Author: Writer Publisher

เด็กสองคนนั่งอยู่บนพรมหน้าทีวีบนจอคือภาพของแม่ — นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศไทยกำลังชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภาพนี้ดูอบอุ่นแต่ก็พาเราไปไกลกว่านั้น… ในขณะที่การเมืองร้อนแรงการอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังดำเนินไปฝ่ายค้านซักฟอกเรื่องตั๋ว PN, อัลไพน์,ชั้น 14 ฯลฯหลายคนเฝ้ารอฟังคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรีคำถามหลายข้อถูกตั้งไว้…แต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่แล้วภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าเพจแฟนคลับนายกฯเป็นภาพบุตรสาว-บุตรชายนายกฯ — “ธิธาร” และ “ธาษิณ”นั่งดูแม่ผ่านหน้าจอทีวี เป็นภาพที่พูดอะไรบางอย่างได้ชัดเจนกว่าคำปราศรัย ไม่ใช่แค่ “แม่เป็นนายกฯ”แต่มันคือการบอกว่า “เด็กผู้หญิงก็มองเห็นความเป็นผู้นำในเพศของตัวเองได้”“ประชาธิปไตยเริ่มต้นจากสิ่งที่ลูกเห็นในบ้าน ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราประกาศในสภา” ภาพนี้งดงาม อบอุ่น และทรงพลังแต่ขณะเดียวกันก็เปิดคำถามที่จริงจังยิ่งกว่า เมื่อลูกนั่งดูแม่ด้วยความภาคภูมิใจประชาชนก็กำลังฟังนายกรัฐมนตรีอย่างมีความหวัง แล้วคำตอบที่ออกจากไมโครโฟน…จะซื่อตรงพอไหม?จะโปร่งใสพอหรือเปล่า?จะสะท้อนความเป็นผู้นำที่เด็ก ๆ ควรจดจำ…ได้จริงหรือ? เราไม่ได้ต้องการคำพูดสวยงามเราแค่อยากให้ “สิ่งที่ลูกเห็น” และ “สิ่งที่ประชาชนฟัง”เป็นเรื่องเดียวกัน นายกฯ บอกในสภาฯ ฝ่ายค้านให้ลาออก…แต่เธอไม่สามารถลาออกจากความเป็น ”ลูกและแม่“ ได้ก็เหมือนประชาชน…ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับว่าเธอคือ ”นายกฯ“ แต่…นายกฯที่ประชาชนอยากได้ คือ…นายกฯ ที่รู้จักแยกแยะไม่เอาผลประโยชน์ชาติ…ไปแลกกับประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง เชื่อว่า…นายกฯ คงไม่อยากให้ลูกผิดหวังและถ้าเป็นแบบนั้น…ก็ไม่ควรทำให้ประชาชนผิดหวังเหมือนกัน นายกฯ ที่ดี…ในใจคนไทยคือ…นายกฯ ที่ซื่อตรงต่อประชาชนไม่ต่างจาก “แม่ที่ดีของลูก”

Read More

นายกฯ แพทองธาร ตอบคำถามสื่อ ชี้แจงในสภาฯ สั้น ยาวกว่านี้ได้ไหม? ว่า “เป็นคนพูดตรงพอยต์ พูดยืด ๆ ไม่ค่อยเป็นเท่าไหร่ ก็จะพยายามยืด ๆ ให้นะคะ” ฟังดูจริงใจ น่ารัก…แต่ในวันที่ทั้งประเทศเฝ้าดูการชี้แจงคำถามสำคัญคือ… ตรงพอยต์ที่ว่า…มันคือพอยต์ของใคร?ประชาชนอยากรู้ว่า…– เป็นการกู้จริงหรือให้กันแน่?– เจตนาเลี่ยงภาษีหรือไม่?– เอื้อพ่อ ชั้น 14 หรือเปล่า?– นายกฯ รับรู้การพักโทษหรือไม่? ถ้าคำตอบที่ได้มีแต่“ตั้งใจจะชำระ”“เสียภาษีมากกว่าท่าน”“เรื่องนี้ รมต.จะอธิบายเพิ่มเติม” …นั่นตรงพอยต์แล้วจริงเหรอ? การเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องพูดยืด แต่ต้องพูดให้ “ชัดเจน” ในสิ่งที่สังคมอยากรู้** ตรงพอยต์แบบไม่หลบเลี่ยงตรงประเด็นแบบไม่ผลักให้คนอื่นพูดแทนนี่คือ…สิ่งที่ผู้นำประเทศควรทำ ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #พูดตรงพอยต์ก็ยังไม่พอ #ตรงประเด็นคือหน้าที่ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #แพทองธาร #PNGate #รัฐสภาไทย #ผู้นำควรตอบเอง

Read More

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเร่งรัดและติดตามผลการตรวจสอบข้อร้องเรียนที่เคยยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2564 กรณีนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ถูกกล่าวหาว่าแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิชอบ นายวัชระเปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 โดยแนบหลักฐานจากสื่อมวลชน พร้อมขอให้ตรวจสอบประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ การถือครองที่ดินประเภท ภ.บ.ท.5 บนพื้นที่ป่าสงวนเขาขวาง–โคกยาง–ช่องบางเหรียงว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ามีความครบถ้วนและตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงตามมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 3 ปี 4 เดือน เรื่องร้องเรียนดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า นายวัชระจึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการ “ประวิงคดี” โดยขอให้ ป.ป.ช. เร่งสรุปผลสอบสวนโดยเร็ว และแจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนรับทราบภายใน 15 วัน “ประชาชนกำลังรอฟังความชัดเจนจาก ป.ป.ช. และหวังว่าคดีที่เกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่ถูกละเลย เพราะเกี่ยวพันกับความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศ” นายวัชระกล่าวย้ำในตอนท้าย.

Read More

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง อภิปรายไม่ไว้วางใจประชาชนจับตา ส.ส.จะยกมือเพื่อประชาชน หรือเพื่ออำนาจ” มีเนื้อหาระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ใช่แค่กลไกในสภา แต่คือเวทีสำคัญที่สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อผู้แทนที่พวกเขาเลือกเข้ามา ประชาชนอยากเห็นการตรวจสอบที่จริงจัง อยากเห็นคำถามคมชัด ทะลุทะลวง และการตอบที่ตรงประเด็น ประชาชนอยากรู้ว่าในห้องแอร์เย็นของรัฐสภา มีใครมองเห็นความร้อนรุ่มของปากท้องประชาชนบ้างหรือไม่ แต่สิ่งที่ประชาชนกังวลยิ่งกว่าก็คือ หลังอภิปรายจบแล้ว มือของ ส.ส.แต่ละคนจะยกขึ้นเพื่ออะไร เพื่อแสดงจุดยืนในอุดมการณ์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน หรือเพื่อรักษาสัมพันธภาพในเครือข่ายอำนาจ นายเชาว์ ระบุด้วยว่า ในอดีต พรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับ “ระบอบทักษิณ” อย่างแข็งขัน การพูดถึง “ทักษิณ” ในสภาฯ สำหรับ ปชป. เคยเต็มไปด้วยคำว่ากล้าหาญ ยึดหลักการ แต่วันนี้ ทุกอย่างดูย้อนแย้งเกินจะอธิบาย เมื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์คนหนึ่งกลับออกโรง ปกป้องทักษิณอย่างเปิดเผย โดยนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช ถึงกับกล่าวว่า การที่พ่อเป็นห่วงลูกเป็นสิ่งที่ไม่ผิด และนายทักษิณก็ไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายบริหารรัฐบาลอยู่แล้ว… ” จากอดีตคู่ต่อสู้ วันนี้กลายเป็นคนร่วมวงให้กำลังใจ จากพรรคที่เคยยืนหยัดบนหลักการ กลับตกต่ำที่สุดในเชิงอุดมการณ์ในสายตาประชาชน ใครจะคิดว่า วันหนึ่งจะได้ยิน ส.ส.ประชาธิปัตย์ ออกมาปกป้องทักษิณ บุคคลที่พรรคเคยใช้ทั้งพลังและเวลาในการต่อต้าน มันไม่ใช่แค่ การเปลี่ยนจุดยืน แต่มันคือการ หลุดจากหลักการ เมื่อถึงคราวต้องยกมือในสภา จึงเป็นคำถามที่ประชาชนต้องถาม ส.ส.อีกครั้ง คุณจะยกมือให้ประชาชน หรือยกมือเพื่อรักษาอำนาจ คุณจะอภิปรายเพื่อความจริง หรือเพียงแสดงบทตามบทบาทที่พรรคคุณกำหนดไว้ ประชาชนไม่เคยลืมคำปราศรัยในอดีต เหมือนที่จะจดจำว่าใครยกมือให้ใคร…ในวันที่ประเทศต้องการความกล้าหาญจากผู้แทนอย่างแท้จริง “นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย

Read More

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตลอด 2 วัน ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้แถลงสรุปภาพรวม โดยชี้ว่า นายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำ เอื้อกลุ่มทุน เลี่ยงภาษี และยังไม่สามารถตอบคำถามที่สังคมต้องการได้ ประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านตั้งคำถาม: ปมโฉนดโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ มีข้อสงสัยเรื่องการออกโฉนดโดยมิชอบ โรงแรมเปิดดำเนินการระหว่างปี 2557–2562 ทั้งที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตในปี 2562 ฝ่ายค้านชี้ว่าเป็นการดำเนินกิจการโดยผิดกฎหมาย และรัฐบาลยังไม่มีคำตอบชัดเจน ปม “ชั้น 14” กับสิทธิพิเศษของทักษิณ ชินวัตร ชี้ว่านายกฯ ในฐานะบุตรสาวต้องมีส่วนรู้เห็น ตั้งคำถามว่า “ตกลงแล้วคุณทักษิณป่วยเป็นโรคอะไร?” จึงได้รับการดูแลพิเศษ พ.ร.ก.สถาบันการเงิน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฝ่ายค้านชี้ว่ารัฐบาลยังไม่ชี้แจงเรื่อง พ.ร.ก. ที่กระทบประชาชนโดยตรง ปล่อยให้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลุกลาม โดยไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ข้อกล่าวหาหลักจากผู้นำฝ่ายค้าน: จงใจทำธุรกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี สมคบกลุ่มทุน เอื้ออำนาจเก่า ละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่ ขาดความรู้ ภาวะผู้นำ และเจตจำนงทางการเมือง สารที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี: “ถ้าอยากแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริง ต้องตอบให้ชัด: เมื่อไหร่จะเลิกเอาใจกลุ่มทุน? เมื่อไหร่จะเลิกบิดเบือนกฎหมาย? และเมื่อไหร่จะเลิกอวดตัวเลขดี ๆ โดยละเลยวิกฤติจริง?” ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ประกาศว่า “ไม่สามารถไว้วางใจให้นางสาวแพทองธารดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้” พร้อมขอให้สภาพิจารณาลงมติอย่างรอบคอบ ในวันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น.

Read More

ไฮไลท์สำคัญการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ อยู่ที่ประเด็นการรักษาตัวบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชนกล่าวหาว่ามีแลกดีลช่วยเหลือนายทักษิณกลับประเทศ ก่อนที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีชี้แจงแบบร่ายยาว ยืนยันช่วงที่นายทักษิณอยู่ต่างประเทศ จนถึงบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจในการสั่งการใดๆ และทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบถูกต้อง จึงไม่อยากเห็นการอภิปรายที่กล่าวหาหรือด้อยค่าเจ้าหน้าที่รักษากฎหมาย พร้อมระบุ 20 ปีที่ผ่านมา ถ้าใครเผชิญกับความอยุติธรรมมั่นใจว่านายทักษิณอยู่อันดับต้นๆ ถูกยึดอำนาจ ยึดทรัพย์ ลอบสังหารหลายครั้ง ลองคิดดูว่าเด็กอายุ 18-19 ปีที่ได้ข่าวพ่อถูกลอบสังหารจะรู้สึกอย่างไร ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เจ็บปวดสำหรับครอบครัว ต้องพลัดพรากไปไกลกัน ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบกัน แต่ความอยุติธรรมที่ได้รับทำให้ครอบครัวรักกันมากยิ่งขึ้น เข้าใจกันและกันมากขึ้น “เรื่องอาการป่วยจริง ป่วยหลอก เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยจริง คนอายุ 70 กว่าปีป่วยท่านจะเชื่อหรือคะ ไม่เชื่อ เป็นโควิดน้ำหนักลดเป็น 10 กิโลกรัม ผมร่วง เชื่อไม่คะ ไม่เชื่อ และคนอายุ 70 กว่าต้องผ่าตัดไม่เหมือนคนอายุ 20 หรือ 30 กว่าไม่ง่ายท่านเชื่อไหมคะ ไม่เชื่อใช่ไหมคะ ไม่รู้อธิบายอย่างไร แต่เราได้ยื่นเรื่องตรวจสอบไปที่แพทยสภา เชื่อว่าอีกไม่นานผลจะออกมา หวังว่าทุกท่านจะยอมรับ” นายกฯ ยืนยันไม่มีดีลปีศาจ หรือดีลแลกประเทศ เพราะไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล หรือกระทั่งพรรคก้าวไกลสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในตอนนั้นได้ นายทักษิณก็กลับประเทศไทยอยู่ดีถึงจะติดคุกก็ตาม เพราะอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับครอบครัว นางสาวแพทองธาร บอกในการอภิปรายฯ หลายคนเรียกร้องให้ลาออก ซึ่งเป็นสิทธิทำได้ แต่สิ่งที่ทำไม่ได้คือขอให้ลาออกจากลูกสาว หรือความเป็นแม่ และในฐานะลูกสาว ดร.ทักษิณ พูดได้อย่างภาคภูมิใจ และขอให้ทุกคนพิสูจน์ที่ความสามารถ ความตั้งใจในการทำงานในฐานะนายกฯ ของตนเองมากกว่า ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ลุกขึ้นชี้แจงหลังอดีตพรรคก้าวไกลถูกพาดพิง โดยระบุถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล นายทักษิณจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษแน่นอน #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ข่าวการเมือง #วรรคทองแพทองธาร #ผู้นำGenY #วาทกรรมการเมือง #อุ๊งอิ๊งค์ #รัฐบาลแพทองธาร #แพทองธารชินวัตร #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #ชั้น14 #นักโทษเทวดา

Read More

“นิตกรรมต้องดูที่สาระ ไม่ใช่แค่รูปแบบ ถ้าเป็นผม ผมไม่ยกมือให้ เพราะนี่คือนิติกรรมที่ผิดปกติ” ใกล้ถึงปลายทางแล้วสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก หลังรัฐบาลแพทองธาร บริหารราชการแผ่นดินมา 6 เดือนเศษ ซึ่งแม้จะพอเดาได้ว่าผลลัพธ์น่าจะจบที่เสียงข้างมากสนับสนุน แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ ต่อไป แต่ประเด็นที่ถูกเปิดในศึกซักฟอกครั้งนี้ ได้จุดชนวนคำถามในสังคมเกี่ยวกับิ ”คุณธรรม ความโปร่งใส และมรดกทางการเมือง“ ที่ยังคลุมเครือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” โดยวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาว่า ฝ่ายค้านสอบผ่าน นายกฯ สอบตกประเด็นนิติกรรมอำพราง และจะมีผลทางกฎหมายตามมาหลังจากนี้ ทั้งกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ และชั้น 14 ทักษิณ ชินวัตร PN ที่ไม่มีวันครบกำหนด…การกู้ยืมที่อาจเป็นการให้ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ชี้ว่า มีสองคนที่อภิปรายเข้าเป้าคือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ปม “นิติกรรมอำพราง” ใช้ตั๋ว PN (Promissory Note-PN) เลี่ยงภาษีการรับให้ ที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของ ตั๋ว PN ที่ไม่มีการระบุระยะเวลาการชำระหนี้ และดอกเบี้ย ซึ่งนายกฯ หักล้างว่า ตั๋ว PN เป็นการกู้ยืมเงินจริง ๆ และตั้งใจจะเริ่มชำระเงินในปีหน้า เป็นการแสดงเจตนาครั้งแรกกลางสภาฯ ว่าจะมีการชำระเงินส่วนนี้ หลังผ่านไปถึง 9 ปี ก็ต้องอยู่ที่ดุลพินิจคนฟังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะคงมีการยื่นให้ตรวจสอบกันต่อ ”ถ้าเอกสารกู้ยืมเงินไม่มีกำหนดเวลาคืน ไม่มีดอกเบี้ย ก็ชวนคิดว่านี่ไม่ใช่การกู้แต่คือการให้“ อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ตั้งคำถามถึงเจตนาของนิติกรรม ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการพิจารณาว่าทำผิดกฎหมายและจริยธรรมหรือไม่ พร้อมเตือนว่า ”ถ้ายึดเพียงรูปแบบปัญหาที่จะตามมาคือ ต่อไปนี้จะมีคนให้อะไรใคร ก็จะใช้วิธีนี้เพื่อหลบเลี่ยงภาษีการรับให้ จึงต้องตรวจสอบต่อว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เจตนาในการทำนิติกรรมนี้เป็นการให้หรือกู้ยืมกันแน่ ในแง่ของคุณธรรม จริยธรรมก็ต้องดูมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่?“ จากพ่อถึงลูก วังวนมรดกการเมือง เมื่อถูกถามถึง “ความรู้สึกแดจาวู” ระหว่างปมภาษีลูกสาวกับพ่อ (ทักษิณ ชินวัตร) ในอดีต…

Read More

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “Thirachai Phuvanatnaranubala – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” ตั้งข้อสังเกตว่า การพิจารณาว่าการโอนหุ้นภายในครอบครัวของนักการเมืองรายหนึ่ง เข้าข่าย “หนีภาษี” หรือไม่นั้น ไม่ควรยึดเพียงรูปแบบของเอกสารเท่านั้น แต่ต้องใช้หลัก “Substance over form” หรือการยึดข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจเหนือรูปแบบทางกฎหมาย นายธีระชัยระบุว่า เอกสารหลักฐานในกรณีนี้สำแดงว่าเป็นการซื้อขายหุ้น แต่ไม่มีการชำระเงินโดยตรง มีเพียง “ตั๋วสัญญาใช้เงิน” ที่ไม่กำหนดวันชำระและไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งอาจเข้าข่าย “นิติกรรมอำพราง” ได้หากตีความว่าไม่มีการซื้อขายจริง 3 ข้อสังเกตสำคัญจาก “ธีระชัย” ต่อกรมสรรพากร ต้นทางของหุ้นมูลค่ามหาศาลผู้ขายหุ้นได้แก่ พี่สาว (2,388 ล้านบาท), พี่ชาย (335 ล้านบาท), ลุง (1,315 ล้านบาท) และป้าสะใภ้ (258 ล้านบาท) ซึ่งไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในฐานะพ่อแม่ของผู้ซื้อ จึงควรตรวจสอบว่า• ได้หุ้นมาในโอกาสใด• ได้ชำระเงินซื้อหรือไม่ และมีรายได้เพียงพอหรือไม่• มีการเสียภาษีเงินได้จากการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวหรือไม่• หรือหุ้นเหล่านี้อาจเป็นทรัพย์สินที่นักการเมืองนำมาซุกไว้หรือไม่ เหตุผลที่ไม่ชำระหนี้หุ้นแม้เวลาผ่านไปหลายปี• หุ้นที่ซื้อจากพี่สาวและพี่ชายตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน (9 ปี) ยังไม่ชำระเงิน• หากผู้ซื้อหุ้นมีฐานะร่ำรวยพอจะซื้อทรัพย์สินอื่น ๆ ได้ เหตุใดจึงยังไม่ชำระหนี้หุ้น?• เช่นเดียวกัน หุ้นจากลุงและป้าสะใภ้ในปี 2566 ก็ยังไม่มีการจ่ายเงินเช่นกัน ภาระดอกเบี้ยที่อาจถือเป็นรายได้• แม้ตั๋วสัญญาใช้เงินไม่คิดดอกเบี้ย แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 7 เจ้าหนี้สามารถเรียกดอกเบี้ย 3% ต่อปี• พี่สาวและพี่ชายสามารถเรียกดอกเบี้ยรวมปีละ 81.69 ล้านบาท ส่วนลุงและป้าสะใภ้อีก 47.19 ล้านบาท• หากไม่ได้เรียกเก็บ ต้องพิจารณาว่าเป็นรายได้ของลูกหนี้ที่ได้รับ “การยกเว้นดอกเบี้ย” หรือไม่• หากเรียกเก็บ เจ้าหนี้ก็ต้องสำแดงเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเช่นกัน “ธีระชัย” ย้ำ ต้องตีความด้วยหลักเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงเอกสาร นายธีระชัย สรุปว่า กรณีลักษณะนี้มักจะเป็น “ทางสองแพร่ง”• ถ้าไม่ถือเป็นการซื้อขายจริง ก็อาจเข้าข่ายนิติกรรมอำพรางเพื่อหนีภาษี•…

Read More

“อยากเห็นอาถรรพ์เลข 4?”คือคำเปิดเกมของ สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่โพสต์กระแทกแรงถึงการทำงานของรัฐบาลแพทองธาร พร้อมโยงตัวเลขร้อนทางการเมือง ทั้ง มาตรา 144, มาตรา 160(4), MOU 44, ตั๋ว PN 4.4 พันล้าน, ชั้น 14 และวลี “ฉันเสียภาษีมากกว่าเธอ” ที่กำลังเป็นประเด็น มาตรา 144: หมัดเด็ดที่ฝ่ายค้านอาจมองข้าม? มาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ 2560 มีไว้เพื่อป้องกันการแปรญัตติงบประมาณเพื่อเอื้อประโยชน์ โดยกำหนดชัดว่า “ห้ามมิให้สมาชิกสภาเสนอหรือกระทำใด ๆ ที่มีผลให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเพื่อผลประโยชน์ของบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กรใดโดยเฉพาะ” นอกจากนี้ ยังมีโทษร้ายแรงหากพบการฝ่าฝืน โดยสามารถส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และนำไปสู่การ สิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. หรือรัฐมนตรีได้ทันที ฝ่ายค้านควร “เร่งเกียร์ 4” ไม่ใช่ “ย่ำอยู่กับที่” สมชายย้ำว่า ฝ่ายค้านควรรีบ เปิดเกมรุกด้วยหมัดเด็ดทางกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ขับร้องอภิปรายแบบเดิม ๆถ้าพบว่า มีพฤติกรรมจัดสรรงบประมาณเพื่อ “หาเสียง” หรือ “แจกเงินหมื่น” แบบที่มีหลักฐานโยงชัด — ก็สามารถใช้มาตรา 144 ยื่นถอดถอน และอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างเต็มมือ “ขอให้ฝ่ายค้านเร่งเกียร์ 4 เอาผิดธรรมนูญ ม.160(4) แจกเงินหมื่นผิดธรรมนูญ ม.144งานนี้ Knock Out แน่นอน” – สมชาย แสวงการ เมื่อ “อาถรรพ์เลข 4” ไม่ใช่แค่ตัวเลข…แต่คือรหัสทลายรัฐบาล?• เลข 4 ที่สมชายโยง คืออะไรบ้าง?• ม.144 (งบประมาณ – แปรญัตติ)• ม.160(4) (คุณสมบัติรัฐมนตรี – ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต)• ตั๋วสัญญาใช้เงิน 4.4 พันล้าน (ส่อทำนิติกรรมอำพรางหลีกเลี่ยงภาษี)• ฝ่ายค้าน 4 รู้…

Read More

ท่ามกลางศึกซักฟอกที่ฝ่ายค้านยังไม่อาจลอกคราบ “แพทองธาร” ได้หมด กลับเป็น “แพทองธาร ชินวัตร ”นายกฯ Gen Y ที่เผยอีกชั้นของตัวตนออกมา ผ่านถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค…แต่มากพอจะตั้งคำถามถึงแนวทางการเมือง และตัวตนที่อาจไม่สมฐานะ “นายกฯ” “แพทองธาร” ลอกคราบนายกฯ Gen Y หนึ่งในประโยคที่ถูกพูดถึงมากคือ วลี “ที่ท่านสมาชิกอาวุโสอภิปรายไม่เป็นความจริงค่ะ” ซึ่งเป็นการย้อนคำพูดของ “บิ๊กป้อม” ที่เคยใช้ว่า “ไม่เป็นความจริง” เมื่อครั้งที่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่ไม่ใช่การ “ปล่อยมุก” แต่อาจกลายเป็นการ “ปล่อยไก่” เพราะไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เหมือนเตรียมเสียดสีมาจากบ้าน กะว่านี่คือ ฟาดแบบเฟียส แต่ความจริงคือ “เฟล” เพราะเป็นบทที่ “นายกฯ” ไม่ควร “ลดตัว” มาเล่น มันไม่สมฐานะ หรือความจริง ฐานะของแพทองธาร…ก็ได้แค่นี้? สิ้นเสียงของเธออาจเรียกเสียงหัวเราะจากบรรดาลิ่วล้อ…ในโลกออนไลน์ฝ่ายที่สนับสนุนเธอ อาจยกยอปอปั้น แต่…ในความเป็นจริงมันคือการลอกคราบแสดงตัวตนของ “แพทองธาร” ได้อย่างดีว่า Gen Y ที่ยกหางตัวเองไว้นั้น แท้จริง…เธอก็เป็นได้แค่การย่ำรอยเท้าตาม Gen Babyboomer อย่าง “บิ๊กป้อม” เท่านั้น แม้จะทำในบริบท “ล้อเลียน” ก็ตาม วาทะ “ฉันเสียภาษีมากกว่าเธอ” สะท้อนอะไร ไม่เพียงวลี “ไม่เป็นความจริงค่ะ” ยังมี “เหลี่ยมการเมือง” ที่คิดว่า “เหนือชั้น” ในการกด “วิโรจน์” ที่ซักฟอกประเด็น “ตั๋ว PN” ตอบโต้ข้อกล่าวหาของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ระบุว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหนีภาษีโอนหุ้น โดยยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย โดยใช้คำแดกดันกลับว่า “…แม้อายุน้อยกว่าท่าน แต่เสียภาษีมากกว่าท่านแน่นอน” บางคนเห็นว่านี่คือหมัดเด็ดตอบโต้ได้เฉียบาด แต่บางเสียงก็มองว่า วาทะนี้อาจสื่อถึงท่าที “โอ้อวด” หรือ “ลดทอน” ฝ่ายตรงข้ามในเชิงสถานะ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ผู้นำที่ควรยืนอยู่บนหลักแห่งความเคารพและเสมอภาคทางความคิด วิโรจน์ โต้กลับว่า “คนไทยทั้งประเทศเสียภาษีน้อยกว่าอยู่แล้ว คนเสียภาษีมากแต่เลี่ยงภาษีต่างหากที่น่ารังเกียจ” เป็นคำพูดที่ไม่ได้เพียงสวนกลางใจ แต่ตั้งคำถามถึง “ความเป็นธรรม” ในระบบที่คนเสียภาษีมากอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณธรรมเสมอไป เพราะยังมี…ช่องโหว่ที่พร้อมลอดอยู่…

Read More