Author: Writer Publisher

ธนากร คมกฤส จากมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เปิดบทวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ชี้ให้เห็นกระบวนการผลักดันที่เริ่มต้นจากความคลุมเครือ แต่เปิดทางให้เกิดการคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ พร้อมระบุว่า แม้รัฐบาลประกาศเลื่อนการเข้าสู่สภาฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะยุติความพยายามในการผลักดันร่างกฎหมายนี้ ธนากรตั้งข้อสังเกตว่า แม้ความต้องการเปิดกาสิโนของฝ่ายการเมืองจะมีมานาน แต่ก็ยังใช้วิธีเลี่ยงบาลีด้วยการเรียกชื่อร่างกฎหมายว่า “สถานบันเทิงครบวงจร” แทนที่จะใช้คำว่า “กาสิโน” ตรง ๆ ทั้งที่เนื้อหาชัดเจนว่า กิจการจะถือว่าครบวงจรได้ต้องมีกาสิโนเป็นแกนหลัก หากไม่มีถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แม้ร่างกฎหมายจะระบุว่า กาสิโนจะมีได้ไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ธนากรชี้ว่า 10% นี้คือไข่แดงที่ทำกำไรมหาศาล ในขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นจะเป็น “ไข่ขาว” ที่ไม่มีบทบาทเทียบเท่า และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือโครงสร้างของกฎหมายที่เอื้อต่อการคอร์รัปชันอย่างชัดเจน เขาอ้างอิงสมการคอร์รัปชันของ ศ. Robert Klitgaard ที่ว่า “C = M + D – A”ซึ่งแปลว่า การโกง (C) เกิดจากการผูกขาด (M) บวกกับอำนาจดุลพินิจ (D) ลบด้วยการตรวจสอบถ่วงดุล (A) โดยชี้ว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้มีครบทุกตัวแปร ผูกขาด: ใบอนุญาตแบบ Super License ที่ให้สิทธิกับกลุ่มทุนไม่กี่ราย ใช้พื้นที่เช่าได้เกิน 30 ปี ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และได้รับการยกเว้นกฎหมายหลายฉบับ อำนาจดุลพินิจ: อยู่ในมือของ “คณะกรรมการนโยบาย” ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจตั้งแต่การอนุมัติใบอนุญาต กำหนดพื้นที่ภาษี ไปจนถึงการยกเลิกกฎหมายอื่น การตรวจสอบที่อ่อนแอ: ไม่มีหลักประกันการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่มีระบบฟังเสียงผู้มีส่วนได้เสีย และยังไม่ชัดเจนว่า “เงินหลักพันล้าน” ที่เกิดจากค่าธรรมเนียมและผลประโยชน์จะเข้าสู่คลังหรือไม่ ธนากรสรุปว่า “นี่คือความจริงของร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่เริ่มต้นด้วยความขี้อาย แต่ลงท้ายกลายเป็นการเอื้อให้เกิดการขี้โกง” แม้ล่าสุดมีข่าวว่ารัฐบาลจะเลื่อนการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่เขาย้ำว่า “เลื่อน ไม่ใช่เลิก…แค่ฝากไว้ก่อน เผลอเมื่อไร ฉันจะเอากลับมาแล้วเดินหน้าต่อ”

Read More

เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยเครือข่ายประชาชน ที่นำโดย มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ที่เปิดโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนให้ครบ  หมื่นรายชื่อเพื่อยื่นเรื่องของทำประชามติร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิNo รวมอยู่ด้วย ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และถึงรัฐบาลจะเลื่อนวาระออกไปเป็นสมัยประชุมหน้าต้นเดือนกรกฎาคมแทนที่จะเข็นเข้าพิจารณารับหลักการวาระที่  1 วันพรุ่งนี้ก็ตาม  ทั้งนี้ในเพจดังกล่าวบอกยังต้องการายชื่ออีกจำนวนมาก และเมื่อมีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทางคณะผู้จัดเก็บรายชื่อเพื่อเสนอทำประชามติกาสิNo ขอประกาศขยายเวลาการลงชื่อเพิ่มเติมอีก 2 วัน ในวันที่ 9-10 เมษายน 2568 เวลา 10.30-19.30 น. ณ หอศิลป์ กรุงเทพฯ พร้อมแจ้งข้อควรทราบที่สำคัญ คือการลงชื่อทางออนไลน์ไม่มีผลตามกฎหมาย และต้องลงชื่อด้วยแบบฟอร์มที่ถูกต้องและลงลายมือชื่อด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้น สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง สามารถพิมพ์แบบฟอร์ม ลงชื่อ และส่งไปรษณีย์มาที่ “มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน 87/29 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 (โทร 025913171) ผู้อยู่ในกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางนำรายชื่อมาส่งได้ที่ตั้งของมูลนิธิรณรงค์หยุดพนันตามที่อยู่ข้างต้น เพราะเสียงของคุณ มีค่ามากกว่าที่คุณคิด สิทธิในการกำหนดอนาคตประเทศ เป็นของคนไทยทุกคน

Read More

เป็นมติของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิNo รวมอยู่ด้วย เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขอหารือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหลังประชุม ครม.เพื่อรับฟังความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งมีกระแสคัดค้านอย่างหนักในขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่านายกฯมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลต้องฟังทุกฝ่าย ไม่ฟังเฉพาะคนที่พูดแนวทางเดียวกับรัฐบาล คนเห็นต่างก็ต้องฟังทั้งหมด ซึ่งได้บอกกับนายกฯ ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ครม.ต้องถือว่าคือร่างของรัฐบาล มีความสำคัญและเข้าสภาแล้ว แต่ปรากฏว่าระหว่างนั้นเกิดเหตุแผ่นดินไหว และมีเรื่องมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งฝ่ายค้านกับรัฐบาลห่วงใยเรื่องนี้มาก อยากเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณา เพราะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ และปากท้องประชาชน ถ้าไม่ให้เลื่อนก็จะถูกตีความได้ว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญอีก หัวหน้าพรรคร่วมฯ ทุกคนเห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีความเห็นจำนวนมากทั้งจาก สว. อดีต ส.ส.ร. กลุ่มแพทย์ จุฬาราชมนตรี เป็นต้น นายกฯจึงบอกว่า หรือยังอธิบายไม่ดีพอ ทั้งที่ความจริงคือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นหลัก กาสิNo เป็นรอง แต่กลายเป็นว่า กาสิNo เป็นหลักแล้ว แสดงว่ารัฐบาลยังสื่อสารไม่ดีพอ และไม่ครบถ้วน จึงเป็นที่มาของการแถลงข่าวของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่มีมติเอกฉันท์ ให้เลื่อนเรื่องมาตรการภาษีสหรัฐฯขึ้นมา นั่นทำให้ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ รอเข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมหน้า เพราะสมัยประชุมนี้ปิดวันที่ 9 เมษายน นายอนุทินเลยบอกว่าก็ต้องเลื่อนไป และกระทรวงการคลัง หรือรัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจและชี้แจงกับประชาชนให้มากที่สุดหากต้องการดันกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาเช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.พนันออนไลน์ ที่นายอนุทินยอมรับเสนอไม่ทันสมัยประชุมนี้ เพราะอยู่ในขั้นบรรจุระเบียบวาระประชุม ครม.เท่านั้น

Read More

”มากกว่าสุนทรพจน์คือภาวะผู้นำ“—รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร สงครามภาษีที่สหรัฐเปิดฉาก กลายเป็นบททดสอบระดับผู้นำครั้งสำคัญของ นายฯ แพทองธาร ชินวัตร รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ชี้ชัด ๆ ว่า หาก แพทองธาร ชินวัตร ไม่สามารถกุมสภาพ ทีมเศรษฐกิจได้ความแปรปรวนในประเทศจะสูงกว่าที่รัฐบาลคิดไว้มาก ยังช้าเกินไป…ไม่มีตัวเลขในมือ ไม่มีหัวหน้าทีมเจรจา อาจารย์ปณิธาน วิพากษ์ตรง ๆ ว่า รัฐบาลยังขับเคลื่อนรับมือกับกำแพงภาษีของทรัมป์ว่า “ยังช้าไป มาตรการไม่เพียงพอ ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังไม่มีตัวเลขในมือว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ทิศทางยังไม่ชัดใครจะเป็นหัวหน้าทีมเจรจา แม้จะรู้ล่วงหน้าว่าไทยจะโดนภาษีนำเข้าจากสหรัฐอย่างน้อย 10% แต่ตอนนี้โดน 36% แล้ว ก็ยังไม่มีการแถลงยุทธศาสตร์ ไม่มีข้อเสนอที่จับต้องได้ ที่สำคัญ…ไม่มี ”ผู้นำ“ ออกมาชี้แจงภาพรวมของประเทศเพื่อเตือนประชาชน ปล่อยเวทีอาเซียนหลุดมือ…หรือเพราะนายกฯ ไม่พร้อม? เขายังตั้งคำถามถึงการปฏิเสธเข้าร่วมวงเจรจากับ 5 ผู้นำในประเทศอาเซียนตามคำเชิญของ นายกฯ มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ทั้งที่เป็นโอกาสสำคัญในการต่อรองกับจีน สหรัฐ และอินเดีย ซึ่งที่ผ่านมาไทยยึดนโยบาย ”อาเซียนเป็นปึกแผ่นเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง“ มาโดยตลอด แต่ครั้งนี้กลับไม่ทำเช่นนั้น ”อาจเป็นเพราะทีมงานต้องการปกป้องนายกฯ จากความผิดพลาด หรือไม่มีบทสรุปในมือว่าจะทำอย่างไรก็เป็นไปได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าการเจรจากับผู้นำไม่เหมือนการกล่าวสุนทรพจน์ที่เตรียมการล่วงหน้า“ นโยบายที่บ้านพิษณุโลก VS โลกความจริง อาจารย์ปณิธาน ตั้งข้อสังเกตถึงแนวคิดทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกฯ ที่บ้านพิษณุโลก ที่ชี้นำให้ ”รอก่อน อย่าเพิ่งลดภาษี อย่ายิงกระสุนฟรี“ แตกต่างจากหลายประเทศที่ไปเจรจาแล้วได้ผล หากเลือกจะเดินเกมนี้จริง ก็ต้อง ”มีข้อสรุปชัดเจนจะลดอะไร เพิ่มอะไร จะคุยกับสหรัฐเรื่องไหน ที่สำคัญคือสหรัฐจะลัดคิวให้เราเจรจาหรือไม่? และเราจะได้เจรจาเมื่อไหร่?“ เขาชี้ว่ายังไม่มีความชัดเจนความปั่นป่วนภายในประเทศจะมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่คิดว่าอาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มขึ้น เช่น เกษตรกรกว่าสองแสนรายกำลังกังวลว่า จะมีการนำเข้าเนื้อหมู นายกฯ ต้องสื่อสารกับประชาชนให้ชัดว่า ผลกระทบคืออะไร? เหมือนที่นายกฯ สิงคโปร์ทำ กุมสภาพไม่ได้…ประเทศปั่นป่วน เขาย้ำว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังไร้ทิศทาง หลายหน่วยงานขยับกันเอง ไม่มีการสรุประดับชาติ ”นายกฯ ต้องกุมสภาพให้ได้ เพราะนี่คือภาวะผู้นำ…

Read More

“ถ้ามั่นใจยุบสภาเลย เลือกตั้งใหม่หาเสียงจะทำสถานบันเทิงครบวงจรที่มี กาสิNO ถ้าได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากก็ทำได้อย่างมีความชอบธรรม แต่ถ้าไม่ได้ก็จบ พร้อมเตือนระวังจุดจบเหมือน นิรโทษกรรมสุดซอย” ท่ามกลางกระแสคัดค้าน “กาสิ NO”จากทั่วทุกสารทิศ อดีตรัฐมนตรีผู้มากประสบการณ์ และบิดาของ 2 สส.อ่างทองจากพรรคภูมิใจไทยสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ให้ความเห็นไว้กับ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” เสนอทางออกที่ไม่ซับซ้อน อยู่ที่ “พรรคเพื่อไทย” จะกล้าทำหรือเปล่า? อยากดันกาสิ NO ยุบสภาก่อนได้ฉันทามติค่อยทำ สมศักดิ์ ชี้ว่า กระแสคัดค้าน “กาสิNO”ที่มาจากทุสารทิศ ไม่ใช่เสียงนกเสียงกาที่รัฐบาลจะมองข้าม พร้อมแสดงความไม่เข้าใจว่า เหตุใดจะต้องเร่งรีบดำเนินการเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยหาเสียงไว้ อีกทั้งไม่เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วย ถ้าอยากทำจริง “ทำประชามติ หรือไม่ก็ยุบสภาไปเลย ได้เสียงข้างมากก็จะทำได้อย่างมีความชอบธรรม แต่ถ้าไม่ได้ก็จบ” ส่วนข้ออ้างเรื่องมีการกำหนดแหล่องท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างไว้นั้น ฟังไม่ขึ้น เห็นชัดว่าไม่ได้คิดแต่แรก แต่มาใส่ทีหลัง หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร แสดงวิสัยทัศน์ แล้วรัฐบาลก็เดินตาม จนถูกครหาว่า ”ถูกครอบงำ” ไม่ให้เกียรติ พรรคร่วมฯ ควรถอย เขาอธิบายเพิ่มเติมถึงข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก กระตุกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอยออกมา หากไม่ได้รับการให้เกียรติจากพรรคเพื่อไทย หลังมีข่าว ”ทักษิณ“ ขู่เขี่ยพรรคที่ไม่สนับสนุนสถานบันเทิงครบวงจรออกจากการร่วมรัฐบาล โดยเห็นว่า เป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เมื่อไม่ใช่นโยบายก็ไม่ควรบังคับพรรคร่วมรัฐบาลต้องเดินตาม เพราะบางพรรคอย่างเช่น ประชาชาติอาจมีข้อจำกัดเนื่องจากฐานเสียงส่วนใหญ่เป็นมุสลิมจะไปบังคับให้เขาเห็นด้วยมันไม่แฟร์ ต้องให้ความเป็นธรรม ฟังเหตุผล เคารพซึ่งกันและกัน เป็นการให้สติ และในฐานะพ่อ เขาย้ำกับลูกชายทั้งสองที่เป็นสส.ว่า “จะทำอะไรต้องคิดให้ดี เพราะการเมืองไม่ได้มีแค่วันนี้แต่ต้องมองไปถึงอนาคตด้วย การเมืองวันนี้ผูกพันไปถึงอนาคต“ แนะฟังเสียงประชาชน เหตุกระทบสังคมวงกว้าง สมศักดิ์ ยังแสดงความไม่เข้าใจต่อท่าทีพรรคเพื่อไทยที่เร่งรีบในเรื่องนี้ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังไม่เห็นพ้องต้องกัน ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ประชาชนให้ความสนใจ เสียงส่วนใหญ่จากลุ่มผู้นำสังคม ไม่ว่าจะเป็นราชบัณฑิต กลุ่มแพทย์ ล้วนแต่คัดค้านทั้งสิ้น รัฐบาลจึงควรคิดให้รอบคอบหากฟังเสียงประชาชน เนื่องจากกระทบภาพรวมสังคม ไม่อยากมองว่ามีอะไรกันหรือเปล่า? อย่าประเมินประชาชนต่ำ ชนะในสภาฯ ไม่เคยชนะเสียงประชาชน เขายังย้อนอดีตไปถึงเหตุการณ์ “นิรโทษกรรมสุดซอย” ด้วยว่า “ในสภาฯชนะเสียงข้างมาก แต่ในระบอบประชาธิปไตยเสียงของสภาฯ ไม่มีทางชนะเสียงของประชาชน คุณชนะเด็ดขาดในวันนั้นตอนตีสี่…

Read More

วันที่ 8 เมษายน 2568 – เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมด้วยศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) กองทัพธรรม และภาคประชาชน ร่วมกันยื่นหนังสือต่อคณะรัฐมนตรี กล่าวหาว่าการที่รัฐบาลลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า การผลักดันร่างกฎหมายบ่อนคาสิโนที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบและเสนอเข้าสู่รัฐสภา ถือเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 65, 75, 161, 162 และ 219 อีกทั้งขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 และประกาศพระบรมราชโองการเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วางรากฐานการพัฒนาประเทศตามหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” นอกจากนี้ ยังชี้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ปรากฏในนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา และไม่เคยอยู่ในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาล จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรีที่ให้ไว้ต่อองค์พระมหากษัตริย์ คปท. ยังเตือนว่า ร่างกฎหมายนี้จะเปิดทางให้เกิดการฟอกเงิน อาชญากรรม และอบายมุขในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเอื้อผลประโยชน์ต่อกลุ่มทุนพนันต่างชาติ ขัดต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพึ่งพาตนเองอย่างมีภูมิคุ้มกัน และอาจทำให้เยาวชนไทยกลายเป็นพลเมืองด้อยคุณภาพในระยะยาว กลุ่มผู้ยื่นหนังสือยังยืนยันว่า การกระทำของรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการทรยศต่อเจตจำนงของประชาชนที่มอบอำนาจผ่านการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ยุติการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวทันที ⸻

Read More

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “ข่าวดี อุ๊งอิ๊งรัฐบาล สทร. ยอมถอยเลื่อน พรบ.บ่อนไปสมัยหน้า ดีที่สุดคือเลื่อนไปชาติหน้า… สำหรับร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือ สถานบันเทิงครบวงจร ที่มี “กาสิ NO” ถูกบรรจุในวาระพิจารณาของสภาฯ วันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.ุ68) ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากทั่วทุกสาทิศในหลากหลายภาคส่วน ขณะที่ฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและพรรคพลังประชารัฐ ต่างก็ประกาศคว่ำกฎหมายฉบับนี้หากมีการพิจารณาวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อรัฐบาลยอมถอยก็ทำให้แรงกดดันทางการเมืองทั้งในและนอกสภาน่าจะเบาบางลง

Read More

เรียกว่ากระแสคัดค้านพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้วกับเสียงไม่เอา กาสิNo ในร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และร่างกฎหมายพนันออนไลน์ ล่าสุด 222 อดีต สว.ร่วมกันลงชื่อทำแถลงการณ์ถึงประธานรัฐสภา หัวหน้าพรรคการเมือง และประชาชน เพื่อคัดค้านกฎหมายทั้งสองฉบับ ที่จะเป็นหายนะภัยอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ ประชาชน และต่ออนาคตของลูกหลานคนไทยทั้งปวง เหตุผลสำคัญระบุว่า กาสิNoและการพนัน ไม่ใช่นโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลเคยประกาศรณรงค์ในการเลือกตั้ง แต่เป็นโครงการงอกขึ้นมาใหม่แบบผิดปกติ กลายเป็นเรื่องเร่งด่วนและสำคัญ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงข้ออ้างของรัฐบาล เรื่องจะใช้พื้นที่สำหรับกาสิNo เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอ เพราะกาสิNo และพนันออนไลน์มีฤทธิ์แรงร้ายที่ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนี้อำนาจการอนุญาตและบริหารจัดการเหมือนโอนลอยอำนาจไปอยู่ในมือของคณะกรรมการนโยบายที่เปิดทาง และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจ ทุจริตได้อย่างไร้ขอบเขต รวมถึงโครงการพนันครบวงจรตามกฎหมาย 2 ฉบับไม่สามารถสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจตามที่กล่าวอ้าง เป็นเพียงการย้ายเงินจากมือคนหนึ่งไปสู่มืออีกคนหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ประเทศร่ำรวยจริงตามคำโฆษณาของรัฐบาล จากบทเรียนจากฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชา ก่อนปิดท้ายด้วยว่า ถ้ารัฐบาลตระหนักถึงบาปบุญ คุณโทษ ที่คนรุ่นหลังจะต้องเผชิญกับมรดกบาปของแผ่นดิน ก็จงน้อมรับพระราชปณิธานของพระพุทธเจ้าหลวงใส่เกล้าใส่กระหม่อมฯ ด้วยการถอน กฎหมาย ทั้ง 2 ฉบับออกไป โดยเร็วเถิด

Read More

“รักแจ็คสันไม่เคยเสียใจเลยสักวัน” เห็นทีประโยคนี้นอกจากจะอบอุ่นหัวใจคนเป็นแฟนคลับอย่าง ‘อากาเซ่’ แล้ว ยังส่งพลังแห่งความอบอุ่นหัวใจไปยังคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย! หลังเพจ ‘กันจอมพลัง ช่วยสู้’ ของ กัน จอมพลัง หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ผู้เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงให้กับประชาชน ได้แชร์เรื่องราวของ “แจ๊คสัน หวัง” ศิลปินระดับโลก ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือคนไทยจากเหตุแผ่นดินไหว เป็นเงินกว่า 3,400,000 ล้านบาท โดยเล่ารายละเอียด ระบุข้อความว่า “คุณแจ็คสัน หวัง ( Jackson wang ) ช่วยสนับสนุนสู้ภัยแผ่นดินไหว 3,400,000 โดยคุณแจ๊คสันหวังได้ติดต่อผ่านพี่หนุ่มกรรชัยว่า มีความตั้งใจให้ 3 มูลนิธิ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 1,160,000 ล้านบาท มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก 1,160,000 ล้านบาท มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ 1,080,819 ล้านบาท โดยโอนเข้าที่มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ 3400819 เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการตอนนี้ทางมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ได้ส่งต่อให้กับอีก 2 มูลนิธิตามความตั้งใจของคุณแจ็คสันหวังเป็นที่เรียบร้อยครับผม ขอบพระคุณคุณแจ็คสันหวังที่ให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยครับผม” ทั้งนี้ กัน จอมพลังยังกล่าวอีกว่า “คุณแจ็คสันหวังสุดจริง ๆ หากมีสิ่งใดให้ผมช่วยเหลือหรือตอบแทน แทนทุกคนได้ผมยินดีทำให้เลยครับผม หัวใจสุดยอดจริง ๆ ขอขอบคุณอีกครั้งครับผม” โดยโพสต์ดังกล่าว มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นชื่นชม ‘แจ็คสัน หวัง’ กันเป็นจำนวนมาก ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนไทย แต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยทอดทิ้งคนไทยเลย

Read More

“เราไม่ควรรีบร้อนกับผลกระทบที่ไม่เตรียมการรับมือ…หรือสัญญากับกลุ่มทุนบางกลุ่มว่าจะต้องทำให้เสร็จตามกำหนดการ จึงต้องลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษแบบนี้?” เป็นคำถามอย่างตรงไปตรงมาจากน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ถึงจุดยืนของพรรคต่อร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีเนื้อหาจัดตั้ง “กาสิ NO” พร้อมระบุว่า พรรคจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว หากมีการลงมติในวาระที่ 1 ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ตามที่มีการเลื่อนวาระไว้แล้วตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เนื่องจากมีความน่ากังวล ไม่ตรงไปตรงมาในหลายเรื่อง “เราไม่ควรที่จะรีบเร่งรีบร้อนก่อนที่จะศึกษาอย่างรอบคอบก่อน โดยเฉพาะผลกระทบทางสังคม การติดพนัน ปัญหาอาชญากรรมที่อาจเพิ่มขึ้น และการฟอกเงิน ยังไร้แนวทางป้องกันอย่างชัดเจน รัฐบาลควรเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบทางลบก่อน ไม่เร่งรัดจนพลาดบางอย่าง น่าจะเหมาะสมกว่าจะรีบเอาเข้าสภาฯ วาระ 1 ในวันที่ 9 เมษายน ก่อนปิดสมัยประชุม” อ้างศก.โตแต่หลักการย้อนแย้งเป็นไปได้ยากส่วนข้ออ้างของรัฐบาลว่าต้องการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตและจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5-10% นั้น ศิริกัญญามองว่า ผลที่จะเกิดต้องรออย่างน้อย 5 ปี กว่า กาสิ NO แห่งแรกจะสร้างเสร็จ เป็นโอกาสในระยะยาว ยังไม่ต้องพูดถึงการขัดกันเองของเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศอยากให้เศรษฐกิจโตมีรายได้เข้าประเทศ แต่เนื้อในรายได้ส่วนใหญ่มาจาก “คนไทย” ไม่ได้มาจาก “ต่างประเทศ” แต่มีข้อจำกัดการเข้าเล่นของคนไทย ต้องมีเงินฝากในบัญชี 50 ล้านบาทนาน 6 เดือนซึ่งเราไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่สะท้อนว่า หลักคิดของรัฐบาลขัดกันเอง โอกาสที่จะเป็นไปอย่างที่รัฐบาลคาดการณ์แทบเป็นไปไม่ได้เลย “เรายิ่งสงสัยว่าถ้ากฤษฎีกาแก้ไขเนื้อหาขัดกับวัตถุประสงค์ของรัฐบาล เหตุใดยังรีบร้อนไม่แก้ที่กฤษฎีกาแก้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเอาเข้าสภาฯ เป็นความเร่งรีบแบบมีพิรุธ ก็คงมีแนวโน้มที่จะสัญญากับกลุ่มทุนบางกลุ่มว่าจะต้องทำให้เสร็จตามกำหนดการ จึงต้องลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษแบบนี้ เราก็คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะรัฐบาลกุมเสียงข้างมากในสภาฯ สุดท้ายคงผ่านตามที่รัฐบาลต้องการ แต่เราจะเอาเสียงของประชาชนที่มีความกังวลไปสะท้อนในสภาฯ“ ปชน.สู้เฉพาะในสภาฯ นอกสภาฯ เป็นเรื่องของ ปชช.อย่างไรก็ตามพรรคประชาชนจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ร่วมกับประชาชนที่เคลื่อนไหวอยู่ตอนนี้ โดยศิริกัญญา ให้เหตุผลว่า พรรคประชาชนจะเน้นการสู้ในสภาฯ เป็นหลักในฐานะ สส. ส่วนภาคส่วนอื่น ๆ ที่จะสนับสนุนวิธีการอื่น ๆ ก็ให้เป็นเรื่องของนอกสภาฯ ไป ส่วนกรณีมีข่าวว่า ”ทักษิณ ชินวัตร“ จะเขี่ยพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนกฎหมายนี้ออกจากรัฐบาลนั้น เธอบอกว่า ยังไม่แน่ใจเป็นข่าวจริงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ยัง…

Read More