Author: Writer Publisher

เป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งองค์การศาสนา องค์กรเครือข่ายทางการศึกษา และภาคประชาสังคมที่แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มี “กาสิโนถูกกฎหมาย” รวมอยู่ด้วย ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.68) โดยออกเป็นแถลงการณ์ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีการนัดหมายของคณะศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมีผู้ชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ นัดหมายกันทำกิจกรรมแสดงพลังกันที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาลช่วงเย็นวันนี้ โดยกิจกรรมเริ่มในเวลา 17 นาฬิกาด้วยการอ่านแถลงการณ์วัตถุประสงค์ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาจีน พร้อมกับ ถวายพานพุ่มหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล กล่าวนำคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เอา พ.ร.บ.กาสิโน ต้องการให้รัฐบาลถอนร่างฯ ออกจากสภาที่จะพิจารณากันในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้หลายองค์กรออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ อาทิกลุ่มศิษย์เก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ ประกาศอย่างแรงกล้า ต่อนโยบายอันชั่วร้ายของรัฐบาล ที่จะก่อให้เกิดแหล่งอบายมุข ประกาศหนักแน่นคัดค้านอย่างถึงที่สุด ขณะที่กลุ่ม คปท., ศปปส., กองทัพธรรม และแนวร่วมภาคประชาชน นำโดย คุณพิชิต ไชยมงคล, คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ฯลฯ วันพรุ่งนี้ก็นัดคนไม่เอากาสิโนพร้อมกันตั้งแต่ 8 นาฬิกา.ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล จากนั้น มุ่งหน้าสู่รัฐสภา เกียกกาย เพื่อแสดงพลังไม่เอาร่าง พ.ร.บ.กาสิโน

Read More

กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำโดย ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธาน สปช. ยื่นหนังสือเปิดผนึกคัดค้านร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ที่มีเนื้อหา “สอดแทรก” บ่อนกาสิโน ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 9 เมษายนนี้ โดยจี้ไปยังประธานรัฐสภา หัวหน้าพรรคการเมือง และสมาชิกรัฐสภา ให้ยุติการผลักดันกฎหมายดังกล่าว “ปากเหวแห่งความเสื่อม” ทำลายชาติอดีต สปช. มองว่าการพนัน “ทั้งกาสิโนและพนันออนไลน์เป็นอบายมุขที่เป็นปากเหวแห่งความเสื่อม” ที่จะบั่นทอนกำลังกาย กำลังสติปัญญาของเยาวชนและประชาชน พวกเขาย้ำว่ารัฐบาลควร “มุ่งหมายในการเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์” ไม่ใช่ส่งเสริมอบายมุข ผลกระทบทางสังคม และ “ทรราช” ไม่ฟังเสียงประชาชนกลุ่มอดีต สปช. เตือนถึงผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาจากการเปิดบ่อนการพนัน เช่น ปัญหาหนี้สิน อาชญากรรม และการ “บ่อนทำลายอนาคตของเยาวชน” นอกจากนี้ ยังระบุว่าการพนันไม่ได้สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจจริง ไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของ GDP เพราะการโอนย้ายเงินจากผู้เสียพนันไปให้ผู้ได้พนัน ปราศจากการผลิตสินค้าและบริการใด ๆ เป็นเพียงการ “ย้ายเงินจากมือคนหนึ่งไปสู่มืออีกคนหนึ่ง” ทำให้คนเล่นหรือเหยื่อหมดเนื้อหมดตัว มีแต่เจ้ามือและกลุ่มธุรกิจสีเทาที่ร่ำรวย และหากรัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้ จะกลายเป็น “ผู้นำทรราชที่ไม่รับฟังเสียงคัดค้านของประชาชน” “บ่อนกาสิโนและการพนันออนไลน์ คือ ที่รวมของการฉ้อฉลคดโกงทั้งปวง เช่น คอลเซนเตอร์ อาชญากรรมข้าม ชาติ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าประเวณี โจร นักตีชิงวิ่งราว และเป็นบ่อเกิดและแหล่งรวมอบายมุขทั้งปวง เป็นที่ฟอก เงินผิดกฎหมายทั้งหลายที่อยู่ใต้ดินให้กลายเป็นเงินถูกกฎหมาย” “ไม่เคยหาเสียง” จี้รัฐสภาไม่รับหลักการอดีต สปช. ยังตั้งข้อสังเกตว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล “ไม่เคยประกาศหาเสียง” เรื่องการเปิดบ่อนการพนัน จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย เป็นการหลอกลวงเพื่อชิงอำนาจรัฐผ่านการเลือกตั้ง ได้แล้วก็ดำเนินการตามอำเภอใจ ผิดหลักการการเป็นรัฐบาลทรี่ชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้ง ท้ายที่สุด กลุ่มอดีต สปช. เรียกร้องให้รัฐสภา “โปรดพิจารณาไม่รับหลักการ” ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อความสงบสุขของประชาชน 102 รายชื่อ อดีต สปช. ร่วมลงชื่อคัดค้านทั้งนี้ ในหนังสือเปิดผนึกมีรายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ร่วมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.…

Read More

วันที่ 8 เมษายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ฟ้องกรรมการ กสทช. 4 ราย ประกอบด้วยพล.อ.ท. ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญรศ.ดร. ศุภัช ศุภชลาศัยรศ.ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์​และ ศ.กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูตในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีมติปลดเขาออกจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ กสทช. ดูเผิน ๆ อาจคิดว่าเป็นความขัดแย้งภายในระหว่าง รักษาการเลขาฯ กับ 4 กรรมการกสทช.เสียงข้างมาก แต่คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องบุคคล มันกำลังฉายภาพโครงสร้างองค์กรที่พังจากภายใน และระบบที่ออกแบบให้ “ไม่มีใครสอบใครได้จริง” ⸻ เมื่อเสียงข้างมากพยายามสอบปัญหา… แต่ระบบไม่อนุญาตให้สอบ ต้นเรื่องเริ่มจากการอุดหนุนเงิน 600 ล้านบาท จากกองทุน กทปส.เพื่อให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022โดยมีข้อตกลงใน MOU ว่า ผู้รับใบอนุญาตทุกประเภทต้องได้รับสิทธิเท่าเทียมแต่ภายหลัง กกท. กลับไปทำ MOU แยกกับกลุ่มทรู โดยให้สิทธิพิเศษเฉพาะบางแพลตฟอร์ม นำไปสู่ เหตุการณ์ “จอดำ” ทั่วประเทศ และการตั้งคำถามเรื่องความไม่เท่าเทียมทางการออกอากาศ ในรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุชัดว่าการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ และมติบอร์ด และ ชื่อของนายไตรรัตน์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการเลขาฯ ปรากฏอยู่ในกระบวนการรับรู้และอนุมัติ กรรมการ กสทช. 4 คน จึงมีมติให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยแต่กลับพบว่าตามระเบียบ กสทช. ผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการสอบสวนคือ “เลขาธิการ กสทช.” ซึ่งในขณะนั้นก็คือ… นายไตรรัตน์ ที่นั่งรักษาการฯ อยู่ และประธานบอร์ด กสทช. ไม่ลงนาม กลายเป็นประเด็นที่ใช้โต้แย้งและนำไปสู่การฟ้องคดีว่า 4 กสทช.ใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้ง แต่ถามว่าถ้าระเบียบเป็นแบบนี้แล้วใครจะสอบรักษาการเลขาฯ ได้ ยิ่งถ้าประธาน กสทช.กับเลขาฯ เป็นคอหอยกับลูกกระเดือก กลไกการตรวจสอบภายในของสำนักงาน กสทช. จะเดินหน้าได้อย่างไร?⸻ “กับดักระเบียบ”…

Read More

เรียกว่าเป็นกระแสข่าวที่ฮือฮาในทางการเมืองสำหรับวันนี้ เมื่อมีแหล่งข่าวระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร บิดานางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แจ้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่าให้โหวตรับหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 9 เมษายนนี้ หากแตกแถวจะพิจารณาให้ออกจากการร่วมรัฐบาลทันที เรื่องนี้ก่อให้เกิดคำถามขึ้นทันที ว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวตร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างไร อย่างพรรคประชาชาติที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะมี สส.8 คนจาก 9 คนเป็นมุสลิม และฐานเสียงสำคัญอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทั่งต้องส่งหนังสือถึงวิปรัฐบาลเกี่ยวกับการลงมติดังกล่าวว่าต้องคำนึงถึงหลักศาสนาและวัฒนธรรม ขณะที่เฟซบุ๊กนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาฯ และอดีต สส.หลายสมัย และเป็นบิดาของนายภราดร และกรวีณ์ ปริศนานันทกุล สส.พรรคภูมิใจไทย ถึงกับระบุให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลถอยออกจากการร่วมรัฐบาล ในโพสต์ระบุว่า เห็นภาพข่าวนี้แล้ว ใจคอหดหู่ยิ่งนัก 93 ปีของระบอบประชาธิปไตยมันถอยหลังไปกว่าที่คิด ถ้าเป็นพรรคแกนนำแล้วมีตรรกะแค่นี้ ท่านหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลครับ ผมว่าท่านถอยมาเถอะครับ ไม่ฟังเหตุผล ไม่เคารพให้เกียรติกัน จะอยู่ร่วมกันอย่างไร อยู่ร่วมกัน แล้วสร้างตราบาปและบาดแผลให้ประเทศ ถอยมาเถอะครับท่านหัวหน้าทั้งหลาย ขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว โดยบอกไม่เป็นความจริง แค่คำพูดลอยๆของแหล่งข่าวที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่ได้ให้ความเป็นธรรม และทำให้เกิดความเสียหายกับพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่านายทักษิณไม่ได้ไปให้สัมภาษณ์ที่ไหน แต่เมื่อข่าวออกมาเช่นนี้คนที่เจ็บก็คือพรรคเพื่อไทย พร้อมยืนยันวิปพรรคร่วมรัฐบาลได้ประสานงานและหารือกันแล้ว ไม่ควรเอานายทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาพูดคุยกันแล้ว เมื่อมีข่าวออกมาว่านายทักษิณประกาศว่าหากใครไม่เห็นด้วยจะขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล  #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ข่าวการเมือง #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธารชินวัตร #เพื่อไทย #กาสิโน #กาสิโนถูกกฎหมาย

Read More

เรียกว่าไม่แผ่วเลยสำหรับกระแสคัดค้าน “กาสิโน” ถูกกฎหมายผ่านร่างพระราชบัญญัติการประกอบการสถานบันเทิงครบวงจร ที่รัฐบาลจะเข็นเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 9 เมษายนนี้ หลังจากที่ The Publisher นำเสนอมาก่อนหน้านี้ ทั้งสมาคม องค์กร หรือกลุ่มต่างๆ ทางการศึกษา องค์กรศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ที่ก็ออกมาคัดค้านด้วยเช่นกัน เช่นสถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนาสำนักจุฬาราชมนตรี โดยระบุสำหรับชายไทยมุสลิม การพนันถือเป็นการกระทำขัดต่อหลักคำสอนของอิสลาม ชัดเจน เป็นบาปใหญ่ ส่งผลร้ายต่อบุคคล ครอบครัวและสาธารณะ เช่นเดียวกับศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ รุ่น 34 ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการเร่งดำเนินการของรัฐบาล นักการเมือง และผู้เกี่ยวข้อง ในการผลักดันให้การเปิดบ่อนการพนันหรือคาสิโนถูกกฎหมาย โดยมิได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างรอบด้าน ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยรวม ผ่านกระบวนการออกพระราชบัญญัติธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พร้อมรายชื่อเพื่อแสดงจุดยืนในฐานะพลเมืองไทย ที่มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติว่า **เราไม่สนับสนุนการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้มีการเปิดบ่อนการพนันหรือคาสิโนในประเทศไทย**. เช่นเดียวกับที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีการรณรงค์คนร้อยเอ็ดไม่เอากาสิโน โดยเราจะไปยื่นแถลงการณ์พร้อมลายชื่อผู้คัดค้านให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดในวันที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 10.00 น.พร้อมเชิญชวนให้ร่วมลงชื่อด้วยเช่นกัน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ข่าวการเมือง #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธารชินวัตร #เพื่อไทย #กาสิโน #กาสิโนถูกกฎหมาย

Read More

“ร่างกฎหมายนี้…ขัดหลักธรรมาภิบาลและเสี่ยงทำลายสังคมระยะยาว” วันที่ 6 เมษายน 2568 ชมรมสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา เพื่อคัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติการประกอบการธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกกันว่า “กฎหมายบ่อนกาสิโน” ซึ่งผลักดันโดยรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร 6 เหตุผลหลัก ชี้ชัดร่างกฎหมายนี้ “ไม่ควรบรรจุเป็นวาระรัฐสภา” 1. ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่อยู่ในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาล และมีที่มาจากการแสดงวิสัยทัศน์ของนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่นโยบายที่มาจากประชาชน 2. ขัดรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รัฐธรรมนูญ มาตรา 65 และแผนยุทธศาสตร์ชาติระบุชัดให้การพัฒนาเป็นไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ร่างกฎหมายนี้กลับสวนทางกับหลักดังกล่าว 3. กระทบทรัพย์สินของรัฐ การให้เอกชนใช้ที่ดินรัฐจัดตั้งกาสิโนโดยไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า อาจขัดต่อหลักการใช้ทรัพย์สินของรัฐ และทำให้รัฐสูญเสียประโยชน์ระยะยาว 4. ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่เอื้อทุนผูกขาด แทนที่จะช่วยประชาชน กลับเป็นการเปิดทางให้กลุ่มทุนการพนันต่างชาติได้ประโยชน์ พร้อมสร้างความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม 5. เปิดทางอบายมุขและเยาวชนตกเป็นเหยื่อ การพนันออนไลน์และอบายมุขในรูปแบบต่าง ๆ จะแพร่หลาย โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน อาจนำไปสู่อาชญากรรมและการค้ามนุษย์ 6. ไร้มาตรการคุ้มครองสังคมจากผลกระทบ ไม่มีแผนป้องกันหรือแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ซึ่งเสี่ยงทำให้สังคมเสื่อมถอยทั้งทางตรงและทางอ้อม ชี้รัฐบาลบิดเบือนอำนาจประชาชน เพื่อผลประโยชน์กลุ่มใกล้ชิด ชมรมฯ ระบุว่า การผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวสะท้อนถึงการใช้ อำนาจอธิปไตยที่ไม่ชอบธรรม เป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เลือกตั้ง และขัดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ยื่นข้อเรียกร้อง “ไม่รับหลักการ” เพื่อสันติสุขที่ยั่งยืน ในท้ายหนังสือ ชมรม สสร.50 ขอให้สมาชิกรัฐสภาปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติธรรม โดยมีมติ “ไม่รับหลักการ” ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศและความมั่นคงในระยะยาว #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ข่าวการเมือง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#เพื่อไทย#กาสิโน#กาสิโนถูกกฎหมาย

Read More

สวนดุสิตโพล และนิด้าโพล สัปดาห์นี้ทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหว และความเชื่อมั่นของประชาชนในความปลอดภัยเช่นเดียวกัน โดยสวนดุสิตโพลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,239 คน พบว่าติดตามข่าวแผ่นดินไหวจากสื่อโซเชียลมีเดียมากที่สุด ร้อยละ 89.11 และมีความกังวลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ร้อยละ 48.83 รวมถึงอยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติที่รวดเร็ว แม่นยำ และยกระดับภัยพิบัติเป็นวาระแห่งชาติ  ทั้งนี้ผลโพลสะท้อนว่าสังคมไทยตื่นตัวกับภัยธรรมชาติ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนก็รู้สึกว่า “ข้อมูลจากรัฐ” นั้นล่าช้า จึงขอให้รัฐบาลเร่งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่ “แม่นยำ ฉับไว ไว้ใจได้ และเข้าถึงทุกคน” เพื่อไม่ให้เกิดการถอดบทเรียนซ้ำ ๆ แต่ไม่ได้นำมาปฏิบัติจริง ส่วนนิด้าโพลสำรวจจาก 1,310 หน่วยตัวอย่างเรื่องความกังวลใจของคนกรุงเทพฯ ต่อความปลอดภัยของอาคาร พบว่าร้อยละ 68.09 กังวลว่าอาคารต่าง ๆ จะมีความมั่นคง ปลอดภัยแค่ไหน รองลงมา ร้อยละ 59.47 กังวลระบบเตือนภัยจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ร้อยละ 43.97 กังวลแผ่นดินจะไหวอย่างรุนแรงอีกเมื่อไร นอกนั้นเป็นความกังวลเรื่องระบบขนส่งสาธารณะ การเตรียมพร้อมรับมือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการดำเนินการกับคนที่มีส่วนทำตึกถล่มได้หรือไม่ และเมื่อถามถึงความมั่นใจต่อความปลอดภัยของอาคารในกรุงเทพมหานคร พบว่าส่วนใหญ่มั่นใจในตัวอาคารที่ภาคเอกชนเป็นเจ้าของเช่นห้างสรรพสินค้า สถานที่ประกอบศาสนกิจ โรงแรม สถานศึกษา อาคารสำนักงานเอกชน แต่สำหรับอาคารหน่วยงานรัฐ หรือที่พักของหน่วยงานรัฐกลับพบว่าประชาชนไม่ค่อยมั่นใจและไม่มั่นใจเลยรวมกันสูงเกือบร้อยละ 80 เลยทีเดียว

Read More

เป็นเสียงจากแพทย์เชียงใหม่รุ่น ๑๕ (พศ.2515-2521) ที่ลงชื่อพร้อมกัน 27 นายแพทย์ พร้อมกับคำแถลงการณ์ระบุพวกเราเกิดในแผ่นดินไทย มีความภูมิใจในความเป็นคนไทยและประเทศไทยของเรา เรามีในหลวง ร.๙ เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต มีศรัทธาในการทำงานและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีมาโดยตลอด พวกเราไม่เคยร่วมกันแสดงความเห็นเป็นสาธารณะมาก่อน แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีความคิดที่จะสร้างentertainment complex ที่มีบ่อนคาสิโนแฝงมาด้วย พวกเราจึงยอมรับไม่ได้ ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีค่ามากมายมีธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม เป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือน ไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ที่จะมาเป็นปัญหาในระยะยาวให้กับลูกหลานของเรา พร้อมกับ เราจึงขอคัดค้านนโยบายการมีentertainment complex อย่างที่สุด ทั้งนี้มีหลายองค์กร หลายกลุ่มอาชีพ และองค์กรศาสนาออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายเปิดกาสิโน-พนันออนไลน์ถูกกฎหมายกันจำนวนมาก เพื่อให้รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ทบทวนนโยบายนี้หรือทำประชามติก่อนผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งจะเข้าสภาฯ สัปดาห์หน้า #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ข่าวการเมือง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#เพื่อไทย#กาสิโน#กาสิโนถูกกฎหมาย

Read More

เป็นคำถามจากการให้สัมภาษณ์พิเศษกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร สำนักข่าว The Publisher ดร.ณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการอนุมัติสร้างตึก สตง.ของคณะผู้บริหาร สตง.ชุดปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงผู้ที่คว่ำหวอดในวงตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินเท่านั้น ประชาชนแบบเราๆ ท่านๆ ก็สงสัยด้วยเช่นกัน ดร.ณฐพร : ทำไมสร้างตึก 32 ชั้น อุปกรณ์แพงๆ และผู้อนุมัติไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพราะหมดวาระก่อน เหมือนกับสร้างบ้านให้คนในอนาคตอยู่ สร้างแพง หรูหรา แบบนี้มีเงินทอนหรือไม่ เพราะมีคำกล่าวว่างบประมาณสูงมากเท่าไหร่ เงินทอนสูงมากเท่านั้น อย่างห้องคุมวินัยไม่มีที่ไหน แม้กระทั่งศาลจะหรูหราแบบนี้ หรือห้องรับรองหรู ทั้งที่ สตง.ไม่ต้องรับรองแขกต่างประเทศ ทำไมต้องใช้งบประมาณมากขนาดนั้น จึงมองได้ว่าการกำหนดให้สร้างตึก 32 ชั้นงบเป็นพันๆ ล้าน อาจมีเงินทอนเกิดขึ้น มีข่าวมาแล้วว่าบริษัทจีนสามารถขนเงินมาได้เลย เพราะการจัดซื้อจัดจ้างส่วนใหญ่จ่ายเงินล่วงหน้า มีค่าล่วงหน้า 1% 200 ล้านบาท บริษัทไทยไม่มีเงินจ่าย มีแต่บริษัทจีนนี่แหละ เขามีเงินนำเข้ามาไม่ต้องแสดงหลักฐานทางการเงิน เห็นได้ชัดว่าบริษัทนี้เพิ่งจดทะเบียนปี 2562 ทุนจดทะเบียนหลักร้อยล้านบาท แต่สามารถรับงานได้ปีละเป็นหมื่นๆ ล้าน และไปร่วมค้ากับหลายๆ บริษัท แบบนี้ไม่สงสัยบ้างเลยหรือ คุณสมบัติเช่นนี้ พฤติการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่ามีลักษณะการกระทำคือทุจริตประพฤติมิชอบ และผู้อนุมัติและผู้ที่รับผิดชอบมากที่สุดคือ คณะกรรมการ คตง. การสร้างตึก 32 ชั้นต้องให้กรมโยธาธิการออกแบบ ไม่ใช่ให้ สตง.ไปจ้างคนออกแบบเอง และกรมบัญชีกลางต้องเข้าตรวจสอบ ว่ามีเหตุผลเพียงพอหรือไม่สร้างตึกขณะนี้ The Publisher: มีเรื่องทุจริตเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ดร.ณฐพร : ส่อทุจริตล้านเปอร์เซ็นต์ ทำไมต้องใช้งบ 2 พันกว่าล้าน คนที่อนุมัติไม่ได้ใช้ตึกนี้ และคนที่เป็นประธานคนต่อไปจะอยากใช้เก้าอี้ตัวละ 9 หมื่นบาทเหรอ และกรรมการ คตง.มี 7 คนใช้คนละชั้น? มีห้องอาบน้ำ มีฝักบัวทำไม มาทำงาน ไม่ใช่มาพักผ่อน นี่ไม่ใช่โรงแรมนะ และ สตง.เน้นคุณภาพคนทำงานมากกว่า ทำไมไม่เอาเงินสร้างตึกแพง ๆ ไปพัฒนางานตรวจให้ดีขึ้น สร้างบุคคลากรให้มีประสิทธิภาพ และคนทำงาน 2…

Read More