Author: Writer Publisher

โดยบรรยากาศที่พรรคพลังประชารัฐเป็นไปอย่างอบอุ่ม ชื่นมื่น และเป็นกันเอง เมื่อบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ )และอดีตรองนายกรัฐมนตรี จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลายวงการ รวมถึงประชาชนที่เคารพรักพล.อ.ประวิตร เข้ารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ อวยพร และขอพรตามประเพณีอันดีงามของไทย เป็นจำนวนมาก พล.อ.ประวิตร อวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดให้สมความปรารถนา ปราศจากโรคภัย อันตรายใดๆ ทั้งปวง ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่กำลังจะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ให้เดินทางด้วยความปลอดภัย และพบปะครอบครัวอย่างมีความสุข เป็นบรรยากาศสบายๆ ของพรรคฝ่ายค้านอันดับ 2 อย่างพรรคพลังประชารัฐ หลังจากเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่ สส.ของพรรคต้องพาเหรดลงพื้นที่ในช่วง 2 เดือนระหว่างปิดสมัยประชุมฯ

Read More

“อย่าคิดใช้ช่วงชุลมุนเป็นข้ออ้างขยายเพดานหนี้สาธารณะ แล้วเอาไปแจกเงิน…รอให้ถึงเวลาก่อน ถ้าตกต่ำจริงค่อยพูด”—ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI สงครามการค้าจีน-สหรัฐ โลกคือ “เหยื่อ” ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง TDRI ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง“ ดำเนินรายการโดย ”สมจิตต์ นวเครือสุนทร“ โดยวิเคราะห์ถึงการเผชิญหน้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ขยับขึ้นภาษีใส่กันแบบไม่มีเพดานว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีการเผชิญหน้ากันตั้งแต่ “ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ต่อเนื่องจนถึงไบเดน จนกลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้งเมื่อทรัมป์คืนอำนาจ “เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศตะวันตกไม่อยากให้จีนเป็นมหาอำนาจเร็วเกินไป โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี จึงกีดกันทั้งการค้าและเทคโนโลยีไปพร้อม ๆ กัน” สหรัฐขึ้นภาษีจีน 104% จีนโต้กลับขึ้นภาษีสหรัฐที่ 84% ส่วนสหรัฐกระโดดไปที่ 125% “กำแพงภาษีที่สูงแบบนี้จะทำให้การค้าสองประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว การนำเข้า-ส่งออกก็จะลดลงด้วย ปริมาณการค้าของโลกจะลดลงตามไปด้วย ถึงจะมีการส่งผ่านไปประเทศอื่น แต่โดยรวมจะกระทบเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวค่อนข้างแรงจนถึงขั้นตกต่ำ” ไทยควรทำอะไรใน 90 วัน? ตอนนี้ไทยมีโอกาส 90 วัน เพราะเป็นหนึ่งใน 60 ประเทศที่สหรัฐยังไม่ขึ้นภาษีทันที ดร.สมชัย เสนอให้เร่งเจรจา เตรียมความพร้อม และกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน “อย่างที่รัฐบาลเคยบอกไว้ว่าจะไม่ลดการส่งออกแต่เพิ่มการนำเข้าอันนี้ควรทำทันที” และต้องแก้ไข กำแพงภาษีสินค้าสหรัฐฯ ที่เราตั้งไว้สูงโดยเฉพาะสินค้าการเกษตรต้องพิจารณาลดกำแพงภาษีลงนำเข้ามากขึ้น แต่จะมีผลกระทบกับเกษตรกรไทยที่ต้องเยียวยาทั้งระยะสั้นและยาว “ต้องทำความเข้าใจว่าโลกเปลี่ยนไปการปกป้องจากภาครัฐไปยังภาคการเกษตรจะไม่สามารถทำได้เหมือนในอดีตอีกแล้วแล้ว จึงต้องมีกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากภาคการเกษตรอย่างค่อยเป็นค่อยไป“ เร่งเปิดพื้นที่ภาคบริการ หยุดเกรงใจกลุ่มทุนคุมรัฐ นอกจากภาคการเกษตรที่ต้องเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว ดร.สมชัย ยังเห็นว่า รัฐบาลต้องส่งเสริมภาคการผลิตอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ เช่น ภาคบริการ และต้องเปิดทางให้สหรัฐมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน “แต่ตรงนี้อาจจะยากกว่าภาคการเกษตรด้วยซ้ำเพราะเป็นพวกนายแบงก์ เป็นคนกลุ่มที่มีเส้นสายการเมืองสูงแต่ก็ต้องทำ รัฐบาลต้องกล้าไม่ใช่เกรงใจนายทุนที่ได้รับการปกป้องมานานแล้ว เชื่อว่าถ้าทำอเมริกาน่าจะแฮปปี้ และเราควรทำมานานแล้วแต่ไม่ได้ทำ ถ้าทำได้หรือทำให้เห็นว่าเอาจริงเอาจัง แม้ไม่เห็นผลทันที แต่มีแผนที่ชัดเจน หลังผ่าน 90 วันเราก็น่าจะพอผ่านไปได้“ อย่าฉวยโอกาสช่วงชุลมุนขยายเพดานหนี้สาธารณะ ดร.สมชัย เตือนว่า อย่าอาศัยช่วงชุลมุนนี้ขยายเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มจาก 70 % โดยอ้างว่าต้องเตรียมไว้เพื่อรับมือเศรษฐกิจ ”รอให้ถึงเวลาแล้วค่อยขยาย ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ ยังไม่ต้องรีบพูดตอนนี้ เพราะดูทิศทางรัฐบาลแล้วก็เน้นที่การแจก หากจะขยายเพดานหนี้สาธารณะมาทำเรื่องพวกนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาระยะยาว เพราะใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพทำให้หนี้สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น“ ปฏิรูปภาษี “ไฟท์บังคับ”…

Read More

เป็นการให้สัมภาษณ์คู่กันของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังจากที่นายอนุทินทั้งไลน์ส่วนตัวขอโทษกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศกลางสภาฯ ค้านร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ โดยนายอนุทินบอกเรื่องนี้ได้ขออภัยนายกฯ ไปแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรี ก็บอกนายอนุทินชี้แจงว่าไม่ใช่มติพรรค เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว  นอกจากนี้นายอนุทินยังยืนยันวันลงมติกฎหมายฉบับนี้เสียงโหวตพรรคภูมิใจไทยทุกคนต้องทำตามมติพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หารือกับนายไชยชนก เพราะมีความเครียดในขณะที่อภิปราย จึงอยากให้พัก 1-2 วันก่อนค่อยหารือกัน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีไม่ติดใจเรื่องนี้ เพราะเคยคุยกับนายไชยชนกนอกรอบอยู่แล้ว และทราบว่าเป็นห่วงเรื่องภัยพิบัติต่างๆ การอภิปรายเมื่อวานมีหลายเรื่องหลายประเด็น อาจทำให้เกิดความสับสนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยต้องไปเคลียร์กันเอง ซึ่งเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถคุมสภาพภายในพรรคได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ รับสภาพวันหนึ่งเป็นอย่างหนึ่งอีกวันเป็นอีกอย่างหนึ่งได้? นายอนุทินแทรกขึ้นทันทีว่า “ผมดีตลอด ไม่มีวันไหนไม่ดีอย่าถามนายกฯแบบนี้” ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอกบางทีเป็นข่าวลือว่าพรรคนั้นทำอย่างนั้นพรรคนี้ทำอย่างนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของการเมืองเราต้องพูดคุยกันเยอะๆ และยอมรับต้องปรับปรุงการสื่อสารภายในพรรคร่วมรัฐบาลให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยเฉพาะการคุยระดับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล

Read More

กลายเป็นประเด็นสร้างความไม่พอใจสำหรับพรรคเพื่อไทย ไม่เฉพาะบรรดา สส.ที่ออกโรงขับไล่พรรคภูมิใจไทยออกจากการร่วมรัฐบาลเท่านั้น หลังจากนายไชยชนก ชิดชอบ สส.และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศลั่นกลางสภาฯ ไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิNo ล่าสุดรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยก็ออกอาการเช่นกันอย่างนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็บอกเป็นการเสนอร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่อยากให้บิดเบือนเป็นกฎหมายกาสิNo เพราะเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งครอบครัว ไม่ใช่เปิดให้นักพนันเข้ามา ฉะนั้นอย่าเอามาเป็นประเด็นทางการเมือง อย่าบิดเบือนเป็นเรื่องกาสิNo ส่วนกรณีนายไชยชนก นายภูมิธรรมบอกไม่แน่ใจว่านายอนุทิน หรือนายไชยชนก ใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะในที่ประชุมหัวหน้าพรรคคุยกันชัดเจนแล้ว ว่าเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนคนไทยก็มีเงื่อนไข 50 ล้านบาทในบัญชี ซึ่งนายไชยชนก เป็นเลขาธิการพรรคต้องร่วมมือกันด้วยหลักการ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว “อยู่ๆ ประกาศ ผมชื่อไชยชนก เป็นลูกนายเนวินกับแม่กรุณา ถามว่า คุณไชยชนก ประกาศตัว กำลังจะบอกอะไร อยากถามจะบอกอะไร แล้วระหว่างคุณไชยชนกกับคุณอนุทิน ผมควรจะเชื่อใคร การเป็นเลขาธิการพรรคควรมีความเข้าใจมากกว่านี้ ไม่อยากจะบอกว่าวุฒิภาวะนะ และควรมีความสุขุมรอบคอบมากกว่านี้“

Read More

เมื่อภาษีไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็บรายได้อีกต่อไปแต่กลายเป็น ”อาวุธ“ ห้ำหั่นในสงครามเย็นยุคใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน…เปิดเกมโดย “โดนัลด์ ทรัมป์” จากนั้นสองประเทศก็กระโดดเข้าสู่เกมตัวเลขภาษีที่งัดกันไม่หยุด ศึกนี้ไม่ใช่ครั้งแรก…ย้อนกลับไปปี 2018–2019ทรัมป์ขึ้นภาษีจีนมูลค่ากว่า 360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสกัดการเติบโตของ “มังกรแห่งเอเชีย” [1] แต่จีนยอมที่ไหน? ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐกลับกว่า 110,000 ล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”สุดท้ายจบลงที่ “เจ็บทั้งคู่ แต่ไม่มีใครยอมแพ้”เรียกว่า…เจ็บแบบยังไม่ยอมจบ ⸻ เจ็บทั้งคู่—สหรัฐเสียผู้บริโภค จีนเสียตลาด ศึกครั้งนั้นมีการพักรบ หลังสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง “Phase One Deal” ในเดือนมกราคม 2020 [2]แต่ก็เป็นเพียงการหยุดเลือดไหลชั่วคราว ไม่ใช่การคืนสู่สภาวะปกติ เนื้อหาหลักของ Phase One:• จีนตกลงจะซื้อสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 200,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 2 ปี• สหรัฐฯ ยังคงเก็บภาษีสินค้าจีนมูลค่าราว 250,000 ล้านดอลลาร์• จีนยังคงเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ บางส่วน และไม่ได้ลดทั้งหมด ผลลัพธ์คือ…จีนไม่สามารถซื้อสินค้าได้ตามเป้า เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และความไม่ไว้วางใจระหว่างสองประเทศที่ยังดำรงอยู่ ⸻ ถึงไบเดนก็ไม่ถอน – ถึงประชาชนก็ยังเจ็บ แม้โจ ไบเดนจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2021เขาก็ไม่ได้ยกเลิกภาษีที่ทรัมป์ตั้งไว้ทั้งหมด โดยเลือกเก็บไว้เพื่อใช้ต่อรองเชิงยุทธศาสตร์กับจีนต่อไป [3] กลายเป็นสนามรบที่ผู้บริโภคทั้งสองประเทศ “เจ็บกันถ้วนหน้า”• คนอเมริกันจ่ายค่าสินค้าแพงขึ้น• เกษตรกรสหรัฐฯ ถูกตัดออเดอร์หลายพันล้านดอลลาร์ ต้องพึ่งเงินอุดหนุนรัฐบาล• ส่วนจีน GDP ชะลอตัวจาก 6.6% ในปี 2018 เหลือ 5.9% ในปี 2019• บริษัทจีนหลายแห่งสูญเสียตลาดในสหรัฐ ถูกตัดขาดจากเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ชิปเซตจากบริษัทสหรัฐฯ ⸻ ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก…ไม่จบแต่เจ็บ ล่าสุดสนามรบภาษีระหว่างจีนกับสหรัฐยังคงเดินหน้าไล่บี้กันไม่หยุดไม่มีใครยอมใคร…ไม่มีใครรู้ว่าจุดสิ้นสุดจะอยู่ตรงไหน สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการของจีนพุ่งทะลุ 104% [4]นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้สหรัฐฯ “หยุดพฤติกรรมที่เย่อหยิ่งและกดขี่” และขอให้เคารพซึ่งกันและกันหากต้องการเจรจาอย่างแท้จริง ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 84% มีผล…

Read More

“วอลเล็ตต้องพับ เก็บกระสุนไว้ใช้เมื่อเศรษฐกิจต้องการจริง ๆ ตอนนี้วิกฤตมารอหน้าบ้านแล้ว”— ศิริกัญญา ตันสกุลรองหัวหน้าพรรคประชาชน ⸻ ในห้วงเวลาที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอาเซียนแบบถ้วนหน้าภูมิภาคนี้เริ่มขยับ — ประเทศเพื่อนบ้านเปิดสายตรงหารือขณะที่เอกชนเริ่มคิดย้ายฐานออกนอก แต่รัฐบาลไทย…ยังฟีลกู๊ด สุดชิลจนศิริกัญญาต้องออกมาพูดว่า: “รัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป วิกฤตมาถึงหน้าบ้านแล้ว แต่ยังไม่มีแผนรับมือและเยียวยา” ⸻ จากศึกภาษี 2018 สู่ไฟลามปี 2025 สงครามภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศในเอเชียไม่ใช่เรื่องใหม่เริ่มตั้งแต่ปี 2018 เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีกับจีน และขยายผลไปยังประเทศอย่างเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา ภายใต้เหตุผล “ต้องปกป้องผู้ผลิตในประเทศ”[^1] แม้ในยุคของโจ ไบเดนจะมีการทบทวนบางมาตรการ แต่โครงสร้างภาษีหลักยังไม่ถูกยกเลิก โดยเฉพาะต่อสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องการควบคุมการแข่งขันเชิงกลยุทธ์[^2] จนในปี 2025 เมื่อทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งเขาประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้กับหลายประเทศในอาเซียน โดยไทยโดนภาษีสูงถึง 37%[^3]ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ต่างได้รับการเชิญเข้าร่วมสายเจรจาพิเศษกับผู้นำอาเซียนแต่ไทย…ไม่เพียงไม่มีชื่อในสายสนทนา แต่ยังเลือก “ไม่เข้าร่วม” แม้จะได้รับการต่อสายเชิญโดยตรงจากประธานอาเซียน[^4] ⸻ รัฐบาลไม่เพียงล่าช้า…แต่กำลังใช้เงินผิดจังหวะ ศิริกัญญาชี้ว่างบประมาณกว่า 1.5 แสนล้านบาท ที่ยังรอจ่ายในโครงการวอลเล็ตดิจิทัลควรถูก “พับเก็บ” และนำมาใช้กับวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังทวีความรุนแรง “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาปล่อยเงินแบบแจก แต่ต้องพยุงเศรษฐกิจจริงจัง ทั้งระบบแรงงาน เอสเอ็มอี และภาคการส่งออก” เธอเตือนว่า หากยังเดินหน้าแบบเดิมไทยอาจได้เห็น GDP โตเพียง 1%และการแก้ปัญหาในอนาคตอาจต้องใช้เงินอีก “หลายแสนล้านบาท” พร้อมความเสี่ยงทะลุเพดานหนี้สาธารณะ 70% ⸻ คำสั่งซื้อระงับ – แรงงานเริ่มโดนลดโอที – ความเชื่อมั่นเริ่มถดถอย เสียงจากเอกชนก็สอดคล้องกับที่ศิริกัญญาเตือนคำสั่งซื้อชะลอ แรงงานถูกลดโอที หรืออาจไปไกลถึงขั้น ”เลิกจ้าง“ “เด็กสมบูรณ์” หนึ่งในบริษัทส่งออกอาหารรายใหญ่ของไทยเริ่มวางแผนย้ายธุรกิจ Trading ไปสิงคโปร์ เพราะ “ไม่มีภาษี และจัดการได้” วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ ผู้บริหารทายาทรุ่น 3 กล่าวชัดว่า: “ถ้าท่าทีรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน เราคงต้องย้ายออกจริง ๆ เพราะตอนนี้ธุรกิจไม่ Stable เลย”(อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ)…

Read More

9 เม.ย.68 —ไชยชนก ชิดชอบ สส.-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยประกาศกลางสภาฯ ในนามลูกเนวิน ว่าเขาจะไม่มีวันเห็นชอบ “กาสิNo“ ไม่ใช่แค่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่แม้แต่ของพรรคตัวเอง…ก็ไม่ยกมือให้ เป็นคำประกาศเข้มที่กลายเป็นไวรัลทันที แต่ ”ไชยชนก“ หล่อได้ไม่นาน ก็อาจต้องออกอาการคอตก กลายเป็น “มันจบแล้วครับไชยชนก” หลัง “เสี่ยหนู“ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สวนทันควันว่า ”ผิดคิว“ ไม่เป็นไปตามมติพรรค หรือว่า…“มติพรรค” สำคัญกว่า ”มติประชาชน?“ถ้าเป็น ”มติประชาชน“ สำคัญพอที่จะทำให้ใครบางคน ”ผิดคิว“ หรือไม่? ”มันจบแล้วครับ ไชยชนก“—จากวรรคทองพ่อ ถึงจุดตัดลูก คอการเมืองรุ่นเดอะคงพอจำกันได้กับคำพูดอมตะของ เนวิน ชิดชอบ กลายเป็นวรรคทองที่ผู้คนยังจดจำจนถึงทุกวันนี้แม้เวลาจะผ่านไปนานนับทศวรรษกับคำว่า ”มันจบแล้วครับนาย“ เป็นวลีที่เปลี่ยนทิศทางการเมืองไทย ข้ามขั้วหนุน ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ“ เป็นนายกฯ ดันพรรคประชาธิปัตย์ พลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เกือบสองทศวรรษผ่านไป ”ลูกของเนวิน“ลุกขึ้นกลางสภาฯ แสดงจุดยืนอยู่คนละข้างกับรัฐบาลที่พรรคตัวเองร่วมวงอำนาจ ประกาศ ”ค้านกาสิNO“ แบบสุดซอยทำเอาสส.ภูมิใจไทย ”เหวอกันทั้งสภาฯ“กับท่าที ”มันจบแล้วครับ กาสิNO“ ไชยชนก ”ผิดคิว“ หรือ รัฐบาล ”ผิดทาง?” ความร้อนแรงจากท่าทีของไชยชนก ทำรัฐบาลสะเทือนซาง คนที่นั่งไม่ติดต้องรีบชี้แจงทันทีคือ “เสี่ยหนู” ถึงกับต้องออกมาย้ำว่า “เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค ตำหนิไชยชนกกลาย ๆ ประมาณว่าทำตามอำเภอใจแต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ภายใต้มติพรรค ที่เห็นก็แค่ “ผิดคิว” แต่ต้องไม่ลืมว่า…ไชยชนก สายเลือด “เนวิน”จะให้จบแบบหน้าแตก แล้วจะชูคออยู่ในแวดวงการเมืองอย่างมีศักดิ์ศรีต่อไปได้อย่างไร? อย่าลืมว่า “ผิดคิว” เขาใช้กับนักแสดงแต่สำหรับ สส. ผู้แทนปวงชนชาวไทยพูดตามมโนธรรม ควรมีอิสระในความคิด ตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองหรือไม่? “ผิดคิวนิดหน่อย” — อนุทินกล่าวอย่างเก้อ ๆ“ควรแจ้งพรรคก่อน” — ราวกับมติพรรคสำคัญกว่ามติประชาชน———“ผิดต่อใครกันแน่?” สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เนื้อหาการอภิปรายแต่คือคำถามที่สะท้อนกลับมาถึงประชาชน ถ้าคำพูดของไชยชนก ผิดคิว ผิดจังหวะ ผิดมติพรรคแต่ที่ผิดที่สุด อาจเป็น…การเดินหน้า “ผิดทาง” ของรัฐบาลที่กำลังทำ “ผิดต่อประชาชน”…

Read More

รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. ประธานอนุกรรมการด้านการบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กเดือดซัดรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปล่อยให้ค่าการตลาดน้ำมันถีบตัวสูงถึงลิตรละ 5 บาท ทั้งที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลงมากจนราคาน้ำมันสำเร็จรูปควรอยู่แค่ 15.50 บาทต่อลิตร แต่ราคาหน้าปั๊มกลับยังสูงลิ่ว ชี้ชัดเป็นความล้มเหลวในการกำกับโครงสร้างราคาพลังงาน พร้อมตั้งคำถามแรงว่า “รัฐบาลไทยทำร้ายประชาชนใช่หรือไม่?” ⸻ ชั่วโมงนี้ ราคาน้ำมันตลาดโลกลดดิ่งลงมาก ราคาน้ำมันดิบดูไบวันที่ 8 เมษายนอยู่ที่ 64.59 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบเป็นเงินไทยราวลิตรละ 14 บาท บวกค่าการกลั่นอีก 1.50 บาท ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่นควรอยู่ที่ไม่เกิน 15.50 บาท/ลิตร ⸻ แต่ทำไมราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังสูง? วันที่ 8 เม.ย.68 ราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊มลดแค่ 50 สตางค์ ราคาขายปลีกยังอยู่ที่ลิตรละ 41.44 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ยังอยู่ที่ 32–33 บาท/ลิตร ซึ่งสูงกว่าต้นทุนกว่า 100% ⸻ นโยบายลดราคาพลังงาน…หายไปไหน? นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยยังไม่ทำตามนโยบายธงที่เคยประกาศว่าจะลดราคาพลังงานให้เป็นธรรม นี่ผ่านมาแล้ว 2 ปี มีถึง 2 นายกฯ และ 1 รัฐมนตรีพลังงาน แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะกำกับราคาน้ำมันให้เป็นธรรมต่อประชาชนเลย ⸻ ค่าการตลาดลิตรละ 5 บาท – ทั้งที่ควรไม่เกิน 2 บาท “ปล่อยราคาน้ำมันให้เป็นไปตามอำเภอใจผู้ค้า ค่าการตลาดกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ไม่ควรเกิน 2 บาท/ลิตร แต่วันที่ 8 เม.ย.68 กลับพุ่งขึ้นถึง 5 บาท/ลิตร” รสนาซัดเดือด ⸻ ขอถามนายกฯ และ รมว.พลังงาน…จะกำกับตอนไหน? เธอย้อนถามไปถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.พลังงานว่า จะเสียเวลาออกกฎหมายเป็นปีเพื่อรู้ราคาต้นทุนน้ำมันที่แท้จริงไปทำไม ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยให้ผู้ค้าย้ายกำไรมาไว้ที่ค่าการตลาดแทน “แค่จะกำกับค่าการตลาดให้เป็นไปตามนโยบายค่าการตลาดที่เหมาะสมที่กระทรวงประกาศเองยังทำไม่ได้ เรียกว่า “เสียเวลา…

Read More

กลายเป็นรอยร้าวระหว่าง 2 พรรคใหญ่ร่วมรัฐบาล หลังนายไชยชนก ชิดชอบ สส.และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศลั่นกลางสภาฯ เมื่อวานนี้ว่า ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิNo รวมอยู่ด้วย และถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะบอกว่าเป็นเพียงการแสดงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ด้วยความเป็นเลขาธิการพรรค และอ้างชื่อนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ ซึ่งถือเป็นผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์หนัก ล่าสุดนายอดิศร เพียงเกษ สส.พรรคเพื่อไทย ออกคลิปแสดงความเห็นเรื่องนี้พุ่งตรงไปที่พรรคภูมิใจไทยเต็มๆ โดยระบุการอภิปรายดังกล่าวเป็นการยกตนข่มคนอื่น และระบุหากไม่อยากร่วมรัฐบาลก็ให้ถอนตัวออกไป นอกจากนี้ยังโพสต์ระบุข้อความเพิ่มเติมลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “ไม่อยากร่วม รัฐบาล ก็ออกไป ภูมิใจถอก ภูมิใจไทย รีบไสหัว อย่าเป็นเข้ขวางคลองอย่าอนอัว อย่ายกตัว ข่มคนอื่น มันคลื่นใส่..???!!! ไม่อยากร่วมรัฐบาลก็ออกไป…???!!! “ ซึ่งต้องจับตาดูว่าเรื่องนี้จะบานปลายกลายเป็นรอยร้าวเพิ่มเติมจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองหรือไม่

Read More

เมื่อค่ำวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปล่อยขบวนรถบัส VIP 7 คัน พาชาวใต้ 300 คนเดินทางกลับภูมิลำเนา ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว โดยผู้ร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์สมาคมฯ ฟรี ทั้งค่ารถ อาหาร และมีเจ้าหน้าที่รอต้อนรับถึงปลายทาง ผู้ร่วมโครงการหลากหลายวัย ตั้งแต่เด็ก นักเรียน คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ บางครอบครัวเดินทางพร้อมกันทั้งบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยในช่วงเวลาที่การเดินทางกลับบ้านอาจเป็นภาระทางเศรษฐกิจ หลายคนระบุว่าเข้าร่วมโครงการเป็นครั้งที่สอง และรู้สึกดีใจที่ “คนใต้ไม่ทิ้งกัน” ขณะเดียวกัน มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลร่วมตรวจสุขภาพผู้ขับขี่และประชาชนก่อนเดินทาง ทั้งตรวจแอลกอฮอล์และวัดความดัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แม้รถทุกคันจะมีประกันภัยชั้นหนึ่งรองรับ ขบวนรถออกจากสมาคมฯ เวลา 21.00 น. มุ่งหน้าไปยัง 6 จังหวัดปลายทาง ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ และพังงา โดยนายสิทธิพร อุปนายกสมาคมฯ ผู้ควบคุมโครงการ ระบุว่า “แม้จะมีบางครอบครัวมาช้ากว่ากำหนด แต่ผู้โดยสารทุกคนเต็มใจรอ เพื่อเดินทางกลับพร้อมกันอย่างอบอุ่น” นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเตรียมจัดงาน รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วม แม้ไม่ใช่คนใต้ก็มาร่วมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ได้ฟรี พร้อมรับประทานอาหารใต้แบบบ้าน ๆ ทั้งคาวหวาน บิ๊กโจ๊ก ยังฝากเตือนคนไทยช่วงสงกรานต์ “ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย ใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง และเมาไม่ขับ” พร้อมอวยพรให้ทุกครอบครัวมีความสุขในช่วงปีใหม่ไทยนี้

Read More