- Original
- Urban Culture
- Writer
- About us
- คุยกับสส
- The Persona
- Brief
- Thai Treasure
- Urban life
- On this day
- News
- Home
- Editir pick
- Good
- Persona
- Persona
- Urban
- Business
- Politics
- Playlist
- Home
- People Voice
- Culture
- นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
- Urban Wealth
- Law
- Update
- I’m Youth Ranger
- Urban History
- Issues
- Check
Subscribe to Updates
Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.
Author: Writer Publisher
กรุงเทพฯ – 26 ธันวาคม 2567 ตำรวจสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) สนธิกำลังกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 (ตม.3) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 8 จุด ทั่วกรุงเทพฯ หลังขยายผลจับกุมนาย Tan หรือ คุณหมิง อายุ 19 ปี สัญชาติจีน พร้อมอุปกรณ์ซิมบ๊อกซ์ (GSM Gateway) จำนวน 8 ตัว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตร./ผอ.PCT โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังเข้าตรวจค้น เป้าหมายทั้ง 8 จุด ประกอบด้วย คอนโด ไอดีโอ้ O2 บางนาคอนโด TC Green Building ห้วยขวางคอนโด 28 ชิดลม ลุมพินีคอนโด The seed รัชดา-ห้วยขวางคอนโด ไลฟ์ อโศก-พระราม 9คอนโด แอชตัน อโศก-พระราม 9คอนโด ไอดีโอ O2 ตึกบี บางนาคอนโด ศุภาลัย รามคำแหงผลการตรวจค้นสามารถจับกุมชาวจีนได้ 4 ราย ประกอบด้วย Mr.Wang อายุ 32 ปีMr.Wang อายุ 29…
กิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากกระทรวงการคลังให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ดังนี้ 1 เคยดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย โดยพ้นตำแหน่ง 14 สิงหาคม 2567 คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 คณะที่ 2 และ คณะที่ 13 มีมติเสียงข้างมากว่า การดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกฯ ของนายกิตติรัตน์ ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากมีส่วนไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบาย ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย 2 พฤติการณ์ของนายกิตติรัตน์ก่อนได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ เคยเป็นรองประธานกรรมการในคกก.ด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย และภายหลังลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 ส.ค.66 ยังคงปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย โดยการเยี่ยมชมภาคการเกษตรและโคนมในนามพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ย.66 3 การปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นาย ก. มิได้มีหน้าที่และอำนาจเฉพาะแต่การให้คำปรึกษาเสนอความเห็น หรือข้อเสนอแนะตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในลักษณะควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายสำคัญด้วย เช่นการมอบให้ นายกิตติรัตน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 316/2566 ประกอบด้วยข้าราชการประจำซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อนำนโยบายสำคัญเรื่องการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยไปปฏิบัติให้เกิดผลขึ้นจริง ซึ่งนโยบายการแก้ไขหนี้สินของประชาชนเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียง ตลอดจนเป็นนโยบายของคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นแถลงต่อรัฐสภาด้วย จึงถือเป็น “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” เพราะได้รับการแต่งตั้งมาโดยเหตุผลและความสัมพันธ์ทางการเมือง และมีหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายสำคัญของพรรคการเมืองและของรัฐบาล นายกิตติรัตน์ จึงมีลักษณธต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ
คลายปมจัดซื้อไฟฟ้าราคาแพง เร่งเดินหน้า กม.ไฟฟ้าราคาถูก พูดคุยกับ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดีประธานที่คณะปรึกษาของรมว.อุตสาหกรรม ด้านยุทธศาสตร์ เหตุผลที่นำไปสู่การชะลอ แล้วก็ตั้งกรรมการเพื่อที่จะตรวจสอบกระบวนการรับซื้อ เกิดจากอะไร อย่างไร? ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี: คือ ตอนที่เอาเรื่องที่เรื่องก่อนเรื่องที่มีปัญหาว่า ฝ่ายค้านท้วงติงขึ้นมาว่า การรับซื้อพลังงานสะอาดนี้เป็นยังไง ก็คุณพีรพันธ์ก็พอฝ่ายค้านท้วง ก็เข้าไปตรวจตามธรรมชาตินะครับ เพราะว่าสิ่งที่มันถูก มันต้องไม่เคยผิด ท่านก็ตั้งกรรมการตรวจ และโดยเฉพาะในขณะนี้ ก็ได้ขอให้ท่านพลตำรวจโทเรวัต กลิ่นเกสร เนี่ยเข้ามาช่วยดูเรื่องพวกนี้ด้วยนะครับ ก็เรื่องไหนที่ฝ่ายค้านก็ท้วงติงมาเราก็ตอบโจทย์ไป แต่ว่าประเด็นคือที่สาระสำคัญก่อนคือ ยังไงเสียเนี่ย พลังงานสะอาดเนี่ย มันต้องมีมาในประเทศ สัดส่วนมันต้องมาเบียด ในส่วนของพลังงานสกปรกอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญคือใครเป็นผู้ได้ภายในโปรเจคเนี่ยต้องมีความโปร่งใส ก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติครับ ดีแล้วที่คุณพีรพันธ์แกเบรกเรื่องไว้ แล้วก็ตรวจสอบตามที่ฝ่ายค้าน เขาอยากจะ ตรวจนะครับ แต่ว่าเรื่องยังไงพลังงานสะอาดก็ต้องมี เรียนท่านผู้ชมทั้งฟังแบบนี้ครับว่าประเทศไทยเนี่ย สมัยก่อน สมัยปัจจุบัน เขาชอบบอกว่าประเทศเนี่ย ต้องเน้นเรื่องความมั่นคงทางพลังงานคือไฟไม่ดับ ปกติแล้วเวลาการตั้งสำรองไฟเนี่ย เค้าก็ยังตั้งกันอยู่ ช่วงนี้พีคที่สุดต้องการใช้ไฟเลยขึ้นไปอีก 15% แต่ประเทศนี้มันเลยขึ้นไปถึง 49% แล้ว มันมั่นคงเกินไปนะครับ แต่ว่าในนี้ก็มี 2 เหรียญ เหรียญ 1 ด้านนึง ก็คือว่า อย่างเวียดนามเหนือเวียดนามใต้ เขาไม่มีความมั่นคงทางด้านพลังงานเท่าเรา เพราะงั้นการลงทุน ก็กลัวเหมือนกัน หากไฟดับทำอย่างไร ลาวก็เหมือนกัน ถึงแม้ไฟถูกกว่าเรา แต่ก็ไม่มั่นคงทางพลังงาน อันนี้ของเราก็มั่นคงสูงเกินไป มันจะก็ไปแพงด้วยไง มันตามมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย คราวนี้ ประเด็นคือ แล้วเราจะต้องลดสำรอง จะลดยังไง คำตอบคือ สัญญาณไหนมันเซ็นไปแล้วอะ ส่วนมากมันเปลี่ยนยากนะครับ สัญญาเซ็นไปแล้วมันก็เซ็นไป แต่เดี๋ยวพอความต้องการของไฟฟ้าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ตัวเลขที่เคย 49% มันจะตกลงมาเรื่อยๆ คำตอบคือ เดี๋ยวนี้จะต้องทดแทนด้วยพลังงานสะอาดแล้ว เพราะเนื่องจากว่า ฝรั่งในสหภาพยุโรปก็มี 4 แบรนด์ พูดง่าย ๆ คือวิธีกีดกันทำการค้าแบบใหม่ของเขา เขาก็ต้องการจะให้โลกมันเขียวขึ้น อืม โลกมันเขียวขึ้น ก็เลยจะมาดูว่าแหล่งธรรมชาติ แหล่งไฟเป็นยังไง ไฟฟ้ามันก็เลยจะต้องเปลี่ยนสัดส่วนโควตาใหม่ที่เป็นโควตาพลังงานสะอาด นั้นถามว่าพลังงานสะอาดต้องเพิ่มขึ้นมั้ย คำตอบจะต้องเพิ่ม…
จากกรณีของ “น้องถุงเงิน” ลูกช้างน้อยวัย 8 ขวบ 8 เดือนผู้อาภัพ ถูกขายเร่เปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของและถูกเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 4 ครั้ง ด้วยความฉลาดและแสนรู้ ทำให้ถุงเงินถูกฝึกตั้งแต่เล็ก และได้ลองทำงานสารพัด ทั้งรับนักท่องเที่ยว ขายผลไม้ออนไลน์ แห่งาน รับแขกสวนอาหาร กระทั่งมีผู้ร้องเรียนว่าเป็นช้างขอทาน ไม่มีกิน จนปศุสัตว์เข้าตรวจสอบ ไม่นานก็ถูกขายต่อลงใต้ ต้องทำหน้าที่รับนักท่องเที่ยวและลากไม้ เป็นช้างน้อยที่ชะตาชีวิตน่าอดสู ไม่ได้ใช้ชีวิต ไม่ได้เล่นสนุกตามช่วงวัยของเขาอย่างที่ควรจะเป็น และเหตุนี้เอง “หนูนา” นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา แม่พระของบรรดาช้างน้อยจึงตัดสินใจไถ่ถุงเงินให้เป็นอิสระ พร้อมกับทำเรื่องย้ายช้างน้อยสู่อ้อมอกร่มแดนช้าง ตามที่ The Publisher เคยนำเสนอไปนั้น ในวันนี้ “น้องถุงเงิน” ได้ออกเดินทางจากบ้านหลังสุดท้าย ทิ้งอดีตชีวิตแสนลำเข็ญไว้ข้างหลัง พร้อมมีชีวิตใหม่ ไม่ต้องทำงานหนัก มีคนคอยให้ความรักและดูแลเอาใจใส่จนกว่าจะสิ้นอายุขัย ณ ร่มแดนช้าง จ.เชียงใหม่ บ้านหลังใหญ่ปลายทางสุดท้ายของช้างไร้ที่พึ่ง.ขอบคุณ FB : NuNa Silpa-archa
เรียกว่าเป็นข่าวเศร้าของวัน เมื่อนายธนาคาร หรือ “แบงค์ เลสเตอร์” อินฟลูเอนเซอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่โด่งดังจากการร้องแร๊ปขายพวงมาลัยเลี้ยงคุณยาย เสียชีวิตเมื่อ 3.40 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา เรื่องนี้ถูกเปิดเผยจากเพจหมอแล็บแพนดา ระบุสาเหตุจากถูกจ้างดื่มสุราให้หมดแลกเงิน 3 หมื่นบาท ทั้งที่การกระดกสุราปริมาณมากในเวลารวดเร็ว มีคนเสียชีวิตมาหลายกรณีแล้ว เพราะอาจเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษแบบเฉียบพลัน เมื่อแอลกอฮอล์ถูกเติมเข้าไป ไม่ปล่อยให้มีเวลาขับออกจากร่างกาย และยังเสี่ยงสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจและหมดสติ การเสียชีวิตของแบงค์ ติดเทรนต์ x อันดับหนึ่ง มีชาวเน็ตไว้อาลัย และเรียกร้องให้กลุ่มอินฟลูฯ ที่ทำคอนเทรนต์จ้างให้แบงค์ดื่มสุราจนหมดแบนแลกกับเงิน 3 หมื่นบาท จ้างให้กินเจลหล่อลื่น หรือกินของแปลกๆ เพื่อสร้างความสนุกสนานออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเท่ากับเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง พร้อมกับเรียกร้องว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่เข้ามาดูแลการทำคอนเทรนต์ที่เสี่ยงต่อชีวิตและสวัสดิภาพ แบงค์เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ชีวิตคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ครับ ผมยอมโดนแกล้ง …ยอมโดนดูถูก…เพื่อแลกกับเงินมาจุนเจือครอบครัว” โดยแบงค์ขายพวงมาลัยเลี้ยงดูยาย ขณะที่ กัน จอมพลัง โพสต์ระบุว่า น้องมันเอาศักดิ์ศรีมาแลกกับความเป็นอยู่ของครอบครัว แต่พอน้องมันยอมลดศักดิ์ศรีพวกเอ็งก็ยิ่งทำอะไรประหลาดๆ กับแบงค์จนเลยเถิด น้องมันตุยเพราะคอนเทนต์ขยะของพวกคุณ ไม่ได้แค่น้องที่ตุย แต่เหมือนตุยทั้งครอบครัว เพราะแบงค์เป็นเรี่ยวแรงหลักของบ้าน ผมจะคอยดูว่าพวกคุณจะดูแลครอบครัวน้องหรือรับผิดชอบยังไง ถ้าตอนทำคอนเทนต์แย่งกันทำสนุกสนาน แต่ตอนรับผิดชอบไม่เห็นหัวใครซักคน ฝากบอกญาติน้องด้วยถ้าพวกนี้เงียบแล้วต้องการเอาเรื่องบอกได้เลยผมพร้อมช่วย ทั้งนี้มีข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงปริมาณการดื่มเหล้าว่าตั้งแต่ 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่ทำให้สนุกสนานร่าเริง การยับยั้งชั่งใจลดลง แต่เมื่อถึง 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะควบคุมสติไม่ได้ หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดปกติ และเมื่อถึง 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะหมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิต อาจมีเคสแบบ แบงค์ เลสเตอร์ เกิดกับอีกหลายๆ คนที่ชีวิตถูกนำมาเป็นคอนเทรนต์ เพื่อให้อินฟลูฯหลายคนได้ยอดแชร์ ยอดไลท์ และยิ่งต้องการยอดมากเท่าไหร่ ก็จะมีคอนเทรนต์พิสดารมากขึ้นเท่านั้น และไม่เพียงอินฟูลฯ ที่ต้องรับผิดชอบ ผู้เสพสื่อฯ ก็ไม่ควรสนับสนุนคอนเทรนต์ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นคน หรือเนื้อหาที่เสี่ยงให้เกิดอันตรายทุกกรณีด้วย The Publisher ขอร่วมไว้อาลัย แบงค์ เลสเตอร์ ไว้ ณ โอกาสนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขณะที่เครื่องบินของสายการบิน United Airlines โบอิ้ง 787 เที่ยวบินที่ UA202 จากชิคาโก มุ่งสู่ เมาอิ ฮาวาย ลงจอดที่สนามบินคาฮูลุยนั้น ลูกเรือภาคพื้นดินค้นพบศพที่น่าสยดสยองในช่องเก็บล้อของเครื่องบินลำดังกล่าว โดยสายการบิน United Airlines กล่าวในแถลงการณ์ว่าช่องเก็บล้อนั้นสามารถเข้าถึงได้จากภายนอกเท่านั้น ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดอย่างแน่ชัดว่าศพเข้าไปได้อย่างไร และใครเป็นผู้กระทำ ทางสายการบินจะดำเนินการร่วมกับทีมกฎหมาย และตำรวจในพื้นที่ต่อไป
หลังคณะกรรมการกฤษฎีกา 3 คณะ มีมติว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ไม่ผ่านคุณสมบัติ ทำให้เกิดคำถามว่า หากนายกิตติรัตน์ ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเคยเป็นประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยพ้นตำแหน่งไม่ถึง 1 ปี แล้วเหตุใด ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ก็เคยเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ในยุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้าข่ายสองมาตรฐานหรือไม่ หากพิจารณาจากเหตุผลที่กฤษฎีกา ชี้คุณสมบัติของนายกิตติรัตน์ว่าไม่ผ่านเกณฑ์นั้น มีการระบุว่า พิจารณาจากภาพรวมพฤติกรรมทั้งหมดจึงเห็นว่าไม่ผ่านเกณฑ์ The Publisher ชวนทุกคนไปดูเส้นทางชีวิตบนถนนสายการเมืองของนายกิตติรัตน์ จะเห็นภาพชัดว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยว่างเว้นจากความเป็นนักการเมือง ดังข้อมูลดังต่อไปนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2554 รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ 2555 รมว.คลัง พรรคเพื่อไทย 2562 ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แต่ในขณะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ได้สส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว ทำให้นายกิตติรัตน์ไม่ได้เข้าสภาฯ 2563 ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยเป็นรองหัวหน้าพรรค รัฐบาลเศรษฐา 2566 ประธานที่ปรึกษาของนายกฯ ประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งกรรมการชุดนี้มีทั้งข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงต่าง ๆ รวมถึงภาคเอกชน มาทำหน้าที่จัดทำข้อเสนอแนะแก้หนี้สินประชาชนรายย่อย ขอเอกสารข้อมูล เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมชี้แจง รวมถึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ จะเห็นได้ว่าตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ที่นายกิตติรัตน์ได้รับมอบหมายในฐานะเป็นประธานที่ปรึกษาของนายกฯ นั้น มีอำนาจแทบจะไม่แตกต่างไปจากรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีเลย ดังจะเห็นได้จากตำแหน่งนี้เดิมในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานั้น เป็นของนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธาน แบบนี้จะเรียกว่าไม่ใช่ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” หรือ นี่คือเส้นทางการเมือง และการทำหน้าที่ในฐานะประธานที่ปรึกษาของนายกฯ ของนายกิตติรัตน์ ที่แตกต่างไปจาก ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พร้อมแฟ้มกองโต ระบุข้อความ “แฟ้มส่งท้ายปี 2567 และเตรียมงานให้พร้อมสำหรับสวัสดีปีใหม่ แต่ในช่วงบ่ายวันนี้ (25 ธ.ค.67) นายกฯ กลับยกเลิกภารกิจเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมอบหมายให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุม กพช.แทน ให้เหตุผลว่าติดภาคกิจด่วนในการเรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. หารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า กรณีแต่งตั้ง “นายพลเล็ก” ระดับรองผู้บัญชาการถึงผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต. วาระประจำปี 2567 ทั้งนี้การประชุม กพช. มีความสำคัญ ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้นายกฯ กำหนดนโยบายใหม่เกี่ยวกับการซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2,145 เมกะวัตตต์ ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาภายในวันที่ 30 ม.ค.นี้ แต่นายกฯ กลับไม่ไปเป็นประธานในที่ประชุม กพช. ประเด็นพิรุธที่ทั้งฝ่ายค้านและสภาองค์กรของผู้บริโภคตั้งข้อสังเกตในการซื้อไฟฟ้าครั้งนี้ มีตั้งแต่การล็อกทุน ล็อกราคา กีดกันไม่ให้มีการแข่งขัน เป็นการผลักภาระให้ประชาชนที่จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง 65,000 ล้านบาท ตลอดเวลา 25 ปีของสัมปทาน ทั้ง ๆ ที่มีทางเลือกที่ดีกว่า พร้อมตั้งคำถามว่า มีการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพลังงานเกิดขึ้นหรือไม่
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ให้สอบสวนอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ แม้ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาแล้ว ชี้เป็นการขัดคำสั่งศาล โดยนายวัชระ มองว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือทุจริต จึงขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนอธิบดีกรมที่ดิน คณะกรรมการสอบสวน และนักการเมืองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมกันนี้ นายวัชระ ยังทวงถามความคืบหน้าคดีทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีผนังห้องประชุมกรรมาธิการผิดแบบ มานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า นายวัชระ จึงขอให้ ป.ป.ช. เร่งรัดการไต่สวนทั้งสองกรณีโดยเร็ว และตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการประวิงคดีเกิดขึ้น
“หมอหมู วีระศักดิ์” หรือ รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี เจ้าของเพจ หมอหมู วีระศักดิ์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเตือนภัยพ่อแม่ที่มีเด็กเล็ก ให้ดูแลลูกน้อยด้วยความระมัดระวัง เพราะในช่วงคริสมาสต์อย่างนี้ มีของเล่นหลากหลายสีสันออกมาวางขายมากมาย เด็กบางคนเมื่อเห็นว่าเป็นของที่มีสีสัน อาจเผลอตัวหยิบเข้าปากได้ โดยหมอหมูระบุข้อความเอาไว้ว่า “ราชวิทยาลัยการแพทย์ฉุกเฉิน (Royal College of Emergency Medicine (RCEM)) ของสหราชอาณาจักร ได้ออก ‘คำเตือนด้านความปลอดภัย’ เกี่ยวกับลูกปัดน้ำสีสันสดใส ซึ่งมักทำการตลาดเป็นของเล่น” ตามรายงานของ RCEM ลูกปัดเหล่านี้อาจใช้เป็นของตกแต่งในบ้านหรือใส่ในแจกันได้ โดยอาจเป็นของเล่นเสริมประสาทสัมผัส หรือชุดอุปกรณ์ศิลปะก็ได้ ลูกปัดเหล่านี้มีขนาดเล็กมากในตอนแรก แต่สามารถพองตัวได้มากถึง 400 เท่าของขนาดเดิม ภายในเวลาประมาณ 36 ชั่วโมงเมื่อสัมผัสกับของเหลว หากกลืนกินเข้าไปขณะที่ยังมีขนาดเล็ก อาจขยายตัวในร่างกายของเด็กได้ ทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัดและตรวจไม่พบในเอกซเรย์ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงในกรณีที่เด็กกลืนถ่านกระดุมหรือถ่านเหรียญและแม่เหล็กลงท้อง มันอาจไปติดอยู่ในหลอดอาหารของเด็กเล็ก อาจส่งผลให้เจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ เนื่องจากปฏิกิริยาเคมีที่กัดกร่อนเนื้อเยื่อ หรือแม่เหล็กอาจดึงดูดกันภายในส่วนต่าง ๆ ของลำไส้ ทำให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรงหรือลำไส้ทะลุ ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน พ่อแม่ควรดูแลและเลือกซื้อของขวัญให้กับลูกน้อยด้วยความระวัง ป้องกันไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง.ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี
