Author: Writer Publisher

“คิดว่าผิวน้ำนิ่ง..แต่ข้างใต้อาจมีกระแสน้ำลึก…เชี่ยวก็ได้ อย่าปรามาสพี่น้องประชาชน บรรยากาศตอนนี้เหมือนปลายยุคทักษิณในปี 48-49” —นายพิชิต ชัยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) เปิดเผยกับ The Publisher ผ่านรายการ “เที่ยงเปรี้ยงปร้าง” ดำเนินรายการโดย “สมจิตต์ นวเครือสุนทร “ยังสะท้อนถึงความกังวลของภาคประชาชนเกี่ยวกับ “กาสิโน” ว่า นายกฯ ท่องคาถา เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ได้เท่ากับกาสิโน มีกาสิโนแค่ 10 % แต่มันเป็น 10 % ที่เป็นหัวใจหลักที่สังคมต้องการคำตอบที่เป็นรูปธรรม คุ้มจริงหรือ? ผลกระทบจะทำอย่างไร? มีอะไรรองรับ? แต่นายกฯ ไปตอบสัดส่วน จะเก็บภาษีกาสิโน แต่ตัวเองยังเลี่ยงภาษี! ที่บอกจะเก็บภาษีจากกาสิโนได้กว่าสามพันล้านบาท ก็ต้องถามว่านายกฯ จะห่วงเรื่องภาษีทำไม ในเมื่อทั้งนายกฯ และพ่อคือทักษิณ ก็เลี่ยงภาษีมาโดยตลอด ภาษีที่เกิดจากกาสิโนดูแค่ตัวเลขไม่ได้ต้องดูผลกระทบอื่นด้วย ไม่มีภาษีอื่นให้เก็บแล้วเหรอ นอกจากกาสิโน เคยบอกจะกันไม่ให้คนไทยเล่น แต่ตอนนี้จะดึงนักพนันไทยที่ไปเล่นต่างประเทศมาเล่นในไทย “หลอกประชาชนตั้งแต่ต้นจนจบ” หยุดกาสิโน…ต้องหยุดรัฐบาล สำหรับการยกระดับการเคลื่อนไหวชุมนุมนั้น มีการประชุมร่วมกับเครือข่ายฯ ได้ข้อสรุปว่า “จะหยุดกาสิโนได้…ต้องหยุดรัฐบาลแพทองธาร” เท่านั้น จึงต้องยกระดับขับไล่ ส่วนกิจกรรมจะเข้มข้นขนาดไหนจะหารือในสัปดาห์นี้ ภาควิชาการจะรับหน้าที่ขยับประเด็นทางวิชาการให้สังคมรับรู้มากขึ้น และยังมีเครือข่ายผู้นำทางศาสนา สัปดาห์นี้จะมีการยื่นหนังสือกราบทูลไปยังเลขาฯ สมเด็จพระสังฆราช “ศาสนาพุทธ ไม่สนับสนุนอบายมุข จะกราบทูลพระสังฆราชในเรื่องนี้ด้วย” เดินสายบี้จุดยืนพรรคการเมือง-ลุยสอบสามีนายกฯ นอกจากนี้จะมีการเดินสายไปพบตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อสอบถามจุดยืนว่าเห็นด้วยกับกาสิโนหรือไม่? เพราะสุดท้ายแม้ผ่าน ครม.แล้วก็ต้องไปจบที่สภาฯ อยู่ดี จึงต้องการโน้มน้าวให้พรรคการเมืองคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ “จำนวนเสียงสส.ในสภาฯ มีความจำเป็น จะไปขอจุดยืนที่ชัดเจน โดยเฉพาะพรรคประชาชาติ ที่ชัดเจนเรื่องพี่น้องชาวมุสลิม จะปล่อยให้เกิดนโยบายที่ขัดหลักศาสนาหรือไม่ และจะไปพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนด้วย” รัฐบาลเสียงแข็งไม่ฟัง ปชช. ระวังพังในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ไม่มีความหวังมากนักต่อพรรคการเมือง แต่พิชิต เห็นว่า จำเป็นที่ภาคประชาชนต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองให้ได้ ให้เกิดการจับมือกัน กระแสต้านกาสิโนเริ่มแรงขึ้น ภาคเอกชนก็เริ่มแสดงความเห็นอย่างนายกสมาคมท่องเที่ยวภูเก็ต ก็บอกเห็นด้วยเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่ถ้าจะมีกาสิโนต้องรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ ก่อน “ภาคท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ประชาชน เสียงแข็งไม่เห็นด้วยกับกาสิโน ทำไมนายกฯ ไม่รับฟัง? ถ้ายังดึงดันจะมีผลสะท้อนต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน และบางทีรัฐบาลอาจอยู่ไม่ครบวาระด้วยซ้ำ จากพฤติการณ์หลายอย่างที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ…

Read More

นายสุทธิเกียรติ โสภณิก ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ในฐานะหัวหน้าชุดทีมสุนัขค้นหา หรือ K9 เหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว เปิดเผยขั้นตอนการทำงานว่า ก่อนเคลื่อนย้ายกำลังสนับสนุนภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยนั้น ได้ทำการตรวจเช็กอุปกรณ์ และสุนัข ยานพาหนะ จากนั้นจึงรายงานที่กองอำนวยการและรอรับภารกิจที่กระทรวงมหาดไทยมอบหมาย เพราะเป็นหนึ่งในทีม USAR มหาดไทย ทั้งนี้การใช้สุนัข K9 ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะส่งทีม คน หรือเครื่องจักรเข้าไป อาจส่งผลต่อผู้ประสบภัยด้านล่าง ซึ่งเสี่ยงมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ K9 ทำการสำรวจว่ามีผู้ประสบภัยที่มี และไม่มีสัญญาณชีพอยู่จุดไหน เขายอมรับว่าหน้างานจริงต่างจากที่ซ้อมอย่างกับฟ้ากับดิน เพราะตอนซ้อมสามารถจัดสถานที่เพื่อให้สุนัขเข้าใจในการงานและประสบความสำเร็จ ต่างจากเหตุการณ์จริง เพราะมีความเสี่ยงมากมาย เช่น ข้างในมีเศษแก้ว กระจก เศษเหล็กหากไม่เคยฝึกมาอาจบาดเจ็บได้ ซึ่งเขาบอกด้วยว่า ในระหว่างปฏิบัติภารกิจกำลังพลต้องปลอดภัย และค้นหาผู้ประสบภัยให้พบ “แต่ก่อน 20 ปีที่แล้วในเหตุภัยพิบัติจะไม่มีทีมสุนัข ตอนนั้นนำทีมเข้าไปยังถูกถามว่า คุณมาทำไม คุณต้องการอะไร เขาไม่เห็นความสำคัญ แต่ปัจจุบันมีความสำคัญมากทีเดียว ขณะนี้ยังต้องการทีมสุนัขมากขึ้น เพื่อสนับสนุนภารกิจ เพราะรุ่นเดิมเริ่มชราภาพไป และแต่ละภารกิจต้องใช้เวลาในการทำงาน กำลังสับเปลี่ยนสำคัญมากๆ“

Read More

ธัช ศิวารัตน์ ผู้จัดการทั่วไป มิกซ์ แมกกาซีน ในฐานะช่างภาพรุ่นใหม่ ผู้ศึกษาผลงานภาพถ่ายแนว Pictorial Art ได้กล่าวชื่นชมฝีมือของคุณชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล ช่างภาพมือระดับโลก ที่เขาเรียกว่า “อาจารย์” โดยเฉพาะเรื่องของแสงและองค์ประกอบภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย “ภาพถ่ายของอาจารย์ชัยโรจน์ ได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติ เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งมองยิ่งสวยงาม อย่างภาพพระที่นั่งเรือสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก นับเป็นโชคดีของคนไทยที่ได้เห็นภาพอันงดงามเช่นนี้” ธัชกล่าว เขายังยกตัวอย่างอีกหลายภาพที่ถ่ายโดยคุณชัยโรจน์ รวมถึงภาพ “แปรกหัก” หนึ่งในภาพรางวัลของคุณชัยโรจน์ ที่เผยภาพการแข่งขันเกวียนที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ของการแข่งขันที่ดุเดือดและเข้มข้น “ภาพนั้นมีชีวิตชีวามาก ราวกับว่าเราได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง อาจารย์ชัยโรจน์สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ธัชกล่าว สิ่งที่ธัชได้เห็นในตัวคุณชัยโรจน์ คือความมานะพยายามและความทุ่มเทในการทำงาน เพราะกว่าจะได้ภาพแต่ละภาพ ต้องใช้ความอดทนและรอคอยจังหวะที่เหมาะสม เช่นภาพพระธุดงค์ที่ต้องรอตั้งแต่เช้ากว่าจะได้กดชัตเตอร์ ไม่เหมือนปัจจุบันที่ถ่ายภาพด้วยระบบดิจิทัล นั่นทำให้สมัยก่อนการกดชัตเตอร์มีค่ามาก ภาพถ่ายจึงมีคุณค่าและต้องได้รายละเอียดที่ครบถ้วน นอกจากนี้ทุกภาพไม่เพียงแต่บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก เช่นภาพวิถีชีวิตชาวเขา ที่นับวันกำลังจะสูญหายไป สิ่งที่ธัชได้เรียนรู้จากคุณชัยโรจน์ และนำมาปรับใช้ในชีวิตตนเอง นั่นคือ จะเรียนรู้อะไร ทำอะไรต้องทำด้วยจิตวิญญาณ ด้วยความทุ่มเท ตั้งใจจริง จึงจะประสบความสำเร็จ และจิตวิญญาณนี้ยังอยู่ในตัวคุณชัยโรจน์ตลอด เพราะถึงอายุ 88 ปีเขาก็ยังไม่หยุดถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่ “สำหรับผม อาจารย์ชัยโรจน์คือศิลปินแห่งชาติ แม้ว่าท่านจะยังไม่ได้รับการแต่งตั้งก็ตาม”

Read More

เรียกว่ามาตามนัด และเป็นควันหลงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน บุกไปที่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อยื่นหนังสือขอให้วินิจฉัยการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ ตั๋ว P/N ในการซื้อหุ้นของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าได้ใช้ตั๋ว P/N เข้าข่ายการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหลบเลี่ยง หรือหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ เหตุผลสำคัญคือต้องมีการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการซื้อขายครั้งนี้เข้าข่ายการทำนิติกรรมอำพรางหรือไม่ รวมถึงเป็นการเปลี่ยนเจตนาจากการรับให้ เป็นการซื้อขายเพียงแค่รูปแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้ 5% ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์บอกด้วยว่าประเด็นที่สาธารณะสงสัยคือ ไม่ใช่การซื้อขายกันจริงๆ ใช่หรือไม่ เป็นเพียงการทำธุรกรรมซื้อขายเพียงรูปแบบ เพื่อบดบังเจตนาที่แท้จริง คือการรับให้หุ้นจากครอบครัว โดยหากเป็นการรับให้ ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทจากแม่ก็ต้องเสียภาษี 5% ส่วนที่เกิน 10 ล้านจากบาทพี่สาว พี่ชาย ลุง ป้าสะใภ้ ก็ต้องเสียภาษีในอัตรา 5% “การวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และลายลักษณ์อักษร จึงมีความสำคัญ เพราะถ้าคุณแพทองธารทำได้ถูกต้องแล้ว ทุกคนทั้งประเทศที่มีความมั่งมีทำแบบคุณแพทองธารทั้งหมด สาธารณะได้ประโยชน์อะไร สังคมได้ประโยชน์อะไร รัฐได้ประโยชน์อะไร สุดท้ายมันจะเป็นผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน” นายวิโรจน์กล่าว ขณะที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่สนที่นายวิโรจน์ไปยื่นกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบกรณี ใช้ตั๋ว PN ตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว โดยบอกก็ให้เขาไปยื่น ทราบอยู่แล้วว่าต้องไปยื่น ก็ยื่น ไม่เป็นไร พร้อมย้ำได้ชี้แจงในสภาฯ ว่าทำทุกอย่างถูกต้องอยู่แล้ว “จะหนีภาษีได้อย่างไร ยังไม่มีการจ่ายตังค์เลย ต้องจ่ายก่อนถึงจะคิดภาษีได้ และภาษีต้องเกิดจากกำไรด้วยซ้ำ อันนี้คือข้อที่ชัดเจนอยู่แล้ว นักวิชาการก็ออกมาพูด แต่ว่าก็นั่นแหละค่ะ” นางสาวแพทองธารกล่าว

Read More

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ The Publisher ถึงการเคลื่อนไหวภาคประชาชนหลังรัฐบาลแพทองธาร ผ่านความเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรว่า จะมีการยกระดับการชุมนุมแน่นอน การผลักดันเข้าครม.ทันทีหลังเพิ่งผ่านการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้ามีการชะลอ สะท้อนว่า… ตั้งใจเอาให้ได้—ไม่ยี่หระต่อประชาชน “ตั้งใจจะเอาให้ได้ เราก็ชุมนุมขับไล่ เรื่องขนาดนี้เราจะยินยอมให้บ่อนเกิดในแผ่นดินนี้มั้ย รัฐบาลไม่ยี่หระต่อความรู้สึกของประชาชน เพียงแค่จับจังหวะ ไม่คำนึงถึงความเสียหายของชาติบ้านเมือง เขาเตือนด้วยว่าอย่าดูแคลนพลังมวลชน อย่าประเมินพลังมวลชนต่ำไป “อย่าคิดว่ามวลชนไม่มีพลัง เพราะไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมครั้งไหนในประวัติศาสตร์ ก็เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เมื่อคนมีจุดร่วมที่ทนไม่ได้ก็มืดฟ้ามัวดินอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว” จตุพร กล่าวเสียงเข้ม บ่อนถูกกฎหมาย=เปิดประตูสู่วิกฤต เขายกตัวอย่างประวัติศาสตร์ว่า หากกาสิโนดีจริง เหตุใดรัชกาลที่ 5 จึงทรงห้าม? แม้รัฐบาลหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจะเคยมีการเปิดบ่อน แต่อยู่ได้แค่สี่เดือนก็ต้องเลิกทั้งหมด แต่นี่จะพ่วงสัญญา 30 ปี ประเทศจะเหลืออะไร? “สุดท้ายพนันออนไลน์จะไปสังกัดกาสิโนใหญ่ กันลูกเล็กเด็กแดงไม่ได้ คนเป็นทาสการพนันก็จะเกิดปัญหาตามมามากมาย หนี้สิน ขายตัว ติดยา อาชญากรรมพุ่ง ฟอกเงินตามมา ลักวิ่งชิงปล้น ประเทศจะกลายเป็นเมืองที่มีปัญหา บ้านเมืองจะเหลืออะไร ถ้าใครคิดได้ต้องไม่สร้างปัญหาให้บ้านเมือง” เตือน “อิ๊งค์” ระวังซ้ำรอยพ่อ “เผ่นนอก” จตุพร เตือนสติไปที่พรรคร่วมรัฐบาลว่า ขอให้คุณคิดกันให้ถี่ถ้วนว่าคุณพร้อมรบกับประชาชนหรือไม่ ถ้าเอาเรื่องบ่อนกาสิโนเข้าครม.วันนี้ นั่นคือการเริ่มต้นของการขับไล่จากประชาชนอย่างเป็นทางการ ถ้าคุณพร้อมจะทำสงคราม วันนี้ก็เอาเข้าครม.ตามที่บรรจุระเบียบในร่างนั้นเอาไว้ นายทักษิณ เคยมีเสียงในสภา 377 เสียง มากกว่ารัฐบาล น.ส.แพทองธาร ยังต้องหนีออกนอกประเทศถึง17 ปี และน้ำหน้าอย่างคุณจะทนแรงเสียดสีจากประชาชนได้อย่างไร”

Read More

ทันทีหลังศึกซักฟอก คณะรัฐมนตรีมีมติ “เห็นชอบหลักการ” ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา จุดชนวนเสียงคัดค้านจากเครือข่ายภาคประชาสังคมกว่า 100 องค์กรทั่วประเทศ ที่ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลและจี้ให้ทุกพรรคการเมืองแสดงจุดยืนต่อกฎหมายฉบับนี้ แถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลเร่งรีบผลักดันกฎหมายสำคัญฉบับนี้เข้าสภาอย่างผิดสังเกต โดยไม่สนเสียงทักท้วงจาก ส.ส. นักวิชาการ และภาคประชาชน พร้อมชี้ว่าร่างกฎหมายยังมีข้อหละหลวมหลายประการ ทั้งการเปิดให้มีกาสิโนไม่จำกัดจำนวน ความไม่ชัดเจนของขนาดพื้นที่หรือเป้าหมายผู้ใช้บริการ และการมอบอำนาจกว้างขวางแก่คณะกรรมการนโยบายโดยไร้กลไกตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังเปิดช่องให้มีการยกเว้นกฎหมายหลายฉบับเพื่อเอื้อประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติ รวมถึงอนุญาตจัดการพนันที่เคยผิดกฎหมาย และทำให้หนี้จากการพนันสามารถฟ้องร้องบังคับได้ตามกฎหมาย ภาคประชาสังคมยังเตือนว่า การปล่อยให้กฎหมายนี้เดินหน้าโดยไม่มีการรับฟังประชาชนหรือจัดประชามติในพื้นที่ จะนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในกระบวนการออกกฎหมาย และเพิ่มโอกาสให้กลุ่มทุนเข้ามาต่อรองผลประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการ “รัฐบาลจงใจผลักภาระไปให้สภา ทั้งที่รู้ว่ากลไกนั้นเต็มไปด้วยการต่อรองจากผู้มีผลได้เสีย” ตอนหนึ่งในแถลงการณ์ระบุ เครือข่าย 100 องค์กรยังเรียกร้องให้พรรคการเมืองประกาศจุดยืนชัดเจน และให้วุฒิสภาจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง พร้อมประกาศเดินหน้าคัดค้านร่างกฎหมายนี้ทุกช่องทางตามสิทธิตามกฎหมาย แถลงการณ์ลงนามโดยหลากหลายองค์กร เช่น มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก สมาคมเพื่อสันติภาพภาคประชาชน และเครือข่ายภาคประชาชนจาก 4 ภูมิภาค

Read More

จากเรื่องราวของ หญิงธรรมดาผู้เปิดโปงจนปิดเกมทุจริตเบิกยา รพ.ทหารผ่านศึก สู่…คำถามใหญ่ในระบบเบิกจ่ายยาราชการ…ยุติธรรมพอหรือยัง? มีระบบตรวจสอบที่ดีพอหรือเปล่า? ———— ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลไม่ใช่แค่ต้องรอครึ่งค่อนวัน เหมือนคนไม่มีทางเลือก แต่ยังหมายถึงโอกาสในการเข้าถึงยาที่ไม่เท่าเทียมด้วย เพราะยาบางตัวแม้ป่วยหนักแค่ไหน แต่ถ้าถือสิทธิบัตรทอง…หรือประกันสังคม คุณจะได้ยินเสียงหมอบอกว่า…“ยาตัวนี้รักษาได้ แต่ต้องจ่ายเอง เพราะไม่อยู่ในสิทธิ” แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบปัญหานี้ เพราะมีคนอีกกลุ่มที่รับยาที่คนจำนวนมากต้องจ่ายเอง “ฟรี” …เพราะเขาคือ “ข้าราชการ” นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในระบบสุขภาพของไทย เรื่องของ “สิทธิ” ที่มีอยู่จริง… แต่ไม่ได้ “เท่ากัน” สำหรับทุกคน ——— 1 แสนล้าน…สวัสดิการรักษาพยาบาล ขรก.! ข้อมูลจากกรมบัญชีกลางรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2567 การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ทะลุ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยมีรายละเอียดย้อนหลังเพิ่มขึ้นกว่า 40 % ในเวลา 5 ปี • ปี 2563: 76,023 ล้านบาท • ปี 2564: 79,725 ล้านบาท • ปี 2565: 90,699 ล้านบาท • ปี 2566: 96,507 ล้านบาท • ปี 2567: 106,557 ล้านบาท งบประมาณก้อนนี้ไม่ได้จ่ายให้ข้าราชการเท่านั้น แต่ยังรวมถึง คู่สมรส บุตร พ่อแม่ ซึ่งหมายความว่า… “คนคนหนึ่ง” ที่มีสิทธิข้าราชการ สามารถใช้สิทธินี้ดูแลชีวิต “อีกหลายชีวิต” ได้ด้วย ——— งบเยอะ…รั่วไหลมาก…เมื่อไหร่จะแก้? ข้อมูลจากเดือนธันวาคม 2567 ระบุว่า มีผู้ใช้สิทธิข้าราชการประเภทผู้ป่วยนอก 1.46 ล้านคน ทำธุรกรรมการรักษากว่า 3.25 ล้านรายการ เป็นมูลค่า 6,968 ล้านบาท ขณะที่เดือนพฤศจิกายนเดือนเดียวสูงถึง 7,551 ล้านบาท ลองคำนวณคร่าว ๆ จากยอด 106,557…

Read More

โดย The Publisher ⸻ คนจนเสียภาษี…เพราะไม่มีช่องให้เลี่ยง คนรวยเสียภาษี…เท่าที่จำเป็นต้องทำ…เพราะรู้ช่องทางจะไม่ต้องจ่าย ⸻ คำกล่าวข้างต้น อาจอยู่ในใจหลายคน ยิ่งเพิ่งผ่านการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหมาด ๆ และนายกฯ แพทองธาร ก็ผ่านมันไปได้อย่างง่ายดาย ชิลจนถึงขั้นถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในสภาฯ กันเลยทีเดียว แต่ในใจของประชาชนยัง “หนักอึ้ง “อยู่… หนักเพราะไม่แน่ใจว่า” ผู้นำประเทศ “มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่? คนจนเสียภาษี…เพราะไม่มีช่องให้เลี่ยง หรือบางทีเขาก็ไม่ได้คิดซับซ้อนที่จะต้องบริหารภาษีใด ๆ เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องจ่ายเพื่อคืนกลับให้ประเทศซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด คนรวยเสียภาษี…เท่าที่จำเป็นต้องทำ…เพราะรู้ช่องทางที่จะไม่ต้องจ่าย” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย “เหมือนที่กำลังมีการตั้งข้อสงสัยกับ” นายกฯ แพทองธาร “ในขณะนี้ เพราะไม่มีใครสงสัยหรอกว่า” ท่านเสียภาษีมากกว่าคนอื่นแค่ไหน?” “เงินเดือน” = รายได้ที่ถูกตรวจสอบง่ายที่สุด ความเหลื่อมล้ำในระบบภาษี ถ้าเรามองเป็นห่วงโซ่” มนุษย์เงินเดือน “ดูจะอยู่ในห่วงโซ่ที่ไม่มีทางดิ้นหลุดในระบบนี้ เพราะ… มนุษย์เงินเดือนต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเงินเดือนมากหรือน้อย รายได้ประจำชัดเจน ไม่มีทางหลบเลี่ยง ไม่มีที่ปรึกษาภาษี ในขณะที่คนมีรายได้หลายทาง—จากหุ้น ทรัพย์สิน ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ฯลฯ สามารถ “จัดโครงสร้าง” รายได้ เพื่อเสียภาษีให้น้อยที่สุด หรือในบางกรณี…ไม่ต้องเสียเลย【1】 พวกเขาเรียกวิธีการนี้ด้วยศัพท์สวย ๆ ว่า” เป็นการบริหารภาษีอย่างชาญฉลาด “แต่มันดีสำหรับประเทศหรือไม่? ไม่เคยได้รับคำตอบ เพราะ” ไม่เกี่ยวกับจริยธรรม “เป็นเรื่อง” กฎหมายล้วน ๆ” คนมีต้นทุนชีวิตดี…ย่อมมีทางเลือกมากกว่า ความแตกต่างใน” ต้นทุนชีวิต “ของแต่ละคนในสังคม ทำให้ไม่เพียงมีชีวิต ใช้ชีวิตต่างกัน แต่ยังมีหนทางต่างกันด้วย โดยเฉพาะเรื่องการ” จ่ายภาษี “คนต้นทุนดี อาจจะ.. ตั้งบริษัทเพื่อ “รับรายได้แทนบุคคลธรรมดา” ทำให้หักค่าใช้จ่ายได้มาก จดทรัพย์สินไว้ในชื่อบริษัทหรือมูลนิธิเพื่อลดภาระภาษี แยกรายได้หลายทาง ลงเป็น “รายรับอื่น” ที่ถูกตีความได้หลากหลาย หลีกเลี่ยง “ฐานภาษีบุคคล” ซึ่งอัตราก้าวหน้าสูงสุดถึง 35%【2】 คนรวยรู้เรื่องพวกนี้ มีที่ปรึกษา มีโครงสร้าง มีช่องกฎหมาย ขณะที่คนธรรมดา…มีแค่เงินเดือน เงินเดือน…ที่ใช้จ่ายในแต่ละวันบางทียังไม่พอ จะเอาปัญญาที่ไหนไป”…

Read More

รองศาสตราจารย์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์บทความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับโอนหุ้นมูลค่ารวมกว่า 4,434 ล้านบาท จากคนในครอบครัวเมื่อปี 2559 โดยใช้วิธีทำ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note – PN) แบบ ไม่มีดอกเบี้ย และ ไม่กำหนดวันชำระเงิน ซึ่งอาจเข้าข่าย นิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้จากการรับทรัพย์สิน จุดเริ่มต้นของข้อสงสัย น.ส.แพทองธารได้รับโอนหุ้นจาก แม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง และป้า รวมมูลค่ากว่า 4,400 ล้านบาท พร้อมออก PN แสดงยอดหนี้ แต่ไม่มีการกำหนดดอกเบี้ยหรือวันชำระหนี้ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใดในวัยเพียง 30 ปี เธอจึง “อยากซื้อ” หุ้นจากเครือญาติ ทั้งที่ยังไม่มีเงินจ่ายค่าหุ้นเหล่านั้น และใช้วิธี “ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน” แทนการจ่ายเงินจริง รศ.ดร.เจิมศักดิ์ เชื่อว่าแนวทางนี้เป็นวิธีการ เลี่ยงภาษีเงินได้จากการให้ทรัพย์สิน ซึ่งตามกฎหมาย หากผู้รับโอนเป็นลูก จะได้รับยกเว้นภาษีไม่เกิน 20 ล้านบาท แต่หากเป็นญาติอื่น เช่น พี่ ลุง ป้า มูลค่าที่เกิน 10 ล้านบาทต้องเสียภาษี 5% “การออก PN ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่กำหนดวันจ่ายเงิน เป็นวิธีที่ดูเสมือนว่าเป็น ‘การซื้อขาย’ แต่แท้จริงอาจเป็น ‘การให้’ ที่แอบแฝง” พฤติกรรมที่มีแบบอย่าง? บทความชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงกับอดีต เมื่อปี 2544 ที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยโอนหุ้นไปไว้ในชื่อ คนสวน คนขับรถ คนใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ก่อนที่หุ้นเหล่านั้นจะถูกโอนคืนกลับให้บุตรทั้ง 3 คน “ในอดีต แพทองธารยังไม่บรรลุนิติภาวะ หุ้นจึงอาจฝากไว้กับแม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง ป้า…

Read More

นับไม่ถึง 72 ชั่วโมงหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ถึงท่าทีมุ่งมั่นผิดปกติต่อการผลักดันนโยบายกาสิโน ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติ “ร่าง พ.ร.บ. สถานบันเทิงครบวงจร” ซึ่งมี “กาสิโน” เป็นแกนกลาง พร้อมเร่งให้ทันวาระการประชุมสภาในเดือนเมษายนนี้ แม้ต้องเบียดแซงกฎหมายสำคัญฉบับอื่น พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ตั้งคำถามถึงความเร่งรีบที่ผิดสังเกตของรัฐบาล ตั้ง “9 ข้อสังเกต” ที่สะท้อนความเสี่ยงและความไม่โปร่งใส ทั้งในเชิงหลักการ เนื้อหา และกระบวนการทางนโยบาย ใช้คำว่า “สถานบันเทิงครบวงจร” บังหน้า ทั้งที่กาสิโนคือหัวใจ แม้นายกฯ จะย้ำว่าสัดส่วนพื้นที่กาสิโนจะไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ร่างกฎหมายกลับกำหนดให้ “สถานบันเทิงครบวงจร” ต้องมีกาสิโนอยู่ด้วยเสมอ ไม่สามารถขาดได้ และจากประสบการณ์ของต่างประเทศ รายได้ส่วนใหญ่ล้วนมาจากกิจกรรมกาสิโน สับสนเรื่องเป้าหมาย – ไม่มีรายงานรองรับ รัฐบาลให้ข้อมูลสับสน ทั้งเรื่องเป้าหมายผู้เล่น (คนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ) และจุดประสงค์ของนโยบาย (ควบคุมการพนันผิดกฎหมายหรือไม่) โดยไม่มีรายงานการศึกษาอย่างละเอียดมารองรับ ประเมินผลกระทบจีนไม่รอบด้าน พริษฐ์เตือนว่าการเดินหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ประเมินท่าทีของจีน อาจกระทบต่อนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นถึง 20% ของรายได้ท่องเที่ยวไทย ขณะที่รัฐบาลจีนเริ่มเข้มงวดกับพลเมืองของตนที่เดินทางไปเล่นพนันในต่างประเทศ มอบอำนาจมากเกินให้ “Super Board” โดยไม่มีการตรวจสอบ ร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายที่นายกฯ เป็นผู้แต่งตั้งเป็นหลัก ตัดสินใจในหลายประเด็นสำคัญโดยไม่มีการกำกับจากสภา เช่น จำนวนกาสิโน มาตรการป้องกันผลกระทบ หรือข้อกำหนดเรื่องการจ้างงานคนไทย จำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ร่าง ครม. ลดขอบเขตการทำประชาพิจารณ์ เหลือเพียง “ประชาชนในพื้นที่” ทั้งที่ร่างเดิมเคยระบุให้รวม “พื้นที่ใกล้เคียง” และใช้ช่องทางออนไลน์ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจเลี่ยงการรับฟังความคิดเห็นที่ครอบคลุม มีดีลแลกเปลี่ยนในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่? แม้พรรคภูมิใจไทยเคยคัดค้านกฎหมายกาสิโน แต่กลับร่วมอนุมัติหลักการใน ครม. โดยไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญที่เคยคัดค้าน ขณะเดียวกัน กลับมีร่างแก้ไข พ.ร.บ. การพนันที่เปิดทางให้กระทรวงมหาดไทยสามารถออกใบอนุญาต “พนันออนไลน์” ได้สะดวกยิ่งขึ้น จนสังคมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการ “แลกเปลี่ยน” ระหว่างสองเรื่องนี้ ไม่มีแผนควบคุมหรือแก้ปัญหาการพนันควบคู่ รัฐบาลเสนอร่าง…

Read More