- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
เพจเฟซบุ๊กของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้โพสต์ภาพวงหารือที่ระบุเป็นช่วงเย็นวานนี้ที่กรุงเทพมหานคร ที่เขาบอกได้ประชุมกับกลุ่มที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นประธานที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการหารือเชิงลึกเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับปัญหาในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงกระบวนการสันติภาพในเมียนมา โดยเฉพาะการเข้าถึงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พลเมืองเมียนมา นายอันวาร์บอกด้วยว่า จากนั้นเช้าวันนี้ได้ประชุมกับ พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ได้หารือเรื่องความช่วยเหลือของมาเลเซีย ไทย และเพื่อนบ้านในการฟื้นฟูบูรณะ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาที่เสียหายหนักหลังแผ่นดินไหว พร้อมขอให้เมียนมา สร้างหลักประกันสันติภาพ หยุดความขัดแย้งใหม่ ๆ หรือการใช้กำลังทหาร เพื่อทำให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ผล ทั้งนี้นายอันวาร์ตั้งข้อสังเกตว่าการอภัยโทษนักโทษการเมือง 4,800 คนเป็นสัญญาณความปรารถนาอันดียิ่ง จึงได้บอกกับพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ถึงความสำคัญของการหยุดยิง ความสำคัญของการเปิดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครอบคลุมทุกภาคส่วนของเมียนมา โดยไม่คำนึงถึงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ก็ให้การรับรอง นายอันวาร์ ยังเปิดเผยว่า ได้ปรึกษาผู้นำอาเซียนแล้วว่า จะติดต่อทั้งพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ เอ็นยูจี โดยหารือทางโทรศัพท์กับนายมานวิน ข่ายตาน (Mahn Win Khaing Than) นายกรัฐมนตรีของเอ็นยูจี รวมถึงตัวแทนยูเอ็นในนิวยอร์ก เพื่อสร้างหลักประกันว่า จะยุติความรุนแรง และอาเซียน จะติดต่อทั้งรัฐบาลเมียนมา และเอ็นยูจี มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับทุกฝ่าย และอาเซียนจะเปิดช่องทางให้ชาวเมียนเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของเมียนมา “และเพื่อเคารพต่อคำมั่นสัญญาที่ให้กันไว้ ก็ต้องหยุดยิง ไม่ยั่วยุโดยไม่จำเป็น ไม่เช่นนั้นแล้ว ความพยายามด้านมนุษยธรรมทั้งหลายย่อมล้มเหลว” นายอันวาร์กล่าว
เป็นประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในอาคารสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จำกัด ออกประกาศกรณีพบการทุจริตในสหกรณ์ โดยระบุว่าพบเจ้าหน้าที่การเงินมีพฤติกรรมทุจริตในหน้าที่ จึงตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กระทั่งจนพบว่ากระทำทุจริตจริง จึงมีมติให้เลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชย และแจ้งความดำเนินคดีต่อไป พร้อมระบุเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสถานะการเงิน ไม่กระทบเงินในบัญชีเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของสมาชิก ขอให้เชื่อมั่นในการดำเนินงานสหกรณ์ฯ เหตุการณ์นี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการทุจริตเงิน 14 ล้านบาท อาจไม่มีเพียงเจ้าหน้าที่การเงินเพียงคนเดียว เพราะสหกรณ์จะมีระบบตรวจสอบและถ่วงดุล อย่างธุรกรรมการเงินต้องเซ็นร่วมกัน ผ่านการตรวจสอบบัญชี และการอนุมัติ หรืออาจมีผู้รู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสและชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยขอให้มีหน่วยงานภายนอกร่วมตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะคณะกรรมการสหกรณ์ ทั้งนี้สหกรณ์ดังกล่าวดำเนินการมาเกือบ 50 ปี เติบโตต่อเนื่อง มีสินทรัพย์กว่า 2 พัน 5 ร้อยล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 200 ล้านบาท กำไรกว่าร้อยล้านบาท ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงทางการเงิน และให้ผลตอบแทนการลงทุนกับสมาชิกมาตลอด #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#โกงกลางรัฐสภา#รัฐสภา
ไทยเคยได้รับคำชมว่าเป็นต้นแบบการควบคุมเอดส์ของโลกวันนี้…มีคนเกือบ 9,000 คนเป็นผู้ติดเชื้อใหม่แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า “ผลตรวจ” คือคำถามว่า“เขาจะมีสิทธิ์เข้าถึงยาที่จะช่วยให้เขามีชีวิตต่อได้ไหม?” เพราะในโลกที่กำลังเต็มไปด้วยสงครามภาษี–สิทธิบัตรยา–การตัดงบช่วยเหลือยาเม็ดเล็ก ๆ ที่ควบคุมไวรัสได้…อาจกลายเป็นของหายากสำหรับคนธรรมดา ⸻เยาวชนติดเอดส์วันละเกือบ 10 คน! ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในปีเดียว ประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 8,862 คน60% ของผู้ติดเชื้อใหม่เป็นชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและเกือบครึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปีเท่ากับในหนึ่งวันมีเยาวชน 12 คน ติดเชื้อนี้ วัยที่ควรจะเริ่มต้นชีวิตแต่กลับต้องเริ่มต้นด้วยการพึ่งยา…และหวังว่าจะมี “โอกาส” เท่าคนอื่น ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทะลุไปถึง 568,565 คน น่ากลัวกว่าสถานะติดเชื้อ คือสถานะที่ “เข้าไม่ถึงยา” จากระบบที่เริ่มสั่นคลอนเพราะนั่นอาจหมายถึงการแพร่เชื้อโดยไม่ตั้งใจ — และการกลายเป็นสถิติในปีหน้า ⸻ ยาต้านไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย — แต่มันกำลังกลายเป็นของมีราคา วันนี้โลกเผชิญแรงกระแทกจากนโยบาย “America First” ของโดนัลด์ ทรัมป์สงครามภาษีระหว่างจีน–สหรัฐฯ กำลังกระทบ “ห่วงโซ่การผลิตยา” ทั่วโลกไทยพึ่งพาวัตถุดิบจากจีนและอินเดียสำหรับการผลิตยาต้าน HIV ยาต้าน HIV คือยาที่ช่วยให้คนอยู่กับเชื้อได้โดยไม่แพร่ให้ใครคือยาที่เปลี่ยนคำว่า “โรคร้าย” ให้กลายเป็น “โรคเรื้อรังที่อยู่ร่วมกันได้” แต่ถ้ายาเหล่านี้ แพงเกิน – หาไม่ได้ – หรือถูกจำกัดคำถามคือ…เราจะเห็นอะไรเกิดขึ้นก่อนการล้มของระบบ หรือชีวิตของใครบางคน? ถ้าราคานำเข้าเพิ่มขึ้นถ้าสหรัฐฯ กีดกันการใช้ยาชื่อสามัญถ้ากองทุนระหว่างประเทศที่เคยสนับสนุนไทยถูกตัดงบเราจะยังรักษาคนทั้ง 5 แสนกว่าคนในระบบได้อยู่ไหม? ⸻HIV ไม่ใช่โรคในอดีต — แต่มันคืออนาคตที่เราอาจควบคุมไม่ได้ ไทยเคยได้รับคำชมว่าเป็น “ประเทศต้นแบบ” ในการควบคุมเอดส์เราลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกจนเกือบเป็นศูนย์เรามีระบบแจกยาฟรี มี PrEP ป้องกัน มีคลินิกให้คำปรึกษา แต่วันนี้ — ทุกอย่างกำลังสั่นคลอนจากแรงกดดันระดับโลกที่อาจทำให้เราซื้อยาไม่ได้และจากความเฉยชาทางสังคมที่มองว่า “HIV หมดยุคแล้ว” ถ้าเราปล่อยให้สงครามภาษีทำให้ยาราคาแพงปล่อยให้ระบบสาธารณสุขไม่ทันรับมือปล่อยให้เด็กและเยาวชนถูกลืม เราก็อาจไม่ได้สูญเสียแค่ “ชีวิต”แต่สูญเสียความหมายของคำว่า “สังคมที่ดูแลกันได้” ไปด้วย———— ถ้ายาต้านเริ่มไกลตัว…เอดส์จะเริ่มกลับมาใกล้เราอีกครั้ง เพราะไวรัสไม่เคยหยุดเดินแต่เรากำลังหยุดคิดว่ามัน “อันตราย” เหมือนเดิม HIV ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่คือ บททดสอบความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข และ ความเป็นธรรมของสังคม ยาต้านเม็ดเดียว…อาจต่อชีวิตอีกเป็นสิบปีแต่ถ้าเม็ดนั้น…แพงเกินไปสำหรับคนธรรมดา เราก็อาจกำลังสร้างระบบสาธารณสุข ที่รักษาได้เฉพาะคนที่รอดอยู่แล้ว
จากเหตุตึก สตง.ถล่มหลังเกิดแผ่นดินไหวเมียนมา ซึ่งอยู่ระหว่างการหาสาเหตุ ขณะเดียวกันมีการขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่อง ถึงความไม่ชอบมาพากล ตั้งแต่การประมูลงาน มาตรฐานวัสดุการก่อสร้าง การควบคุมงานที่พบว่าปลอมลายเซ็นวิศวกร รวมถึงประเด็นความหรูหราของการตกแต่งภายใน และการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริง ขณะที่เฟซบุ๊ก “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” ได้เปิดภาพภายในก่อนที่ตึกหลังนี้ถล่ม ซึ่งพบว่าคอนกรีตบริเวณฐานปล่องลิฟต์มีการทรุดตัวอย่างเห็นได้ชัด และส่อให้เห็นถึงปัญหามาตรฐานการก่อสร้างที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม “ตึกถล่ม” โพสต์ระบุว่า ภาพที่เห็นเป็นบริเวณปล่องลิฟต์ อาคารลานจอดรถ สตง. มีลักษณะการเทคอนกรีตที่ไม่เต็ม เป็นรูโบ๋ แต่ให้ผ่าน โดยการเอาปูนโปะอัดเข้าไป แล้วฉาบให้เรียบ สะท้อนการควบคุมงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญในการรับน้ำหนัก ขณะที่คอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุเป็นความมักง่ายของผู้รับเหมาง่าย พร้อมกับแฉว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างบริษัทคุมงานถึง 84 ล้านบาท แต่ปรากฎไม่ได้มาตรฐานทั้งผู้รับเหมาและผู้คุมงาน บางคนถึงขั้นเสนอยุบ สตง.เลยทีเดียว และวันนี้นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุตึก สตง.ถล่มเพื่อรับทราบความคืบหน้าในการสอบสวนหาสาเหตุ เพื่อชี้แจงกับประชาชนหลังจากเกิดเหตุมาแล้วเกือบ 1 เดือน โดยนายกฯ ยืนยันจะไม่ปล่อยผ่านในเรื่องนี้
เพจมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ซึ่งออกมารณรงค์ไม่เอากาสิNo และเรียกร้องให้รัฐบาลทำประชามติว่าประชาชนเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิNo รวมอยู่ด้วยหรือไม่ ได้เผยยอดผู้ลงชื่อเสนอขอให้รัฐบาลเปิดการทำประชามติร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ทะลุ 5 หมื่นรายชื่อตามข้อกำหนดแล้ว อย่างไรก็ตามทางเพจของมูลนิธิ ยังขอให้ประชาชนร่วมกันลงชื่อและส่งเอกสารแสดงความจำนงขอเสนอให้ทำประชามติประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม เพราะในจำนวนรายชื่อที่เกิน 5 หมื่นชื่อแล้วนั้นบางส่วนอาจไม่เข้าเกณฑ์ หรือไม่มีสิทธิเข้าชื่อด้วย ขณะที่ยังมีความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานประชาชนชาวพัทลุงไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อคัดค้านกาสิNo ถูกกฎหมายอีกด้วย
“ได้ดูคลิปแล้ว พฤติกรรมของผู้ขับรถ BMW เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แสดงให้เห็นว่าไม่มีวุฒิภาวะและจิตสำนึกที่ดี ถ้าเป็นลูกชายผมเอง ทำผิดผมก็ไม่ช่วย” — พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประโยคนี้…กลายเป็นกระบอกเสียงแทนคนในสังคม ที่ดูคลิปแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่คือพฤติกรรมของคนที่คิดว่าตัวเองใหญ่” ⸻ ไล่บี้-ขับจี้-พุ่งชน : ซี่โครงหักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เหตุเกิดวันที่ 15 เมษายน — BMW ป้ายแดงขับไล่บี้รถกระบะบนถนนเลียบวงแหวนตะวันตก คลิปจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นพฤติกรรมจี้-เบียด-พุ่งเข้าชน จนฝั่งผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ “ซี่โครงหัก” และตกใจสุดขีด ผู้ขับ BMW ไม่ได้ลงมาขอโทษ ไม่แสดงความเสียใจ กลับพูดทำนองว่า “อีกฝ่ายขับรถกวน” ทั้งที่พฤติกรรมทั้งหมดอยู่ในคลิปชัด แม้ลุงกระบะจะขับปาดก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะ ”หัวร้อน“ จนขาดความยั้งคิดพุ่งชนแบบนี้ ลองคิดดูว่าถ้าในรถกระบะมีเด็กอยู่ละ นี่มัน ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คือ ”ภัยบนท้องถนน“ ที่น่ากลัวกว่าที่คิด ⸻ ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา…แต่โตมากับโครงสร้างที่ “ไม่เคยแตะเบรก” “พีช สมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์” ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา – ลูกชาย “นายกเบี้ยว” กฤษดา หลีนวรัตน์ — นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี – น้องชายของ “ฟลุ๊ค หลีนวรัตน์” ส.ส. ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย เคยตกเป็นข่าวทำน้ายเพื่อนในโรงเรียน – แม่ลงสมัครนายกเทศมนตรีฯ แทนพ่อ-พี่สาวเป็นสมาชิกสภาอบจ.ปทุมธานี เขต 5 – พีช ลงสมัครสมาชิกเทศบาลฯ – ที่สำคัญ… ทักษิณ–แพทองธาร ชินวัตร เคยไปร่วมงานบวชของเขา แม้เขาอาจไม่ใช่ “หลานชินวัตร” ในทางสายเลือด แต่ความใกล้ชิดทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ ก็ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่า เขาไม่ได้ขับรถคนเดียว — แต่มีอำนาจนั่งมาด้วย ⸻ ผบ.ตร. ด่าได้ใจ…แต่คำด่าไม่พอ ถ้าคดีนี้ไม่ถึงที่สุด คำพูดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นสิ่งที่สังคมอยากได้ยิน แต่สิ่งที่สังคมอยากเห็นมากกว่า คือการดำเนินคดีที่ ไม่กลัวอำนาจ…
งบ 900 ล้านบาท…แต่เล่าเรื่องประเทศไทยได้แค่ระดับนิทรรศการโรงเรียน! คนไทยที่เดินเข้าไปในบูธประเทศไทย เดินออกมาพร้อมคำถาม “นี่หรือคือสิ่งที่ประเทศเราภูมิใจจะโชว์ให้โลกดู?” ทำไมต้องทุ่มงบ 900 ล้าน เพื่อ EXPO 2025 งาน World Expo 2025 หรือ Osaka-Kansai Expo 2025 เป็นงานนิทรรศการระดับโลก ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นระหว่าง 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2568 • ธีมหลักคือ: Designing Future Society for Our Lives • มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 ประเทศ • คาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 28 ล้านคน ประเทศไทยเข้าร่วมด้วยความหวังจะใช้เวทีนี้ โชว์ศักยภาพของประเทศ สร้าง Soft Power และเปิดประตูสู่เศรษฐกิจในระดับโลก ⸻ พาวิลเลียนคืออะไร? Pavilion (พาวิลเลียน) คือ “บูธขนาดยักษ์” หรือ “อาคารจัดแสดงเฉพาะกิจ” ที่แต่ละประเทศสร้างขึ้นเพื่อโชว์ • ตัวตนของชาติ • วิสัยทัศน์ด้านอนาคต • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี / การแพทย์ / วัฒนธรรม / Soft Power พูดง่าย ๆ: พาวิลเลียนคืองานโชว์ของ ที่ทั้งโลกจะได้เดินเข้ามาดูว่า “ประเทศนี้เจ๋งตรงไหน?” ⸻ ใครรับผิดชอบ Thai Pavilion? รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 895 ล้านบาท สำหรับเข้าร่วมงานนี้ – หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ: กระทรวงสาธารณสุข – ผู้ดำเนินการหลัก: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) – แนวคิดหลักของบูธไทย: Thailand: Connecting Life for Sustainable…
คือบทสรุปที่ได้จากการสัมภาษณ์ ผศ.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทรเขาไม่ได้พูดด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่ทุกประโยคฟังเหมือนการตอกหมุดเปิดจุดโฟกัสไปที่ระบบที่อาจสมรู้ร่วมคิดกันสร้างตึกไม่ได้มาตรฐาน…ที่คน 44 ชีวิตต้องจบชีวิตใต้ซาก โฟกัสตอนนี้อยู่ที่ปล่องลิฟต์ มันไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุธรรมดา แต่อาจเป็นอาชญากรรมที่ซุกซ่อนอยู่ในกระบวนการใช้งบประมาณของรัฐ ⸻ จากแบบ 30 เซนฯ เหลือ 25 เซนฯ แล้วชีวิตคนหายไปไหน? เขาย้ำว่า จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมอาจอยู่ที่การออกแบบแรก หรือการแก้ไขแบบ “ลดความหนาผนังปล่องลิฟต์ จาก 30 เซนฯ เหลือ 25 เซนฯ ฟังดูแค่ 5 เซนฯ ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของอาคาร ไปจนถึงการเทปูนที่อาจไม่ได้มาตรฐาน ต้องหาสาเหตุให้เจอ เพื่อล่าหาผู้รับผิดชอบ“ ⸻สองชื่อในเอกสาร…แต่ไม่มีใครรับว่าคือคนออกแบบจริง “พอเอกสารระบุชื่อวิศวกร 2 คน ควบคุมงานกับออกแบบแต่ทั้งคู่ปฏิเสธว่าไม่เคยรับงานนี้เลยแปลว่าอะไร? แปลว่าเรามี ‘ตัวปลอม’ อยู่ในระบบ และต้องหาตัวจริงให้เจอ” ไม่ว่าจะเป็นรับจ้างเซ็น หรือแอบอ้างชื่อสุรเชษฐ์บอกว่า ต้องมีโทษทางกฎหมายไม่ใช่แค่ทางจรรยาบรรณ ⸻ “รับจ้างเซ็น = ต้นตอของการฆ่าคนโดยไม่เจตนา” เขาพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าสังคมวิศวกรรมไทยวันนี้มีปัญหาโครงสร้างเช่นเดียวกับตึกที่ถล่ม “วงการรู้กันดีรับจ้างเซ็น หั่นกันที่ราคาใช้วิศวกรเกรดต่ำประสบการณ์น้อย เอาชื่อคนมีใบอนุญาตมาสวมแล้วพอตึกพัง…ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้” เขาตั้งคำถามถึงสภาวิศวกรรมว่า“จะทำตัวเป็นแค่สภาฟอกขาว? หรือจะเริ่มจากการปฏิรูปตัวเองก่อน?” ⸻ 7 วันสอบสวนคือ ‘ละคร’ 90 วันคือความจริงที่ต้องมีคำตอบ ในช่วงแรก รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขอเวลาเพียง 7 วันสุรเชษฐ์บอกชัดว่า “มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เป็นแค่ละครการเมืองเพื่อลดแรงเสียดทานสุดท้ายต้องขยายเป็น 90 วัน ซึ่งต้องวางกรอบให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นประชาชนจะขาดความเชื่อถือ อย่างน้อยต้องได้สาเหตุ ใครทำผิด ใครชดใช้ค่าเสียหาย หากได้แค่สาเหตุก็ต้องชี้ให้ชัดใครทำผิด และใครควรชดใช้ค่าเสียหาย ไม่ใช่แค่ “รู้สาเหตุ” แล้วจบแบบเบลอ ๆ“ ⸻ 85 ปี เซ็นแบบ สตง.? แล้วใบอนุญาตตลอดชีพคืออะไร? กรณีวิศวกรที่มีชื่อในเอกสารว่าเป็นผู้ออกแบบ มีอายุ 85 ปี บอกไม่ได้ออกแบบมานานแล้วสุรเชษฐ์บอกว่า “นี่คือตัวอย่างชัด ๆ…
เป็นความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีอาคารที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ หรือ สตง.ถล่ม ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีบอกว่าตอนนี้มีข้อมูลเข้ามาประปราย และในวันพรุ่งนี้จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูข้อมูลในภาพรวม ยืนยันว่าเร่งอยู่ตลอด ไม่ต้องห่วง ไม่ได้ปล่อยมือไปไหน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามว่าจะใช้โอกาสนี้สะสางเรื่องการทุจริตหรือไม่ หลังมีข้อมูลว่าอาจมีการทุจริตในกระบวนการก่อสร้างอาคารดังกล่าว
บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ว่าด้วยความสัมพันธ์สามฝ่าย ทักษิณ–อันวาร์–มินอ่องหล่าย และบทบาทที่ไทยควรมีแต่ไม่มี ⸻ “โต๊ะเจรจาในนามอาเซียน…แต่ไม่มีไทยร่วมในนามรัฐบาล”คือประโยคสะท้อนสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ วิเคราะห์ในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” อาจารย์ ชี้ให้เห็น “ความพิลึก” ที่เกิดขึ้นบนเวทีการทูตครั้งสำคัญ เมื่ออันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตั้งโต๊ะเจรจากับผู้นำกองทัพเมียนมา พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ที่กรุงเทพฯ ผ่านการดำเนินการของ “ที่ปรึกษาประธานอาเซียน” ซึ่งก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร” บิดานายกฯ แพทองธาร “อันวาร์ได้หน้า ทักษิณได้บทบาท ประเทศไทยได้แค่พื้นที่กลาง อาจเอาภาพนี้ไปหากินได้ แต่สุดท้ายควรทำให้กลับมาสู่รูปแบบทางการ เพราะตอนนี้ไทยก็สูญเสียบทบาทนำให้กับอันวาร์ไปแล้ว” นั่นคือคำวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมของ รศ.ดร.ปณิธาน ⸻ เมื่อ “บทนำ” ของไทย…กลายเป็น “บทรับเชิญ” แม้จะเข้าใจได้ว่าการประชุมนอกรอบลักษณะนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงภายในเมียนมา และหากทำให้เกิดการขยายเวลาหยุดยิงหรือปล่อยตัวอองซานซูจีได้ ก็อาจเป็น “ความสำเร็จที่น่าจดจำ” แต่ รศ.ดร.ปณิธาน เตือนว่า “ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนอาจดี แต่ดีที่สุดควรทำในระบบอย่างเป็นทางการมากกว่า” เพราะเมื่อเทียบกับอดีตที่ไทยเคยเป็น “ตัวกลางที่โลกยอมรับ” ไม่ว่าจะกรณีพยัฆทมิฬในศรีลังกา วันนี้เรากลับถูกแทนที่ด้วยตัวละครที่ “ไม่มีตำแหน่ง” แต่ “มีบทบาท” “ผมไม่ได้กังขาความสามารถคุณทักษิณ แต่ในทางการทูต…ทุกอย่างต้องเข้าระบบ ไม่อย่างนั้นประเทศจะไม่มีน้ำหนัก” ⸻ ทักษิณมา…นายกฯ หาย? คำถามที่อยู่ในใจคนไทยและต่างประเทศก็คือ “บทบาทของแพทองธารอยู่ที่ไหน?” เมื่อบทบาทผู้นำประเทศในเวทีต่างประเทศกลับเป็นของพ่อ “การเมืองระหว่างประเทศไม่เข้าใครออกใคร และที่สำคัญ…เขาไม่เกรงใจเราเลย” รศ.ดร.ปณิธาน มองว่า การที่รัฐบาลไทยไม่เล่นบทบาทนี้ด้วยตนเอง แต่อาศัย “เงาทักษิณ” อาจสะท้อนถึงความลังเลในหน่วยงานรัฐที่ยังเห็นไม่ตรงกัน และการที่แพทองธารเงียบหายจากสมการ อาจเพราะประสบการณ์ไม่มากพอสำหรับการเจรจากับผู้นำที่ “เขี้ยวลากดิน” “อันวาร์อยู่กับการเมืองมานานกว่านายกฯ ไทยเกิดมิน อ่อง หล่าย ประสบการณ์สูง พูดน้อยแต่ทำลึกถ้าไม่พร้อม ก็ไม่ควรไปเผชิญหน้าบนโต๊ะที่เราเสียเปรียบทุกทาง” ⸻ ‘บทบาท’ ที่ไม่มีตำแหน่ง“ตำแหน่ง’ ที่ไม่มีบทบาท หนึ่งในความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นชัดเจนในครั้งนี้ คือการมีบทบาทของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล…
