- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
“เงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ” — คำขวัญสุดขึงขังของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่วันนี้กลับสะท้อนย้อนใส่ตัวเองอย่างแรง เมื่ออาคารสำนักงานแห่งใหม่มูลค่ากว่า 2,136 ล้านบาทถล่มครืนลงมากลางกรุง “2,136 ล้าน ไม่ใช่แค่ราคาตึก…แต่มันคือราคาความเชื่อใจของประชาชน!” อาคารสูง 30 ชั้น พิกัดถนนกำแพงเพชร ใกล้ตลาดนัดจตุจักร และสถานี MRT ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของหน่วยงานที่มีหน้าที่ จับตาการใช้เงินแผ่นดิน แต่ยังไม่ทันได้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ กลับต้องพังยับจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่เมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แม้ สตง. จะออกมายืนยันว่าไม่มีการลดขนาดเสาตามที่มีข่าวลือ และการก่อสร้างดำเนินตามแบบที่ได้รับอนุญาต แต่สังคมไม่ได้ถามเพียงว่า “พังเพราะอะไร” — แต่กำลังถามว่า พังไปพร้อมกับอะไรบ้าง? ⸻ ถังดับเพลิง หมื่นบาทเก้าอี้ตัวละเกือบแสน!? เมื่อเริ่มมีการขุดรายการจัดซื้อในโครงการนี้ขึ้นมา ปรากฏข้อมูลที่ชวนสะดุ้ง• ถังดับเพลิง 15 ปอนด์ 44 ชุด ราคาชุดละ 11,214 บาท รวมกว่า ครึ่งล้านบาท• เครื่องเป่ามืออัตโนมัติ ชุดละ 8,250 บาท• ถังขยะพร้อมที่เขี่ยบุหรี่ ชุดละ 8,682 บาท• และล่าสุด… “เก้าอี้ตัวละ 97,900 บาท”(ข้อมูลจาก: ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย) งบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ภายใต้โครงการที่ควรตั้งมาตรฐานด้านความโปร่งใส แต่กลับเต็มไปด้วยคำถาม และดูห่างไกลจากความพอเพียงที่หน่วยงานรัฐมักใช้เป็นข้ออ้างในการ “ตัดงบคนอื่น” ⸻ “ครูเจอบิล 20 บาทยังโดนตรวจ…แล้วเก้าอี้เกือบแสนนี่ใครผ่านให้?” เสียงจากครูทั่วประเทศดังลั่นโลกออนไลน์ หลายคนอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ว่า โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลยังถูกตรวจสอบงบอาหารกลางวันเด็กอย่างเข้มงวด เบิกน้ำดื่มก็โดนตีกลับ เบิกค่าของเล็กน้อยยังต้องทำเอกสารยันต้นขั้ว “ตอนเราเบิกน้ำดื่มให้เด็ก สตง. มาตรวจละเอียดเป็นหน้า ๆแล้วของตัวเอง…ทำไมไม่ตรวจ?” “ช่วยตรวจย้อนเอกสารของตัวเองหน่อยได้ไหม ก่อนจะตรวจคนอื่นเขาไปทั่ว” นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกไม่เป็นธรรม แต่เป็นการตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของหน่วยงานผู้มีอำนาจตรวจสอบ ในเมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองยังมีข้อกังขาเช่นนี้ ⸻ ความพังที่มากกว่าตึก คือ “ความเชื่อมั่น” แม้จะมีคำชี้แจงว่า การก่อสร้างดำเนินตามขั้นตอน และยังอยู่ในช่วงก่อสร้างที่ยังไม่ส่งมอบงาน แต่ภาพอาคารถล่มกลางกรุง…
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผยกรณีที่สหรัฐอเมริกา ปรับตัวเลขเก็บภาษีนำเข้า ที่ไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ถูกตั้งภาษี 36% โดยยอมรับว่าตัวเลขนี้สูงพอสมควร แต่รัฐบาลได้เตรียมทั้งแผนระยะสั้นระยะยาว เริ่มจากการเจรจาต่อรอง เพื่อช่วยผู้ประกอบการส่งออก ซึ่งมีรายละเอียดของประเภทสินค้า โดยตั้งทีมเจรจาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า ใครจะเป็นผู้นำในการเจรจา นายกฯ บอกตอนนี้ยังอยู่ในการดูแลของปลัดกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม ตัวแทนที่จะไปพูดคุย ต้องดูด้วยว่าจะไปพูดคุยกับใคร ในระดับไหน เนื่องจากมีหลายขั้น แต่ในระดับคณะทำงานจะให้ปลัดและระดับรัฐมนตรี “แผนหรือโครงที่เราวางไว้ ค่อนข้างที่จะแน่นพอสมควร แต่นี่เป็นตัวเลขใหม่ ก็ต้องปรับใหม่” พร้อมกับมั่นใจว่ายังสามารถเจรจาเพื่อลดผลกระทบและความเสียหายทางเศรษฐกิจ เพราะเมื่อได้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลข 36% ก็จะต้องต่อรองและปรับโครงสร้างภาษี ให้สมเหตุสมผล เป็นเรื่องการต่อรองกันที่ต้องลงรายละเอียดประเภทสินค้า จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะตั้งเป้าลดลงได้เท่าไหร่ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีบอกได้เตรียมการไม่ให้การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ GDP พลาดเป้าจากที่รัฐบาลตั้งไว้ โดยได้ให้กระทรวงการคลังหารือกันและชี้แจงรายละเอียดต่อประชาชนเร็วที่สุด
กลุ่มเพื่อนมหิดลเพื่อสังคม ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรจากหลากหลายวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ นักสาธารณสุข และนักวิทยาศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านการผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งบ่อนคาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยรัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อ้างรายได้ภาษีแต่ปลายทางคือ ”หายนะสังคม“ในแถลงการณ์ระบุว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่า การจัดตั้งบ่อนคาสิโนเป็นมาตรการสร้างรายได้และเพิ่มภาษีให้แก่รัฐ หากแต่เมื่อพิจารณาในระยะยาวแล้ว กลับพบว่ามีความเสี่ยงในการทำลายโครงสร้างทางสังคมอย่างรุนแรง นำไปสู่ปัญหาการติดการพนันในหมู่ประชาชน ลักษณะไม่ต่างจากปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในอดีต เปรียบเทียบสิงคโปร์ บิดเบือนความจริงกลุ่มเพื่อนมหิดลเพื่อสังคมชี้ว่า มาตรการควบคุมที่อ้างอิงจากประเทศสิงคโปร์นั้น เป็นการเปรียบเทียบที่คลาดเคลื่อน เพราะประเทศไทยไม่มีโครงสร้างควบคุมและบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเทียบเท่า ทั้งในเรื่องค่าธรรมเนียมเข้าบ่อน (Entry Levy) และการจัดตั้งหน่วยงานควบคุมปัญหาการติดพนันอย่างเฉพาะเจาะจงเหมือนที่สิงคโปร์มี 10% ของพื้นที่ แต่ 90% เงินไหลเข้าโต๊ะพนัน“สิ่งที่เรียกว่า ‘คาสิโนคอมเพล็กซ์’ ที่รัฐบาลอ้างว่าจะจัดสรรพื้นที่การพนันเพียง 10% เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะเม็ดเงินในการลงทุนและหมุนเวียนจะกระจุกตัวอยู่ที่ตัวบ่อน ไม่ใช่ในกิจกรรมบันเทิงอื่นตามที่กล่าวอ้าง” แถลงการณ์ระบุ บังคับใช้ไม่ได้จริง เปิดช่องธุรกิจสีเทานอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายในบริบทประเทศไทย ซึ่งมีปัญหาเรื้อรังเรื่องการทุจริตในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ หากเปิดทางให้มีบ่อนคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการขยายตัวของธุรกิจสีเทา และอาชญากรรมที่มีการฟอกเงินเป็นหัวใจสำคัญ ดังที่เคยเกิดขึ้นในมาเก๊าหลังการควบรวมกับจีน ยาเสพติดยังเอาไม่อยู่ ยังจะเพิ่มบ่อนอีกหรือ?“ลำพังเพียงปัญหายาเสพติดยังไม่สามารถจัดการได้ รัฐบาลกลับคิดจะเพิ่มภาระด้วยการสร้างบ่อนที่อาจทำให้ประชาชนไทยติดการพนันกันทั่วประเทศอีกหรือ?” กลุ่มเพื่อนมหิดลเพื่อสังคมกล่าวย้ำ เพื่อนมหิดลฯ ประกาศค้านสุดซอยท้ายที่สุด แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยุติความพยายามผลักดันกฎหมายดังกล่าวโดยทันที เพราะเป็นการวางกับดักที่อาจทำลายอนาคตของประเทศในระยะยาว พร้อมแนบรายชื่อผู้ร่วมลงนามคัดค้านกว่า 80 รายชื่อจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งนี้ กลุ่มเพื่อนมหิดลเพื่อสังคมยังประกาศเดินหน้ารณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องหลักการสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน “สร้างรายได้ชั่วคราว แลกกับอนาคตลูกหลานตลอดไป — คุ้มหรือ?” คือคำถามสำคัญที่กลุ่มฯ ฝากถึงรัฐบาลในตอนท้ายของแถลงการณ์ฉบับนี้
อาคาร สตง. ที่เพิ่งพังครืนกลางกรุงเทพฯ ไม่ได้พังเพราะแผ่นดินไหวแต่น่าจะพังเพราะ “เหล็กด้อยคุณภาพ” ที่ถูกมองข้ามมานาน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว 8.2 ที่เมียนมา ทำให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บนถนนกำแพงเพชร ถล่มลงมาทั้งที่ยังไม่เปิดใช้งานก่อนปรากฏภาพต้นตอตึกถล่ม ระเบิดจากภายในของเสา…ผู้เชี่ยวชาญฟันธงคือลักษณะของเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานซ่อนตัวอยู่ในนั้น ก่อนปะทุออกมากลายเป็นความสูญเสียเหลือคณานับ เสียงสั่นไหวในใจประชาชนไม่ได้อยู่แค่โครงสร้างที่พัง แต่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดเผยว่า เหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในอาคารนั้น ไม่ผ่านมาตรฐาน และถูกผลิตโดย บริษัททุนจีนชื่อ “ซิน เคอ หยวน” ซึ่งใช้ เตาหลอมแบบ IF — เทคโนโลยีที่ จีนสั่งห้ามใช้ไปตั้งแต่ปี 2560 เตาหลอม IF: เครื่องหมายคำถามของ “คุณภาพเหล็ก” ในไทย เตาหลอมแบบ IF (Induction Furnace) คือเทคโนโลยีที่ใช้ไฟฟ้าหลอมเศษเหล็กให้กลายเป็นเหล็กเส้นหรือเหล็กข้ออ้อย แม้จะดูประหยัดต้นทุนและใช้พลังงานน้อย แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่อง ไม่สามารถควบคุมคุณภาพโลหะได้ดีนัก จีนถึงกับ สั่งห้ามใช้ถาวรในประเทศตัวเอง เพราะสร้างปัญหาทั้งด้านมลพิษและโครงสร้างเหล็กที่ไร้คุณภาพ แต่ไทยกลับมี โรงงานที่ใช้เตาแบบนี้ถึง 12 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ โรงงานของบริษัท “ซิน เคอ หยวน” ผู้ผลิตเหล็กที่ใช้ในอาคาร สตง. ที่ถล่ม ⸻ เหล็กไม่แข็ง อำนาจรัฐก็ไม่เข้ม หรือมีเม้มเงินทอน? คำถามคือ…โรงงานเหล่านี้มาตั้งในไทยได้ยังไง? ย้อนดูช่วงเวลา พบว่าเป็นระยะที่ ทุนจีนเข้ามาตั้งโรงงานเหล็กจำนวนมากในประเทศไทย ระหว่างปี 2561–2566 ในช่วงเวลาดังกล่าว มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 2 คน• อุตตมะ สาวนายน (พ.ศ. 2561–2562)• สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พ.ศ. 2562–2566) ทั้งสองคนอยู่ในรัฐบาลที่สนับสนุนการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติแต่คำถามคือ ดึงอย่างไรให้กระทบความปลอดภัยต่อประชาชน? เมื่อจีนไล่เตา IF ออกจากบ้านตัวเองแล้วเรากลับเปิดบ้านให้โรงงานเหล็กจีนเข้ามาตั้งในไทยโดยไม่มีการตั้ง “มาตรฐานขั้นต่ำ” สำหรับการควบคุมคุณภาพเหล็กในประเทศตรา มอก. ก็ไม่มีการแยกประเภทระหว่างเหล็ก T กับ Non T ทั้งๆ ที่คุณภาพต่างกันและเหล็กที่พบไม่ได้มาตรฐานจากตึกถล่ม…คือเหล็ก…
เป็นคำเตือนดังๆ จากนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไล่เรียงประเด็นการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่เร่งรัดชงลูกและรับลูกกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี ถึงสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็รับลูกบรรจุเป็นวาระด่วนในทันที โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านจากภาคประชาชน ที่นับวันจะดังมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังขยายวงกว้างออกไป อาจจะลุกลามไปทั่วทั้งประเทศก็ได้ ถ้ารัฐบาลยังดึงดันเดินหน้าต่อไป อาจจะพบจุดจบเหมือนกับกรณีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอย หรือล้างผิดเหมาเข่ง หากปัญหาการเปิดบ่อนกาสิโน ปลุกกระแสคนทั้งประเทศลุกขึ้นมาต่อต้าน ก็อาจจะลุกลามมาเป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาลแพทองธารเหมือนกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในอดีตก็เป็นได้ ระวังอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นักกฎหมายและอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็โพสต์เรื่องนี้เช่นกัน โดยบอกตั้งใจหลังสงกรานต์จะไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม คปท.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมระบุที่รัฐบาลเร่งรีบนำร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ ก็ตามนโยบายของ สทร. ผู้เป็นนายใหญ่ และผู้นำจิตวิญญาณของรัฐบาล และร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เป็นที่หาเงิน เป็นที่ฟอกเงินสกปรกของนักการเมืองเท่านั้นเอง นายนิพิฏฐ์บอกหากประชาชนไม่เห็นด้วย ต้องถามว่าใจแข็งพอหรือไม่ หากเราใจแข็งพอก็ตั้งหลักว่า พรรคการเมืองไหนสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ครั้งหน้าก็อย่าไปเลือก หากพรรคการเมืองไหนมีนโยบายไม่เอากาสิโน ก็เลือกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปเพื่อยกเลิกเท่านี้ก็จบ ถ้าประชาชนเดินตามแนวนี้ ไม่มีนักลงทุนที่ไหน กล้าที่จะเอาทุนมาลงเป็นหมื่นๆ ล้าน เพราะลงไปแล้วหากถูกยกเลิกด้วยรัฐบาลใหม่ รับรองเจ๊ง!! “ปัญหาคือ … ดูไป ดูมา ก็ยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนคัดค้าน กม.กาสิโน อย่างเอาจริงเอาจัง นอกจากภาคประชาชนเท่านั้น หรือพรรคการเมืองเขาประเมินแล้วว่า เวลาเลือกตั้ง เขาจะใช้เงินกาสิโน ทำให้ประชาชนเงียบเสียงลงได้”
เป็นประกาศเมื่อช่วง 3 นาฬิกาตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้แถลงที่ทำเนียบขาวว่า วันนี้เป็นวันแห่งการปลดแอกที่รอคอยมานาน สหรัฐฯ และประชาชนชาวอเมริกันผู้เสียภาษีถูกขูดรีดมานานกว่า 50 ปี ซึ่งจะต้องไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป พร้อมประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศขั้นต่ำ 10% เริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนวันที่ 5 เมษายนตามเวลาสหรัฐฯ และยังกับโชว์กระดานตารางภาษี และอธิบายตัวเลขอัตราภาษีใหม่แบบรายประเทศ โดยอ้างว่าเป็นมาตรการที่ “ลดหย่อนแล้ว” เมื่อเทียบกับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เคยถูกเรียกเก็บจากประเทศเหล่านั้นในอดีต ไม่ได้เป็นอัตราภาษีที่ตอบโต้แต่ละชาติอย่างเต็มกำลัง จากตารางที่นำมาแสดง ประเทศในแถบเอเชียนั้น จีนถูกเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 34 ส่วนในอาเซียนที่ถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงเป็นอันดับต้นๆ คือ กัมพูชา ร้อยละ 49, ลาว ร้อยละ 48, เวียดนาม ร้อยละ 46, เมียนมา ร้อยละ 44 ส่วนไทย ร้อยละ 36 ซึ่งกรณีของประเทศไทยยังสูงกว่าไต้หวัน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซียและ สิงคโปร์ มาตรการขึ้นภาษีเพื่อตอบโต้คู่ค้าของสหรัฐฯ ครั้งนี้ถือว่าสะเทือนไปทั้งโลก และคาดว่าจะนำไปสู่สงครามการค้าที่บรรดาคู่ค้าของสหรัฐฯต้องหาวิธีการตอบโต้กลับเช่นกัน โดยเฉพาะจีน และยุโรป ทั้งที่หลายฝ่ายเชื่อว่าไม่เป็นประโยชน์กับฝ่ายใด โดยเมื่อวานนี้ภาครัฐ และเอกชนของไทยร่วมกันประเมินสถานการณ์นี้ ซึ่งตอนแรกคาดว่าจะถูกปรับขึ้นภาษีเพียง 11% ประเมินผลกระทบสินค้าอุตสาหกรรม-เกษตรฯ เสียหาย 7-8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.3-2.7 แสนล้านบาท แต่เมื่อสูงถึง 36% ความเสียหายอาจพุ่งสูงขึ้นมากเป็น 2 เท่า ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะมีมาตรการรับมือสถานการณ์นี้เช่นไร เบื้องต้นประธานสภาหอการค้าแนะนำเข้าสินค้าสหรัฐ – ลดแรงกดดันการค้าเพื่อเดินหน้าเจรจาลดภาษีต่อไป #ThePublisherTH #สงครามการค้า #รัฐบาลแพทองธาร #สหรัฐฯขึ้นภาษี #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #สงครามภาษี #วันปลดแอก #ภาษี
พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ ThePublisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร ถึงการเร่งรัดนำร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เป็นวาระเร่งด่วน เบียดร่างกฎหมายอื่นว่า พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงกระบวนการที่เร่งรีบผิดปกติ กระทั่งแซงคิวกฎหมายอื่นเพื่อพิจารณาให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เมษายนนี้ “เราเข้าใจว่าน่าจะไม่ดันให้พิจารณาพรุ่งนี้(3 เมษายน) แต่น่าจะเสนอให้เลื่อนแซงคิวกฎหมายอื่นมาพิจารณาวันที่ 9 เมษายนซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะมีการประชุมในสมัยประชุมนี้ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นที่จะเอามาแซงคิวกฎหมายอีกเกือบสิบฉบับ” เปิดเกมดันกฎหมาย ทั้งที่สภาฯ กำลังปิดประชุมพริษฐ์ บอกว่า ไม่สมเหตุสมผลเลยที่รัฐบาลพยายามผลักดันแบบนี้ เพราะยังไม่มีการทำรายงานการศึกษาโดยละเอียดว่าควรเดินหน้านโยบายการสิโนหรือไม่ อย่างไร เช่นที่ตั้งหรือจำนวน ก่อนหน้านี้ นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง บอกว่าจะทำหลังกฎหมายผ่านไปแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายหรือสำนักงานฯ เรียบร้อยแล้ว เรามองว่าเป็นการลำดับขั้นตอนที่แปลกประหลาด เพราะถ้าทำหลังกฎหมายผ่านแล้ว ผลลัพธ์การศึกษาบอกว่าควรปรับปรุงบางมาตรา วางหลักประกันให้ชัดเจนขึ้น เรื่องจำนวน ที่ตั้งห รือควรเสนอแก้ไขกฎหมายการพนัน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเล่นการพนันสูงขึ้น ก็ต้องย้อนกลับมาแก้กฎหมายอยู่ดี จึงมองว่า ในเมื่อยังไม่มีการทำรายงานการศึกษา ก็ควรรอก่อน เพราะสภาฯก็จะปิดสมัยประชุมอยู่แล้ว ใช้เวลาช่วงนี้แล้วค่อยนำกลับมาพิจารณาในสมัยประชุมถัดไป ไม่พูดความจริงกับประชาชน ยัดไส้กาสิโน“เราไม่เห็นด้วยที่จะเร่งรัดนำกฎหมายนี้แซงคิวกฎหมายอื่นเพียงเพื่อให้ทันการประชุมในสมัยนี้” พริษฐ์ บอกด้วยว่า เขาเห็นความไม่ตรงไปตรงมาของรัฐบาลในการทำนโยบายนี้ ตั้งแต่นิยามของร่างกฎหมาย อ้างไม่เน้นกาสิโน คิดเป็นแค่ 10% ของสถานบันเทิงครบวงจรเท่านั้น “การพูดเช่นนี้เป็นการทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าหัวใจไม่ใช่กาสิโน แต่ความจริงรายได้จากกาสิโนเป็นหัวใจหลัก เช่น มาเก๊า มีกาสิโน 10 % ของพื้นที่แต่คิดเป็น 80% ของรายได้ นี่คือการไม่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถึงหัวใจของนโยบายนี้“ ตีเช็กเปล่าให้นายกฯ อีกหนึ่งพิรุธ ร่างกฎหมายกาสิโนอีกหนึ่งพิรุธของนโยบายนี้คือการกลับไปกลับมา บางวันบอกเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางวันบอกมาจากผู้เล่นคนไทย บางครั้งบอกแก้พนันผิดกฎหมาย แต่อีกวันเติมเงื่อนไขคนไทยเล่นได้ต้องมีบัญชีต่อเนื่อง 50ล้านต่อเนื่อง 6 เดือนหลักการมีความกลับไปกลับมา ตกลงวัตถุประสงค์คืออะไร นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังเป็นการ “ตีเช็กเปล่าให้กรรมการนโยบายที่นายกฯ เป็นประธาน และนายกฯ มีส่วนในการแต่งตั้งทุกคนใน คกก. แทนที่จะวางหลักประกันในทางกฎหมาย กลายเป็นการตีเช็กเปล่าให้กรรมการนโยบายวางหลักเกณฑ์ เกิดข้อครหาใช้ดุลพินิจค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการกำหนดเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิงครบวงจรอย่างไร จากเดิมร่างของกมธ.วิสามัญฯ ให้เป็นการประมูลกลายเป็นว่า เกณฑ์คัดเลือกให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการนโยบายออกแบบ เป็นสามข้อสังเกตการดำเนินนโยบายที่ไม่ตรงไปตรงมา“…
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่าข้อมูลจากสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมาระบุว่าผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.9 ตามมาตราแมกนิจูดในเมียนมา เมื่อวันศุกร์ (28 มี.ค.) เพิ่มขึ้นเป็น 2,886 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บ 4,639 ราย และยังสูญหายอีก 373 ราย เมียว ยุนต์ ประธานสภากาชาดเมียนมา เผยกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่าความท้าทายหลักในปฏิบัติการกู้ภัยตอนนี้ ได้แก่ การประเมินภัยพิบัติและการประสานงานด้านโลจิสติกส์ โดยทีมกู้ภัยยังเผชิญความยากลำบากในการกระจายอุปกรณ์ช่วยเหลือ เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งมีรายงานขาดแคลนเครื่องจักรกลหนัก (แฟ้มภาพซินหัว : ความเสียหายในเมืองสะกายของเมียนมา วันที่ 1 เม.ย. 2025)
”จำนวนคนอาจไม่พรึ่บพรั่บในทันที แต่เชื่อว่าจะเกิดการชุมนุมใหญ่จากเรื่อง “กาสิโน”—พิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ หรือ คปท. ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ถึงการยกระดับการชุมนุมคัดค้าน “กาสิโน” ว่า ในวันพรุ่งนี้ (3 เมษายน2568)จะเคลื่อนขบวนจากสะพานชมัยมรุเชษฐ์ไปที่สภาฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ สอบถามจุดยืนเกี่ยวกับ “กาสิโน” วันนอร์ กล้ารับหนังสือหรือไม่? ถามหาจุดยืนในฐานะ “มุสลิม”“อยากเจอนายวันนอร์ อยากรู้ว่าจะกล้ามารับหนังสือเองไหม เพราะมีการบอกว่าจะมีการบรรจุเป็นวาระพิเศษ ต้องตั้งคำถามนายวันนอร์ในฐานะเป็นมุสลิม เป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงจากพี่น้องมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ และมีการคัดค้านจากพี่น้องมุสลิมจำนวนมาก จะดำเนินต่อได้อย่างไร?“ เร่งรัดกาสิโน ไอ้โม่งคนไหนอยู่เบื้องหลัง?แม้เชื่อว่าานักการเมืองอาจไม่ฟังเสียงคัดค้านของประชาชน และรัฐบาลยังคงเดินหน้าเต็มที่ แต่ ”พิชิต“ เชื่อว่าพลังของประชาชนจะเข้มข้นไม่ต่างจากที่เคยมีการรวมพลังต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ขณะนี้แนวร่วมขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แสดงว่าสังคมส่วนใหญ่ไม่ตอบรับเรื่องนี้ แม้แต่วงการสงฆ์ก็ยังคัดค้าน รัฐบาลควรตระหนักถึงสิ่งที่มีการท้วงติง ไม่ควรเร่งรีบ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมกาสิโนกลายเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรีบ หรือมีวาระซ่อนเร้น? หรือต้องตอบรับข้อเสนอของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่? เพราะกลายเป็นนโยบายเร่งด่วนทั้งที่ไม่เคยหาเสียงมาก่อน พอนายทักษิณ ชินวัตร พูดถึงเรื่องนี้รัฐบาลก็ตอบรับเป็นนโยบายเร่งด่วน ผ่านครม.โดยเร่งรีบ ส่งเข้าสภาฯ โดยเร่งด่วน เหมือนต้องรีบผลักดันให้เกิดขึ้นเพราะรับปากใครบางคนไว้ ซึ่งไม่รู้ใครอยู่เบื้องหลังคอยชักใยรัฐบาลอยู่” พิชิตตั้งคำถามด้วยความสงสัย ผุดเครือข่ายต้านกาสิโน รวมตัว บิ็กเนม-พระ-นักธุรกิจเขาเชื่อว่าท้ายที่สุดจะเกิดการชุมนุมใหญ่ของประชาชน เพื่อรวมพลังต่อต้าน โดยไม่กี่วันที่ผ่านมามีการประชุมของคณะบิ๊กเนมหลายท่าน มีการขยายเครือข่ายทั้งนักธุรกิจ นักการธนาคาร มีมติจัดตั้งเครือข่ายต้านกาสิโนประเทศไทยขึ้น “ผมคิดว่าแนวร่วมจะปรากฏ สุดท้ายคงหนีไม่พ้นการที่พี่น้องประชาชนต้องชุมนุมใหญ่บนท้องถนน” ในสัปดาห์หน้า “พิชิต” และภาคประชาชนที่คัดค้าน “กาสิโน” จะไปยื่นหนังสือต่อสำนักพระพุทธศาสนา เพื่อให้แสดงท่าทีคัดค้านกาสิโน ซึ่งขัดกับหลักศาสนาพุทธ ถ้าสภาฯ ปิดประตูใส่ประชาชน…เปิดประตูลงท้องถนน“เราจะฝากความหวังในสภาฯ ได้หรือไม่ ต้องดูพรรคประชาชนว่าจะอภิปรายอย่างแข็งขันหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อคนรุ่นใหม่ หากเคลื่อนไหวร่วมกันเพื่อบ้านเมืองก็จะเป็นมิติใหม่ทางการเมือง แต่ถ้าไม่ดำเนินการเต็มที่จะก็กลายเป็นการปิดประตูสภาฯ เปิดประตูให้ประชาชนลงท้องถนน“ พิชิต ระบุ พร้อมชวนให้จับตาอีกหนึ่งตัวแปรคือ สว.ว่าจะเอาอย่างไร? และต้องติดตามว่ามีการตกลงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลแลกเปลี่ยนบางอย่างด้วยหรือไม่? พรรคเพื่อไทยเอากาสิโน พรรคภูมิใจไทยเอาพนันออนไลน์ เป็นการจับมือผลประโยชน์ร่วมกันใช่หรือไม่?” ซัด เพื่อไทย-ภูมิใจไทย สมประโยชน์ กาสิโน-พนันออนไลน์ภาคการเมืองไม่มีส่วนร่วมกับการรวมตัวของประชาชนจะส่งผลให้พลังอ่อนแอหรือไม่?มีผลกระทบอยู่บ้างในเรื่องการเคลื่อนไหวที่พรรคการเมืองไม่เข้ามามีส่วนร่วม แต่คิดว่าประชาชนจะตัดสินใจเองโดยที่พรรคการเมืองไม่มีอิทธิพลกับเขา เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์และความห่วงใยต่ออนาคตและทิศทางของประเทศ…
เปิดเอกสาร AKC สร้าง “ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่” 540 ล้าน ล่าช้ากว่าแผน 60% เสี่ยงถูกปรับวันละ 5 แสนบาท
โครงการก่อสร้าง “ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่” วงเงิน 540 ล้านบาท ก่อสร้างล่าช้ากว่าแผน 60% แม้ผ่านมากว่า 1,300 วัน ล่าสุดมีรายงานว่า หากไม่แล้วเสร็จตามสัญญาภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 บริษัทผู้รับจ้างอาจถูกปรับวันละกว่า 5 แสนบาท ข้อมูลจากเอกสารที่เปิดเผยโดย “ชมรม STRONG ต้านทุจริตจังหวัดแพร่” ระบุว่า โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำชำ อำเภอเมืองแพร่ มีเป้าหมายก่อสร้างอาคารราชการหลัก 4 ชั้น 1 หลัง, อาคารหอประชุมความจุ 1,000 คน 1 หลัง, อาคารโรงอาหาร และอาคารสโมสรร้านค้า รวมทั้งหมด 4 หลัง บนพื้นที่กว่า 86 ไร่ โครงการนี้มีการลงนามสัญญาตั้งแต่ 31 มีนาคม 2564 และขยายระยะเวลาก่อสร้างไปถึง 14 มิถุนายน 2568 รวมเวลาก่อสร้าง 1,537 วัน แต่จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2568 มีความก้าวหน้าเพียง 20% ขณะที่เวลาที่เหลือเพียง 159 วันเท่านั้น สาเหตุที่ล่าช้าหลัก ๆ มาจากการเปลี่ยนแปลงแบบฐานราก การระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาด้านงานเอกสาร หากงานยังไม่แล้วเสร็จตามกำหนด บริษัทอาจต้องชำระค่าปรับวันละ 539,955 บาท เอกสารจัดซื้อจัดจ้างระบุว่า บริษัทกิจกรรมค้า AKC ผู้ชนะการประมูล มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวจีน เสนอราคาต่ำสุดที่ 540 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางถึง 143 ล้านบาท จากงบประมาณที่ตั้งไว้ 657 ล้านบาท โดยมีผู้เสนอราคาอีก 8 ราย แต่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือเสนอราคาสูงกว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ของจังหวัดแพร่ที่ประชาชนเฝ้าจับตามอง เพราะเกี่ยวพันกับการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และเป็นภาพสะท้อนการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งในด้านคุณภาพงาน และการกำกับดูแลผู้รับจ้าง
