Author: Writer Publisher

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่อาคารแพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี นำรายชื่อสนับสนุนมติแพทยสภากว่า 52,300 รายชื่อ จากแพทย์ คณะแพทย์ฯ ศิษย์เก่า รวมถึงประชาชนทั่วไป มายื่นต่อแพทยสภา เพื่อเป็นกำลังใจก่อนการประชุมลงมติในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ โดยรายชื่อที่ยื่นประกอบด้วย ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์จากหลายรุ่นของ จุฬาฯ ศิริราช และรามาธิบดี, อดีต ส.ว. จำนวน 72 คน, เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ รวมถึงประชาชนที่ร่วมลงชื่อผ่านการรณรงค์ของ ดร.วิรังรอง ทัพรังสี เรียกร้อง 3 ข้อ ก่อนแพทยสภาชี้ชะตา กลุ่มผู้ยื่นรายชื่อเสนอ 3 ข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการแพทยสภา ได้แก่ ขอให้กรรมการเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองโดยไม่มอบหมายผู้แทน ขอให้ไม่ใช้วิธี “งดออกเสียง” ขอให้ลงมติ “ตามมติเดิม” ที่มีมติลงโทษแพทย์ทั้ง 3 ราย เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 หมอตุลย์: “อย่ายอมจำนนต่อกลการเมือง” นพ.ตุลย์ กล่าวย้ำว่า “แพทยสภาไม่มีการเมือง” และเชื่อมั่นในกรรมการจากคณะแพทย์ 28 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีฐานสนับสนุนแน่นจากคณาจารย์และนิสิตแพทย์ พร้อมเปิดเผยว่า กรรมการบางรายที่เป็นข้าราชการอาจถูกกดดันจากผู้บังคับบัญชา และเรียกร้องให้มาร่วมประชุมด้วยตัวเอง “แม้เป็นข้าราชการ แต่ท่านคือแพทย์ ได้รับอำนาจจาก พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม ท่านสามารถเลื่อนภารกิจเพื่อร่วมประชุมครั้งสำคัญนี้ได้” กรณี “แพทย์ช่วยผู้ป่วย” ต้องพิจารณา “ป่วยวิกฤติจริงหรือไม่” ต่อข้อโต้แย้งของ รมว.สาธารณสุข ที่วีโต้โดยให้เหตุผลว่า “แพทย์ดูแลผู้ป่วยจะผิดได้อย่างไร” นพ.ตุลย์ชี้ว่า การพิจารณาต้องอิงตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม โดยเฉพาะเรื่อง ใบรับรองแพทย์เท็จ ซึ่งมีบทลงโทษชัดเจน คือ พักใบประกอบวิชาชีพ 6 เดือน ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง “สนับสนุนมติแพทยสภา คือยืนข้างความถูกต้อง” นพ.ตุลย์ระบุว่า ที่มายื่นสนับสนุนในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อโจมตีฝ่ายใด แต่เพราะเชื่อว่าแพทยสภาต้องยึดหลักวิชาชีพ ไม่ใช่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจทางการเมือง “ประชาชนรู้ว่า การออกใบรับรองแพทย์เท็จต้องถูกลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นหมอคนไหน…

Read More

“กาสิNO” ไม่ใช่ทางรอดเศรษฐกิจ แต่คือหลุมดำซ้ำรอยกัมพูชา เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ——- ไทยกำลังจะซ้ำรอยกัมพูชา “กาสิNO ในกัมพูชามีแต่นักลงทุนและตระกูลฮุน เซนที่รวย ส่วนประชาชนยังยากจนข้นแค้น ประเทศไทยกำลังเดินซ้ำรอยนั้น” — รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดฉากตอบโต้การขายฝันของรัฐบาลไทยที่เชื่อว่า “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” จะพาประเทศพ้นโลว์ซีซัน โดยยกตัวอย่างนโยบายยกเว้นภาษีนำเข้าไวน์ ขยายเวลาวีซ่า และเลื่อนเวลาเปิดสถานบันเทิง ซึ่งล้วนไม่สามารถกู้การท่องเที่ยวได้จริง ตรงกันข้าม นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังลดลง 3% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ข้อมูลกระทรวงท่องเที่ยวก็สะท้อนว่า มาตรการเหล่านี้ “ไม่เวิร์ก” แล้วเหตุใดกาสิNOจะกลายเป็นพระเอกในนิยายเศรษฐกิจครั้งนี้? ญี่ปุ่นไม่มีก็ยังโต—ฟาดกลับด้วยตัวเลขจริง “ญี่ปุ่นยังไม่มีกาสิNO แต่นักท่องเที่ยวพุ่งขึ้นเกิน 25%หรือ 14.5 ล้านคนในช่วงสี่เดือนแรกของปีนี้ ส่วนไทยนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเดิมในช่วงเวลาห้าเดือนที่ผ่านมาตัวเลขอยูที่ 14 ล้านคน” อาจารย์ชิดตะวันยกกรณีญี่ปุ่นซึ่งเคยประกาศจะสร้างกาสิNO ถึง 4 แห่ง แต่สุดท้ายถูกประชาชนต่อต้านจนสร้างได้เพียงแห่งเดียวที่โอซาก้า ทั้งโยโกฮามา วากายามา และนางาซากิ ถูกพับแผนหมด เพราะสังคมญี่ปุ่นเห็นชัดถึงภัยทางสังคมและอาชญากรรมที่จะตามมา ลายพรางนโยบาย = เอื้อทุนต่างชาติ ข้ออ้างเรื่องเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท หรือรายได้หลายหมื่นล้านเข้ารัฐ ก็ถูกอาจารย์ชิดตะวันตีตกว่าไม่มีหลักฐานรองรับ ที่ผ่านมานโยบายของรัฐบาลชุดนี้กลับเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนข้ามชาติ เช่น กรณียกเว้นภาษีไวน์จากเดิมสูงถึง 54-60% เหลือ 0% มีแต่ผู้นำเข้าและผู้ผลิตต่างประเทศได้ประโยชน์ ขณะที่รัฐสูญเสียรายได้ ที่น่าห่วงคือ ในร่างกฎหมายกาสิNO ยังไม่มีการระบุชัดว่า จะเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเท่าใด (แม้จะตั้งเพดานไว้ 5,000 ล้านบาท) และไม่มีรายละเอียดอัตราภาษีอย่างโปร่งใส “ถ้าจะทำให้ประชาชนมั่นใจ ก็ควรกำหนดขั้นต่ำค่าธรรมเนียมไปเลยว่า 5,000 ล้านบาท รวมถึงระบุภาษีให้ชัดเจนด้วยว่ามีประเภทใดบ้าง” อาจารย์ชิดตะวันกล่าว พร้อมตั้งคำถามกลับว่า รัฐบาลไม่กล้าระบุชัด ๆ เพราะมีดีลกับนักลงทุนแล้วหรือไม่? ภาพสะท้อนจากกัมพูชา—ใครรวย ใครจน “ถ้าอยากเห็นอนาคตไทย ลองมองกัมพูชา” อาจารย์ชิดตะวันย้อนภาพตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุด รีสอร์ตกาสิNO ในกัมพูชาเติบโตมานานกว่า 30 ปี ใจกลางกรุงพนมเปญ…

Read More

เพจ smile army ของกองทัพบก ชวนคนไทยให้กำลังใจทหาร ติด #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด โดยเพจ smile army ที่ติดสัญญลักษณ์ของกองทัพบก โพสต์ข้อความดังกล่าวไว้ เพื่อเชิญชวนคนไทยร่วมให้กำลังใจทหารในการปกป้องอธิปไตยและแผ่นดิน ซึ่งปรากฎว่ามีชาวเน็ตร่วมติด # ดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งนี้ข้อความระบุว่า เชิญช่วนพี่น้องไทย ติด #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทหารเราในการปกป้องอธิปไตยและแผ่นดิน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ครม#ชายแดน#ทหารไทย#ไทยกัมพูชา#รัฐบาล#JBC#ICJ#ชายแดนไทยกัมพูชา#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#ประเทศคือบ้านทหารคือรั้ว#ทหารไทย#กำลังใจ #smilearmy

Read More

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ บุรุษรัตนพันธุ์ พร้อมคณะภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อกองทัพบก เพื่อแสดงจุดยืนภาคประชาชนต่อกรณีข้อพิพาทไทย–กัมพูชา โดยเนื้อหาสะท้อนข้อกังวลต่อกระบวนการเจรจาเขตแดนที่ยึดกรอบ “MOU 43” ซึ่งภาคีฯ เห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและบั่นทอนอธิปไตยของชาติ ⸻ วิถีชายแดนไม่มีปัญหา แต่การเมืองสร้างปัญหา ภาคีฯ ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ของประชาชนสองฝั่งชายแดนไม่เคยมีความขัดแย้งรุนแรง แม้จะมีข้อพิพาททางการเมืองเรื่องเขตแดนก็ตาม โดยตลอด 20 ปีที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่าคนท้องถิ่นยังคงมีสายสัมพันธ์แบบเครือญาติและวิถีชีวิตร่วมกันได้อย่างสงบ ⸻ รัฐทั้งสองใช้นโยบาย “สมประโยชน์” ที่ซ่อนผลประโยชน์ทางการเมือง แถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาในปี 2551 ปัญหาความไม่ไว้วางใจระหว่างประเทศเริ่มขยายวง โดยเฉพาะในเชิงนโยบาย ที่ทั้งสองรัฐใช้เป็นเครื่องมือบรรลุผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง และอ้างว่าเพื่อ “สันติภาพและความมั่นคง” โดยปราศจากความโปร่งใส ⸻ แฉที่มา MOU 43 และกระบวนการเจรจาที่ไม่เป็นธรรม ภาคีฯ ย้อนถึงกระบวนการเจรจาเขตแดนที่เริ่มตั้งแต่ปี 2537 และนำไปสู่การลงนาม MOU 2543 (MOU 43) เพื่อสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนใหม่ โดยอ้างอิงสนธิสัญญาสมัยอาณานิคมและแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งภาคีฯ เห็นว่าไม่ใช่แผนที่ที่ไทยรับรองอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ⸻ ชี้ชัด MOU 43 ขัดรัฐธรรมนูญ–ละเมิดอำนาจองค์พระมหากษัตริย์ แถลงการณ์ระบุว่า MOU 43 ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และเป็นการอ้างแผนที่ที่ไม่ผ่านกระบวนการรับรองโดยพระมหากษัตริย์ จึงถือว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ ละเมิดพระบรมเดชานุภาพ โดยตรง ภาคีฯ ยังเห็นว่าการใช้กลไกภายใต้ MOU 43 เช่น JBC, GBC และ RBC ล้วนเป็นกระบวนการที่เปิดช่องให้ไทยเสียเปรียบในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ และอาจกลายเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาว่า “รุกราน” ในเวทีศาลโลก ⸻ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่–หนุนทหารยืนหยัดรักษาอธิปไตย แถลงการณ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้กำลังใจแก่ทหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายผนึกกำลังร่วมกันในการพิทักษ์ปกป้องประเทศชาติ ตระหนักถึงนโยบายความมั่นคงของชาติ ที่เหนือกว่าการพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์และการทุจริตเชิงนโยบายของกลุ่มและตระกูลใด “#ทหารอยู่ที่ไหน อธิปไตยอยู่ที่นั่น” คือถ้อยคำที่ภาคีฯ ทิ้งท้ายไว้ พร้อมย้ำว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทยจะอยู่รอดปลอดภัย…

Read More

เป็นกำหนดการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 หรือไตรภาคี ที่นัดหมายประชุมกันบ่ายวันนี้ ( 5 มิถุนายน) ที่กระทรวงแรงงาน พอถึงเวลาประชุมซึ่งมีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และวาระการประกาศบอร์ดค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ, สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและแรงงาน และการทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2568 ทั้งนี้การประชุมดังกล่าว มีกรรมการร่วมประชุมทั้งหมด 10 คนจาก 15 คน เนื่องจากผู้แทนฝ่ายนายจ้างทั้ง 5 คนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจ ส่วนฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายรัฐบาลมาครบ จึงใช้เวลาประชุมกันเพียง 30 นาทีก่อนเลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งต้องจับตาว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ หรือมีเหตุที่ให้ต้องเลื่อนการลงมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศออกไปอีก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ค่าแรง400บาท#ไตรภาคี

Read More

เมื่อเกมใหญ่ไม่อยู่ใน JBC: ไทย–กัมพูชา ใครเดินเกม ใครวิ่งตาม บทความวิเคราะห์โดย The Publisher การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ระหว่างไทย–กัมพูชา ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน ณ กรุงพนมเปญ ดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นความหวังในการคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนช่องบก จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป ทั้งจากแถลงการณ์ล่าสุดของรัฐบาลกัมพูชา และท่าทีของ รมว.กลาโหมไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย จะเห็นได้ชัดว่า JBC ครั้งนี้อาจเป็นเพียง “เวทีรอง” ในเกมใหญ่ที่กัมพูชาวางหมากไว้ล่วงหน้าแล้ว — และไทยกำลังตกอยู่ในภาวะ ต้องวิ่งไล่ตาม มากกว่าเป็นผู้ตั้งเกมเอง ⸻ กัมพูชา: ใช้ช่องบกเปิดเกม ลาก “หมากใหญ่” เข้าศาลโลก แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา มีหลายชั้นความหมาย — ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ การทูต และการวางหมากทางยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ ได้แก่: • กล่าวหาทหารไทยเปิดฉากยิง ใส่กองกำลังของกัมพูชาในพื้นที่ “เตโชมรกต” ซึ่งกัมพูชาระบุว่าเป็นเขตที่ปักหลักมาอย่างยาวนาน • ประกาศยื่นข้อพิพาท 4 จุดใหญ่ต่อศาลโลก (ICJ) ได้แก่ ปราสาทมุมตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต (ช่องบก) • ย้ำว่า จะไม่นำพื้นที่เหล่านี้เข้าสู่วาระ JBC • เปิดทางให้ไทย “ร่วมยื่น” ต่อ ICJ โดยใช้ถ้อยคำเชิงสันติและมิตรภาพ แต่ก็ประกาศว่า จะดำเนินการฝ่ายเดียวหากไทยไม่ร่วมมือ กล่าวให้ชัดคือ เหตุปะทะที่ช่องบก คือการจุดชนวน แต่ เป้าหมายที่แท้จริง คือ ลากพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ 4 แห่งสู่ศาลโลก ⸻ ไทย: รับแรงกดดัน–เดินเกมวันต่อวัน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาใช้เวลาสั้น ๆ วางกลไกระดับรัฐสภา พร้อมแถลงการณ์กลางและประกาศท่าทีระดับนานาชาติ — ท่าทีของฝ่ายไทยดูเหมือนยังอยู่ใน…

Read More

พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สั่งการให้กองพลรบพิเศษที่ 1 เตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนภารกิจกองทัพบก ในการใช้กำลังทางด้านทิศตะวันออก ที่สถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน มีประเด็นสำคัญ คือการฝึก ทบทวน และตรวจสอบ การใช้ อาวุธปืนหลักรอง, การฝึกทบทวนการลาดตระเวนพิเศษ, กระบวนการกำหนดเป้าหมาย, การทบทวนการปฏิบัติเข้ากวาดล้างคูติดต่อ, การฝึกทบทวนรูปขบวนการเคลื่อนที่ และการเข้าฐานลาดตระเวน การเจาะเข้าสู่ที่หมาย, การใช้อุปกรณ์ระเบิดทำลาย การติดตั้งระเบิดทำลาย และ. การใช้ระเบิดทำลายเจาะเข้าสู่ที่หมาย การฝึกเดินทางไกล 50 กิโลเมตร เข้าสู้เป้าหมาย พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ยังเน้นย้ำและสั่งการให้ กำลังพลทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ พร้อมกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ยึดมั่นในอุดมการณ์ เกียรติ ศักดิ์ศรี ของทหารอาชีพ ให้สมกับเป็นทหารรบพิเศษ และมีความพร้อมของยุทโธปกรณ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถปฏิบัติภารกิจได้เมื่อได้รับคำสั่ง จาก กองทัพบก #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ครม#ชายแดน#ทหารไทย#ไทยกัมพูชา#รัฐบาล#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด#หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ#swcom#กองทัพบก#พลังเงียบเฉียบขาด

Read More

ไม่ใช่แถลงการณ์ ไม่ใช่คำปราศรัย แต่คือบทเพลงที่ทำให้คนไทยกดแชร์พร้อมกันมากกว่า 2 หมื่นครั้ง “บ้านเกิดเมืองนอน” วันที่ 4 มิ.ย. เพจ “บิ๊กแดงแฟนเพจ” โพสต์คลิปเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” บรรเลงด้วยเสียงร้องคลาสสิกที่หลายคนคุ้นหู ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ยอดกดถูกใจพุ่งเกิน 7 หมื่นครั้ง, คอมเมนต์เฉียด 4 พันข้อความ, แชร์มากกว่า 2 หมื่นครั้ง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น หลังเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณช่องบก จ.อุบลฯ เพียงไม่กี่วัน และในขณะที่สังคมไทยกำลังตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาล ว่าจะ “ยืนหยัดปกป้องอธิปไตย” ได้มากแค่ไหน เพลงที่ถูกแชร์ ไม่ใช่แพลงใหม่ ไม่ได้มีบีตเร้าใจหรือโปรดักชันล้ำสมัย แต่กลับมีเนื้อหาเข้าถึงหัวใจไทยทั้งแผ่นดิน ในเวลานี้ บ้านเมืองเรารุ่งเรืองพร้อมอยู่หมู่เหล่า พวกเราล้วนพงศ์เผ่าศิวิไลซ์ เพราะฉะนั้นชวนกันยินดี เปรมปรีดิ์ดีใจเรียกตนว่าไทย แดนดินผืนใหญ่มิใช่ทาสเขา ก่อนนี้มีเขตแดนนับว่ากว้างใหญ่ ได้ไว้พลีเลือดเนื้อแลกเอา รบรบรบไม่หวั่นใคร มอบความเป็นไทยให้พวกเรา แต่ครั้งนานกาลเก่า ชาติเราเขาเรียกชาติไทย บ้านเมืองควรประเทืองไว้ดั่งแต่ก่อน แน่นอนเนื้อและเลือดพลีไป เพราะฉะนั้นเราควรยินดีมีความภูมิใจ แดนดินถิ่นไทยรวบรวมไว้ได้แสนจะยากเข็ญ ยากแค้นเคยกู้แดนไว้อย่างบากบั่น ก่อนนั้นเคยแตกสานซ่านเซ็น แม้กระนั้นยังร่วมใจ ช่วยกันรวมไทยให้ร่มเย็น บัดนี้ไทยดีเด่นร่มเย็นสมสุขเรื่อยมา อยู่กินบนแผ่นดินท้องถิ่นกว้างใหญ่ ชาติไทยนั้นเคยใหญ่ในบูรพา ทุกทุกเช้าเราดูธงไทยใจจงปรีดา ว่าไทยอยู่มาด้วยความผาสุกถาวรสดใส บัดนี้ไทยเจริญวิสุทธิ์ผุดผ่อง พี่น้องจงแซ่ซ้องชาติไทย รักษาไว้ให้มั่นคง เทิดธงไตรรงค์ให้เด่นไกล ชาติเชื้อเรายิ่งใหญ่ ชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน ——- ขณะที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงตึงเครียด ขณะที่กัมพูชายังรุกไล่ไม่เลิก เพลงนี้กลับดังกว่าคำชี้แจงของรัฐบาล เมื่อเพลงเก่า กลายเป็นคำถามใหม่ว่า…เรารักแผ่นดินนี้พอหรือยัง? และรัฐบาลเดินมาถูกทางในการรักษาอธิปไตยของชาติแล้วจริงหรือ? #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ครม#ชายแดน#ทหารไทย#ไทยกัมพูชา#รัฐบาล#เพลงบ้านเกิดเมืองนอน#เพลงปลุกใจ

Read More

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้หลังลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวานนี้ โดยบอกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ทำให้ทราบว่าข้อมูลข่าวสารผิดไปจากข้อเท็จจริงมากพอสมควร เช่นเรื่องวางทุ่นระเบิดทั้งที่ไม่มี ซึ่งเป็นการสร้างความสับสน และทำลายศรัทธาความร่วมมือของประชาชน รวมถึงปล่อยข่าวปลอมต่างๆ เพื่อบั่นทอนรัฐบาล นายภูมิธรรมยอมรับมีการรุกล้ำเขตแดนในพื้นที่อ้างสิทธิ์ 200 เมตรจริง อยู่ระหว่างใช้กลไก JBC จัดการ เพราะอยู่ในพื้นที่จุดที่ทับซ้อนกัน หรือเขตโนแมนแลนด์ ไม่ใช่เกินเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งละเมิดข้อตกลง JBC ในข้อ 5 ดังนั้นเชื่อว่ากลไก JBC จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยใช้กลไกสันติวิธีระหว่างประเทศ ผ่านการเจรจาในการแก้ปัญหา โดยเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงเพื่อดูมาตรการตอบโต้ ทั้งนี้เขาได้สั่งให้กองทัพบกเตรียมความพร้อม ตั้งแต่ที่กัมพูชาเผาศาลาตรีมุขแล้ว แต่หากมีการละเมิดข้อตกลงก็ต้องไปเจรจาใน JBC ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ที่กรุงพนมเปญ โดยไทยมีหลักฐานยื่นประท้วงของกองกำลังสุรนารีทุกครั้ง เพื่อแสดงว่าไม่ได้ยอมรับ ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมด ส่วนหากเจรจายังไม่สำเร็จก็จะต้องคิดว่าจะใช้มาตรการอย่างไรต่อไป และย้ำว่าการใช้วิธีเจรจา ไม่ได้หมายความว่าจะยอมศิโรราบ “ส่วนแนวคิดการปิดด่านของแม่ทัพภาคที่ 2 หมายความว่าหากเจรจา JBC ไม่สำเร็จการปิดด่านคือมาตรการต่อไป ซึ่งเป็นการเสนอตามลำดับขั้นตอน” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#รัฐบาล#ครม#ชายแดน#ทหารไทย#ไทยกัมพูชา#รัฐบาล

Read More

เขาหยุดรถ…เพื่อเดินไปกับคุณยาย ไม่ใช่แค่พาเธอลงจากรถ แต่พาเธอข้ามถนนไปถึงอีกฝั่ง แล้วก็วิ่งกลับมาทำหน้าที่ต่อทันที เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนขับรถในคลิปนี้–จากผู้ใช้ TT @worawut2054 ทำให้เราเห็นว่า… ไม่ต้องเก่งกาจ ถึงขนาดเปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่เขาเปลี่ยนวันของใครบางคนให้เป็นวันที่อบอุ่นหัวใจได้ คนธรรมดา ที่ทำในสิ่งไม่ธรรมดา และหากคุณมีเรื่องราวแบบนี้… ชวนส่งมาแบ่งปันกัน เพื่อ “บันทึกความดี” ของผู้คน ช่วยกันทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด Persona Cloud อยากบันทึก “ความดีธรรมดา” ให้ไม่หายไปกับลมหายใจที่วุ่นวายของเมือง ชมคลิปต้นฉบับที่ Tiktokการบริการคืองานของเรา♥️ จอดคันเดียวติดทั้งซอย🙏🙏🙏#รถเมล์ไทย #วัยรุ่นรถเมล์ #รถเมล์ #วัยรุ่นสร้างตัว #สาย24 #เทรนวันนี้ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #PersonaCloud #ชื่นชมคนดี

Read More