรัฐบาลสหรัฐได้บ้าง” และ “เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว” แต่เสนอให้รัฐบาลไทยใช้โอกาสนี้ผลักดันนโยบายที่ส่งผลดีในระดับโครงสร้างด้วย 1) การเปิดตลาดและลดภาษีสินค้าเกษตร ดร.สมเกียรติเห็นว่า การปลูกข้าวโพดในไทยไม่สอดคล้องกับความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ และต้องพึ่งพาโควตานำเข้าเพื่อคุ้มครอง ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์สูง และส่งผลต่อปัญหา PM 2.5 จากการเผาแปลง เขาเสนอให้ “ยกเลิกโควตา” นำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลือง โดยเปลี่ยนเป็น “ภาษีนำเข้า” ที่โปร่งใสมากกว่า และลดช่องแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมเสนอให้ช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัว และไม่ให้กลุ่มผลประโยชน์ใช้เป็นข้ออ้างคัดค้านการเปลี่ยนแปลง 2) การคัดกรองสินค้าส่งออก แม้จะเห็นด้วยในหลักการ แต่สมเกียรติชี้ว่า การคัดกรองสินค้าส่งออกเพื่อกันการสวมสิทธิ์ทำได้ยาก และอาจส่งผลให้การส่งออกล่าช้า อีกทั้งหากเน้นเฉพาะตลาดสหรัฐ อาจทำให้ตลาดอื่น เช่น ยุโรป ตั้งมาตรการกีดกันเช่นกัน เขาเสนอให้ “คัดกรองการลงทุน” ที่ย้ายฐานมาประเทศไทยเพื่อเลี่ยงภาษีของประเทศปลายทาง เช่น สหรัฐ แทน โดยให้บีโอไอใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น ส่งเสริมเฉพาะการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มแท้จริง และเพิกถอนสิทธิส่งเสริมหรือใบอนุญาตโรงงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมกันนี้ เสนอให้ไทยเข้มงวดกับ “สินค้านำเข้า” ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ผัก-ผลไม้ที่พบสารตกค้าง และสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. ซึ่งกระทบผู้บริโภคและผู้ผลิตในประเทศ 3) ข้อเสนออื่น ๆ ต่อรัฐบาลไทย • ยกเลิกสินบน 30% จากค่าปรับศุลกากร เพื่อความโปร่งใสของระบบ • ทบทวนกฎระเบียบด้านการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ ให้สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล • เปิดเสรีบริการโทรคมนาคมและปรับกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าวจาก positive-list เป็น negative-list…

Read More

รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภคให้ความเห็นต่อการประมูลไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนล็อตใหม่ว่า แม้พลังงานจากแสงแดดและลมจะเป็นทิศทางที่ควรเดินหน้า แต่การกำหนดราคารับซื้อที่สูงเกินความเป็นจริง อาจกลายเป็นภาระที่ประชาชนต้องจ่ายโดยไม่เป็นธรรม “พลังงานแดดลมยังควรซื้อเข้าระบบเรื่อย ๆ จนใกล้ 30% ของทั้งระบบ แล้วค่อยมาทบทวนว่าเราพัฒนากริดให้ทันหรือยัง เพราะช่วงนี้ยิ่งเพิ่มไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ ไฟฟ้าจะยิ่งถูกลง” รศ.ดร.ชาลี อธิบายว่า พลังงานหมุนเวียนทำให้ประเทศไม่ต้องพึ่งพาก๊าซ LNG มากนัก ซึ่งช่วยลดปัญหาสัญญาซื้อขายระยะยาวแบบ take or pay ที่ต้องจ่ายแม้ไม่ใช้ก๊าซจริง พร้อมย้ำว่า การเข้าใจว่า “ไฟฟ้าจะแพงขึ้นถ้าเพิ่มพลังงานหมุนเวียน” นั้นไม่เป็นความจริง เพราะล็อตใหม่นี้ไม่มี “ค่าพร้อมจ่าย” และไฟฟ้าใหม่ก็ถูกกว่าต้นทุนเฉลี่ยเดิม “ถ้าของใหม่ถูกกว่า ของเดิม แทนที่แล้วไฟฟ้าจะต้องถูกลงครับ แต่รอบนี้ไฟฟ้าถูกลงนิดเดียว ทั้งที่ควรถูกลงกว่านี้อีก” ปัญหาหลักที่รศ.ดร.ชาลีตั้งคำถาม คือ การตั้งราคารับซื้อไฟฟ้าแสงอาทิตย์ล็อตใหญ่ถึง 5,200 เมกะวัตต์ที่ราคา 2.17 บาทต่อหน่วย ทั้งที่ต้นทุนจริงต่ำกว่า 1.60 บาทต่อหน่วยแล้ว “ราคารับซื้อ 2.17 บาทนี่ เอามาจากมติ กพช. เมื่อ 3–4 ปีก่อน ซึ่งมันล้าสมัยไปแล้ว ทำไมไม่เอาราคาใหม่ หรือเปิดประมูลราคาต่ำสุดเหมือนประเทศอื่น?” รศ.ดร.ชาลีเตือนว่า เมื่อโรงงานเล็ก ๆ ที่ติดโซลาร์ 1–2 MW ยังต้องรออนุมัติข้ามปี แต่รายใหญ่กลับได้สิทธิ์ขายเข้าระบบหลักพันเมกะวัตต์ในราคาสูงกว่าต้นทุนจริง ย่อมสร้างคำถามถึงความเป็นธรรม “ประชาชนถึงพากันบ่นอุบ ว่าหากินกันบนหลังประชาชน ไม่สนคำทักท้วงใด ๆ ทั้งที่นี่คือเงินของคนทั้งประเทศ” ทั้งนี้ รศ.ดร.ชาลีเสนอให้รัฐหันมาใช้กลไกประมูลแข่งขัน เพื่อให้ได้ราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชนได้อย่างแท้จริง

Read More

เป็นดรามาต่อเนื่องมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีนายทราย สก็อต ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกี่ยวกับการทำหน้าที่เข้มในการดูแลทะเลพื้นที่อุทยานต่าง ๆ กระทั่งมีปัญหากับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยาน ก่อนโพสต์ท้าอธิบดีออกรายการ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เดิมไม่คิดปลดออกจากที่ปรึกษา เพราะเห็นว่าเป็นคนมีความตั้งใจในการทำงาน และเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ควรปรับปรุงในเรื่องวิธีการทำงาน พร้อมระบุทรายได้เครดิตเพราะกรมอุทยานให้โอกาสทำงาน แต่มีพฤติกรรมเหมือนไม่ให้เกียรติกัน จึงให้สำนักอุทยานสรุปและเสนอเรื่องพิจารณายกเลิกคำสั่งที่ปรึกษา ด้วยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ตักเตือนแล้วไม่ยอมรับแก้ไข

Read More

เรียกว่างานนี้ทำเอากระทรวงสาธารณสุขถึงกับต้องนัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงกรณี “ดรามาไทยแลนด์ พาวิลเลียน” ในงาน EXPO 2025 Osaka Kansai หลังจาก The Publisher นำเสนอข้อมูลจากนักท่องเที่ยว และคนไทยในนครโอซาก้าที่ไปชมอาคารนิทรรศการไทย หรือไทยแลนด์ พาวิลเลียน ที่โชว์ศักยภาพ ของประเทศไทย แต่ปรากฎถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการจัดงานที่ไม่ตรงปก และไม่สมราคาที่ใช้งบประมาณ 867 ล้านบาท ถูกมองกลายเป็นโพรโมต โรงพยาบาลเอกชน กระทั่งมีหลายสื่อฯ เริ่มเกาะติดพิรุธจัดซื้อจัดจ้างที่มีบริษัทร่วมค้าตั้งมาเพียง 4 เดือนแล้วรับงานนี้ ก่อนปิดกิจการ จนมีการขุดคุ้ยบริษัทรับงานดังกล่าว ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เจ้าภาพหลักจัดงานนี้ และนายอุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ กรรมการบริหาร ไร้ท์แมน จำกัด และกิจการร่วมค้า RMA110 เปิดแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าว ที่ห้องประชุมสุขศุกษา ชั้น 9 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในเวลา 10 โมงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ต้องจับตาประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงจะมีการปรับปรุงไทยแลนด์พาวิลเลียนให้ตรงกับธีมงาน EXPO ที่โชว์แนวคิดแห่งอนาคตแทนที่จะเป็นการพูดถึงอดีตแบบพาวิลเลียนไทยในขณะนี้หรือไม่ รวมถึงประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทร่วมค้าดังกล่าว ซึ่งประชาชนรอฟังคำชี้แจงว่าจะเคลียร์ หรือคลุมเครือ? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ละเลงงบ#OsakaExpo2025#ข้าราชการ#ThailandPavilion2025#Expo2025

Read More