Author: Writer Publisher

อุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น กลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตึกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่เพียงสร้างความสะเทือนใจต่อสังคม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงคำถามสำคัญว่า…เราตรวจสอบความปลอดภัยในงานก่อสร้างได้มากพอแล้วหรือยัง เมื่อสืบย้อนกลับไปพบว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคาร สตง.เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลสงขลาซึ่งใช้งบประมาณกว่า 426 ล้านบาท และเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนโดยตรง มาตรฐานที่เราควรยืนยัน…ไม่ใช่เพียงบนกระดาษในการตรวจสอบหลังตึกถล่ม พบว่าเหล็กบางส่วนที่ใช้ในการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามที่ควรจะเป็นแม้จะมีการชี้แจงว่าเหล็กเหล่านั้น “ยังไม่ถูกนำไปใช้งานจริง”แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดคำถามจากสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมาตรฐานในงานก่อสร้างไม่ควรเป็นเพียงเงื่อนไขในสัญญาแต่ต้องเป็นหลักประกันชีวิตของทุกคนที่อยู่ในอาคารนั้นในอนาคต ชีวิตคนคือสิ่งที่มีค่าสูงสุดและไม่ควรถูกเสี่ยงเพียงเพราะความผิดพลาดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง โรงพยาบาล…สถานที่แห่งความหวัง ไม่ควรมีเงาของความเสี่ยงแม้ทางโรงพยาบาลจะออกมาชี้แจงว่าวัสดุที่ใช้ในโครงการก่อสร้างผ่านการตรวจสอบและอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดแต่เสียงสะท้อนจากสังคมก็ยังคงดังอยู่เพราะโรงพยาบาลคือสถานที่ที่ผู้คนมองหา “ความปลอดภัย” และ “การเยียวยา”ไม่ใช่ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโครงสร้างที่เรามองไม่เห็น จำเป็นต้องมีคนกลางเข้าไปตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจไม่ใช่ตรวจเอง…เออเองหากพบความผิดปกติ ต้องกล้าหยุดเพื่อแก้ไขหากวัสดุไม่ได้มาตรฐาน ต้องกล้าตรวจสอบอย่างโปร่งใส บางครั้ง…การยอมล้มตึกลงเพื่อเริ่มต้นใหม่ อาจดีกว่าปล่อยให้ชีวิตใครบางคนต้องล้มลงไปพร้อมกัน นี่ไม่ใช่การกล่าวโทษใครแต่คือการหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่าเรามีมาตรการมากพอหรือยังในการรับประกันว่า“อาคารทุกหลังจะไม่กลายเป็นอันตรายต่อชีวิต” ไม่ใช่แค่เหล็กที่ต้องแข็งแรงแต่คือระบบที่ต้องโปร่งใส และกล้ารับผิดชอบ เพราะสุดท้ายแล้ว…เราไม่อยากเห็นตึกไหนต้องล้มลงอีกโดยเฉพาะถ้าการล้มนั้น…พา “ชีวิต” ของใครบางคนล้มลงไปด้วย ⸻

Read More

 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตุความพยายามเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่วิปรัฐบาลสั่งเดินหน้าเลื่อนวาระการประชุม ซึ่งเป็นการเดินหน้า โดยใช้โอกาสช่วงที่สังคมกำลังวุ่นๆ เรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว ผู้คนไม่ได้สนใจเรื่องอื่น นอกจากการกู้ภัยตึก สตง.ถล่ม และยังตื่นตระหนกอยู่กับอาฟเตอร์ช็อกแผ่นดินไหว และล่าสุดนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้บรรจุ พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร เป็นวาระพิเศษ ในการประชุมวันที่ 3 เมษายนตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอแล้ว  นายเทพไทเห็นว่ารัฐบาลใช้โอกาสตอนนี้ลักไก่ รวบหัวรวบหางนำ พ.ร.บ.กาสิโนเข้าสู่สภาฯ จึงแปลกใจทำไมรัฐบาลจึงรีบร้อนผลักดันร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร ทั้งที่กระบวนการไม่ครบถ้วน ยังไม่รับฟังความเห็นของประชาชน การเร่งให้สภาฯ มีมติรับหลักการ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญให้เสร็จในวาระ 1 เป็นการส่อเจตนาว่ารัฐบาลต้องการให้ตั้งบ่อนกาสิโนเร็วที่สุด ไม่สนใจกระแสคัดค้านใดๆ ทั้งสิ้น มิหนำซ้ำยังออกมาท้าทายสังคมอีกว่า ถ้ากลัวม็อบก็จะนำเรื่องบ่อนกาสิโนเข้าสภาฯ ทำไม ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเจอวิกฤตแผ่นดินไหวเช่นนี้ รัฐบาลน่าจะระดมความคิดจากทุกภาคส่วน โดยเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 หรือจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 1ใน 10 ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 152 หรือให้สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 1 ใน 3 ใช้สิทธิ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 มากกว่ามาเร่งผลักดันให้สภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือที่เรียกกันว่ากฎหมายเปิดบ่อนคาสิโน จะต้องรอดูว่าเรื่องนี้จะกระตุ้นต่อมคุณธรรมของคนไทย จุดม็อบติดหรือไม่ เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่ส่งเสริมอบายมุขมอมเมาประชาชน หวังผลทางการเงินมากกว่าปัญหาทางสังคม

Read More

รัฐบาลผลักดันร่างกฎหมาย “สถานบันเทิงครบวงจร” ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ใต้เปลือกหรูของคำว่า “ครบวงจร” และ “ควบคุมโดยรัฐ” กลับมีช่องโหว่มหาศาลที่อาจเปลี่ยนบ่อนถูกกฎหมาย ให้กลายเป็นบ่อนเบี้ยของคนมีอำนาจ ⸻ อำนาจรวมศูนย์ที่นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายที่มีนายกฯ เป็นประธาน มีอำนาจแต่งตั้ง อนุญาต วางพื้นที่ วางภาษี ควบคุมทุกอย่าง แต่ไม่มีใครควบคุมเขา เปิดบ่อนได้…โดยไม่ต้องฟังประชาชน กรองคนด้วยเงิน ไม่ใช่ความเสี่ยง ใครจะเข้าเล่นกาสิโนต้องมีเงินฝาก 50 ล้านต่อเนื่อง 6 เดือน — แต่ไม่มีใครพูดถึงสุขภาพจิต พฤติกรรมเสพติด หรือการป้องกันคนล้มละลาย เห็นแก่เงิน เมินผลกระทบสังคม ไม่มีมาตรการป้องกันการติดพนัน ไม่มีเพดานเล่น ไม่มีระบบเตือนภัย ไม่มีศูนย์ฟื้นฟูติดพนัน บ่อนถูกกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย รายได้รัฐ? ยังไม่โปร่งใส ไม่มีตัวเลขภาษี ไม่มีสูตรแบ่งรายได้ชัดเจน รายได้เข้าสำนักงานก่อนถึงคลัง เงินเข้าบัญชีใครก่อนกันแน่? ไม่มีกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ครอบครัวพัง ชีวิตพัง จะมีใครดูแล? รัฐเก็บเงินได้ แต่ไม่เก็บความรับผิดชอบ ธุรกิจทุนใหญ่กินรวบ? ไม่ใช่แค่บ่อน แต่มีห้างฯ โรงแรม ยอร์ชคลับ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่มีเงื่อนไขป้องกันการผูกขาด เศรษฐกิจเพื่อทุน…หรือเพื่อใคร? ภาษี? ยังไม่มีแม้ตัวเลข คณะกรรมการจะกำหนด “อัตรา” ทีหลัง ไม่เขียนไว้ในกฎหมาย เขียนเช็คเปล่าให้การเมือง? ไม่มีการจำกัดความถี่ในการเล่น ใครจะเข้าเล่นบ่อยแค่ไหนไม่มีใครรู้ ไม่มีระบบติดตาม คุณอาจหมดตัวก่อนรัฐได้ภาษี ไม่บังคับเปิดเผยผู้ถือหุ้นจริง เจ้าของตัวจริงคือใคร? ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบังคับเปิดเผยช่องว่างให้ธุรกิจสีเทา ขาดเสียงประชาชนโดยสิ้นเชิง ไม่มีระบบรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ไม่มีเวทีสาธารณะ นี่ไม่ใช่กฎหมายเพื่อประชาชนแล้วเพื่อใคร? ⸻ อย่าให้กฎหมายที่อ้างเพื่อ “รายได้รัฐ” กลายเป็นเครื่องมือเปิดบ่อนให้ทุนใหญ่ – โดยไม่มีใครรับผิดชอบผลกระทบที่ตามมา อย่าลืมว่า…การพนันถูกกฎหมายไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกแต่ “การเปิดบ่อนภายใต้ความลับและอำนาจเบ็ดเสร็จ” คือสูตรล่มประเทศ ที่แม้แต่ ปธน.สี จิ้นผิง ยังส่ายหน้า

Read More

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์กับ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” กรณีการตรวจพบเหล็กไม่ได้มาตรฐานจากตัวอย่างพื้นที่ตึกถล่ม โดยเปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างเหล็กล็อตแรก มีทั้งเหล็กกลมขนาด 9 มิลลิเมตร และเหล็กข้ออ้อยอีก 5 ขนาด ได้แก่ 12, 16, 20, 25 และ 32 มิลลิเมตร รวมทั้งหมด 6 ประเภท จาก 3 ยี่ห้อ เมื่อส่งตรวจที่สถาบันเหล็ก พบว่าเหล็กข้ออ้อยขนาด 20 และ 32 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน “จะเป็นสาเหตุของตึกถล่มหรือไม่ ยังต้องรอผลสอบจากคณะกรรมการที่นายกฯ ตั้งขึ้น เพราะอาจมีหลายปัจจัย ทั้งการออกแบบก่อสร้าง ปริมาณวัสดุที่ใช้ หรือคุณภาพวัสดุ เราไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และจะตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมเพื่อสอบขยายผลต่อไป” นายเอกนัฏกล่าว เขาย้ำว่า เหล็กด้อยคุณภาพที่ตรวจพบเป็นของโรงงานที่ปิดตัวไปแล้ว แต่คาดว่าสินค้าถูกผลิตไว้ก่อนถูกสั่งปิด พร้อมตั้งคำถามสำคัญ“แล้วเหล็กเหล่านี้ที่อาจถูกนำไปใช้สร้างบ้านคนล่ะ จะทำอย่างไร? คงต้องเอาความจริงออกมาให้ปรากฏก่อน หน่วยงานราชการต้องร่วมมือกัน และอย่าทำให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม” ขุดลึกถึงราก: ใครปล่อยให้เหล็กด้อยคุณภาพติดตรา มอก.? รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โรงงานเจ้าของเหล็กเคยพยายามขอเปิดโรงงานหลายครั้งแต่ไม่ได้รับอนุญาต กระทั่งมาเกิดเหตุตึกถล่ม จึงยิ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่การให้เปิดโรงงาน และการตรวจสอบของกลาง หากของกลางที่เคยถูกอายัดไว้ “หายไปแม้แต่เส้นเดียว” ก็จะถูกดำเนินคดีเพิ่ม และเรื่องนี้อาจเข้าสู่กระบวนการเป็น “คดีพิเศษ” โดยได้ประสานไปยัง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรมไว้แล้ว “ของติดสัญลักษณ์ มอก. แต่กลับด้อยคุณภาพ มันแปลกไหมครับ? ต้องสืบให้ถึงว่าเกิดอะไรขึ้นในการออกใบอนุญาต มอก. ซึ่งโรงงานนี้ได้รับมาตั้งแต่ปี 2561 หรือไม่ ปัญหาส่วนใหญ่ในบ้านเราคือการทุจริต จึงต้องตั้งสติให้มั่น อย่าเอนเอียงเพราะผลประโยชน์ที่มีคนเสนอมา” “รมต.สุดซอย” กับศึกเหล็ก สายไฟ ยาง และอิทธิพลมืด เอกนัฏเผยว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เขาเผชิญกับอุปสรรคหนักหนา ทั้งการตรวจสอบโรงงานเหล็กไม่ได้มาตรฐาน…

Read More

เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) จากสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาลไปที่บ้านพิษณุโลก เพื่อคัดค้านกาสิโนและพนันออนไลน์ เมื่อทราบว่านายประเสริฐ จันทรรวงทอง กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะประชุมผลักดันกฎหมายพนันออนไลน์ ที่บ้านพิษณุโลก โดยทั้งหมดปักหลักนานราว 40 นาที ก่อนแขวนหนังสือเรียกร้องหน้าประตูทางเข้าบ้านพิษณุโลก ก่อนเดินเท้ากลับไปปักหลักที่สะพานชมัยมรุเชฐ โดยไม่ได้มีตัวแทนออกมารับหนังสือแต่อย่างใด ทั้งนี้ก่อนเดินเท้าไปที่บ้านพิษณุโลก ทั้งหมดชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. เชื่อว่าการที่รัฐบาลเร่งผลักดัน พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์) ที่แฝงไปด้วยกาสิโน และพนันออนไลน์ เหมือนมีวาระซ่อนเร้นที่แอบแฝงไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งมีกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนที่จะได้ประโยชน์จากการสร้างกาสิโน-พนันออนไลน์ในประเทศไทย โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากประชาชน ซ้ำยังเร่งให้เข้าสภาฯ เพื่อผ่านวาระ 1 ภายใน 9 เมษายนนี้ด้วย ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เผยได้มีการประชุมเพื่อหาทางหยุดยั้ง เรื่องกาสิโน และพนันออนไลน์ให้ได้ โดยปรับการต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่เป็นชัยชนะเพื่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น ประเทศไทยเราสีขาว ไปสู้กับรัฐบาลสีเทา สู้กับทุนเทา ทำทุกอย่างเพื่อรักษาชาติบ้านเมืองเอาไว้ เพราะเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาคาสิโนและบ่อนการพนันออนไลน์ให้ได้ขอบคุณภาพจาก คปท.

Read More

จีนกำลังขยับหมากในกระดานอาเซียน…แล้วไทยอยู่ตรงไหนนในกระดานนั้น?-รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” ให้คำตอบกับคำถามข้างต้นไว้อย่างเฉียบคมว่า “การเยือนเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คือเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่ไทยต้องจับตาและระมัดระวังอย่ากลายเป็น ”หมาก“ ที่ถูกมองว่า ”วางลงตัวแล้ว“ เยือนไทย…ยังรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนหน้านี้นายกฯ แพทองธารไปเยือนจีน ได้เชิญปธน.สี มาไทย และจีนก็ตอบรับอยู่ระหว่างการดูจังหวะที่เหมาะสมว่าจะมาเมื่อไหร่ หรืออาจจะรอให้มีการเยี่ยมเยียนในระดับที่สูงกว่าหรือไม่ เพราะนายกฯ ไทย ได้รับคำเชิญจากนายกฯ จีน แต่ปธน. จีนก็ถือเป็นประมุขของประเทศและเราก็มีพระประมุขของประเทศ จึงต้องดูจังหวะที่เหมาะสมอีกหนึ่งปัจจัยว่าการเยี่ยมเยียนของพระประมุขจะต้องให้เหมาะสมและอยู่ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกัน เป็นการเยี่ยมเยียนระดับสูงสุด เมื่อไทยไม่ถูกเลือก…ในการเยือนอาเซียน เรื่องนี้มีประเด็นทางการเมืองเพราะการเยือนมาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา น่าจะมีเรื่องภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง หาลู่ทางใหม่ ๆ ในโอกาสที่กำลังเผชิญหน้ากับสหรัฐ มีเรื่องการใช้ฐานทัพหรืออู่ต่อเรือหรือสนามบินในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งกัมพูชาก็เกิดแล้ว เวียดนามอยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งสหรัฐก็สนใจอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนมาเลเซียเป็นตัวแปรสำคัญเพราะเป็นประธานอาเซียนที่ต้องทำงานกับจีน และต้องการยกระดับตัวเองให้มีบทบาทมากขึ้นในโลกมุสลิม ส่วนจีนก็ต้องการมีบทบาทมากขึ้นในการฟื้นฟูฉนวนกาซา การเจรจากับสหรัฐผ่านซาอุฯ-อิหร่าน เป็นการเยือนทางยุทธศาสตร์ สะท้อนความสำคัญของเราในทางยุทธศาตร์สำหรับจีนแตกต่างจากสามประเทศนี้ จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่ไทยต้องจับตาให้ดี ”นี่คือการเยือนเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่กาารเยือนมิตรประเทศ“ แล้วไทย…ถูกวางไว้ตรงไหน? “ถ้าจีนคิดว่าไทยเป็นพันธมิตรที่ลงตัวแล้ว…นั่นอาจเป็นเรื่องอันตราย” รศ.ดร.ปณิธาน เตือนว่า หากไทยถูกมองว่าอยู่ในกำกับของจีน แบบนี้อาจไม่ดีในทางการทูต แต่ความเชื่อเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด หรือไม่เป็นความจริงด้วยซ้ำ แต่ความเชื่อในทางการต่างประเทศ กลายเป็นความสำคัญในการกำหนดท่าทีของหลายประเทศ จึงต้องแก้ความเชื่อนี้ว่าเราไม่ได้อยู่ในกำกับของใคร แต่ขณะเดียวกันก็มีการรายงานว่าช่วงหลังจีนไม่พอใจไทยในหลายเรื่อง มีปัญหาเรื่องทุนจีนสีเทา และการผลักดันกาสิโน ซึ่งจีนกังวลมาก และลึก ๆ อาจมีบางเรื่องที่ผู้นำจีนมองว่า ผู้นำไทยหรืออดีตผู้นำบางคนใกล้ชิดสหรัฐมากขึ้น เขาอาจจับสัญญาณตรงนี้ได้ว่า มีความเคลื่อนไหวเรื่องการลงทุนบางอย่างที่เขารู้สึกว่าไม่ดีกับเขา เป็นการมองข้ามเขาไป ความไม่พอใจเหล่านี้ก็ยากที่จะเห็นเป็นทางการ เพราะจีนไม่ค่อยพูดอย่างตรงไปตรงมา ระวังแนวชายแดนกัมพูชา-จับตาข้อตกลงใหม่ รศ.ดร.ปณิธาน แนะว่า ต้องดูข้อตกลงใหม่ที่จีนจะทำกับกัมพูชา เพราะจะมีผลกับเราโดยตรง ยุทธโธปกรณ์ของจีนทยอยเข้ากัมพูชาเป็นระยะ และอาจเปลี่ยนพฤติกรรมกัมพูชาตามแนวชายแดน ตรงนี้ต้องระมัดระวัง อาจต้องหาจังหวะเวลาคุยกับจีนในอนาคตด้วยว่า ถ้าจีนสนับสนุนุทธโธปกรณ์กับกัมพูชาเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดปัญหากับไทยมากขึ้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่จำเป็นต้องคุยกับจีน แต่คงต้องดูก่อนว่าจีนจะมีข้อตกลงเรื่องความมั่นคงกับกัมพูชาในรอบนี้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็มากขึ้น มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางยุทธศาสตร์มากขึ้น และภาพรวมทางเศรษฐกิจ หลายประเทศก็ไม่ต้องการให้กัมพูชาพึ่งพิงจีนมากเกินไป แม้แต่ข้อตกลงให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งกัมพูชาต้องการมาก เพื่อยกระดับให้เป็นไปตามแผนพัฒนาประเทศสมัยใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้ เวียดนามเดินเกม…

Read More

“น้ำผึ้ง” อดีตสส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ เล่าเรื่องราวอบอุ่นอีกครั้ง ผ่านประสบการณ์จากสึนามิ…ถึงตึกถล่ม เธอเริ่มเรื่องไว้ว่า…เมื่อเห็นข่าวว่าทหารอิสราเอลเข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวที่จตุจักร ฉันรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ประเทศของพวกเขากำลังเผชิญกับภาวะสงคราม พวกเขายังเลือกเดินทางมาช่วยเหลือด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย ความเชี่ยวชาญ และหัวใจที่ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา จากความทรงจำที่กระบี่ เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันนึกย้อนถึงวันที่เจ็บปวดเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน — วันที่สึนามิถล่มกระบี่เกาะพีพีคือจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผู้บาดเจ็บทยอยส่งถึงโรงพยาบาลในช่วงเย็น ขณะที่ศพเริ่มเข้ามาตอนดึก สิ่งที่ฉันไม่มีวันลืม คือภาพของคนไทยและชาวต่างชาติที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่ลุกขึ้นมาช่วยกันอย่างเต็มใจมีการตั้งเต็นท์ แจกน้ำ อาหาร ผ้าเย็น และสิ่งของจำเป็น ความโศกเศร้าถูกเยียวยาด้วย “น้ำใจ” สองเรื่องที่ฝังอยู่ในใจฉันเสมอ คนญี่ปุ่นรวมกลุ่มกันอย่างมีระเบียบ ได้รับการช่วยเหลือจากสถานทูตทันที พวกเขาแสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมและความเข้มแข็งในยามวิกฤต ทีมแพทย์ต่างชาติ เดินทางมาถึงพร้อมแสดงบัตรและความเชี่ยวชาญ แขวนป้ายแล้วเข้าร่วมช่วยงานทันที แม้ต่างภาษา แต่ “หัวใจของมนุษย์สื่อสารกันได้” โรงแรมของคุณพ่อกับ 800 ชีวิต คุณพ่อของฉัน (พิเชษฐ์​ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรมช.คลัง) เปิดโรงแรมให้ผู้ประสบภัยกว่า 800 คนเข้าพัก และใช้เป็นศูนย์ประสานงานหลักตลอดสามสัปดาห์ ทีมแพทย์และทหารจากอิสราเอลขอร่วมพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต หมอไทยสละโต๊ะให้พวกเขาโดยไม่ลังเล ความเคารพและความร่วมมือข้ามพรมแดนปรากฏชัด พวกเขาทำงานเงียบ ๆ หลายวันจนพิสูจน์ศพชาวอิสราเอลได้เกือบครบ…ก่อนเครื่องบินจะมารับกลับโดยไม่มีพิธีใด ๆ ฉันเองต้องดูภาพศพกว่า 500 รายเพื่อจดจำและประสานกับญาติผู้สูญหายทีม DVI จากต่างชาติช่วยให้ระบบดีขึ้น โดยใช้ Excel แยกข้อมูลจากลักษณะภายนอก ทำให้เราทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เทคโนโลยีและหัวใจ ที่จตุจักร วันนี้ที่จตุจักร เราเห็นเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วย เช่น โดรน สุนัขค้นหา และระบบสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การกู้ภัยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงพัฒนาการด้านการจัดการภัยพิบัติของไทย แม้เหตุการณ์จะต่างสถานที่ ต่างช่วงเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ “ไม่เคยเปลี่ยน” คือ น้ำใจคนไทย…ผู้คนยังลุกขึ้นมาช่วยกันอย่างเต็มใจ โดยไม่ต้องรอคำสั่ง หัวใจของผู้ให้…คือพลังที่เปลี่ยนโลก เมื่อทราบข่าวความสูญเสียในเมียนมา ฉันรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถเดินทางไปช่วยได้สิ่งที่ทำได้ คือพูดคุยกับลูกน้องชาวเมียนมา ตรวจสอบว่าครอบครัวใดได้รับผลกระทบ และพร้อมส่งความช่วยเหลือทันที จากใจถึงใจ ขอขอบคุณจากหัวใจ แด่ทหาร แพทย์ และอาสาสมัครจากนานาประเทศโดยเฉพาะทีมจากอิสราเอล ที่ยืนหยัดช่วยเหลือไทย ทั้งในวันนั้น… และวันนี้ ความเสียสละของท่าน คือความทรงจำที่งดงาม ขอให้ทีมกู้ภัยบรรลุภารกิจโดยเร็ว…ขอให้มีปาฏหาริย์และขอภาวนาให้สงครามยุติโดยเร็ว… เพราะศึกที่มนุษย์เผชิญร่วมกัน…

Read More

เป็นข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.วันนี้ ที่พูดถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา และส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือ และ กทม.เกิดความเสียหาย โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงาน และระดมทุกสรรพกำลัง จากทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว จนสถานการณ์คลี่คลายลง และเตรียมมาตรการรับมืออุบัติภัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ ทุกประเภท ทั้งอุทกภัย สึนามิ ไฟป่า รวมถึงแผ่นดินไหว ตาม 8 ข้อสั่งการคือ 1. ให้กระทรวงมหาดไทย จัดทำแผน และมาตรการในการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ โดยแบ่งหน้าที่ และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างชัดเจน ภายในสิ้นเดือนนี้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีส่งข้อความเตือนภัย ที่ชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้นระหว่างรอระบบ Cell broadcast ที่จะเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ระบบสื่อสารเตือนภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งจากภัยพิบัติ อุบัติเหตุ อุบัติภัยต่างๆ และให้ทางกรมโยธาธิการฯ เร่งออกมาตรการ ข้อกำหนดในการตรวจสอบอาคารสูงทุกอาคาร เพื่อให้ได้มาตรฐานและ ควรจะกำหนดเกณฑ์มาตรฐานและออกใบรับรองมาตรฐานอาคาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยว 2. ให้กระทรวงการต่างประเทศ ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ที่มีความพร้อมในระบบเตือนภัย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทยให้เร็วที่สุด 3. ให้กระทรวงสาธารณสุข วางแผนในการเตรียมการรับมือทั้งแพทย์ฉุกเฉิน เตียงสนามให้เพียงพอ รวมถึงจิตแพทย์ที่จะดูแลฟื้นฟูผู้ที่รับผลกระทบ 4. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เร่งสื่อสารกับนักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย ให้ได้รับข้อความเตือนภัย และแผนรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน 5. ให้กระทรวงทรัพยากรฯ – ระดมนักวิชาการทางด้านธรณีวิทยา เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอแนะในมาตรการรับมือที่ถูกต้อง และป้องกันภัยได้อย่างรัดกุมที่สุด รวมถึงการตรวจระบบอุปกรณ์เตือนภัยต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างปกติ 6. ให้กระทรวงศึกษาธิการ – เร่งเพิ่มเติมหลักสูตร และแผนการรับมือภัยธรรมชาติ ในทุกรูปแบบให้กับนักเรียน นักศึกษาทุกระดับ 7.ให้กระทรวงคมนาคม – เร่งตรวจสอบเส้นทางคมนาคม ทุกมิติให้มีความพร้อมในการให้บริการกับประชาชน รวมถึงตรวจสอบงานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ได้มาตรฐาน สามารถรองรับภัยธรรมชาติต่าง ๆ 8. ให้เร่งสรุปมาตรการในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และให้กรมประชาสัมพันธ์ เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง อย่างทั่วถึง รวมทั้งให้ประสานขอความร่วมมือกับ…

Read More

“ทุกคนมีหน้าที่เสียภาษี” แต่สุดท้าย…เงินที่เราจ่าย กลับถูกใช้กับเรื่องที่เราไม่เคยเลือก — จาก “เงินดิจิทัล“ ถึง ”ซื้อหนี้ NPL“ การใช้ภาษีในนามของประชาชน แต่…ประชาชนจำนวนมากกลับไม่เคยรู้สึกว่าได้เลือก! ช่วงเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมา… รัฐบาลแพทองธารประกาศนโยบายใช้เงินก้อนโตหลายโครงการ เช่น • แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้งบกว่า 300,000 ล้านบาท แจกมาแล้ว 2 เฟสแบบเงินสด กับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ในระดับใบไม้ยังไหวน้อย กำลังจะเกิดหน้าเฟส 3 เป็นเงินดิจิทัล สำหรับคนอายุ 16-20 ปี 【1】 • ล่าสุดมีแผนซื้อหนี้เสีย NPL รายย่อย มูลค่าเริ่มต้น 4,000 ล้านบาท (เป้า 1.2 แสนล้านบาท)【2】 ทั้งหมดนี้มาพร้อมคำพูดเดิม: “เพื่อช่วยประชาชน” แต่คำถามคือ… ประชาชนกลุ่มไหน? เงินที่รัฐใช้…คือเงินจากใคร? และใช้เพื่อใคร? — เงินหมื่นดิจิทัล = รัฐกู้ แจก แล้วเราเสียภาษีจ่ายคืน แม้จะอ้างว่าโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม้ทีการกู้เงิน แต่ในความเป็นจริง… การจัดงบประมาณที่เพิ่มการขาดดุลทุกปี คือบทสะท้อนว่ารัฐบาลต้องกู้มากขึ้น เพื่อมาใช้กับโครงการประชานิยมเหล่านี้ เมื่อรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายรับไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย รัฐอาจต้อง ”ขยับภาษี“ หรือ ”ตัดงบด้านอื่น“ ในอนาคต แปลว่า…คนที่จ่ายภาษีวันนี้ อาจต้องจ่ายเพิ่ม…เพื่อชดเชยเงินที่รัฐแจกในวันนี้ ที่สำคัญคนเหล่านั้น…อาจไม่ใช่คนที่ได้รับเงินที่รัฐแจกเลย กลายเป็นว่า เราไม่ได้เสียภาษีแค่เพื่อพัฒนาประเทศ แต่กำลังเสียเพื่อรักษานโยบาย หรือ รักษาหน้าของ ”นักการเมือง“? — แก้หนี้คนใช้เกินตัว = ใช้ภาษีคนใช้จ่ายระวัง แผน “ซื้อหนี้เสีย” ที่รัฐต้องการ ”ล้างหนี้“ ให้คนเหล่านั้นเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ข้อเท็จจริงคือ… • หนี้ส่วนใหญ่คือ หนี้บัตรเครดิต【3】 • เกิดจาก พฤติกรรมบริโภคส่วนบุคคล • รัฐจ่ายหนี้แทน ผ่าน ธนาคารของรัฐ ด้วยเงินภาษี ถามง่าย…

Read More

เป็นการตั้งข้อสังเกตุของพรรคฝ่ายค้าน ที่เห็นว่าการที่รัฐบาลขอเร่งบรรจุวาระร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ที่มีกาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วยในวันที่ 4 หรือ 9 เมษายนนี้ก่อนปิดสมัยประชุมนั้น โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชนในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน เห็นความผิดปกติของรัฐบาลเพื่อเคลียร์ร่างกฎหมาย โดยเฉพาะเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่ต้องการลุยไฟหรือจะดันทุรังให้ได้  ทั้งนี้ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเร่งรัดเช่นนี้ เพราะไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะสมและเร่งด่วน อีกทั้งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็บอกเองว่ายังไม่ได้ทำผลการศึกษาความเป็นไปได้ หากดันทุรังทำหลังผลการศึกษาที่ว่าไม่คุ้มค่า จะทำอย่างไร การเร่งรัด และไม่รอบคอบแบบนี้ จะรีบทำกฎหมายทำไม ”เราปล่อยตามธรรมชาติ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาเร่งรัดเอาโดยที่ทุกฝ่ายไม่พร้อม ยังไม่เห็นรายละเอียด เรื่องกระบวนการที่เร่งรัดนี้เราคัดค้านเต็มที่ทุกวิถีทาง แต่ต้องยอมรับว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย ลงมติอย่างไรก็แพ้ แต่อย่างน้อยสังคมต้องได้รับรู้” ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน โพสต์ชวนทุกคนจับตาเรื่องร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะมีความพยายามเร่งรัดให้ผ่านสภาฯ โดยเร็วที่สุด ถึงขนาดพยายามเอาเข้าสภาฯ ในวันที่ 4 เมษา หรือ 9 เมษายน และมีความพยายามขอเปิดประชุมเพิ่มในวันศุกร์ หรือไม่ขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา เพื่อให้เร็วที่สุด ผมต้องย้ำว่าสภามีวาระร่างกฎหมายฉบับอื่นๆที่ค้างอยู่เต็มไปหมด แต่ฝ่ายรัฐบาลจะให้ความสนใจกับเรื่องกาสิโนเป็นหลัก “ไม่มีมีความจำเป็นอะไรเลยครับที่จะต้องเร่งรีบในตอนนี้ อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันติดตามเรื่องนี้ครับ เพราะนโยบายนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน จนถึงรุ่นลูกแน่นอน” นายรังสิมันต์ทิ้งท้าย ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการผลักดันร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่าโดยรวมกฎหมายนี้ ทำขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล อย่าไปพูดว่าเร่งรีบ เพราะเมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลก็ต้องเร่งรีบ เพราะกว่าจะตราขึ้นได้แต่ละฉบับต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผ่านวุฒิสภา ซึ่งไม่รู้ว่าวุฒิสภาจะแก้ไขอะไรบ้าง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝ่าเสียงค้านของนักวิชาการไปได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิเสรีภาพที่แสดงได้ แต่ย้ำว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ ไม่ได้มุบมิบทำขึ้น จะทำแค่กาสิโนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเงื่อนไขเยอะแยะ รัฐบาลมีความรอบคอบ รัดกุมพอสมควร ส่วนกรอบระยะเวลาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร อาจใช้เวลา 2 เดือนกว่า ก่อนจะส่งต่อไปที่วุฒิสภา ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าวุฒิสภาจะมีการแก้ไขมากน้อยแค่ไหน

Read More