- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
เพจ Krabi ArtSpace โพสต์ภาพวาดในหลวงรัชกาลที่๙ กับคุณพระเศวตฯ บริเวณผนังตึก เทียบกับภาพที่มีคนกำลังทาสีทับ พร้อมข้อความ #กระบี่เมืองศิลปะอีกแล้วครับท่าน งุนงง ไม่แจ้งใคร ไม่สอบถามไม่พูดคุยกัยใครเลย จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ทราบว่า ทำไมไม่มีการแจ้งก่อนดำเนินการ แล้วที่ทาสีใหม่ทับ ทราบหรือไม่ว่าภาพนี้มาจากไหน เหตุใดถึงมีภาพนี้ในกระบี่ #ภาพวาดรัชกาลที่๙กับคุณพระเศวตฯ สนับสนุนงบประมาณการสร้างสรรค์งานศิลป์ผ่านหอการค้าจังหวัดกระบี่ โดย #กองทุนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย #สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย #กระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ดังกล่าวมีชาวกระบี่เข้ามาแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เสียใจและเสียดาย พร้อมตั้งคำถามเหตุใดผลงานที่สวยงามและทรงพลังเช่นนี้จึงถูกทำลาย และเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ถึงผลกระทบจากกรณี ปธน.ทรัมป์ ขึ้นภาษีสินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐเป็น 36 % ว่า ผบกระทบหนัก “ตึกสตง.ที่ถล่มหนักระดับหนึ่งแล้ว ทรัมป์ขึ้นภาษีหนักกว่าเพราะขึ้นถึงสามเท่า จากที่เขาเคยหาเสียงไว้ และเป็นอันดับที่สองในอาเซียนที่ถูกขึ้นภาษีรองจากเวียดนาม” รศ.ดร.อัทธ์ กล่าว พร้อมชี้ถึงสินค้าที่จะได้รับผลกระทบว่ามีหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ผลิตภัณฑ์ยางพารา วัตถุดิบยางพารา ผลไม้ ข้าว อาหารทะเล และสินค้าทุกรายการที่ไทยได้ดุลการค้าจากสหรัฐ เวียดนามเดินเกมรุก-ไทยเอาแต่ชะล่าใจผอ.ศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย มองว่ารัฐบาลขยับเรื่องนี้ช้า ทั้งที่รู้ล่วงหน้าสองถึงสามเดือนว่าทรัมป์จะทำแบบนี้ เพราะเขาหาเสียงไว้ เรื่องนี้ต้องทำเปิดเผยบอกผู้ประกอบการเตรียมรับมืออย่างไร มีฉากทัศน์ยังไงที่จะทดแทนการส่งออกสินค้าที่หายไปจากตลาดสหรัฐ จะกระจายไปที่ไหนอย่างไร กลุ่มสินค้าไหนจะผลักดันเป็นหลัก จะมีแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งออกอย่างไร แต่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการเลย “ตรงกันข้ามกับเวียดนามเขาซื้อสินค้าอเมริกา เชิญอีลอนมัสก์ มา นักลงทุน 5-60 บริษัทไปเยือนเวียดนาม แม้จะเจอภาษี 46 % เรา 36 % แต่เขาพยายามแก้ไขให้สหรัฐเห็นและมีต้นทุนที่ถูกกว่าไทย 20 % ไม่ว่าอย่างไรก็จะกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่าไทย ถือเป็นการเดินเกมเชิงรุกท่ามกลางสงครามภาษีได้ดีกว่ารัฐบาลไทย” ไทยเจอ 3 เด้ง ศก.เสี่ยงโตไม่ถึง 2%ส่วนแถลงการณ์นายกฯ แม้จะบอกว่าจะมีการเจรจากับสหรัฐแต่ถือว่าแอคชันช้าไป ตอนนี้ไทยเจอสามเด้ง เด้งแรกคือการขึ้นภาษีของทรัมป์ซึ่งคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกในปีนี้น่าจะหายไปราว 7 แสนถึง 1 ล้านล้านบาท หากขึ้นภาษีที่ 36% จริง นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับเศรษฐกิจโลที่ชะลอตัวราว 1% ด้วย การสั่งซื้อสินค้าจากไทยก็จะชะลอตัวตามไปด้วย อีกทั้งสินค้าจีนจะเข้ามาไทยมากขึ้น ”เราเจอสามเด้งแบบนี้คนที่กระดอนก็คือประชาชนตาดำ ๆ ผู้ประกอบการ เกษตรกร คนทำมาค้าขายจะลำบากขึ้น เศรษฐกิจไทยจะต่ำที่สุดในอาเซียน เต็มที่ 2-2.4% ก็บุญโขแล้ว แต่กลัวว่าจะหลุด 2%ด้วยซ้ำ“ ตึกสตง.ถล่ม กระทบอสังหาฯ มูลค่าลด 30%รศ.ดร.อัทธ์ ให้เหตุผลสนับสนุนแนวคิดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจโตไม่ถึง 2% ในปีนี้ว่า…
ภายหลังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการบริหารราชการระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ได้พานายกรัฐมนตรีชมการบริหารจัดการในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ รวมถึงพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรอง ก่อนกลับผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯ ถึงช่วงที่เจอกับนายเนวิน ทำให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยดีขึ้นหรือไม่ นางสาวแพทองธาร ยืนยันด้วยสีหน้ายิ้มปลื้มว่า “ไม่ได้ทะเลาะกันอยู่แล้ว”
สส.พรรคพลังประชารัฐร่วมกันแถลงข่าวประกาศจุดยืนคัดค้านและต่อต้านร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…โดยระบุขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมายทั้งเรื่องสหรัฐฯตั้งกำแพงภาษี ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แต่รัฐบาลกลับทำเรื่องบ่อนการพนัน ทั้งที่มีกลุ่มประชาชนไม่เห็นด้วยออกมาคัดค้านอย่างหนัก ขณะเดียวกันรัฐสภาลุกลี้ลุกลน ผิดปกติด้วย พรรคพลังประชารัฐ ประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะคิดว่าน่าจะมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง ดังนั้นเมื่อเข้าสภาฯ พรรคพลังประชารัฐลงมติเห็นด้วยกับรัฐบาลไม่ได้ เพราะธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรถึงมีเม็ดเงินเข้าประเทศ แต่ไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียที่คนไทยจะได้รับ ถูกทำให้อ่อนแอ ติดการพนันทั้งประเทศแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศนี้ ทั้งนี้เชื่อว่าที่ประชุมสภาจะลงมติผ่านวาระที่ 1 แน่นอน แต่ในช่วงผิดสมัยประชุม สส.พรรคพลังประชารัฐจะนำเรื่องนี้ไปขยายผล โดยลงพื้นที่ไปชี้แจงกับประชาชนให้ลุกขึ้นมาแสดงจุดยืนคัดค้านรัฐบาล ยิ่งรัฐบาลพยายามดึงดันปิดจบเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลอาจอยู่ไม่ถึงวาระที่ 2 และ 3 เพราะม็อบของประชาชนจุดติดแน่นอน พร้อมเรียกร้องไปยังสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ออกมายืนอยู่ข้างประชาชน และปกป้องประเทศชาติ “วันนี้พรรคพลังประชารัฐเป็นเพียงแค่พรรคเล็ก ๆ เราไม่มีมือพอที่จะไปคัดค้านเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมสภาได้ แต่คนที่จะช่วยได้มากที่สุดคือ พลังของประชาชนที่ต้องแสดงจุดยืนว่า คนไทยไม่ต้องการบ่อนเสรีในประเทศนี้” นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุ
วันนี้ (3 เมษายน 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อมาตรการการค้าของสหรัฐอเมริกา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยสูงถึง 36% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในอาเซียน แถลงการณ์ของรัฐบาลไทยระบุว่า ตระหนักถึงความจำเป็นของสหรัฐฯ ในการปรับสมดุลทางการค้ากับประเทศคู่ค้า ผ่านนโยบาย “ภาษีต่างตอบแทน” (Reciprocal Trade and Tariffs) ที่ถูกนำมาใช้ภายใต้นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยล่าสุดมีการประกาศในงาน “Liberation Day” เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (เวลาไทย) ว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำ 10% จากสินค้าทุกประเภท และจะปรับเพิ่มสำหรับประเทศที่สหรัฐฯ มองว่ามีดุลการค้าเกินดุลหรือเอาเปรียบสหรัฐฯ ทั้งทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี (Non-tariff Barriers) ในกรณีของประเทศไทย สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีในอัตรา 36% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 เป็นต้นไป นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ระบุว่า มาตรการใหม่นี้ย่อมส่งผลกระทบต่อคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ เองที่อาจต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ ไทยเห็นความจำเป็นที่ผู้ประกอบการควรเร่งหาตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว รัฐบาลไทยได้เตรียมมาตรการรองรับ ทั้งในด้านการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออก พร้อมส่งสัญญาณความพร้อมเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมและลดผลกระทบต่อทุกภาคส่วน โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เป็นผู้ดำเนินการหลักในการประสานงาน ย้อนปมรู้ล่วงหน้า แต่เพิ่งแถลง: รัฐบาลตั้งคณะทำงานตั้งแต่มกราคม แต่ยังไร้มาตรการรองรับชัดเจน สำหรับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวาระนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย โดยนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ก็มีสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้นโยบาย “ภาษีต่างตอบแทน” กับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ รวมถึงไทย รัฐบาลไทยเองได้ตั้ง “คณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา” ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2568 ก่อนที่ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดเผยแนวทางรับมืออย่างเป็นรูปธรรม การแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีแพทองธารในวันนี้ จึงถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่า “มาช้าเกินไปหรือไม่” ในขณะที่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการส่งออกยังไม่เห็นมาตรการเยียวยาหรือเปิดตลาดใหม่อย่างเป็นระบบ ทั้งที่รัฐบาลทราบแนวโน้มนี้มานานแล้ว
เป็นการรวมพลังของผู้ชุมนุมจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.และพันธมิตรที่ร่วมชุมนุมกันมานานที่หน้าทำเนียบรัฐบาล นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมฯ นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี พร้อมนักเคลื่อนไหวอีกหลายคนร่วมกันใส่เสื้อขาวเดินเท้าไปที่หน้าอาคารรัฐสภา เพื่อทำกิจกรรมหยุดร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลพยายามผลักดันให้เข้าสภาฯ ในวันนี้ ตอนหนึ่งในการปราศรัยของนายจตุพร ได้ทวงถามนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ว่าการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นวาระพิเศษนั้น จะมองหน้าพี่น้องชาวมุสลิม และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร ทั้งในฐานะเป็นนักการเมืองอาวุโส ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมเตือนสติทุกพรรคการเมืองว่า กาสิโน หรือบ่อนทุกกฎหมาย จะทำให้บ้านเมืองพังเสียหาย รวมถึงทุกกลุ่มพลังในสังคม ทุกศาสนา ราชบัณฑิต สมาคมต่างๆ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ยังรวมพลังต่อต้านกาสิโน พร้อมขู่หากยังผลักดันเรื่องนี้ต่อไป อาจจะไม่มีสภาฯ จะอยู่ หากปร
วันที่ 3 เมษายน 2568 — เสียงคัดค้านนโยบายเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทยเริ่มขยายตัวเป็นลูกโซ่ ล่าสุด สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลโรงเรียนคาทอลิกทั่วประเทศกว่า 387 แห่ง ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เอาคาสิโนและการพนันออนไลน์” พร้อมเรียกร้องรัฐบาลยุติแผนอนุญาตให้การพนันถูกกฎหมายในทุกกรณี บาทหลวงเอกรัตน์ หอมประทุม เลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกฯ ระบุว่า โรงเรียนในเครือทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม และมองว่าการพนันคือปัจจัยที่บ่อนทำลายคุณธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ “การอนุญาตให้มีการพนันออนไลน์และคาสิโน คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อ เสี่ยงต่อการติดพนัน ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ พฤติกรรมทางสังคม และบั่นทอนอนาคต” – แถลงการณ์จากสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย แถลงการณ์ยังชี้ให้เห็นว่า หลายประเทศที่เปิดเสรีคาสิโนเผชิญกับปัญหาเรื้อรัง เช่น ครอบครัวแตกแยก หนี้สินล้นตัว และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนัน โดย หลักคำสอนของพระศาสนจักรคาทอลิก ก็ระบุชัดเจนว่า “การพนันที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อบุคคลและสังคมเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์” สภาการศึกษาคาทอลิกจึงเสนอให้รัฐหันมา ส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากธุรกิจการพนัน พร้อมประกาศว่าทางเครือข่ายโรงเรียนคาทอลิกทั่วประเทศ จะร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในทุกระดับของสังคม เพื่อปกป้องเด็กและครอบครัวไทยจากภัยการพนัน “ลูกหลานของเราทุกคน ต้องไม่เติบโตภายใต้ร่มเงาของบ่อนกาสิโน” – ข้อความทิ้งท้ายในแถลงการณ์ การเคลื่อนไหวของสภาการศึกษาคาทอลิกครั้งนี้ นับเป็นอีกแรงต้านที่ทรงพลังในกระแสวิพากษ์นโยบาย “เปิดกาสิโน” ของรัฐบาล ซึ่งกำลังเผชิญแรงเสียดทานจากหลายภาคส่วน ทั้งการศาสนา การศึกษา และเครือข่ายครอบครัว ที่มองว่า…การพัฒนาเศรษฐกิจไทยต้องไม่แลกมาด้วยคุณธรรมของชาติ
เป็นข้อมูลล่าสุดจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เผยผ่านไลฟ์สด “ความหวังเล็กๆ” จากปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร ว่า มีทีมไปตะโกนในปล่องที่เป็นช่องว่างและมีคนตะโกนกลับมา เมื่อส่งสัญญาณเสียงถาม หากยังมีชีวิต ให้เคาะตอบ มีเสียงการเคาะตอบกลับมา เป็นสัญญาณคาดว่ามีคน เป็นความหวัง เราทุกคนเดินหน้าเต็มที่ การเข้าพื้นที่เจาะโพรงยังคงดำเนินต่อไป ทีมงานทุกคนทำงานด้วยความหวัง ย้ำ ทุกคนคือทีมเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังกล่าวเสริมว่า ตนเองคอยดูภาพรวม ไม่สำคัญเท่ากับทีมหน้างานทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ อยากให้ทุกคนส่งกำลังใจ และมีความหวังไปพร้อมๆกัน ส่วนเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ที่มีคนแจ้งเข้ามาในไลฟ์นั้นก็ยังไม่ตัด ขอบคุณทุกคนที่ให้ข้อมูล
เมษายน 2568 — ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจากไทย 36% พร้อมประกาศ “วันปลดแอกทางเศรษฐกิจ” ให้ประเทศคู่ค้ารับกรรมกันถ้วนหน้าประเทศไทย — ก็ปลดแอกเหมือนกัน…ปลดแอกบ่อนใต้ดิน (ได้จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ?) อเมริกาขึ้นภาษี เราขึ้น…กาสิโนเขาวางยุทธศาสตร์ “ปกป้องเศรษฐกิจชาติ”เรากลับวางเดิมพันไว้กับ “กาสิโน” ทรัมป์หยิบการค้าเป็นอาวุธเราหยิบกาสิโนเป็นกลไกพัฒนา คนหนึ่งใช้ภาษีต่อรองเพื่อขับเคลื่อนชาติอีกคนหนึ่งใช้บ่อน…ทำนโยบาย เสี่ยงโชค พาชาติเสี่ยงคนหนึ่งเสี่ยงสงครามการค้าเพื่อชาติอีกคนเสี่ยงดวงกาสิโนเพื่อใคร? เมื่อผู้นำไทยยังไม่ชัดเจนจะทำอย่างไรกับนโยบายกีดกันการค้า แต่กลับผลักดันกฎหมายเปิดบ่อนอย่างขะมักเขม้นประชาชนจึงต้องตั้งคำถามว่าเรากำลังจะตอบโต้ทรัมป์อย่างไร? ด้วยไพ่ป๊อก? หรือโต๊ะรูเล็ต? เพราะเมื่อเศรษฐกิจเจ็บจากภาษี แรงงานอาจตกงานจากการส่งออกที่ได้รับผลกระทบสิ่งที่ควรลุกขึ้นมาเผชิญหน้า…ไม่น่าใช่เครื่องสลอต ประเทศไทยกำลังเล่นพนัน ในวันที่โลกเล่นหมากเศรษฐกิจสุดท้าย ทรัปม์ “ปลดแอก”…ส่วนไทยกำลังมุ่ง “ปลดทรัพย์?”
ย้ำเตือนอีกครั้ง! กับโทษของการวางยาเบื่อหมาแมว แม้บางชีวิตจะเป็นเพียงแค่สัตว์จรจัดข้างถนน ก็ไม่ควรถูกไปด้วยน้ำมือมนุษย์ที่เรียกตนว่าสัตว์ประเสริฐ โดยตาม ‘พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์’ หรือ ‘พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557’ ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557 โดยระบุไว้ในมาตราที่ 20 ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งในการทารุณกรรมตามกฎหมาย ได้แก่ การทำให้สัตว์เจ็บปวดทางร่างกาย จิตใจ หรือถึงแก่ชีวิต การใช้สัตว์พิการ ชรา ป่วย ท้องเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ การใช้สัตว์ทำงานเกินควร ใช้สัตว์ชราหรืออ่อนเกินวัยทำงาน และการใช้ประกอบกามกิจ ขณะเดียวกัน มาตรา 23 ระบุว่าเจ้าของห้ามปล่อยหรือละทิ้งสัตว์ ให้พ้นความดูแลของตนเอง ยกเว้นการยกให้คนอื่น ดังนั้นหากใครนำสัตว์ไปทิ้งตามวัดหรือตามชุมชน ก็จะมีโทษตามมาตรา 23 ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือถ้าดูแลสัตว์อย่างไม่เหมาะสมแล้วมีคนร้องเรียนก็จะมีโทษเช่นกัน อ้างอิงข้อมูล : คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
