Author: Writer Publisher

กมธ.วุฒิสภาเรียกนายกฯ ชี้แจง แต่ส่งคนแทน – คนแทนก็ไม่มา 15 พ.ค. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรือ “เอ็นเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” โดยเชิญน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาชี้แจง แต่กลับมอบหมายให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ซึ่งก็ติดราชการที่เวียดนาม “เจิมศักดิ์” ซัดร่างกฎหมายพิรุธ – เทียบเท่า “ครม.กาสิNO” นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในฐานะที่ปรึกษากมธ. กล่าวว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีลักษณะให้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จแก่ “คณะกรรมการนโยบาย” ที่มีนายกฯ เป็นประธาน โดยเปรียบว่าเป็น “ครม.กาสิNO” ที่สามารถจัดสรรสัมปทานกาสิโนโดยไม่ต้องผ่านการแข่งขันหรือฟังเสียงประชาชน “ไม่มีการประเมินผลกระทบ ไม่มีการทำประชามติ ทั้งที่ควรจัดในพื้นที่เฉพาะ” – เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เตรียมบ่อนคลองเตย 3,800 ไร่ – จ่ายรัฐแค่ปีละพันล้าน เจิมศักดิ์เผยอีกว่า พื้นที่คลองเตย 3,800 ไร่ เตรียมถูกนำไปใช้สร้างกาสิNO โดยมีแผนแก้ พ.ร.บ.การท่าเรือเพื่อเปิดทาง ทั้งที่มีมูลค่าตารางวาละ 1.2 ล้านบาท แต่รัฐจะได้ผลตอบแทนเพียงปีละ 1,100 ล้านบาท ยังมีแผนเปิดที่สันกำแพง (เชียงใหม่) และอู่ตะเภา (ชลบุรี) โดยให้สิทธิสัมปทานนานถึง 30 ปี ซึ่งอาจเป็นภาระเหมือนกรณี “โฮปเวลล์” “แก้วสรร” ปูดตระกูลชินฯ จัดหาคนออกแบบไว้แล้ว นายแก้วสรร อติโพธิ สมาชิกกมธ. เปิดเผยว่า มีคนใน “ตระกูลชินวัตร” จัดหาผู้ออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้วในโครงการคลองเตย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าโครงการเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งทุนสีเทา และเสี่ยงต่อการกลายเป็น “โครงสร้างอาชญากรรมถาวร” รัฐบาลไม่เคยสัญญาจะเปิดบ่อน – แต่กลับเดินหน้าเต็มสูบ กมธ.หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเดินหน้าออกกฎหมายเปิดบ่อน ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่เคยหาเสียงว่าจะทำ และรัฐบาลยังไม่ยินยอมจัดประชามติ ทั้งที่มีผลกระทบต่อศีลธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจของประชาชน “จรัญ” เตือนขัด รธน. หลายมาตรา – ชี้อาจถึงศาล…

Read More

เชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงบทบาทของสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยว่า “สมาคมทนาย…ทำอะไรเพื่อชาวบ้านบ้าง? หรือมีไว้เพื่อรับใช้ทักษิณเท่านั้น” กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นผ่านเพจของสมาคมฯ ต่อกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่ง ยกคำร้อง ของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส. ปชป. ซึ่งขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงว่า การที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี ได้รับการพาตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 นั้น เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ มีกำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาความชอบธรรมของการบังคับโทษ นายนรินท์พงศ์ให้ความเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นเพียง “ส่วนต่อท้าย” ของ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายฯ ปี 2477 จึงถือว่ามีศักดิ์เท่าเทียมกับ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และไม่ควรถูกอ้างว่าอยู่เหนือกว่ากัน เชาว์ มีขวด โต้กลับว่าไม่แปลกใจที่นายนรินท์พงศ์จะให้ความเห็นลักษณะนี้ เพราะ “ใช้สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเป็นเกราะกำบังในการตีความรับใช้ทักษิณมาโดยตลอด” พร้อมตั้งคำถามว่า สมาคมทนายมีไว้เพื่อประชาชน หรือเพื่อ “ทักษิณ” กันแน่ “เพราะปัญหาหลักของกรณีชั้น 14 ไม่ได้อยู่ที่การวัดศักดิ์ของกฎหมาย แต่อยู่ที่ ‘ข้อเท็จจริง’ ว่าทักษิณป่วยวิกฤติจริงหรือไม่ และสมควรได้รับการรักษานอกเรือนจำหรือเปล่า” นายเชาว์ระบุ พร้อมชี้ว่า หากข้อเท็จจริงนี้มีผลกระทบต่อการบังคับใช้คำพิพากษาโดยตรง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงมีอำนาจตามกฎหมายในการไต่สวน เพื่อไม่ให้คำพิพากษากลายเป็นแค่ “เศษกระดาษที่นักโทษมีเส้นสามารถตีตกได้ตามใจชอบ” โดยอ้างถึงบทบัญญัติต่าง ๆ เช่น มาตรา 89/2, 246, 74, 75 แห่ง ปอ.วิ. อาญา และมาตรา 65 ของ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาคดีนักการเมือง พ.ศ. 2560 รวมถึงข้อกำหนดปี 2562 ข้อ 61–62 ที่ระบุชัดถึงอำนาจศาลในการควบคุมการบังคับคดี ข้อ 61 วรรคสอง ระบุว่า “เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ให้ผู้พิพากษาประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาสามคน…

Read More

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับการออก “G-Token” ของรัฐบาลผ่านช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็น เหตุผล และความเสี่ยงของการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อระดมทุนจากประชาชนแทนการออกพันธบัตรตามรูปแบบเดิม นายกรณ์ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลสามารถกู้จากประชาชนได้อยู่แล้วผ่านการขายพันธบัตรในแอป “เป๋าตัง” ซึ่งประชาชนกว่า 40 ล้านคนมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือ โดยเริ่มต้นลงทุนเพียง 100 บาท สามารถขายต่อได้ ต้นทุนของรัฐบาลต่ำ และเป็นช่องทางที่สะดวกอย่างมาก “ไม่น่าจะมีช่องทางไหนที่สะดวกและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่านี้อีกแล้ว” เขากล่าว ดังนั้นการออก G-Token ซึ่งเป็นการ “tokenise พันธบัตร” หรือการแปลงพันธบัตรเป็นเหรียญดิจิทัลบนระบบบล็อกเชน จึงไม่ใช่สิ่งใหม่มากนัก แต่สิ่งที่ควรตั้งคำถามคือ ทำไมรัฐบาลเลือกจะทำในเวลานี้ และมีมาตรการควบคุมเพียงพอหรือไม่ แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องกฎหมาย นายกรณ์ให้ความเห็นว่า “กฎหมายไม่ได้เขียนรองรับโดยตรง เพราะตอนร่างกฎหมายยังไม่มีคริปโต” แต่ในมุมของเขา “ไม่เห็นว่าทำไมจะทำไม่ได้” ตราบใดที่ G-Token ยังมีสถานะเหมือนพันธบัตร ซื้อขายได้ แต่ใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือการที่ G-Token มีลักษณะเป็นเหรียญคริปโต อาจนำไปสู่การนำไปใช้จ่ายแทนเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้ “กลายเป็นเงินบาททางอ้อม” หรือ “เงินประเภทใหม่ที่รัฐบาลออกเองโดยมีการค้ำประกัน” “ต้องฟังความเห็นของแบงก์ชาติในประเด็นนี้” เขาเน้นย้ำ นายกรณ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าถึง G-Token โดยประชาชนไม่ได้สะดวกกว่าการซื้อพันธบัตรผ่านแอปเป๋าตัง เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มี digital wallet มากเท่ากับเป๋าตัง เมื่อถามว่ารัฐบาลทำไปเพื่ออะไร เขาเชื่อว่าเหตุผลหลักคือ การเพิ่มความนิยมใน digital asset ในประเทศไทย ซึ่งกลุ่ม exchange เช่น Bitkub หรือ Binance จะได้ประโยชน์ เพราะมี “สินค้าใหม่ในตลาด” มากขึ้น “รัฐบาลก่อนหน้านี้อยากให้ประชาชนมีแอปเป๋าตัง รัฐบาลนี้อยากให้มี digital wallet” เขากล่าว “มีแล้วประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร อันนี้ผมไม่แน่ใจ” นายกรณ์กล่าวปิดท้าย โดยระบุว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาคิดได้จากข้อมูลที่ปรากฏ

Read More

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามคำเชิญของนายโพไซ ไซยะสอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 14-16 พฤษภาคม 2568 เพื่อหารือเรื่องพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของไทยและ สปป.ลาว ทั้งนี้เพื่อให้ได้ราคาพลังงานที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ของสองประเทศ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง และจะพบปะกับ นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ด้วย ในการพบหารือกับ นายโพไซ ไซยะสอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ และคณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อตกลงที่ทำไว้ระหว่างไทยและ สปป.ลาว รวมทั้งร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางในการลงทุนของบริษัท EGATi หรือ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นบริษัทในกลุ่มการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เน้นลงทุนใน สปป.ลาว จากเดิมที่ลงทุนหลากหลายประเทศและหลายธุรกิจ เนื่องจากประเทศไทยรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว อยู่แล้ว ซึ่งหากมีการลงทุนร่วมกันระหว่าง กฟผ. และ สปป.ลาวโดยตรง แทนที่จะซื้อจากเอกชนจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และทำให้ประเทศไทยได้ไฟฟ้าสะอาดและราคาต้นทุนที่ถูกลงเพราะเป็นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจของไทยเองและเหมือนซื้อไฟฟ้าจากตัวเอง

Read More

 เป็นภาพชุด และคลิปที่นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี และพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เคยระบุว่าได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่ห้องนี้มาแล้ว ได้พากันขึ้นไปชมห้อง 1404 โรงพยาบาลตำรวจ ที่หรูหรา สะดวกสบาย เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมวิวสนามกอลฟ์และสนามม้า พร้อมชุดโต๊ะ-เก้าอี้รับแขกที่จะมาเยี่ยม นายแพทย์วรงค์ยังโพสต์ข้อความว่า #ความลับที่น่าสนใจห้อง1404ชั้น14รพตำรวจ ว่าความโชคดีที่มาเยี่ยมผู้ป่วยชั้น14 และได้พบท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โดยบังเอิญ ท่านจึงได้พามาดูจุดที่น่าสนใจของห้อง1404 ที่ท่านเสรีพิศุทธ์เคยขึ้นมา บรรยากาศในห้อง 1404 และทุกห้องในชั้นนี้จะเหมือนกัน คือมีโถงใหญ่ไว้รับแขก มีห้องผู้ติดตาม มีห้องน้ำสำหรับแขกที่โถงใหญ่ ส่วนห้องนอนผู้ป่วย มีประตู คล้าย connecting room ของโรงแรมสุดหรูเชื่อมซึ่งจะมีเตียงคนไข้ เตียงนอนเฝ้าคนไข้ด้านข้าง และมีห้องน้ำภายในอีกห้อง สภาพเตียงคนไข้ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วย สภาพอาการไม่ป่วยหนักมาก เพราะห้องคนไข้ 1404 จะอยู่มุมสุดห้อง ถือว่าไกล stationของพยาบาลมาก ผู้ป่วยที่มีอันตราย กว่าพยาบาลจะมาดูแล ถ้าอันตรายมาก อาจจะเสียชีวิตก่อนที่ พยาบาลจะเดินมาถึงที่เตียงคนไข้ ไม่ได้มีอุปกรณ์กู้ชีพ มีเสาน้ำเกลือและจอวัดความดัน ชีพจร อุณภูมิเท่านั้น ผู้ป่วยห้องแบบนี้ จึงไม่เหมาะผู้ป่วยหนักหรือวิกฤติ ควรต้องช่วยตัวเองได้บ้าง ยิ่งนอนติดเตียง เป็นอันตรายต่อชีวิต ยิ่งไม่เหมาะมานอนที่นี่ ท่านเสรีบอกว่า ตอนนั้นไม่สามารถขึ้นลิฟท์มาชั้นนี้ได้แบบวันนี้ เพราะต้องมีคนพาขึ้นลิฟท์ และออกมาที่ชั้นอื่นก่อน และต้องเดินผ่านประตูหนีไฟ จึงมาที่ห้อง 1404 นี้ได้ บังเอิญห้อง1404 จะอยู่ฝั่งตรงข้าม 1403 เมื่อเปิดประตูห้อง1404 จะเจอห้อง1403 และซอกข้างห้อง1403 กว้างสักประมาณสองเมตร ก็สามารถขึ้นลง ทางประตูหนีไฟ ไม่มีใครเห็น ท่านเสรีบอกว่า มาเป็นแขกที่นี่ครั้งแรก นักโทษใช้ห้องรับรองห้อง โถงใหญ่1403 รับรอง นักโทษมาพบที่ห้อง1403 เมื่อออกจากประตูหนีไฟจึงเข้ามาที่ห้อง1403 ส่วนห้อง1404จะตรงข้ามห้อง 1403 และตรงข้ามกับประตูหนีไฟ แต่มาพบนักโทษครั้งที่สองที่ชั้นนี้ เขาใช้ห้องรับรองโถงใหญ่ของห้อง 1404 ดูแล ได้กินข้าวเหนียวมะม่วงที่ห้อง 1404 เนื่องจากนักโทษเปิดใช้ ทั้ง…

Read More

ศึกคัดค้านยังไม่จบ เมื่อกลุ่มทรูยื่นจดหมายคัดค้าน “หมอประวิทย์” อีกคน กล่าวหาว่าไม่เป็นกลางเรื่องควบรวม หลังเดินหน้าบี้ “พิรงรอง” ต่อเนื่อง วันนี้ (15 พ.ย.68)คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ซึ่งมี ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล เป็นประธาน จะประชุม เพื่อหาข้อสรุปว่าศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ควรถูกกันไม่ให้ร่วมพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทรูตามที่มีการร้องคัดค้านหรือไม่ ขณะเดียวกัน บรรยากาศทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น เมื่อ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา (หมอลี่) ประธานอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจ ระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็ตเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ก็ถูกทรูเดินเกมร้องคัดค้านอีกคน คำถามใหญ่จึงไม่ใช่แค่ว่า ใครอยู่—ใครไปแต่คือ ใครกำลังเล่นหมากล้อมเสียงในบอร์ด?และเพื่ออะไร?——-เริ่มจากไล่บี้ พิรงรอง—ปธ.กสทช. เปิดเกมแทนทรู? ก่อนหน้านี้ บริษัททรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้ฟ้องพิรงรองต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯจากกรณีที่ สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการ 127 ราย ว่าทรูไอดียังไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ต่อมาศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกพิรงรอง 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งคดียังอยู่ในขั้นอุทธรณ์ แม้บริษัททรูฯ จะยังไม่ได้ยื่นคำร้องหลังคำพิพากษาทันที แต่ในการประชุมบอร์ด กสทช. ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ดฯ จะทักท้วงแทบทุกครั้งที่มีวาระทรูว่า พิรงรองไม่ควรร่วมประชุม ก่อนที่ทรูจะส่งหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการถึงประธานบอร์ดฯ ในวันที่ 29 เมษายน หลังจากมีคำพิพากษาไปแล้วหลายเดือน นำไปสู่การส่งเรื่องให้ คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นผู้ชี้แนะ แต่ก็ถูกตีกลับว่าไม่ได้ทำตามขั้นตอนเพราะไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ดก่อน———เป็นคู่กรณีบริษัทเดียว แต่ร้องเหมาทั้งเครือ สกัดพิรงรอง อย่างไรก็ตามในที่ประชุมครั้งนั้น ที่ประชุมอนุฯ ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าทรูต้องร้องคัดค้านพิรงรองเป็นรายกรณี ไม่ใช่เหมารวม และบริษัทที่จะร้องคัดค้านต้องเป็นคู่กรณี คือบริษัททรู ดิจิทัล ไม่ใช่บริษัทกลุ่มทรู เพราะเป็นคนละนิติบุคคล ไม่แตกต่างจากการประชุมบอร์ดกสทช.ก่อนหน้านี้ ประเด็นที่น่าจับตาคือการขับเคลื่อนของประธานบอร์ด กสทช. ที่มีลักษณะดำเนินการอย่างเป็นระบบในที่ประชุมบอร์ด ให้บอร์ดเสียงข้างน้อยเสนอให้วินิจฉัยตามพระบวนการของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง…

Read More

รสนา โตสิตระกูล ถามตรงถึง รมช.คมนาคม และผู้ว่าการ รฟม. ข้อตกลงกับประชาชนเรื่องโบราณสถาน…ยังอยู่ หรือถูกลืมไปแล้ว? ⸻ อาคาร 14 คูหา…สมบัติสาธารณะ หรือแค่พื้นที่ให้เวนคืน? รสนา โตสิตระกูล ประธานกลุ่มอนุรักษ์มรดกรัตนโกสินทร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ทวงถามการอนุรักษ์อาคารโบราณสถานบนถนนพระสุเมรุ ที่สร้างมาตั้งแต่รัชกาลที่ 6 และตั้งอยู่ในเขตเกาะรัตนโกสินทร์นั้น ไม่ใช่ของ รฟม. แต่เป็น สมบัติของประชาชน ที่หวังให้รัฐพัฒนาอย่างมีสำนึกทางวัฒนธรรม “การเวนคืน–รื้อถอนเพื่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยที่ประชาชนยังไม่ได้รับคำชี้แจงใด ๆ จากข้อตกลงที่เคยมีร่วมกัน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “ร่วมอนุรักษ์” แล้วจริงหรือ?” ⸻ คณะทำงานที่ท่านรัฐมนตรีตั้ง…มีไว้เพื่ออะไร? รมช.คมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เคยแต่งตั้งคณะทำงานร่วม รฟม.–กรมศิลป์–กลุ่มอนุรักษ์ฯ เพื่อพิจารณาทางออกที่ไม่ทำลายโบราณสถาน และเคยมีมติร่วมกันให้เก็บรักษาไว้ 72% พร้อมออกแบบสถานีที่ผสมผสานของใหม่กับของเก่า แต่สุดท้าย รฟม.กลับเลือกใช้ แบบเดิม ที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะทำงานนี้ โดยอ้างว่าเคยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการเกาะกรุงฯ มาก่อน ทั้งที่แบบใหม่นั้น เป็นผลจากการทำงานร่วมกัน และได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวบ้านในพื้นที่ ⸻ รฟม.รื้อถอนแล้ว ยุติการประชุมแล้ว เงียบหายแล้ว — นี่หรือความร่วมมือกับประชาชน? รสนาเล่าว่า เธอและกลุ่มอนุรักษ์พยายามขอให้ รฟม.จัดประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ตามข้อ 5 ในคำสั่งแต่งตั้ง ที่กำหนดให้ต้องรายงานรัฐมนตรีภายใน 30 วัน แต่จนถึงวันนี้ ไม่มีการประชุม ไม่มีคำชี้แจง ถามตรง ๆ:• รฟม.ตั้งคณะทำงานเพื่อลดเสียงคัดค้าน แล้วล้มโต๊ะเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ ใช่หรือไม่?• เมื่อรื้อถอนอาคารได้แล้ว จึงหมดความจำเป็นต้องฟังประชาชนอีก ใช่หรือไม่? ⸻ แบบที่ประชาชนมีส่วนร่วม จะถูกโยนทิ้งเพราะ “เคยอนุมัติแบบเก่าไว้แล้ว”? ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2567 รฟม.เองเคยจัดประชุมกับชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์ฯ โดยแสดงแบบใหม่ที่รักษาอาคารไว้ 3 คูหา และออกแบบส่วนใหม่ด้วยกระจกโปร่งใสให้เห็นโครงสร้างเดิม พร้อมระบุว่าจะใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะของชุมชน แต่ในการประชุมครั้งถัดมา (9 ก.ค.) กลับมีการบอกปัดว่า “จะไม่เสนอแบบใหม่นี้เข้าสู่คณะกรรมการเกาะกรุงฯ” พร้อมโยนภาระให้กลุ่มอนุรักษ์ฯ ไปเสนอเอง —…

Read More

จากฤาษีเลี้ยงลิง สู่ผู้นำพรรคผู้กองธรรมนัส เจ้าของวลี กำลังอยู่ในโหมดแม่เหล็กดึงนักการเมืองการเมืองไทยกำลังเดินกลับเข้าสู่วังวนของการ “กวาดต้อน” กล้าธรรมไม่ได้กล้าเปลี่ยนการเมือง…แค่กล้าเล่นเกมเดิมให้ใหญ่ขึ้นการเปิดตัว ส.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ที่ประกาศยุติการทำงานร่วมกับพรรคประชาชน ขอให้ขับออก แต่กำลังถูกดองเค็ม แม้จะยังย้ายไปสังกัดกล้าธรรมไม่ได้ แต่เมื่อหัวใจไปแล้ว มือก็พร้อมยกให้ทุกครั้ง ตามด้วยอดีตรัฐมนตรี อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และอดีต ส.ส.การุณ โหสกุล จากไทยสร้างไทยสะท้อนว่า “กล้าธรรม” กำลังรวบรวมอดีตนักการเมืองที่หลุดวงโคจร — กลับมาสร้างความแข็งแกร่ง ด้วยวิธีคิดแบบเดิม ๆ อดีตสส. มีฐาน มีคะแนน แต่อาจลืมไปว่าบริบทการเมืองเปลี่ยนไปมาก อดีตสส. ซึ่งไม่ได้รับเลือกตั้งในสมัยที่ผ่านมาด้วยซ้ำ อาจไม่ใช่ตัวเลือกในใจของประชาชน แม้จะเป็นตัวเลือกของพรรคกล้าธรรมก็ตาม แต่นั่นหมายถึงว่าผู้กองธรรมนัสคิดใหญ่ ไม่ได้หวังแค่สส.ในต่างจังหวัดเหมือนเคย แต่ต้องการปักธงกล้าธรรมในพื้นที่ กทม.ด้วย ผู้กองธรรมนัส: ประวัติไม่เคยลบ…แต่กำลังถูกล้างด้วยเครือข่ายใหม่ผู้กองธรรมนัส กับประวัติที่ลบไม่ได้ ในคดียาเสพติดจนติดคุกที่ออสเตรเลีย และกลายเป็นชนักทำให้ “แพทองธาร” ไม่กล้าตั้งเป็นรมต.ในรัฐบาลชุดนี้ เรียกว่าชีวิตการเมืองโลดโผนเคยหลุดจากตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ กลางสภา หลังความพยายามโค่นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะถูกซักฟอกล้มเหลว…ล้มลุกคลุกคลานกับพรรคพลังประชารัฐ เข้า ๆ ออก ๆ จากก้มกราบ “บิ๊กป้อม” จนถึงจุดแบบแตกหักชนิด “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” แต่วันนี้เขากำลัง “เหยียบพรรคอื่นเป็นสปริงบอร์ดเข้าสู่เกมอำนาจที่ใหญ่กว่าเดิม พรรคเล็กที่เกิดจากผลประโยชน์…ไม่ใช่อุดมการณ์คำพูดของกฤษฎิ์ โจมตีพรรคประชาชนว่า“สร้างแต่กระแส ไม่สร้างคน ไม่สนใจประชาชน”ฟังดูน่าสนับสนุนแต่คำถามที่สำคัญกว่า:พรรคกล้าธรรมที่เธออยากเข้าไป…สนใจอะไร?เมื่อดูจากเครือข่ายของกล้าธรรม — ตั้งแต่ผู้กองธรรมนัส, ไผ่ ลิกค์, นักการเมืองสายอดีต พปชร., การเดินเกมการเมืองแบบเก่า กว้านอดีตสส.มาตุนเป็นทุนรอเลือกตั้งการกระทำลักษณะนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประเทศแต่เพื่อ กลับเข้าศูนย์อำนาจได้ทันที หากมีโอกาส การเมืองไทยกำลังหมุนวน: คนสีเทากำลังกลับมาคุมเกม พรรคเพื่อไทยอ่อนแรง พรรคประชาชนแตกภายใน แต่ภาษียังดีเพราะประชาชนกำลังไร้ทางเลือก ไทยสร้างไทยหมดสภาพ หมดยุคบิ๊กป้อม พปชร.รอวันผึ้งแตกรัง รวมไทยสร้างชาติก็ไร้เอกภาพ ส่วนประชาธิปัตย์ยิ่งไร้เรี่ยวแรง มีภูมิใจไทยที่พร้อมสยายปีกสภาพพรรคการเมืองแบบนี้…คือโอกาสที่พรรคกล้าธรรม รีบคว้าเพื่อสะสมกำลัง หวังเติบโตแบบก้าวกระโดด การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมาถึงเร็วและพรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็นพรรคที่มี “ที่นั่งต่อรอง” สูง เพราะกล้าเสี่ยง“ใช้กระสุนหรือไม่ อยู่ที่คนทำถูกจับหรือเปล่า” คือวลีของผู้กองธรรมนัส หลังผู้สมัครของพรรคชนะเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นถ้อยคำที่ตอกย้ำ “ความกล้าเสี่ยง” ในสนามเลือกตั้งได้เป็นอย่างดี…

Read More

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เฉพาะในฐานะกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคมไปจนกว่าศาลจะวินิจฉัยคำร้องของ สว. เรื่องนี้เป็นกรณีพิพาทกันระหว่าง สว. สีน้ำเงินกลุ่มหนึ่งกับ DSI ที่จับมือกับ กกต. เร่งดำเนินคดีทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อเอาความผิดกับ สว. สายสีน้ำเงินให้ได้ โดยการออกหมายเรียกมาแก้ข้อกล่าวหา เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแล DSI ทำให้กลุ่ม สว.ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่กรณีต่างแสดงความดีใจกันอย่างเห็นได้ชัด จากการแสดงออกของพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ที่บอกว่า “เขาคงเห็นว่าการออกมาแหกปากให้สังคมเกลียดชัง สว. มันไม่ชอบ ถ้ามีของจริง ไม่ต้องไปแหกปากหรอก เดี๋ยวเจอคิดบัญชีแน่” รวมไปถึงการกล่าวพาดพิงว่า เป็นการกระทำของคนที่จิตใจชั่วร้ายคิดทำอะไรก็ชั่วร้ายไปหมด ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อ พ.ต.อ.ทวี และ DSI ทั้งนี้นายเทพไทเชื่อว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีของ DSI หรือบั่นทอนจิตใจผู้ปฏิบัติงาน ที่ยังคงเดินหน้าต่อไป หลังจากสังคมผิดหวังกับการทำหน้าที่ของ กกต. แต่เมื่อ กกต.จับมือกับ DSI ทำคดีฮั้ว สว.แล้ว ทำให้สังคมมีความหวังมากขึ้น และเชื่อว่าความจริงจะปรากฏว่า การสรรหา สว. ที่ผ่านมา สังคมรับรู้ว่ามีการบล็อกโหวต มีการจ้างวาน มีการให้สินบน มีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ “ดังนั้น DSI ต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ทุกอย่างได้ข้อยุติ ไม่ควรที่จะถอนคันเร่ง หรือชะลอปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียต่อการปฎิบัติหน้าที่ดำเนินคดีได้ กกต.และดีเอสไอต้องปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด กลุ่ม สว.ผู้ถูกกล่าวหา ต้องหาพยานหลักฐานมาแก้ต่าง ถ้าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ ความจริงก็ปรากฎขึ้นมาได้อย่างแน่นอน” นายเทพไทกล่าว

Read More

“ความจริงเปลี่ยนไม่ได้ — คนที่ทำลายทักษิณได้ดีที่สุดคือทักษิณเอง” จตุพร พรหมพันธุ์ เปิดโปงกระบวนการเบื้องหลังการยื้อเกมแพทยสภา และชี้ถึงปลายทางที่ยิ่งกว่าการพักใช้ใบประกอบโรคศิลป์ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง”ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร “ปลายทางของหมอไม่ใช่แค่พักใช้ใบประกอบโรคศิลป์…แต่คือคุก” จตุพร พรหมพันธุ์ พูดชัดในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ว่า กรณีแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจยื่นขอความเป็นธรรมต่อรัฐมนตรีสาธารณสุข ไม่ใช่แค่การร้องเรียนธรรมดา แต่คือความพยายามเปิดเกม “ยื้อ” และ “กันทาง” ทางกฎหมายให้ตัวเองรอดจากคดีอาญามาตรา 157 และการสอบวินัยในฐานะข้าราชการ ซึ่งมีโทษร้ายแรงกว่าแค่ถูกพักใบอนุญาต ⸻ ยื้อเกม–ดึงเวลา: เบื้องหลังการส่งเอกสารซ้ำ แพทยสภาเคยให้โอกาสทำคำชี้แจงมาแล้วถึง 2 ครั้งเอกสารที่ควรจะครบ…กลับส่งไม่ครบ โดยเฉพาะเวชระเบียนแต่ก็ยังเพียงพอให้กรรมการวินิจฉัยได้จนถึง 99.99%จนใกล้วันแถลงผลสอบ กลับมีการยื่นเอกสาร “เพิ่มเติม” อีกรอบ จตุพรตั้งข้อสังเกตว่า…นี่คือรูปแบบของการ “สร้างเงื่อนไข” เพื่อให้รัฐมนตรีสมศักดิ์มีเหตุในการ “เห็นแย้ง” หรือ “วีโต้” มติแพทยสภา ถ้าจะเห็นแย้ง…ต้องเห็นแย้งตรงไหน?เพราะข้อหาที่ตั้งไว้คือ รายงานอาการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ⸻ เมื่อหมอใหญ่พูดไม่ตรงกับราชทัณฑ์: ใครเท็จ? จตุพรชวนย้อนดูคลิปวันรุ่งขึ้นที่ทักษิณถูกส่งเข้า รพ.ตำรวจหมอใหญ่แถลงว่า หมอราชทัณฑ์พยายามรักษาสุดความสามารถ แต่เครื่องมือไม่พร้อม แต่ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ให้ถ้อยคำกับกรรมาธิการฯ สภาฯ กลับระบุว่า ใช้เวลาแค่ 4 นาทีในการหารือทางโทรศัพท์ ก่อนส่งตัวโดยไม่มีการตรวจร่างกาย “รายงานอันเป็นเท็จ มันไม่ใช่แค่ผิดจริยธรรม แต่มันคือการกระทำผิดกฎหมาย” ⸻ 2 หมอ = 2 ตำแหน่งใหม่ และ 1 ปตท. จตุพรเปิดเผยว่า แพทย์ที่ถูกมติพักใช้ใบอนุญาต 2 คน ล้วนได้ขยับตำแหน่งจากนายแพทย์ใหญ่ฯ ได้ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. หลังจากนั้นเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจในเครือ ปตท.อีกคนเป็นนายแพทย์ใหญ่ฯ แทน“เห็นชัดว่าใครได้ประโยชน์ และมีการขยับตำแหน่งอย่างไร” ⸻ จังหวะเวลาวิกฤต: 8 มิ.ย. แพทยสภา / 13 มิ.ย. ศาลไต่สวน จตุพรชวนจับตาว่า วันที่ 8 มิ.ย. แพทยสภาจะประชุมอีกครั้งทั้งหมดก็น่าจะจบวันนี้ ถ้าสมศักดิ์ไม่เห็นชอบก็เชื่อว่าแพทยสภาจะมีมติย้ำอีกครั้ง…

Read More