Author: Writer Publisher

“เจ็บตัวแล้วยังต้องเจ็บใจ” — เมื่อค่ารักษาพยาบาลกลายเป็นภาระที่เกินจะรับไหว “น้ำเกลือ 1 ลิตร ต้นทุน 45 บาท แต่คิดราคา 919 บาท” “สำลีก้อนละ 10 สตางค์ กลายเป็น 7 บาท” “ปลาสเตอร์ปิดแผล 25 บาท ขาย 224 บาท” ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ตัวเลขจากเรื่องแต่ง แต่คือราคาที่ ผู้ป่วยจริงได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลเอกชน พร้อมใบเสร็จที่นำมาร้องเรียนต่อ สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ซึ่งระบุว่ากำลังเกิด “เงินเฟ้อทางการแพทย์” ระดับอันตราย โดยไม่มีหน่วยงานใดควบคุม “เราไม่ได้เรียกร้องความสงสาร…เราต้องการความเป็นธรรม” นายภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค TCC เปิดเผยในรายการสัมภาษณ์ว่า “โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรหลักพันถึงสี่พันล้านบาทต่อปี แต่ไม่มีแนวโน้มลดค่ารักษา กลับวางแผนเพิ่มจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ เพื่อดันราคาขึ้นให้ผู้ถือหุ้น” “สิ่งที่เราควรคุยกันวันนี้คือ ทำไมไม่แก้ปัญหาที่ต้นทาง? ทำไมไม่มีการควบคุมราคาค่ารักษาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินจริง แทนที่จะผลักภาระให้ผู้บริโภค?” เมื่อค่ารักษากลายเป็นกำแพงขวางการเข้าถึงสุขภาพ จากข้อมูลร้องเรียนล่าสุดพบว่า น้ำเกลือ 1 ลิตร ต้นทุนจริงเพียงแค่ 45 บาท แต่รพ.เอกชนเรียกเก็บ 919 บาท แพงกว่าต้นทุนถึง 1,900% สำลีก้อน 0.35 กรัม ก็ไม่น้อยหน้า ต้นทุน 10 สตางค์ รพ.เอกชนเรียกเก็บเบา ๆ ที่ 7 บาท พุ่งทะยานถึง 6,900% ส่วนพลาสเตอร์ 6 ซม. เอาแบบพอหอมปากหอมคอ ต้นทุน 25 บาท เรียกเก็บ 224 บาท เพิ่ม 700% แบบนี้…ประชาชนได้แต่ “หวานอมขมกลืน” คุมราคาค่ารักษา-เวชภัณฑ์กี่โมง? สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอให้กระทรวงพาณิชย์ เข้ามากำกับราคาค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน หลังความพยายามที่ผ่านมายังไม่เป็นผล โดยหน่วยงานรัฐมักอ้างว่า “ไม่ใช่หน้าที่” หรือ “ไม่อยู่ในขอบเขต”…

Read More

นี่ไม่ใช่เสียงจากฝ่ายค้านในสภาฯ…แต่คือเสียงกระดูกสันหลังของชาติ ที่จะทำให้” รัฐบาลสะเทือน “…เพราะรัฐบาลแพทองธารไม่ฟังชาวนา…พวกเขาจึงเตรียมขับไล่! 24 มีนาคม 2568- ไม่เพียงรัฐสภาไทยจะเป็นเวทีฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น…เวทีใหญ่ที่ชาวนาต้องแสดงเอง เพราะรัฐไม่เคยฟัง…จึงต้องโชว์ฉากใหญ่ที่ฉายภาพความทุกข์ของ “ชาวนา” ที่เปลี่ยนจาก “แบกความหวัง” มาเป็น” แบกหน้า “เศร้าเข้ากรุง เพื่อทวงถามมาตรการช่วยเหลือ หลังยื่นหลายครั้งแต่สิ่งที่ได้มีเพียง…ความว่างเปล่า! ” มาตรการรัฐไม่มี มีแต่เพิ่มภาระให้ชาวนา เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยกระดับความเคลื่อนไหวมาหน้าสภาฯ ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรก็ต้องขับไล่รัฐบาล “ฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย” แกนนำชาวนาภาคกลาง กล่าวกับ The Publisher ในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง “ระหว่างสนทนากับ” สมจิตต์ นวเครือสุนทร “ผู้ดำเนินรายการ นี่ไม่ใช่คำขู่…แต่คือเสียงนาฬิกาบ่งบอกว่าชนวนระเบิดใกล้ถูกจุดเข้ามาทุกขณะ ”อยู่ก็จน…อยู่ก็ตาย“ – ชีวิตจริงชาวนาในรัฐบาลแพทองธาร ราคาข้าวในบางพื้นที่ตกเหลือเพียงแค่ 5,300 บาทต่อตัน และบางพื้นที่ถูกกดเหลือแค่ 4,400 บาทต่อตัน อ้างว่า” ข้าวดีด “ชาวนาไปถึงพ่อค้า ให้ราคาเท่าไหร่ ก็พูดไม่ออกนอกจากต้องเทขาย เพราะไม่รู้จะขนข้าวกลับไปขายใคร…ยิ่งรัฐบาลไม่ดูดำดูดี ไร้มาตรการรองรับ” ชาวนา “จึงถูกปล่อยไปตามยถากรรม ” ต้นทุนอยู่ที่ 6,500-7,000 บาท ชาวนาจะตายกันอยู่แล้ว…ราคาลงรายวัน 2-300 บาท เราไม่ไหวแล้ว โรงสีบางแห่งหยุดรับซื้อ รัฐไม่มีมาตรการประกันราคา แถมยังเพิ่มภาระห้ามเผาตอซังข้าว ทำให้ต้องจ่ายค่าอัดฟางเพิ่มไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,500 บาท แผนจัดการน้ำกำหนดชัด ใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยว น้ำเขื่อนก็ปล่อยลงทุ่ง ป้องกันน้ำท่วมกรุง…แล้วใครช่วยปกป้องชีวิตชาวนา? “ฐิติวัฒน์ ถามอย่างสิ้นหวัง นี่คือสภาพชาวนา พ.ศ.นี้” อยู่ก็จน…อยู่ก็ตาย” เมื่อความเงียบงันในนา แปรเป็นเสียงตะโกนหน้าสภา “ไม่ใช่แค่ราคาข้าวตกต่ำ แต่คือความรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นหัวเรา” — เป็นอีกหนึ่งวรรคทองของ ฐิติวัฒน์ ที่ให้สัมภาษณ์ไว้กับ The Publisher เป็นประโยคที่สะท้อนใจชาวนาไม่ใช่แค่ภาคกลาง แต่รวมถึงคนปลูกข้าวทั่วประเทศ ที่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ยินเสียงพวกเขาเลย แม้ชาวนาจะเป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลักล้าน แต่หลังเลือกตั้ง เสียงของพวกเขากลายเป็นเสียงที่ “รัฐไม่ฟัง” การช่วยเหลือไม่ได้มีทิศทางระยะยาว ไม่มีโครงสร้างราคาที่มั่นคง ไม่มีมาตรการฟื้นฟูที่ยั่งยืน ไม่มีแม้แต่ความใส่ใจในศักดิ์ศรีของชาวนาในฐานะ “ผู้เป็นกระดูกสันหลังของประเทศ”…

Read More

หากการศึกษาไทยคือการลงทุนในอนาคต งบประมาณ 4.8 % ของ GDP ควรสร้างอนาคตที่ดีไม่ใช่หรือ? แต่ข้อมูลจากกราฟเปรียบเทียบรายจ่ายด้านการศึกษาภาครัฐต่อ GDP ของไทยและประเทศอื่น ๆ ที่เผยแพร่โดย ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ ได้เผยให้เห็นปริศนาน่าหนักใจ ใครจะคิดว่า…ประเทศไทยทุ่มงบด้านการศึกษาเกินค่าเฉลี่ย OECD และสูงกว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่เรากลับอยู่อันดับที่ 107 ของโลก ด้านคุณภาพการศึกษา “แพ้แม้กระทั่งลาวซึ่งอยู่อันดับที่ 102” ขณะที่คุณภาพการศึกษาแย่ลง…กระทรวงการศึกษาธิการจัดงบ 2.9 หมื่นล้าน แจกแท็บเล็ต โน๊ตบุ๊ก โดย ม.ปลายรับแท็บเล็ต 6 แสนเครื่องในปีนี้ (2568) ถามว่า…นั่นทำให้คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้นหรือเปล่า? เทงบละลายแม่น้ำ…ทำโครงการหวังเงินทอน? การจัดการแบบไร้ประสิทธิภาพ ขาดระบบติดตาม ตรวจสอบ และกระจายทรัพยากรไม่ทั่วถึง หลักสูตรไม่ตอบโจทย์ ครูขาดแรงจูงใจเพราะระบบกดทับ เด็กเมืองกับเด็กดอย ยังใช้ชีวิตอยู่ในระบบการศึกษาที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว…ความเหลื่อมล้ำฝังลึกที่ไม่เคยมีใครคิดขุดขึ้นมาให้เท่าเทียม เราไม่ได้ขาดงบประมาณ…เราขาดระบบที่เห็น “คุณภาพ” เป็นเป้าหมาย ถึงเวลาปฏิรูปแบบไม่ลูบหน้าปะจมูก…เปลี่ยนวิธีจัดสรรงบให้โปร่งใส กระจายอย่างเป็นธรรม ยกระดับครูและปรับหลักสูตรให้พร้อมรับอนาคต รัฐบาลควรมีแผนการชัดเจนจะให้ประเทศไปทางไหน กำหนดหลักสูตรรองรับพร้อมกับทิศทางและอนาคตของประเทศ เด็กจะได้เห็นจุดหมาย ไม่ใช่มองไปเจอแต่ “ฝุ่น” ที่จบออกมาแล้วนั่ง “วิจัย” เพราะ “ตกงาน” ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาแม้ยากที่จะลด แต่ถ้าไม่เริ่มช่องว่างระหว่างกันก็ไม่มีทางแคบลง ตัวชี้วัดควรประเมินกันที่ศักยภาพมากกว่าคะแนนหรือไม่? การศึกษาคืออนาคตของประเทศ แต่ถ้ายังลงทุนแบบไร้ทิศทาง…อนาคตนั้นอาจไม่มีวันมาถึง อย่าให้คนพูดได้ว่า “เพราะมีรัฐบาลแพทองธาร ประเทศจึงไม่มีอนาคต!”

Read More

นายฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย แกนนำชาวนาภาคกลาง เปิดเผยกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร ถึงการเคลื่อนไหวของชาวนาที่เคยบอกในรายการเที่ยงเปรี้ยงปร้างไว้ว่าจะมารวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีว่า พรุ่งนี้ชาวนามารวมตัวกันแน่นอนกว่า 10 จังหวัด เพื่อฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยบอกเมื่อรัฐบาลไม่ยอมช่วยเหลือดูแลชาวนา ก็ต้องกำหนดมาตรการ และไปทวงถามกับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่หน้าสภาฯ หลังจากราคาข้าวเหลือเกวียนละ 5 พันบาท “จะปล่อยให้ชาวนาตาย ไม่ดูดำดูดีใช่ไหม ตอนนี้สินค้าเกาตร หายนะหมด ในเมื่อผู้นำไม่สนใจคนรากหญ้า พรุ่งนี้จึงรวมพลังหลายจังหวัด” นายฐิติวัฒน์กล่าว ทั้งนี้นายฐิติวัฒน์ บอกกลุ่มชาวนายังไม่กำหนดกิจกรรม หรือมาตรการใดๆ จะไปหารือกันต่อที่หน้าสภาฯ หากรัฐบาลยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะการร่นเวลาให้เผาฟางข้าว เพื่อลดภาระชาวนา ขณะที่ราคาข้าวตกต่ำแล้ว รวมถึงในการอภิปรายฯ พบข้อมูลสำคัญก็จะประชุมเพื่อยกระดับมาตรการกดดันต่อไป โดยจะปักหลักค้างคืนที่หน้าสภาฯ จนกว่าการอภิปรายฯจะเสร็จสิ้น ก่อนตัดสินใจว่าจะยกระดับการชุมนุมเป็นขับไล่รัฐบาลหรือไม่ คุณฐิติวัฒน์ยืนยันไม่มีการเมืองหนุนหลังชาวนาแต่อย่างใด เพราะถ้าไม่เดือดร้อนจริง มีแต่ชาวนาทั้งนั้นไม่มีใครอยากมาชุมนุม พร้อมท้ามีหลักฐานแฉมาเลยพรรคไหนอยู่เบื้องหลัง “ชาวนาไม่เดือดร้อนหนักไม่มากันหรอก แต่ตอนนี้ไม่มีทางไปแล้ว ต้องสู้ ไม่สู้ก็ตาย ค่าเช่า ค่ารถเกี่ยว ยังมาโดนพ่อค้ากดราคาอีก ไม่เรียกร้องก็ตาย” นายฐิติวัฒน์สะท้อนความรู้สึกของชาวนา 10 จังหวัดภาคกลางในตอนนี้ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร#เพื่อไทย#ชาวนา#หัวใจชาวนา#เสียงสะท้อนจากชาวนา

Read More

เห็ดป่า สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างและสีสันอันหลากหลาย ดึงดูดสายตาของผู้พบเห็นให้ต้องมนต์สะกด ภาพถ่ายเห็ดป่าจึงเป็นดั่งงานศิลปะจากธรรมชาติ ที่บอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ แต่เบื้องหลังความงามในภาพถ่ายนั้น ซ่อนคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ที่รอคอยการค้นพบ ดร.คมสิทธิ์ วิศิษฐ์รัศมีวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดรา นิยามความสำคัญของเห็ดป่าและการศึกษาเห็ดราว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก แต่การศึกษาและสำรวจน้อย การถ่ายภาพเห็ดราจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบันทึกข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา และคุณค่าของเห็ดในด้านต่างๆ “เราสามารถแคปเจอร์ หรือบันทึกผ่านภาพถ่าย เพื่อนำมาศึกษา และเผยแพร่เป็นงานวิชาการได้” ภาพถ่ายชุดเห็ดป่าของคุณชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล ช่างภาพระดับโลก จึงมากกว่าบันทึกความสวยงาม แต่แสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ความคมชัด ของภาพ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเห็ดราได้อย่างละเอียด รวมถึงความสวยงามสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ผู้สนใจ หรือประชาชน ถึงความสำคัญของเห็ดราและระบบนิเวศ “จากภาพถ่ายคุณชัยโรจน์ ผมเห็นถึงความปราณี และยอมรับในผลงานว่า ถ่ายออกมาได้สวยจริงๆ ทั้งการจัดวางองค์ประกอบ และแสง รวมถึงเห็นถึงความมุ่งมั่น เพราะการจัดองค์ประกอบเพื่อถ่ายภาพเห็ดไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้เวลา และใช้ความอดทนในการเดินเสาะหา ตัวอย่างที่น่าสนใจในการถ่ายภาพ” ดร.คมสิทธิ์กล่าวถึงภาพเห็ดป่าของคุณชัยโรจน์ ภาพถ่ายเห็ดป่าของคุณชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล นอกจากเป็นแรงบันดาลใจให้กับช่างภาพรุ่นใหม่แล้ว ยังมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์ การศึกษาและอนุรักษ์เห็ดราในประเทศไทย เพราะบางสายพันธุ์มีเฉพาะในเขตป่าเขาใหญ่ และบางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์ เป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์อันไม่มีที่สิ้นสุด “ภาพถ่าย 1 ใบอาจนำไปสู่การค้นพบคุณค่าอันยิ่งใหญ่ที่นำมาใช้ประโยชน์เพื่อความยั่งยืนของโลกใบนี้” สามารถรับชมบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่ : The Publisher

Read More

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ความมั่นใจในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ว่า สส.ของพรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่ ไม่มีแตกแถว ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเดินแนวทางนี้มาตลอด ถึงต้องประชุมพรรค แต่เมื่อมติพรรคออกมาแล้วต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้นายอนุทินหวังว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายในประเด็น ซึ่งถ้ามีการพาดพิงถึงบุคคลอื่น อีกฝ่ายก็มีสิทธิ์ชี้แจง แต่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายค้านเองก็มีประสบการณ์ พร้อมย้ำในครั้งที่ดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล หัวหน้าพรรคทุกพรรคให้กำลังใจ นายกฯ และนายกฯ มีความพร้อมในการอภิปราย อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าสำหรับพรรคภูมิใจไทย หากนายกฯ ต้องตอบคำถามในเชิงรายละเอียด ก็ให้หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงฯ ที่ดูแลอยู่จัดทำข้อมูลให้เพื่อชี้แจงในสิ่งที่ฝ่ายค้านสงสัย #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#อภิปรายไม่ไว้วางใจ#พรรคประชาชน#ภูมิใจไทย

Read More

นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า ขณะนี้คณะไต่สวนกำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งพยานบุคคลและเอกสาร โดยมีการเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไต่สวนพยานบุคคล และลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวมีความล่าช้า เนื่องจากติดขัดข้อจำกัดด้านข้อมูลลับที่หน่วยงานบางแห่งไม่สามารถเปิดเผยได้ อุปสรรคข้อมูลลับฉุดรั้งคดี นายสาโรจน์กล่าวว่า “มีในส่วนของข้อมูลที่เรียกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับคุ้มครอง ทางคณะไต่สวนก็พิจารณาว่าเรื่องไหนที่เปิดเผยได้และยังไม่ส่งมา หรือมีข้อจำกัดในการเปิดเผย ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพราะแต่ละหน่วยงานมีข้อจำกัดและกรอบในการดำเนินการของตัวเอง จึงอาจมีข้อขัดข้องที่ทำให้ระยะเวลาไม่ได้รวดเร็วหรือทำให้ล่าช้า” ป.ป.ช. ยันเร่งดำเนินการทุกมิติ แม้จะมีอุปสรรคด้านข้อมูลลับ แต่ ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนที่สุด โดยขณะนี้ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงพยาบาลตำรวจ และเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไรก็ตาม นายสาโรจน์กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสรุปสำนวนได้เมื่อใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของพยานหลักฐาน ขั้นตอนต่อไปหลังสรุปสำนวน หลังจากสรุปสำนวนแล้ว ป.ป.ช. จะพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ หากมีก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา แต่หากไม่มีมูลเพียงพอ ก็จะสรุปความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ความแตกต่างจากคดี 44 ส.ส. ก้าวไกล นายสาโรจน์กล่าวว่า คดีของนายทักษิณแตกต่างจากคดีของ 44 ส.ส. พรรคก้าวไกล เนื่องจากคดีของ 44 ส.ส. อยู่ในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ในขณะที่คดีของนายทักษิณยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#ชั้น14โรงพยาบาลตำรวจ#ทักษิณ#ปปช

Read More

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ประสานงานกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยกับนักศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมาย กรณีเหตุการณ์นักศึกษาสองสถาบันก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในศูนย์การค้ามาบุญครอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามนางสาวศุภมาสยังคงใช้มาตรการเดิมคือเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง และติดตามกลุ่มนักศึกษาที่มีแนวโน้มจะก่อเหตุทะเลาะวิวาท “เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน แน่นอนว่าจากนี้ต้องมีการยกระดับการดำเนินมาตรการที่เข้มงวดทั้งในด้านการป้องกัน และการลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ใช่เฉพาะสองสถาบันนี้แต่จะครอบคลุมไปทุกสถาบัน ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน” น.ส.ศุภมาส กล่าว ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เร่งลงนามย้าย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากพื้นที่หลังจากหมดสัญญาเช่ามานานแล้ว เพื่อยุติปัญหาเช่นนี้เสียที โดยมีหลายคนเข้าไปแสดงความเห็นด้วย และว่าควรจะย้ายทั้งสองสถาบันไปพร้อมๆ กัน#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ตีกลางห้าง #ปทุมวัน #อุเทนถวาย

Read More

เป็นผลสำรวจของ “นิด้าโพล” เรื่อง “คำถามคาใจ เรื่องสถานบันเทิงครบวงจร” ที่ทำการสำรวจจากประชาชนกระจายทุกภูมิภาค จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเห็นประชาชนที่มีคำถามต่อนโยบายการอนุญาตการลงทุนสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์) ที่รวมกาสิโน ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 32.60 ระบุนโยบายนี้จะทำให้บ้านเมืองเต็มไปด้วยอบายมุข และทำลายความมั่นคงของชาติ จริงหรือไม่ รองลงมา ร้อยละ 30.23 ระบุจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ได้จริงหรือไม่และอย่างไร ร้อยละ 28.09 ระบุรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรในการป้องกันไม่ให้คนไทยติดการพนัน ร้อยละ 24.89 ระบุว่า รัฐบาลจะมีมาตรการอะไรในการป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งฟอกเงิน ร้อยละ 24.66 ระบุว่า รัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งกำเนิดของผู้มีอิทธิพลและคดีอาชญากรรมต่าง ๆ ได้อย่างไร ร้อยละ 20.15 ระบุว่า รัฐบาลมีมาตรการป้องกันผลกระทบทางสังคมที่จะเกิดขึ้นหรือไม่และอย่างไร ร้อยละ 18.63 ระบุว่า จะช่วยแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมายในประเทศ ได้จริงหรือไม่และอย่างไร ร้อยละ 18.55 ระบุว่า จะช่วยดึงดูด เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ได้จริงหรือไม่และอย่างไร ร้อยละ 17.48 ระบุว่า ประชาชนคนไทยจะได้อะไรจากนโยบายนี้ ร้อยละ 16.56 ระบุว่า จะกลายเป็นแหล่งเงินทุนของนักการเมือง จริงหรือไม่ ร้อยละ 14.27 ระบุว่าไม่มีคำถามคาใจใด ๆ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง จากนโยบายการอนุญาตการลงทุนสถานบันเทิงครบวงจร ( เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ) ที่รวมกาสิโน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 31.83 ระบุจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ที่รุนแรง รองลงมา ร้อยละ 31.68 ระบุจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ แต่ไม่รุนแรง ร้อยละ 26.49 ระบุว่า จะเป็นแค่ความเห็นไม่ตรงกัน ที่ไม่ใช่ความขัดแย้ง ร้อยละ 9.16 ระบุว่า จะไม่มีปัญหาความเห็นไม่ตรงกันหรือความขัดแย้งใด ๆ และร้อยละ 0.84 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#ทักษิณชินวัตร#กาสิโน#ไม่เอากาสิโน#กาสิโนถูกกฎหมาย#นิด้าโพล

Read More

เป็นโมเมนต์หลังดินเนอร์งานเลี้ยงแกนนำหลักพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อคืนนี้ ก่อนเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งมีหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลร่วมโต๊ะอาหารอย่างชื่นมื่น โดยนางสาวแพทองธารโพสต์ลง IG ระบุข้อความฟังประสบการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมอิโมจิหัวเราะและขอบคุณ พร้อมปิดท้ายว่าเจอกันวันจันทร์ “หัวเราะเยอะกว่าทานข้าวไม่เกินจริง นั่งฟังประสบการณ์ในสภาจากทุกๆท่านย้อนไปถึงสมัยท่าน นายก ชาติชาย บางท่านเคยเป็นฝ่ายค้าน บางท่านเคยถูกอภิปรายอย่างหนัก รูปแบบห้องทานข้าว ตึกเดิม ยุค แพ็คลิงค์ ก็มา!!! ขอบพระคุณประสบการณ์จากทุกท่านที่ได้ แชร์กันตอนทานข้าวค่ะ สนุกสนาน มีกำลังใจ ได้คุยครบทุกคน เจอกันวันจันทร์นะคะ ” #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#รัฐบาลแพทองธาร#พรรคร่วมรัฐบาล#อภิปรายไม่ไว้วางใจ

Read More