Author: Writer Publisher

เป็นคำชี้แจงของนางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าจากการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พบว่าค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปรับขึ้นตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยในปี 2567 ค่าไฟอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย จากนั้นช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2568 ได้ปรับลดลงเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย (โดยป้องกันไม่ให้ค่าไฟพุ่งขึ้นไปถึง 4.49-4.79 ตามที่ กกพ. เสนอ) และในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2568 นี้ ค่าไฟมีแนวโน้มลดลงอีกเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับการลงนามสัญญาโครงการพลังงานหมุนเวียน นางสาวศศิกานต์ ชี้แจงว่าเป็นกระบวนการที่ริเริ่มและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 และทั้งโครงการมี 83 โครงการที่ กฟผ.เกี่ยวข้อง เซ็นไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ 67 โครงการ ส่วนที่เพิ่งเซ็นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 มีแค่ 3 โครงการ ซึ่งเป็นเรื่องของพลังงานแดด และมีที่ยังไม่เซ็นอีก 13 โครงการ ซึ่งเป็นเรื่องพลังงานลม จะมีกำหนดเซ็นใน ปี 2569 และขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งนี้ในสัญญามีข้อกำหนดชัดเจนว่า หากตรวจพบความผิดปกติในการประมูลการเสนอราคา หรือการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย สามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนด 25 ปี อีกทั้งรัฐบาลได้กำชับให้เร่งรัดตรวจสอบอย่างรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประชาชน รวมถึงดำเนินการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#สภาองค์กรผู้บริโภค#ค่าไฟ#ค่าไฟแพง#รัฐบาลไทย#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร

Read More

คนไทยต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง แจ้งปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าเล้าเกษตรกร เป็นฟองละ 3.60 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2568 เหตุผลสำคัญคืออากาศร้อนและ​แปรปรวน​มาก​ ทำให้แม่ไก่เครียดและให้ผลผลิตลดลง​ รวมถึง​ไก่ของเกษตรกร​รายย่อยที่เลี้ยงระบบเปิดป่วยตายไปจำนวน​หนึ่ง​และที่ผ่านมาราคาไข่ไก่​ตกต่ำ​ เกษตรกรบางส่วนจึงปลดแม่ไก่ออกจากระบบเพื่อลดต้นทุน​ ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดมีจำกัด ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับปกติ และคาดว่ายังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่อง​ จนกว่าผลผลิตได้ปกติ ราคาก็จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด ทั้งนี้เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งเพิ่งแจ้งราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกร น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท เป็นการปรับขึ้น 20 สตางค์ต่อฟองมีผลวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#ไข่ไก่แพง#ค่าครองชีพสูง

Read More

เรียกว่ามีเรื่องฉาวต่อเนื่องในแวดวงของผู้คนในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ สตง.ที่นอกจากกรณีตึกถล่มและ ข้อสงสัยเรื่องการใช้งบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนอย่างฟุ่มเฟื่อยแล้ว ล่าสุดมีกรณีอดีตข้าราชการ สตง.ที่อ้างว่าใกล้ชิดผู้บริหารเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มอบหลักฐานคลิปภาพ-เสียง ดำเนินคดีผู้บริหารและกลุ่มที่เกี่ยวข้องส่อทุจริตก่อสร้างตึก สตง.ที่ถล่ม   เรื่องไม่จบแค่นี้เพราะอดีตข้าราชการ สตง.คนดังกล่าวเพิ่งถูกลงโทษไล่ออกเมื่อเดือนกันยายน 2567 หลังถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังมีหลักฐานชัดเสนอเงินให้ผู้บริหาร สตง.ช่วยเหลือเลื่อนตำแหน่งในการสอบคัดเลือก แต่ได้รับการปฏิเสธและแจ้งความร้องทุกข์ กระทั่งนำไปสู่การสอบสวนและลงโทษดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ที่พีกกว่านั้นคือในรายงานข่าวปรากฎว่า อดีตข้าราชการที่เสนอเงินดังกล่าว ไปพร้อมกับผู้บริหารระดับสูงของ กกต.และก็ถูก สตง.แจ้งความดำเนินคดีด้วย เรื่องนี้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ทนายความและอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยระบุว่า มีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ สตง.คนหนึ่ง ไปเสนอเงินให้ผู้ว่า สตง.300,000 บาท เพื่อเลื่อนตำแหน่งให้ตัวเอง จนเจ้าหน้าที่ สตง.คนนั้นถูกให้ออกจากราชการฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง “ในการไปเสนอเงินนั้น มี กกต. คนหนึ่งไปด้วย ถามกันเยอะว่า กกต.คนนั้นเป็นใคร ก็คนที่ชอบกินไวน์ไงครับ ถ้าบ้านเมืองเดินมาถึงขนาดที่องค์กรอิสระอย่าง กกต.ไปอยู่ด้วยในการติดสินบน ลองคิดในมุมกลับสิครับ ว่า แล้วนักการเมืองจะติดสินบน กกต.ได้หรือเปล่า? บ้านเมืองนี้ เลวร้ายขนาดนี้แล้วหรือครับ” ล่าสุด นายนิพิฏฐ์โพสต์จี้ไปที่สำนักงาน กกต.ต้องออกมาเปิดเผยว่า กกต.คนไหนถูกแจ้งความดดำเนินคดีบ้าง ด้วยคดีอะไร ยิ่งเงียบยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร ต้องจับตาดูว่าวันนี้จะมีการเปิดเผยชื่อผู้บริหารระดับสูงของ กกต.ที่ถูกแจ้งความกล่าวโทษร้องทุกข์คือใคร และจะมีคำชี้แจงจาก กกต.อย่างไร ขอบคุณภาพ-ข้อมูล :นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ #ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #กกต #สตง #ตึกถล่ม #สินบน #คอร์รัปชัน

Read More

เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” โดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร ⸻ “สภาผู้บริโภคจะยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี 6 ข้อเรียกร้องใหญ่ ขอให้หยุดโยนค่าไฟฟ้าแพงให้ประชาชน” รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ในวันที่ 28 เมษายนนี้ สภาฯ จะยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน โดยประเด็นแรกคือ “การตัดค่าแอดเดอร์” ซึ่งเป็นภาระที่ผลักไว้ในค่าไฟฟ้าของประชาชนมานานนับสิบปี “แอดเดอร์” คือค่าจูงใจที่รัฐเคยให้กับพลังงานหมุนเวียนหน่วยละ 8 บาท เริ่มมาตั้งแต่ปี 2550 และต่อสัญญาอัตโนมัติทุก 5 ปี กลายเป็นภาระถาวร ทั้งที่ต้นทุนพลังงานหมุนเวียนในปัจจุบันลดต่ำลงมากจนแข่งขันในตลาดได้แล้ว หากตัดแอดเดอร์ได้ จะช่วยลดค่าไฟได้ 17 สตางค์ต่อหน่วย เทียบเป็นเม็ดเงินคือประชาชนจะประหยัดได้ถึง 34,000 ล้านบาทต่อปี แต่ กกพ. ยังเสนอราคาไฟฟ้าในงวด พ.ค.–ส.ค. 2568 ไว้ที่ 4.15 บาท/หน่วย เท่าเดิม ทั้งที่ ครม. มีมติให้กรอบอยู่ที่ 3.99 บาท/หน่วย เท่านั้น ⸻ ซื้อพลังงานหมุนเวียน “แพงเกินจริง” — ประชาชนต้องจ่ายแพงไปอีก 25 ปี รสนาเผยว่า โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์ที่เพิ่งลงนามเมื่อ 18 เม.ย. 68 ใช้ราคาอ้างอิงที่ 2.17 บาท/หน่วย ทั้งที่ราคาต้นทุนของประเทศอื่นต่ำกว่านี้มาก: • เยอรมนี: 1.83 บาท/หน่วย • อินเดีย บริษัท GPSC ของไทยเสนอที่ราคา : 1.09 บาท/หน่วย…

Read More

“สองปีผ่านไป ยังไม่เห็นเจตจำนงผู้นำในการจัดการคอร์รัปชัน” คือคำกล่าวของ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ที่สะท้อนความผิดหวังต่อท่าทีรัฐบาลจากกรณีตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งเปิดโปงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบราชการไทยที่คุ้นชินกับการ ‘ปล่อยผ่าน’ ความไม่ชอบมาพากล “นายกฯ และเจ้าหน้าที่รัฐชินกับการปล่อยให้เรื่องมันเงียบ สุดท้ายคนผิดลอยนวล ข้าราชการดีท้อถอย คนโกงกลับร่าเริง…ประชาชนก็หมดหวัง” ดร.มานะ ย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นมากกว่าตึกถล่ม แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปด้วยระบบที่ไร้การตรวจสอบ หน่วยงานภาครัฐยังคงใช้ภาษีประชาชนอย่างฟุ่มเฟือย เช่น กรณีตึก SKYY9 ของกองทุนประกันสังคมมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ตึกของสำนักงบประมาณ หรือแม้แต่โครงการสร้างอาคารใหม่ของสำนักงาน ป.ป.ท. มูลค่ากว่าพันล้านบาท ทั้งที่มีบุคลากรในกรุงเทพฯ ราว 400 คนเท่านั้น “หน่วยงานรัฐหลายแห่งสร้างอาคารเกินจำเป็น ใช้งบประมาณเกินตัว บ้านเมืองจะไปไม่รอดถ้าไม่หยุดพฤติกรรมนี้” “เขียนแบบโดยไม่ต้องยื่นโยธา”…อภิสิทธิ์ที่ประชาชนตรวจสอบไม่ได้ ดร.มานะชี้ให้เห็นช่องโหว่ในการก่อสร้างอาคารราชการ ที่ไม่ต้องยื่นแบบกับฝ่ายโยธา ไม่มีมาตรฐานการเปลี่ยนแปลงแบบ ไม่มีการทำ EIA โดยเฉพาะช่วงรัฐบาลคสช. ที่ยกเลิกกติกาหลายอย่าง จนนำไปสู่ความไม่โปร่งใสในเชิงโครงสร้าง และที่น่าตกใจคือ ตัวเลขงบประมาณก่อสร้างของภาครัฐที่สูงถึงกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี กลับรั่วไหลจากการคอร์รัปชันมากถึง 2 แสนล้านบาท หรือราว 1 ใน 3 “ใคร ๆ ก็รู้ว่าทุกตึกมีการโกง ดูได้จากตอนตึก สตง. ถล่ม ข้าราชการวิ่งหนีตายออกจากศูนย์ราชการ เพราะเขารู้ว่าตึกไม่ปลอดภัย มีรอยร้าว ถูกลดสเปกงาน โกงกันตั้งแต่บนลงล่าง!” กลไกโกง: ออกแบบโดยเส้นสาย ตรวจงานโดยหลับตา ใช้ภาษีเลี้ยงระบบโกง การโกงเกิดขึ้นตั้งแต่การกำหนดนโยบาย มีการวิ่งเต้นให้ “คนของตัวเอง” เข้ามาออกแบบโครงการโดยไม่เปิดประมูล ใช้วิธีประกวดราคาโดยวัดจากความ “ชอบ” ของผู้บริหาร นักการเมืองบางคนใช้สถาปนิกและวิศวกรเป็นเครื่องมือในการล็อกสเปก ดร.มานะ ยกตัวอย่างตึก สตง. ที่ใช้ผนังกระจกมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท โดยตั้งคำถามว่าต้นทุนจริงเท่าไหร่ และใครได้ประโยชน์จากราคานี้ ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาการก่อสร้างก็โกง ไม่ส่งคนครบตามจำนวนที่แจ้งไว้ ลดคน ลดคุณภาพงาน เหลือแต่กำไรเข้ากระเป๋า “เจ้าหน้าที่ระดับล่างยังรีดไถ ขอพาเที่ยวคาราโอเกะ อาบอบนวด โกงกันทุกระดับ โกงกันอย่างเป็นระบบ!” “คอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ทำให้คนตาย” สำหรับดร.มานะ…

Read More

วันที่ 25 เมษายน 2568 – ดร.โสภณ พรโชคชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน ออกจดหมายเปิดผนึก 2 ฉบับ ส่งถึงนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ตั้งคำถามถึง “ความเหมาะสม” ของราคาประเมินอาคารสำนักงานประกันสังคมที่อาจสูงเกินจริง ทั้งในส่วนของค่าที่ดินและค่าก่อสร้าง พร้อมเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง ตั้งข้อสังเกตค่าที่ดินสูงเกินจริง – ไม่เกิน 1 ล้านต่อตารางวา ดร.โสภณระบุว่า บริษัทประเมิน 2 แห่งประเมินราคาที่ดินไว้ระหว่าง 1.35-1.45 ล้านบาทต่อตารางวา แต่จากฐานข้อมูลของสำนักงานที่ดินและผลสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยฯ พบว่าราคาที่ดินในพื้นที่ใกล้เคียงไม่ควรเกิน 1 ล้านบาทต่อตารางวา ค่าก่อสร้าง 68,000 ต่อตารางเมตร สูงกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้ บริษัทประเมินใช้อัตราค่าก่อสร้างอาคารสำนักงานอยู่ที่ 61,000–68,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่มาตรฐานของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินฯ และมูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย กำหนดเพียง 37,600–41,200 บาทต่อตารางเมตร แม้จะอ้างว่าเป็นอาคารเขียวระดับ Gold ก็ไม่ควรทำให้ราคาพุ่งถึง 65% โดยตามคู่มือออกแบบอาคารเขียวของกรมโยธาธิการฯ ระบุว่าค่าก่อสร้างควรเพิ่มเพียง 3–5% เท่านั้น มูลค่าที่ควรเป็น: 3,500–3,600 ล้านบาท จากการประเมินของดร.โสภณ (แม้ใช้ข้อมูลจำกัด) ระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินของอาคารสำนักงานประกันสังคมควรอยู่ที่ 3,500–3,600 ล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลขที่ปรากฏในรายงานการประเมิน ชี้ราคาประเมินอาจอิงข้อมูลคลาดเคลื่อน ในจดหมายฉบับที่ 2 ดร.โสภณระบุเพิ่มเติมว่า ข้อมูลตลาดที่ใช้ประเมินค่าเช่าสำนักงานสูงถึง 900 บาทต่อตารางเมตร อาจไม่สอดคล้องกับพื้นที่อโศก-ดินแดง ซึ่งราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 600 บาท และอาจต่ำกว่านั้นหากเช่าเป็นทั้งอาคาร อีกทั้งข้อมูลราคาที่ดินที่ใช้ในการประเมินมีเพียง 3 รายการ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับทรัพย์สินมูลค่าสูงระดับพันล้าน เสนอทางออก: ตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมตรวจสอบ ดร.โสภณเสนอว่า คณะกรรมาธิการควรตั้งคณะอนุกรรมาธิการลงพื้นที่จริง พร้อมเชิญผู้แทนจากบริษัทประเมินและผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมที่เป็นกลาง โดยคาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ “หากปล่อยให้ราคาประเมินที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงผ่านไป จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวิชาชีพประเมินค่าทรัพย์สิน และอาจทำให้รัฐใช้งบประมาณเกินจำเป็น” ดร.โสภณย้ำในท้ายจดหมาย ทั้งนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากทั้งหน่วยงานภายในประเทศและสถาบันประเมินค่าทรัพย์สินระดับโลกอย่าง RICS และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษาของ…

Read More

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ The Publisher มองว่า ในภาวะที่รัฐบาลเตรียมกู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อรับมือสงครามการค้า สิ่งที่ควรเร่งทำมากที่สุดคือ การกำหนดมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนสำหรับผู้ส่งออก เกษตรกร และแรงงาน เพราะหลายประเทศได้ออกแพ็กเกจช่วยเหลือกันไปแล้ว แต่ไทยยังไม่มีแผนที่ชัดเจน “ถ้าจะกู้ ก็ต้องมีแผน ไม่ใช่ใช้แบบหว่านแหกระตุ้นการบริโภคแบบเดิม ๆ” เธอแสดงความเห็นว่า การแจกซอฟต์โลนในภาวะความไม่แน่นอน อาจไม่ค่อยได้ผล เพราะธนาคารจะไม่อยากปล่อยกู้ สิ่งที่ควรทำคือการประกันความเสี่ยงและสินเชื่อให้ผู้ประกอบการจะได้ผลมากกว่า ⸻ “แจกเงินวันนี้ อาจแลกกับอนาคตทั้งประเทศ” ศิริกัญญาแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1.5 แสนล้านบาท โดยมองว่า หากยกเลิกได้ ก็จะช่วยลดภาระหนี้และทำให้ไม่ต้องขยายเพดานหนี้ “เพดานหนี้สาธารณะไม่พอให้กู้ 5 แสนล้านอยู่แล้ว… ถ้าเรามีงบ 1.5 แสนล้านจากการยกเลิกดิจิทัลวอลเล็ต ก็จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้” เธอย้ำว่า รัฐบาลควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณปี 69 ใหม่ด้วย เพื่อให้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในภาวะวิกฤต ⸻ “รมต.ทีมเศรษฐกิจ พูดไม่ตรง…แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ” ศิริกัญญา แสดงความชินชาต่อ ความสับสนในคำพูดของรัฐมนตรีใน ครม. ทีมเศรษฐกิจเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปกลับมาของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต หรือคำพูดของรัฐมนตรีว่าการคลังที่มักขัดกันเองกับนายกรัฐมนตรี “การพูดไม่ตรง ไม่ใช่ KPI ที่จะหลุดจากตำแหน่งหรือถูกปรับออกจาก ครม. (หัวเราะ) และตำแหน่งนายกฯ คงไม่สั่นคลอนง่าย ๆ ถ้าไปก็ไปทั้งหมด และคนจะมาแทนคงเป็นภูมิใจไทย” ⸻ “ถ้าจะปรับ ครม. ต้องปรับให้ฟื้นความเชื่อมั่น ไม่ใช่เพื่อโควตาพรรคร่วม” ศิริกัญญาเสนอว่า หากจะมีการปรับ ครม. ควรเลือกบุคคลที่มีความสามารถจริง และไม่ควรเป็นการสลับเก้าอี้แบบเก้าอี้ดนตรีที่ประชาชนไม่เห็นผลงาน พร้อมระบุว่าแม้พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ อาจอยู่ในข่ายที่ควรถูกปรับ แต่ก็ต้องคำนึงถึงบทบาทในการเจรจาการค้าด้วย ⸻ “โต 17.8% ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี…แต่น่ากังวล” ศิริกัญญาวิพากษ์คำกล่าวของ รมว.พาณิชย์ ที่ระบุว่ายอดส่งออกเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 17.8% ว่าเป็นผลงานของรัฐบาล เธอเตือนว่า การสื่อสารแบบนี้คือ “การสร้างความเชื่อมั่นผิด ๆ” เพราะตัวเลขส่งออกนั้นเพิ่มขึ้นจากแรงเร่งระบายสินค้าก่อนจะโดนผลกระทบภาษี “เป็นลมหายใจเฮือกสุดท้าย ไม่ใช่สัญญาณฟื้นตัว เป็นแค่ภาพลวงตาระยะสั้น” เธอยังเตือนถึงปัญหาการสวมสิทธิ์ที่จีนใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ…

Read More

เรียบเรียงจากข้อมูลของ ดร.มานะ นิมิตรมงคลประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ⸻ เมื่อโครงสร้าง “รัฐ” พัง… เพราะขบวนการก่อสร้างที่ไม่บริสุทธิ์ ตึก สตง. ที่ถล่มบางส่วนและใช้งานไม่ได้ครบทุกชั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของ “เหล็กเบา” หรือ “ผู้รับเหมาชุ่ย” แต่มันคือผลลัพธ์ของวงจรคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ดร.มานะ นิมิตรมงคล เปิดเผยข้อมูลที่ทำให้เราต้องขนลุกว่าในแต่ละปี รัฐไทยมีโครงการก่อสร้างมูลค่ารวมกว่า 7.8 แสนล้านบาทและมีการประเมินว่า เม็ดเงินราว 2 แสนล้านบาทถูกคอร์รัปชันผ่านกลไกที่ฟังดูคุ้นเคย…แต่โหดร้ายกว่าที่คิด ⸻ รหัสคอร์รัปชัน: กลโกง 5 ตัวละครในวงการก่อสร้างรัฐ บริษัทออกแบบวิ่งเต้นกับผู้มีอำนาจเพื่อให้ได้งาน แลกกับการ “ล็อกสเปก” เขียนแบบให้เฉพาะเจาะจง และตั้งราคาสูงเว่อร์ เพื่อเปิดทางให้มี “เงินทอน” บริษัทที่ปรึกษาคุมงานทำตัวเป็นพวกเดียวกับผู้รับเหมา ยอมลดคนคุมงาน หรือหลับตาให้ลดสเปก–ลดวัสดุ กลายเป็น “ตรายาง” มากกว่า “ผู้คุมคุณภาพ” บริษัทรับเหมาร่วมฮั้วประมูลกับเจ้าอื่น ๆ ตั้งราคากลางไว้สูง พอได้งานก็หาวิธีลดต้นทุน ทั้งการลดคุณภาพวัสดุ ลดปริมาณงาน หรือยกเลิกบางส่วนแล้วอ้างปรับแบบใหม่เพื่อโกยเพิ่ม ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยราชการตัวละครสำคัญที่สามารถ “เขียนเกม” ใหม่ได้ทั้งกระดาน ตั้งแต่การปรับโครงการ กำหนดแบบ ไปจนถึงการชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อรับผลประโยชน์มหาศาล เจ้าหน้าที่หน้างานแม้จะไม่ใหญ่โต แต่มีบทบาทสำคัญในการรีดไถ ตรวจงานลวก ๆ แลกเงินก้อน หรือแกล้งจับผิดผู้รับเหมาบางรายเพื่อบีบให้จ่ายใต้โต๊ะ ⸻ “นายหน้าขายงาน” กับ “ขบวนการฮั้วประมูล” คือคำที่ไม่ควรมีอยู่ในการใช้งบประมาณภาษีประชาชน เพราะเมื่อกลุ่มทุน–เจ้าหน้าที่รัฐ–และนายหน้ารวมตัวกันสร้าง “วงจรฮั้ว”ผลลัพธ์คือประชาชนได้ตึกที่ใช้ไม่ได้ ถนนที่พังไว และโรงเรียนที่อันตราย เราสูญเงินหลายแสนล้านบาทต่อปีแต่ที่แย่กว่านั้นคือ…เราสูญเสียศรัทธาในรัฐ ⸻ จะหยุดวงจรนี้ได้ ต้องรื้อใหม่ทั้งระบบ:• เปิดข้อมูลโครงการให้ประชาชนติดตามแบบ Real-time• ใช้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) อย่างจริงจัง ไม่ใช่พิธีกรรม• ลงโทษบริษัทที่ทุจริตแบบ Blacklist จริง ไม่ใช่แค่แบนชื่อแล้ววนกลับมาใหม่• ปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างให้เปิดกว้างและแข่งขันได้• ใช้เทคโนโลยีและ AI ตรวจสอบราคากลาง–การเบิกจ่าย• ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสื่อมวลชนและภาคประชาชน ⸻ ตึกถล่มอาจสร้างใหม่ได้แต่ถ้าไม่รื้อโครงสร้างทุจริตอนาคตประเทศ…จะถล่มซ้ำแบบเดิม

Read More

เสียงดังสนั่นกลางเมืองหลวงช่วงบ่ายปลายดือนมีนาคม 2568 ไม่ใช่เสียงของระเบิด แต่คือเสียง “อาคารสำนักงาน สตง. ถล่ม” — และสิ่งที่ตามมาหลังเสียงนั้น ไม่ใช่แค่เศษซากตึก แต่คือคำถามหนักหน่วง นอกจากการออกแบบและการก่อสร้าง ว่า เหล็กที่ใช้สร้างอาคารนี้…แข็งแรงจริงหรือไม่? ⸻ “ซิน เคอ หยวน” กับเหล็กที่เบากว่ามาตรฐาน ต้นตอของคำถามนั้นพุ่งตรงไปยังชื่อบริษัท “ซิน เคอ หยวน” โรงงานผลิตเหล็กที่นำเข้าจากจีน ซึ่งพบว่า เหล็กข้ออ้อยขนาด 20 มม. และ 32 มม. ที่ใช้ในโครงการนี้ “ตกค่ามวลต่อเมตร” จากการทดสอบของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยถึง 2 ครั้งซ้อน ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่า เหล็กของซิน เคอ หยวนเบากว่ามาตรฐาน SD40T และผลิตด้วยเทคโนโลยี เตาหลอม IF (Induction Furnace) ซึ่งแม้จะต้นทุนต่ำ แต่ควบคุมคุณภาพได้ยาก และนี่ไม่ใช่เคสเดียว — มีโรงงานอีกหลายแห่งที่ผลิตเหล็กจากเตา IF และพบปัญหาเช่นเดียวกัน ⸻ เมื่อเตา IF กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “เหล็กเปราะ” ปัญหาคุณภาพเหล็กไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง แต่มันพังตึก พังชีวิต และอาจพังความเชื่อมั่นของประชาชนต่อโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จึงเริ่ม “ทบทวนการรับรองมาตรฐาน มอก.” สำหรับเหล็กที่ผลิตจากเตา IFโดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการใช้ เตาหลอม EF (Electric Arc Furnace) ที่ปลอดภัยกว่า ควบคุมคุณภาพได้มากกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ⸻ ทุนจีนขู่จะหนี…ชีวิตกับทุน รัฐบาลต้องเลือก แต่ทันทีที่รัฐประกาศแนวทางนี้ มีเสียงขู่จาก “โรงงานเหล็กทุนจีน” กว่า 14 แห่งในไทย ว่าอาจ “ย้ายฐานการผลิต” หากรัฐบาลไม่ยืดหยุ่น บางแห่งยังอ้างว่าการเปลี่ยนเตาหลอมต้องใช้เงินมหาศาลและทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป คำถามคือ:ประเทศไทยควรกำหนดมาตรฐานของตัวเอง หรือปล่อยให้ทุนข้ามชาติกดดันได้ทุกครั้งที่กฎเข้มขึ้น? ต้องเด็ดขาดเพื่อได้ “เหล็กมาตรฐาน“ สร้างความปลอดภัยในชีวิตหรือจะ ”ติดกับดัก” เงินทุน รัฐบาลต้องเลือก⸻ เหล็กจีนเคยทุบเหล็กไทยมาแล้ว…นี่อาจเป็นโอกาสฟื้นฟู…

Read More

โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกนัฐมนตรี กลับจากเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ก็มีอาการเป็นไข้เล็กน้อย จากนั้นอาการไข้ขึ้นสูงจึงไปพบแพทย์เมื่อ 3 ทุ่มคืนวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา และแพทย์ขอให้นายกฯแอดมิทเข้าพักรักษาตัวเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด และจะรับการตรวจร่างกายในตอนเช้าอีกครั้ง สำหรับกำหนดการของนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ให้การต้อนรับบุคคลต่างๆ ได้ขอเลื่อนไปก่อน ส่วนงานอื่นๆ ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการแทน ทั้งนี้นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของนางสาวแพทองธารโพสต์สตอรี่ไอจี เป็นภาพขณะนายกฯ นอนอยู่บนเตียง พร้อมสายน้ำเกลือ พร้อมระบุว่า “ ใครเตือนไม่ฟัง ร่างกายเตือนแล้วไม่ไหว” และอิโมจิ ใบหน้าเศร้ามีน้ำตาไหล #ThePublisherTH#สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม#เที่ยงเปรี้ยงปร้าง#รัฐบาลแพทองธาร#แพทองธารชินวัตร

Read More