Author: Writer Publisher

 เป็นความอัดอั้นตันใจของคนไทยที่ไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น และจัดทริปไปเยี่ยมชมงาน Osaka Expo 2025 ซึ่งประเทศไทยได้จัดบูธใหญ่ในงานระดับโลกด้วย หลายคนบ่นด้วยความผิดหวังอย่างแรงหลังเข้าไปเยี่ยมชม Thai Pavillion เช่นผู้ใช้เฟซบุ๊ก ดร.อัญชลิน พรรณนิภาระบุ “ทำได้แค่นี้เองหรือ” เหมือนงานนิทรรศการโรงเรียน กับงบประมาณ 900 ล้านบาท พร้อมกับสอบถามว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ตรวจสอบการใช้เงินหรือไม่  พร้อมอ้างว่ามีหลายคนเขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุรู้สึก เสียใจ และเสียดาย โอกาสอย่างมาก เพราะงาน Expo เป็นงานระดับโลก มีคนจากทั่วโลก หลายสิบล้านมาเยี่ยมชม เป็นงานโชว์ศักยภาพของประเทศ แต่ต้องเดินออกจากงานอย่างท้อแท้ ผิดหวัง ก่อนทางออก เห็นต้นกล้วยกล้วยเหี่ยวๆ ที่นำมาโชว์ได้แต่ ถอนหายใจครับ พร้อมระบุงานยังจัดอีก 6 เดือน ยังมีผู้เข้าเยี่ยมชมอีกมากมายหลายสิบล้านคน วอน หน่วยงาน, ผู้ที่รับผิดชอบ, ผู้ที่มีอำนาจ …ต้องสั่งการ. ดำเนินการเร่งแก้ไข ปรับปรุง โดยด่วน ถึงจะต้องยอมปิดบูธเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากับธีมงาน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน เข้าประเทศ แบบประทับใจ ขณะผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thana Thienachariya ระบุการออกแบบสถาปัตยกรรมอยู่ในระดับดีมาก ดูแพง ทันสมัยในความเป็นไทย แต่ที่ให้คะแนน 2 เต็ม 10 คือโถงหลักที่หลอกล่อผู้ชมชาวต่างชาติรอดูไฮไลท์ vdo presentation แต่สิ่งที่ฉายคืออีเหละเขละขละมาก ปนกันมั่วเหมือนโหลดภาพจากอินเตอร์เน็ตเหมือนงานเกรด C ส่งคุณครูในคลาสทำ vdo 101 ปนๆไปกับเพลงจับใจความไม่ได้เลยว่าจะเล่าว่าอะไร “ภรรยาผมสรุปได้ในประโยคเดียวบน FB ว่า “ดีไซน์เอกชน คอนเท้นท์ข้าราชการ และควรแก้งาน  VDO presentation และบอร์ดนิทรรศการใหม่หมด ใช้มืออาชีพมาทำและใช้คนที่มีทักษะด้านการเล่าเรื่องให้ต่างชาติฟังมาเคาะจะดีกว่า เห็นว่านายกฯ จะมาดูด้วยตัวเอง เสียวแทนอยู่เหมือนกัน” ขอบคุณ FB: ดร.อัญชลิน พรรณนิภา และ Thana Thienachariya

Read More

 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เผยว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.แห่งใหม่ถล่ม ได้วางกรอบและรายงานนายกรัฐมนตรี และตนเองแล้ว ซึ่งหนึ่งในสาเหตุตรงกับที่ ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ราชบัณฑิตสาขาวิศวกรรมโครงสร้างและ 2 หน่วยงานวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ แต่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ต้องคำนวณในเชิงลึกเพื่อให้เกิดความมั่นใจและไม่มีข้อสงสัย ไม่ข้อโต้แย้ง ไม่ใช้วิจารณญาณหรือดุลพินิจ  “ตอนนี้ต้องดูเรื่องการออกแบบ เพราะการออกแบบที่ไม่สมมาตร เมื่อเกิดแผ่นดินไหว นอกจากจะเกิดการแกว่งของตัวตึกแล้ว จะทำให้เกิดแรงบิด ต้องไปดู Safety Factor ว่าได้ออกแบบให้เกิดความปลอดภัย ทนต่อแรงบิด แรงเฉื่อย ตามหลักวิศวกรรมตามกฎหมายหรือไม่” นายอนุทิน กล่าว ทั้งนี้นายอนุทินบอก คณะกรรมการฯ มีทั้งอาจารย์ นายกสภาวิศวกร กรรมการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ตัวแทนของคณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่เชื่อถือได้ทั้งหมด เมื่อคณะกรรมการฯ ขอเวลา 90 วัน สิ่งที่ต้องขอร้องคือ มีทางที่ทำให้เร็วขึ้นเท่านั้น ส่วนเรื่องการปลอมแปลงเอกสารเป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่โดยส่วนตัว ในฐานะเป็นวิศวกรคนหนึ่งไม่สบายใจ เพราะเป็นเรื่องวิชาชีพ เหมือนกับแพทย์ที่ออกใบรับรองแพทย์ ซึ่งการปลอมแปลงลายเซ็นเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินคดี นายอนุทิน บอกด้วยว่าจะเชิญกรมโยธาธิการและผังเมืองมาหารือว่าได้ควบคุมเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพหรือไม่ เช่นสภาวิศวกรที่เป็นคนออกใบอนุญาต (License) วิศวกร ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าปลอมลายเซ็นหรือปลอมแปลงเอกสารจริง  “การที่ส่ง ๆ มาแล้วก็เซ็น ๆ ไป อย่างนั้นไม่ใช่ความเป็นวิชาชีพ ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด การจะเซ็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย การต้องใช้ License ใบอนุญาตต่าง ๆ ต้องเข้มงวด และปฏิบัติด้วยตนเอง” 

Read More

ได้อ่านบทความของ วิทยา กุลสมบูรณ์ จาก มูลนิธิเภสัชชนบท แล้วเห็นด้วยในหลายประเด็น…โดยเฉพาะข้อความที่ว่า “จึงไม่ควรให้กระแสปราบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นแค่เพียงประกายไฟวาบหนึ่งแล้วหายไปแต่เปลี่ยนให้เป็นเปลวไฟที่ลุกโชนต่อเนื่อง จนเผาวงจรอุบาทว์ที่มีผลต่อเด็กและเยาวชนนี้ให้มอดไหม้จนหมดลง” ประโยคนี้เตือนใจมาก เพราะประเทศไทยมีนโยบายแบบ “วูบวาบ” มามากแล้วเริ่มต้นเสียงดัง…แต่จบเงียบ เหมือนไฟลามทุ่งที่ไหม้แรง แต่ไม่เหลืออะไรไว้ให้ปลูกใหม่ อ่านบทความแล้วเห็นด้วยหลายอย่าง โดยเฉพาะ…• การย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ควันลวงตา แต่คือ “กลไกตลาด” ที่ออกแบบมาเจาะเด็กโดยตรง• การเสนอให้ 31 พฤษภาคม เป็น “วันดีเดย์ปราบบุหรี่ไฟฟ้าแห่งชาติ” ที่ไม่ใช่แค่วันรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ แต่คือ วันปฏิบัติการจริง ที่ทุกภาคส่วนต้องลุกขึ้นมาทำพร้อมกัน• การแยกแนวทางออกเป็น “ไม้แข็ง” และ “ไม้อ่อน” ซึ่งเป็นมุมคิดที่น่าร่วมผลักดัน เพราะเราไม่ควรใช้แต่การลงโทษกับเด็กที่ใช้ แต่ต้องย้อนกลับไปถึง “ต้นตอ” และ “ตัวเร่งการตลาด” สิ่งที่ควรพูดต่อจากบทความนั้น คือ… อย่าให้ดีเดย์ กลายเป็นแค่วันประชาสัมพันธ์รัฐบาลเริ่มต้นไว้ดี มีผลงานเชิงรูปธรรมให้เห็นในช่วงต้นปี 2568แต่ถ้าไม่มี “โครงสร้างรองรับให้ทำต่อเนื่อง” หรือไม่มี “หน่วยงานเจ้าภาพถาวร” เราอาจเห็นแค่แคมเปญโชว์ผลงาน ไม่ใช่นโยบายระยะยาว ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ชัดในท่ามกลางข่าวใหญ่วันนี้ทุกอย่างกำลังแย่งพื้นที่ข่าวจากกัน ไม่ว่าจะเป็นบ่อนถูกกฎหมาย สงครามภาษี หรืออาคารถล่มแต่การปกป้องเด็กไทยจากระบบที่ทำร้ายสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กันถ้ารัฐบาลจริงจัง ต้องกล้ายืนยันว่า นี่คือภารกิจหลัก ไม่ใช่แค่การเร่งสร้างผลงานของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ต้องกล้ายอมรับว่า ปัญหานี้ “ถูกตลาดชนะรัฐ” มานานแล้วบุหรี่ไฟฟ้าแพร่หลายเพราะมันเข้าถึงง่ายกว่านโยบายรัฐเรายังไม่มีระบบสื่อสารกับเยาวชนที่เข้าใจเด็กพอ ยังไม่มีพื้นที่ให้เด็กที่เลิกบุหรี่ไฟฟ้ามาเป็นกระบอกเสียงและยังไม่มีนโยบายที่กล้ายืนยันว่า “เราจะไม่ปล่อยให้ตลาดนำหน้าไปเรื่อย ๆ” ⸻เปลี่ยนวันงดสูบบุหรี่โลก เป็นวันปราบบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าวันที่ 31 พฤษภาคมจะถูกยกให้เป็นหมุดหมายใหม่ของสังคมไทยขอให้เป็นวันเริ่มต้นที่แท้จริง — ไม่ใช่วันปล่อยของ เพราะเราเชื่อเหมือนกับที่คุณวิทยาเขียนไว้ว่า “บุหรี่ไฟฟ้าไม่ควรเป็นเรื่องของกระแส…แต่คือภารกิจของสังคม” และถ้ารัฐบาลนี้กล้าเริ่มต้นสิ่งที่ถูก ก็ต้องกล้าทำให้ต่อเนื่องเพราะ เด็กไทยควรได้โตในสังคมที่ผู้ใหญ่ไม่ปล่อยให้ควันบุหรี่กลบอนาคตของพวกเขา

Read More

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเข้าสู่คลื่นเศรษฐกิจลูกใหม่สิงคโปร์ ยุบสภาเพื่อเปิดทางให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้ฉันทามติจากประชาชนอย่างเต็มที่เพื่อก้าวเป็น ”ผู้นำของประชาชน“ อย่างเต็มตัวไทย ยังให้พ่อของนายกฯ พูดแทนลูกในเวทีระหว่างประเทศ ภาพตรงข้ามสองประเทศนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า“การเปลี่ยนผ่านผู้นำ” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเก้าอี้แต่คือการ “วางมือให้คนรุ่นใหม่ได้ยืนเดี่ยวจริง ๆ”และที่สำคัญ ”ทายาทการเมือง“ ต้องเป็นไป ”เพื่อบ้านเมือง“ไม่ใช่ ”ทายาทของตระกูล“ โดยใช้ ”บ้านเมือง“ เป็นข้ออ้าง⸻ ลี เซียนลุง — ลอว์เรนซ์ หว่อง: ส่งไม้ต่อ แล้วปล่อยให้ขึ้นเวที หลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา 20 ปีลี เซียนลุง วางมือในปี 2024และส่งไม้ให้ ลอว์เรนซ์ หว่องโดยไม่แทรก ไม่พูดแทน ไม่แย่งไมค์จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์อยู่บ้างก็ไม่ใช่การล้ำเส้นแสดงบทบาทเป็นผู้กำหนดนโยบาย หว่องกลายเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัวที่ประกาศยุบสภาเองตอบโต้สงครามภาษีด้วยเสียงของตัวเองและขอเสียงใหม่จากประชาชนด้วยความมั่นใจ “การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ระหว่างพรรคแต่คือ สิงคโปร์กับโลก”— ลอว์เรนซ์ หว่อง ⸻ ทักษิณ — แพทองธาร: ส่งลูกขึ้นเวที แต่ยังไม่ยอมวางมือจากไมค์ ในขณะที่สิงคโปร์มีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารอย่างสง่างามประเทศไทยกลับเห็นอีกภาพหนึ่งนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ยังแทบไม่เคยพูดด้วยตัวเองในประเด็นใหญ่ระดับนานาชาติแบบมี…”หัวคิด“ และ ”หัวใจ“ ของนักบริหารอาชีพ แต่กลับเป็น “ทักษิณ ชินวัตร” พ่อของนายกฯที่ออกมาประกาศว่า “มีโอกาสจะไปคุยกับทรัมป์” แทน ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “พ่อพูดแทนลูก”และดูเหมือนจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ⸻จังหวะที่ ”ต่าง“ ระหว่าง ”แพทองธาร“ กับ ”ลอว์เรนซ์ หว่อง“ ในขณะที่ลอว์เรนซ์ หว่อง ประกาศยุบสภาเพื่อขอพลังใหม่และเตรียมนำประเทศรับมือกับพายุเศรษฐกิจที่อาจถาโถมในครึ่งปีหลัง แพทองธาร ชินวัตรกลับไม่มีท่าทีต่อสงครามภาษีที่กำลังปั่นป่วนภูมิภาคตรงกันข้าม…ปรากฏภาพนั่งรถแห่ เล่นน้ำสงกรานต์โดยไม่ปรากฏถ้อยแถลง หรือนโยบายรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่กระทบไทยโดยตรง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสไตล์แต่คือคำถามว่า…ใคร “เห็นพายุ” และใครยัง “เล่นน้ำอยู่บนท้องถนน” ⸻ ไม่ใช่แค่เงา…แต่คือข้อครหา นอกจากพูดแทนลูกทักษิณ ยังเป็นอดีตนายกฯ ที่แบก “ข้อครหาทางกฎหมาย” มากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย• คำพิพากษาศาลฎีกาให้จำคุกรวม 8 ปี ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1ปี • รับโทษเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนพักรักษา “คุกทิพย์”• กลับมาใช้ชีวิตปกติ–พบผู้นำ–ให้สัมภาษณ์แทนรัฐบาล และล่าสุด…ยืนยันเองว่าจะ “อาจได้เจรจากับทรัมป์”หากสบจังหวะและโอกาส เป็นราคาคุยที่อาจต้องกระตุกไว้ว่า…

Read More

วันที่ทั้งเมืองเปียกปอนจากปืนฉีดน้ำมีชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่ง…คลอดออกมาบนฟุตปาธ ใต้ต้นไม้ไม่มีอ้อมกอดอันอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ไม่มีแม้โอกาสจะได้ลืมตาดูโลกมีเพียงเสียงไซเรนฉุกเฉินและร่างไร้วิญญาณ…ที่คนเป็นแม่ยังทำตัวเป็น “ไทยมุง!” เราอาจพูดว่านี่คือ “ข่าวสลด”แต่ความจริงคือ มันคือ “ภาพสะท้อนประเทศ” ที่เราควรจะกลัวไม่แพ้การสะเทือนใจ ⸻ ประเทศที่คนไม่พร้อม “มีลูก”แต่คนพร้อมกลับ “ไม่กล้ามี” ข้อมูลจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปี 2567 มีหญิงไทยท้องไม่พร้อมมากกว่า 24,000 รายเฉลี่ยวันละ 66 คน และ 57.6% เป็นวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ทุกวันมีเด็กผู้หญิงวัยเรียนเกือบ 40 คนต้องกลายเป็นแม่ในครอบครัวที่ไม่พร้อมในประเทศที่ยังโอบรัด “กลุ่มเปราะบาง” ได้ไม่ดีนัก ขณะที่ในอีกฟากหนึ่งของสังคมคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา มีงานทำ มีความพร้อมกลับตัดสินใจไม่แต่งงาน ไม่มีลูกเพราะรู้ดีว่า “การมีลูกในประเทศนี้” คือการรับภาระมหาศาล• การเลี้ยงลูก 1 คน ใช้เงินเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท (TDRI)• ไม่มีระบบดูแลเด็ก ไม่มีวันลาเลี้ยงลูกพอ ไม่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพียงพอ• ต้องทำงานหนักขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม• ยิ่งมีลูก ยิ่งถอยหลังในระบบเศรษฐกิจ ⸻เมื่อประเทศผลิตประชากรได้จาก “ความไม่พร้อมแล้วใครจะพาประเทศนี้ไปข้างหน้า? นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “คุณภาพชีวิต”แต่มันคือ “คุณภาพประชากร”ซึ่งคือ “ศักยภาพของประเทศ” โดยตรง UNFPA เคยเตือนว่า ประเทศที่อัตราเกิดต่ำกว่า 2.1 ต่อหญิงหนึ่งคน จะเข้าสู่ภาวะประชากรถดถอยอย่างถาวรปัจจุบันไทยมีอัตราการเกิดเพียง 1.08 — ต่ำกว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์แต่ไม่มีการรับมือที่เป็นระบบเท่าประเทศเหล่านั้นเลย ลองนึกภาพอนาคตของชาติที่ขับเคลื่อนด้วยเด็กที่เกิดจากแม่วัยรุ่น—ซึ่งไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาโตมาในโรงเรียนที่ไม่มีครูพอ—ไม่มีอาหารกลางวันพอเติบโตท่ามกลางความเหลื่อมล้ำ และต้องสู้ชีวิตตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ประชากรแบบนี้จะทำให้ประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้จริงหรือ?จะต่อกรกับเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI และเทคโนโลยีได้อย่างไร? ⸻อย่ารอจนคุณภาพประชากรไทย…ตกต่ำเกินฟื้นตัว• ปี 2567 สำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รายงานว่ามีเด็กเกิดใหม่เพียง 485,085 คนต่ำสุดในรอบ 71 ปี และต่ำกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในปีเดียวกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ข้อมูลจาก UNFPA ระบุว่า ไทยมีอัตราเจริญพันธุ์ (TFR) เพียง 1.08 ต่ำกว่าค่าทดแทนประชากรที่ 2.1 มานานหลายปี…

Read More

ใครรู้ว่าชื่อ–ลายเซ็นในเอกสารปลอม…แต่ปล่อยให้ผ่าน? เมื่อวิศวกรควบคุมและผู้ออกแบบยืนยันว่า “ไม่รู้ ไม่ได้ทำ”แต่โครงการพันล้านกลับเดินหน้าได้แปลว่ามีคนในระบบรู้…แต่เลือกเงียบหรือไม่?เป็นกระบวนการสมคบคิด…หรือหละหลวมมักง่ายจนเกินอภัย? ⸻ ใครเป็นกรรมการตรวจรับงานก่อสร้างอาคาร สตง.? ตึกหลังนี้ผ่านการตรวจรับหลายชั้นใครคือคนเซ็น? ใครคือคนดูแล?วันนี้ยังไม่มีแม้แต่ชื่อเดียวที่กล้ารับผิดชอบ ⸻ ใครอนุมัติให้บริษัทนอมินีเข้าถึงงานรัฐมูลค่าหลายหมื่นล้าน? บ.ไชน่าเรลเวย์ ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี)แต่ยังชนะงานรัฐได้กว่า 22,000 ล้านบาทแล้วระบบคัดกรองของรัฐอยู่ตรงไหน?มีใครเป็นแบ็ค…คอนเน็กชันสายไหน?⸻ ใครรู้ว่าแบบมีปัญหา แต่เลือกเงียบไม่พูด? แบบถูกแก้–วัสดุถูกลด–ลายเซ็นถูกปลอมแต่ไม่มีใครตั้งคำถามตั้งแต่ต้นทางหรือในระบบนี้…คำถามคือสิ่งต้องห้าม? ⸻ ใครออกแบบระบบ “ตรวจสอบ” ให้ไม่ต้องตรวจสอบตัวเอง? สตง.ตรวจสอบคนอื่นได้แต่เมื่อโครงการเป็นของตัวเองกลับ “ปลอดการตรวจ”นี่เรียกว่าความโปร่งใส หรืออภิสิทธิ์?รธน.ให้อิสระองค์กรอิสระ แต่ไม่ใช่ให้อิสระเพื่ออิลุ่ยฉุยแฉก!⸻ ใครตัดสินใจใส่ความหรูหราฟุ่มเฟือย แทนความปลอดภัยของโครงสร้าง? ห้องชมภาพยนตร์ พรม โคมระย้า ถูกออกแบบลงในตึกหรูหราเกินร้อย…ประมูลก่อสร้างราคาต่ำเหล็ก–ปูน–ฐานรากส่อลดมาตรฐานนี่คือ “ความงาม” ที่แลกมาด้วยความสูญเสีย? ⸻ ใครคิดว่า “คำขอโทษเรื่องฮวงจุ้ย” เพียงพอสำหรับชีวิตที่สูญเสีย? คำว่า “ขอโทษเลือกฮวงจุ้ยผิด” ไม่ใช่คำอธิบายและไม่ใช่คำขอโทษที่คนสูญเสียสมควรได้รับผู้บริหาร สตง. ไม่คิดเพื่อสาธารณะบ้างหรือ?หรือคิดแต่จะ…“สร้างบ้านใหม่ บนหลุมศพใต้ซากปรักหักพัง?“⸻ ใครใน สตง. คือคนที่บริหารงบ “เหลือจ่าย” ตามอำเภอใจ? รายงานการเงินพบว่า สตง. มีงบเหลือจ่ายจำนวนมากเบิกจ่ายล่าช้าไม่ทันปีงบ แต่กลับรีบใช้งบก้อนใหญ่ที่เต็มไปด้วยความไม่ปกติแล้วเงินภาษีถูกจัดสรรตามแผน…หรือแค่ความพอใจ? ⸻ ใครปล่อยให้หน่วยงานตรวจสอบกลายเป็นเป้าตรวจสอบของประชาชน? จากคนที่ควรถือไฟส่องคนอื่นวันนี้กลับต้องให้ประชาชนถือไฟส่องกลับนี่คือจุดตกต่ำทางศรัทธาที่องค์กรไหนก็ไม่ควรเผชิญ ถามจริง ๆ ถ้าสตง.ตรวจสอบโครงการสร้างตึกที่ถล่ม คิดว่าจะรอดไหม?และถ้ามีสำนึกในฐานะคนตรวจเงินแผ่นดินจะกล้าทำอย่างนี้หรือ? ⸻ ใครจะรับผิดชอบ…ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบเลย? ถ้าเรื่องระดับนี้ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดแล้วเราจะยังกล้าหวังอะไรจากระบบราชการและรัฐบาลอีก? ⸻ ถ้าไม่มีใครตอบคำถามเหล่านี้…เราอาจต้องลุกขึ้นถามเสียงดังขึ้นอีกเพื่อไม่ให้ “ความเงียบ” กลายเป็นคำตอบสุดท้ายของประเทศนี้

Read More

17 เมษายน 2568 — โลกจับตา “กรุงเทพฯ” ไม่ใช่เพราะมีผู้นำระดับโลกมาเยือน แต่เพราะที่นี่…กลายเป็นเวที ที่ผู้นำอาเซียนใช้เจรจาครั้งสำคัญกับรัฐบาลทหารเมียนมา สื่อพาดหัวแรงว่า “อันวาร์ อิบราฮิม” นายกฯ มาเลเซียและประธานอาเซียน กำลังเตรียมพบ “มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำเผด็จการเมียนมา “ที่กรุงเทพฯ” — พร้อมระบุว่าจะพบ “ทักษิณ ชินวัตร” อีกคนด้วย แต่ชื่อ ”นายกฯ แพทองธาร“ กลับแทบไม่ถูกพูดถึงแม้เวทีนี้จะเกิดขึ้น…ในประเทศตัวเอง ⸻ กรุงเทพฯ เป็นเวทีของใคร? การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว หรือขอให้รัฐบาลทหารเมียนมาหยุดยิงเพิ่มเติม แต่มันคือ จุดหักเหของบทบาทอาเซียน ต่อวิกฤตเมียนมา — และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการ ตัดคะแนนภาวะผู้นำของไทย อย่างเลือดเย็น ประเทศไทยควรเป็น “ผู้นำที่กล้าเปิดโต๊ะ” ไม่ใช่ “ประเทศที่ใครจะนัดใครมาคุยก็ได้” เพราะในทางยุทธศาสตร์ ถ้าทุกสายตากำลังมองประเทศไทยแต่คนที่นั่งโต๊ะกลับไม่ใช่ผู้นำไทย — แล้วใครกันแน่ที่ถืออำนาจ? ⸻เมื่อ ”ทักษิณ“ นำหน้า ”แพทองธาร“ ก็ต้องหลบ? ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” โผล่ขึ้นมาในทุกข่าวที่รายงานการเยือนของอันวาร์ กับสถานะ “ที่ปรึกษาประธานอาเซียน” ที่อันวาร์ ต้องเข้าพบ ขณะที่นายกฯ โดยตำแหน่ง กลับไม่ได้อยู่กลางสปอร์ตไลต์ นี่คือปัญหาเชิงภาพลักษณ์ที่ใหญ่กว่าการเมืองภายใน เพราะเมื่อเวทีโลกเห็นว่า “คนที่ควรพูด…ไม่พูด” แต่กลับใช้คนอื่นมาสื่อสารแทน — มันไม่ใช่แค่ความไม่ชอบธรรมแต่มันคือ การลดศักดิ์ศรีของผู้นำประเทศ โดยตรง และไม่ได้มีเพียงนักวิเคราะห์ที่ตั้งคำถาม กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ย้อนความว่า ”ทักษิณ“ เคยพบ ”มินอ่องหล่าย“ มาแล้วในการประชุม BIMSTEC พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ”ไม่รู้ทักษิณใช้สถานะอะไรในการพูดคุย ถ้ากล้าเปิดเผยว่าพบกัน ต้องกล้าเปิดเผยว่าเจรจาอะไร ตกลงอะไรกันไว้บ้าง“ ⸻บทบาทไทยหาย-ดีลใหญ่เดินหน้า…ในกรุงเทพฯ เมื่อผู้นำมาเลเซียและเมียนมาเลือก ”นัดพบ“ กันในกรุงเทพฯคำถามสำคัญคือ ทำไมต้องเป็นที่นี่? กัณวีร์ ตั้งคำถามว่า…”หากมาเลเซียอยากแสดงบทบาทผู้นำอาเซียนจริง ทำไมไม่ใช้บ้านตัวเอง หรือไปเมียนมา แต่กลับใช้ประเทศไทย…

Read More

เมื่อเวทีโลกยกย่องว่าเธอคือผู้นำรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนโลกแต่ในสายตาคนไทย…ยังเถียงกันไม่จบว่าเธอเป็นผู้นำจริงหรือแค่คนที่ถูกวางตัวมาให้เป็น! ⸻ YGL: เวทีทรงเกียรติที่โลกให้การยอมรับ แต่อาจไม่ปลอดการล็อบบี้ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีหญิงของไทย ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 114 ผู้นำรุ่นใหม่ของโลกจากเวที Young Global Leaders (YGL) ประจำปี 2025 ภายใต้เครือข่าย World Economic Forum (WEF) การได้รับเลือกเข้าสู่ YGL ไม่ใช่แค่การสมัครชื่อ แต่ต้อง ได้รับการเสนอชื่อจากบุคคลอื่น พร้อมหลักฐานแสดง “ผลกระทบเชิงบวก” ที่โดดเด่น มีภาวะผู้นำ และมีแนวโน้มจะขับเคลื่อนสังคมหรือประเทศในทางที่ดีขึ้น YGL ถือเป็นเวทีทรงอิทธิพลสำหรับสร้าง “เครดิตระดับโลก” ให้กับผู้นำหน้าใหม่ ทั้งภาคการเมือง ธุรกิจ นวัตกรรม และภาคประชาสังคมทั่วโลก คำถามที่ตามมาคือ…ใครเป็นคนเสนอชื่อ? และใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดผล? แม้ระบบของ YGL จะอ้างอิงความโปร่งใสและความเป็นสากลแต่ช่องโหว่หนึ่งคือ การเสนอชื่อจากภายนอกที่อาจเปิดทางให้เกิด “เกมเชิงภาพลักษณ์” ได้อย่างแยบยล ในโลกยุคใหม่ที่ PR สำคัญพอ ๆ กับนโยบาย —เราจะไม่แปลกใจเลย หากการได้รับเลือกในเวทีระดับโลกบางเวที จะมาจาก “แผนยุทธศาสตร์ด้านภาพลักษณ์” ที่วางไว้ล่วงหน้า ทั้งโดยรัฐบาล ทีมที่ปรึกษา หรือล็อบบียิสต์ที่คอยเดินกลเกมต่างประเทศให้ การได้รับเลือกจาก YGL จึงอาจเป็นผลจาก ระบบล็อบบี้เชิงบวก ที่ไม่ผิด —แต่นั่นหมายถึงว่า…อันดับที่ได้มาไม่อาจวัด “คุณภาพของภาวะผู้นำจริง” ⸻ดูมีระดับในเวทีโลก แต่ยังเป็นนายกอุปโลกในประเทศตัวเอง แม้เธอจะดูมีระดับในเวทีนานาชาติแต่ในประเทศไทย แพทองธารกลับยังเผชิญกับคำถามสำคัญ เธอคือผู้นำจริง ๆ หรือยังเป็นเพียง “นายกฯ อุปโลก”ที่ไม่ได้กำหนดเกมการเมืองเอง แต่อยู่ใต้เงาและไมค์ของพ่อ?———-“นายกฯ อุปโลก” ไม่ใช่คำด่า แต่คือคำถามถึงความชอบธรรม คำว่า “อุปโลก” ไม่ใช่คำด่าทอ แต่เป็นคำสะท้อนทางการเมืองที่หมายถึง“มีตำแหน่งจริงแต่ไร้ตัวตนในตำแหน่งนั้น” เมื่อประชาชนรู้สึกว่า ผู้นำที่พวกเขาเห็นไม่ได้แสดงภาวะผู้นำอย่างแข็งแรง ไม่ยืนหยัดในยามวิกฤติไม่ได้พูดแทนคนทั้งประเทศ แต่กลับปล่อยให้อดีตผู้นำ — โดยเฉพาะ “พ่อของนายกรัฐมนตรี” —แถลงแทนทุกครั้ง…ล้ำเส้นทุกทีในการกำหนดนโยบาย มันสะท้อนว่า…นายกรัฐมนตรีคนนี้อาจมีตำแหน่ง แต่ยังไม่มีตัวตนที่แท้จริงทางการเมืองและนั่นคือภาพสะท้อนของคำว่า “นายกฯ อุปโลก” อย่างสมบูรณ์ ⸻เมื่อดูเหมือนมีเกียรติ แต่ทำไมยัง…

Read More

งวดล่าสุด…เลขท้าย 2 ตัว “ออก 85”ตรงเป๊ะกับอายุของ “นายพิมล” วิศวกรที่มีชื่อเซ็นออกแบบตึก สตง. ที่ถล่ม เจ้าตัวให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับสำนักข่าวอิศราว่า…“ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ออกแบบ เลิกออกแบบนานแล้ว” อีกรายคือ “นายสมเกียรติ” วิศวกรควบคุมงานแจ้งความกับตำรวจว่า“ไม่ได้ควบคุม – ไม่เคยรู้ – ถูกปลอมลายเซ็น!” ⸻ตึกมูลค่า 2,136 ล้านบาทเอกสารครบ ชื่อวิศวกรมีแต่คนในเอกสารกลับบอกว่า“ไม่ได้ทำ ไม่เคยรู้ ไม่เกี่ยวข้อง” ทั้ง ๆ ที่ “ระบบตรวจสอบ” ควรเข้มข้นที่สุดเพราะนี่คือตึกของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่สิ่งที่ปรากฏกลับกลายเป็นว่า… เอกสารครบถ้วน แต่คนในเอกสารไม่รู้เรื่องเอกสารครบถ้วน แต่ไม่มีใครทำหน้าที่เอกสารครบถ้วน แต่ไม่ครบมาตรฐาน ⸻เปิด 7 บริษัทเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตึก สตง. ออกแบบอาคาร (งบ 73 ล้าน):• บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด• บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ← นายพิมล สังกัดอยู่ ก่อสร้างอาคาร (งบ 2,136 ล้าน):• กิจการร่วมค้า ไอทีดี–ซีอาร์อีซี• บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)• บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ควบคุมงานก่อสร้าง:• กิจการร่วมค้า PKW• บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด• บริษัท ว.และสหายคอนซัลแตนต์ จำกัด• บริษัท เคพี คอนซัลแตนส์ แอนด์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด ⸻ชื่ออยู่ครบ…แต่ไม่มีใครทำหน้าที่ วิศวกรออกแบบ…บอก “ไม่รู้ ไม่ได้ทำ”วิศวกรควบคุม…บอก “ลายเซ็นถูกปลอม”บริษัทออกแบบ…ส่งชื่อมาแต่วิศวกรเจ้าของชื่อบอกไม่รู้เรื่องบริษัทควบคุมงาน…ยังไม่ชี้แจงใด ๆหน่วยงานว่าจ้าง…บอก “รอผลสอบก่อน” ⸻…

Read More

“อย่าเล่นในเกมของทรัมป์ เพราะเขาตั้งกติกา และพร้อมเปลี่ยนมันทุกเมื่อ”คำพูดของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” อาจเป็นประโยคที่สะท้อนวิกฤติครั้งนี้ได้ดีที่สุด เขาตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 145%เขาขู่ว่าประเทศอื่นจะโดนด้วยแล้วเลื่อนจัดเก็บไป 90 วัน…เพื่อโชว์ว่า “เขาคุมเกม” แต่ถ้าเกมนี้มีคนชนะแค่คนเดียวคือ “ทรัมป์” แล้วที่เหลือจะเหลืออะไร? ⸻ ทรัมป์อาจรอด — แต่โลกทั้งใบเสี่ยง นโยบายภาษีของทรัมป์ในรอบนี้ อาจช่วยกระตุ้นเสียงเชียร์จากฐานเสียงในประเทศ แต่กลับสร้างความผันผวนรุนแรงในตลาดโลก — ไม่ใช่แค่จีนที่โดน แต่รวมถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออก เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และไทย ตลาดหุ้นไทยเพิ่งร่วง 50 จุด ก่อนจะรีบาวด์กลับมาอีก 50 จุดในวันถัดมา เมื่อมีข่าวว่า ทรัมป์ “ยืดเวลา” 90 วันก่อนจัดเก็บภาษีนักลงทุนระดับโลกทยอยขายทำกำไร ถือเงินสดบางประเทศในอาเซียนเริ่มปรับแผนส่งออก หวั่นโดนลูกหลง สงครามการค้าครั้งนี้ไม่ได้มี “ผู้ชนะ” มีแต่ ”ผู้โดนก่อน“ และ ”ผู้โดนทีหลัง“ แม้แต่บริษัทอเมริกันเองก็เริ่มตั้งคำถาม เพราะต้นทุนผลิตในประเทศสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของโลกไม่แน่นอน โรงงานที่กลับสหรัฐ…ไม่ได้จ้างงานมากขึ้น แต่อาจมาพร้อมเครื่องจักรมากกว่า ⸻บทเรียนจากรอบก่อน : ภาษีไม่ได้ทำให้อเมริกา ”ชนะ“ ย้อนกลับไปในปี 2018 ทรัมป์เคยใช้มาตรการขึ้นภาษีแบบเดียวกัน งานวิจัยจาก Peterson Institute for International Economics สรุปว่าGDP สหรัฐหดตัวลงราว 0.5% ภายในปีเดียวผลผลิตการเกษตรเสียหายอย่างหนัก เพราะจีนตอบโต้ด้วยการงดนำเข้าบริษัทอเมริกันเองต้องจ่ายภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ดังนั้น…เมื่อทรัมป์ใช้วิธีเดิมในปี 2025คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า ”จีนจะอยู่ไหวไหม?“แต่คือ ”สหรัฐจะรอดได้นานแค่ไหนในเกมที่ทรัมป์สร้าง?“⸻ อย่าเล่นในเกมของทรัมป์ — รวมพลังสร้างเกมของตัวเอง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เที่ยงเปรี้ยงปร้าง ว่า “ต้องเร่งผนึกกำลังกับอาเซียน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา เพื่อวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน เราไม่ควรปล่อยให้ทรัมป์กำหนดกรอบโลกเพียงคนเดียว” ทางออกจึงไม่ใช่การสู้แบบโดดเดี่ยวเพราะสุดท้ายอาจไม่มีใครรอดเลยแต่ถ้ารวมพลังต่อรองในฐานะกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ — จะเปลี่ยนจาก เหยื่อ เป็น ผู้เจรจาที่มีอำนาจต่อรองโลกไม่ควรอยู่ในฐานะ ”ตัวประกัน“ ของ ”ทรัมป์“ที่กำหนดเกมเพื่อ…

Read More